บทที่ 156 ความซับซ้อนในตระกูลสวี่
ตระกูลหลี่เมื่อได้รับกำหนดการแล้ว พวกเขามีเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้นที่จะต้องเร่งจัดเตรียมงานและสถานที่ หลี่ชิงหมินนั้นวันๆไม่ต้องทำอันใด หวงซีเฉิงคอยส่งคนมาที่จวนสกุลหลี่เพื่อเตรียมพร้อมที่จะพาเขาเข้าไปในสกุลหวง ทางนั้นทั้งนำรูปแบบพื้นที่สวนมาให้เขาตรวจสอบก่อน ส่งช่างมากฝีมือมาที่นี่เพื่อวัดตัวของเขาสำหรับการเตรียมเสื้อผ้าใหม่ที่เหมาะสม มีช่างเครื่องประดับ และอื่นๆอีกมากมาย ทำเอาเขารู้สึกหัวหมุนเลยทีเดียว
แน่นอนว่าสกุลหลี่ไม่ได้น้อยหน้า เพื่อที่จะเตรียมชุดแต่งงานให้บุตรชาย พวกเขาลงทุนจ้างช่างจากหลายๆร้านเพื่อให้ชิงหมินได้เลือกแบบชุด
อันลี่ถิงส่งจดหมายมาถึงเขาหลายฉบับเพื่อมอบคำแนะนำและแสดงความตื่นเต้น นางยังพูดอีกว่า ตอนนี้ทุกคนตื่นเต้นกันทั้งนั้น พวกเขาวิ่งหาช่างตัดเย็บกันให้ควั่กเพื่อที่จะได้เตรียมชุดเข้าร่วมงานแต่งของแม่ทัพใหญ่และหลี่ชิงหมิน พูดให้ถูกก็คือ...เทียบเชิญยังไม่ถูกร่อน เจ้าของงานก็ยังไม่ได้ชุดที่เหมาะสม แขกเหรื่อทั้งหลายต่างก็รีบเตรียมพร้อมกันแล้ว
อำนาจของแม่ทัพใหญ่นั้นไม่ธรรมดาจริงๆ แต่งงานคราหนึ่ง ผู้คนล้วนต้องการเข้าร่วมงานของเขา! เพียงแค่คิดถึงตรงนี้ หลี่ชิงหมินก็หัวเราะออกมาแห้งๆ รู้สึกว่าตนเองคิดน้อยเกินไปจริงๆ...
ตั้งใจว่าจะรีบแต่งรีบอยู่แล้วก็รีบนอนพัก ใครจะไปคิดว่าคนอื่นๆกลับไม่เห็นด้วย
หลี่ชิงหมินเก็บตัวอยู่ในจวนเกือบ 2 สัปดาห์ จะบอกว่าเก็บตัวก็ไม่ถูกนัก เขาถูกบังคับให้ต้องเก็บตัวเสียมากกว่า สมุนไพรมากมายที่บำรุงผิวพรรณ มารดาจัดหามาให้ทั้งหมด ทุกวันนี้เขารู้สึกเหมือนกับว่าตนเองไม่มีชีวิตเหลืออยู่แล้ว ชีวิตนี้เป็นเพียงของผู้อื่นเท่านั้น
วันนี้ แทนที่หลี่ชิงหมินจะได้พักผ่อนหลังเลือกแบบชุดแต่งงานของตนเองเสร็จ เขาไม่ได้คิดเลยว่าหน้าจวนสกุลหลี่จะมีสตรีผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น
“คุณหนูสวี่อย่างนั้นหรือ?” ชิงหมินเกือบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเขาเคยรู้จักสตรีผู้นี้ได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่เพราะฝูเซ่าเตือนความจำเกี่ยวกับเหตุการณ์เรื่องชาพิษที่ตระกูลซุนลงมือกับเขาครั้งก่อน ชิงหมินก็คงจะจะไม่ได้
คุณหนูสวี่ผู้นี้เคยเป็นเหยื่อให้สกุลซุนลงมือโบ้ยความผิดเรื่องชาโม่ลี่ฮวาพิเศษมาที่เขา แต่เพราะแบบนั้น...มันทำให้เขาได้รู้ว่าคุณหนูสวี่ผู้งดงามนี้ แท้จริงแล้วได้รับพิษที่อันตรายเข้าไป แม้ว่าจะสามารถประคับประคองอาการได้ ทว่าระเบิดที่อยู่ในร่างกาย หากไม่ถูกจัดการให้หายไปทั้งหมด ก็ย่อมไม่มีใครสบายใจ
สตรีผู้น่าสงสารคนนี้มาหาเขาถึงจวน ย่อมต้องมีเรื่องอะไรแน่
หลี่ชิงหมินอยากจะขับไล่นางออกไปเพราะกลัวว่าจะได้ยินเรื่องวุ่นวายอีก แต่หลังจากคิดทบทวนให้ดี สตรีที่น่าสงสารแบกร่างกายอันบอบบางของนางมาที่นี่เพื่อพบเขา หากเขาไล่กลับไปจริงๆ...ไม่ใช่จะดูใจร้ายกับคนป่วยไปหน่อยหรือ?
ผลสุดท้าย คุณหนูสวี่ผู้นี้ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าของเขาแล้ว....
ในสวนรับรองเรือนเล็กของหลี่ชิงหมิน สตรีผู้บอบบางและมีใบหน้าขาวซีดกำลังส่งรอยยิ้มบางเบาให้กับเขา ท่าทางของนางนั้นดูอิดโรยเสียเหลือเกิน ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนที่ดูแลตนเองได้ดี
ชิงหมินตรวจสอบ เขาพบว่าสตรีผู้นี้ยังคงมีอาการ “เส้นพลังชีวิตรั่วไหล” อยู่ แม้ว่านางจะได้รับยาราคาแพงตามที่เขาแนะนำไปก่อนหน้านี้แล้ว กระนั้น...ดูเหมือนว่าเส้นพลังชีวิตของนางจะได้รับผลกระทบจากบางอย่าง เปลี่ยนให้ 3 จุดที่รั่วไหลนั้นกลายเป็น 3 จุดที่กว้างมากขึ้น
คิ้วของชายหนุ่มขมวดมุ่น รู้สึกว่ามีใครบางคนอยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้อย่างแน่นอน คนผู้นั้นคงต้องการจะให้คุณหนูน้อยผู้นี้จากไปให้เร็ว ซึ่งชิงหมินเคยทำนายเอาไว้ว่า ตราบเท่าที่ใช้ยารักษาอย่างต่อเนื่อง นางสมควรจะอยู่ได้อีก 50 ปี ทว่าในเวลานี้กลับไม่เป็นเช่นนั้นเสียแล้ว
“คุณหนูสวี่ ท่านมาหาข้าด้วยเรื่องอันใดหรือขอรับ” ชิงหมินเอ่ยถามอย่างสุภาพ สวี่อ้ายเหมยคลี่ยิ้มแล้วส่ายหน้าจางๆ
“ข้าเพียงต้องการมาแสดงความยินดีกับคุณชายหลี่ล่วงหน้าก็เท่านั้น ไม่ได้มาที่นี่เพื่อสิ่งอื่นใด”
“แสดงความยินดี?”
“ใช่ ข้าต้องการแสดงความยินดีกับคุณชายหลี่ที่จะได้แต่งงานกับท่านแม่ทัพใหญ่ในเร็ววันนี้แล้ว ข้าเตรียมของขวัญมาให้ท่านด้วย หวังว่าท่านจะชอบมัน” สวี่อ้ายเหมยให้คนของนางนำของขวัญราคาแพงออกมา
หลี่ชิงหมินรับเอาไว้ เขาไม่ได้เปิดกล่องออกดูต่อหน้าคนมอบให้ แม้ว่าสวี่อ้ายเหมยจะรอคำตอบว่าเขาชอบของขวัญชิ้นนี้หรือไม่อยู่ก็ตาม คนเพียงขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถามจุดประสงค์ที่แท้จริง
“คุณหนูสวี่ งานแต่งของข้ายังอีกหลายเดือน เหตุใดท่านไม่รอมอบของขวัญให้ข้าในวันงานเลยเล่า ข้าเชื่อว่าตระกูลสวี่จะได้รับเทียบเชิญอย่างแน่นอน หรือถ้าท่านไม่มั่นใจ...ข้าจะออกเทียบเชิญให้ท่านไว้ล่วงหน้าเป็นพิเศษ เช่นนี้ดีหรือไม่ขอรับ”
“ขอบคุณคุณชายหลี่มาก แต่....ข้าไม่คิดว่าตนเองจะสามารถเข้าร่วมงานแต่งของท่านได้แล้ว”
“................”
“ร่างกายของข้า ข้ารู้ดีที่สุด ก่อนหน้านี้เมื่อได้กินยาที่คุณชายแนะนำ ร่างกายของข้าก็ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง มันทำให้ข้ามีความหวังที่จะอยู่ต่อไปอีกสัก 50 ปี มีลูกมีหลานมากมายวิ่งเล่นในจวน ต่อให้ข้าเป็นคนที่ให้กำเนิดทายาทเหล่านั้นไม่ได้ แต่ขอแค่ได้มองความยิ่งใหญ่ของตระกูลสวี่ต่อไป ข้าก็มีความสุขแล้ว”
“น่าเสียดายที่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป บางที...ข้าอาจจะเป็นข้อยกเว้นก็ได้ เป็นบุคคลที่ใช้ยาพิเศษนี้แล้วก็ยังรักษาไม่หาย ข้าเกรงว่าอีกเดือนสองเดือน ตระกูลสวี่คงจะได้จัดงานให้ข้า”
สวี่อ้ายเหมยหัวเราะเบาๆ นางไม่ได้หวาดกลัวที่จะจากไปอีกแล้ว เหมือนว่านางได้ปลดปลงต่อโชคชะตาที่เล่นตลกกับตนเองมากไป
“เป็นบุคคลพิเศษที่ถูกยกเว้นงั้นหรือ? นี่เป็นไปไม่ได้หรอกขอรับ” ชิงหมินส่ายหน้า เขาประเมินดูร่างกายของสวี่อ้ายเหมยอีกครั้ง แม้ว่าจะต้องใช้พลังงานค่อนข้างมาก แต่ในเมื่ออีกฝ่ายน่าสงสารขนาดนี้ แถมยังต้องการมอบของขวัญให้กับเขาล่วงหน้าอีก ชิงหมินจะทำเป็นมองไม่เห็นได้อย่างไร
“แต่ว่า...ยาที่ได้รับมา ไม่สามารถช่วยข้าได้อีกแล้ว”
“นั่นเป็นเพราะเหตุผลอื่น”
“เหตุผลอื่นงั้นหรือ?”
สวี่อ้ายเหมยผงะไปเล็กน้อย เดิมทีนางเพียงต้องการมอบของขวัญแต่งงานให้กับคุณชายหลี่จริงๆ เขาดีต่อตนเองมาก ก่อนหน้านี้ก็ทำให้นางหลุดพ้นจากความเจ็บปวดได้ รู้สึกได้ว่าชีวิตจะยืดยาวไปอีกนาน ดังนั้น...สำหรับสวี่อ้ายเหมยแล้ว หลี่ชิงหมินนับเป็นผู้มีพระคุณ
ก่อนที่นางจะจากไป นางเพียงต้องการมอบของขวัญแต่งงานให้กับผู้มีพระคุณเท่านั้น ไม่ได้คิดเลยว่าจะมาที่นี่เพื่อรบกวนคุณชายหลี่ให้หาทางแก้ไขให้ตนเองอีก
นางเหนื่อยแล้ว ร่างกายของนางพร้อมที่จะจากไปได้ทุกเมื่อ สิ่งนี้ไม่เกี่ยวกับคนอื่น ไม่เกี่ยวกับสมุนไพร ไม่เกี่ยวกับยารักษา....นางได้บอกกับบิดามารดาเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว เพื่อให้พวกเขาไม่ต้องพยายามเหน็ดเหนื่อยเสียเปล่ากันอีก นางต้องการจากไปอย่างเงียบๆหลังจากทำทุกอย่างที่ต้องการทำทั้งหมดแล้ว และทั้งสองท่านก็เห็นด้วย...
อย่างไรก็ตาม คุณชายหลี่ที่เคยช่วยชีวิตของนางครั้งหนึ่งกลับพูดว่า...อาการเช่นนี้ของนางไม่ใช่เพราะร่างกายที่อ่อนแอ แต่เป็นเพราะ “เหตุผลอื่น” อย่างนั้นหรือ? เช่นนั้น...มันคือเหตุผลอะไรกันล่ะ!!
“ยารักษาที่ท่านได้ใช้ครั้งก่อนไม่มีปัญหาอะไร พวกมันยังคงมีประโยชน์ ดังนั้นคุณหนูสวี่ควรจะต้องกินพวกมันให้ครบถ้วน อย่าหยุดกินยาด้วยตนเอง เพราะจะยิ่งทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น”
“ยาปรับเปลี่ยนเส้นพลัง ยาสรรสร้างกาย และยาจินกาย คือตัวยาที่สำคัญมากในการเสริมความแข็งแกร่งให้เส้นลมปราณ ท่านอาจจะคิดว่ามันมีราคาแพงที่สุด ดังนั้นหยุดกินมันจึงจะดีที่สุดไปด้วย ทว่าในความเป็นจริงแล้ว...ท่านคิดผิด”
“ยาทั้งสามชนิดนี้จะมอบโอกาสให้ท่านมีอายุยืนนานมากขึ้น ต่อให้ท่านจะรู้สึกแย่ลงขนาดไหน ก็ควรจะหาสาเหตุอย่างอื่น ไม่ใช่คิดว่าร่างกายของตนเองผิดปกติเพียงอย่างเดียวเท่านั้น”
หลี่ชิงหมินส่ายหน้า เพราะนางไม่ยอมกินยาให้ครบตามกำหนด ดังนั้นอาการที่ตามมาจึงรุนแรงขึ้นด้วย มันเป็นตัวเร่งให้นางเข้าใกล้ความตายไปอีกขั้น
“สาเหตุอื่นงั้นหรือ? เช่นนั้นจะเป็นสาเหตุอันใดได้อีก ข้ารู้ว่าตนเองอ่อนแอ ดังนั้นต่อให้ใช้ยาทั้งสามไปก็ไม่มีประโยชน์มากนัก สู้ให้ตระกูลเก็บเงินเอาไว้ยังจะดีกว่า”
สวี่อ้ายเหมยเถียงกลับ เรื่องนี้นางก็คิดมาถี่ถ้วนแล้วเช่นกัน นางต้องการวางชีวิตและความหวังของตนเองลง เพียงต้องการหลับตาอย่างสบายใจก็เท่านั้น
“ผู้ใดเป็นคนพูดเรื่องนี้กับท่าน” ชิงหมินขมวดคิ้ว
“ห๋า”
“ผู้ใดพูดเรื่องนี้กับท่าน ไม่สิ! ท่านพูดเรื่องนี้ ปรึกษาเรื่องนี้กับผู้ใด” หลี่ชิงหมินกล่าวเสียงขรึม
“ข้าไม่ได้พูดหรือปรึกษากับผู้ใด ข้าคิดของข้าเองได้ ข้าอ่อนแอและไม่มีแรงที่จะต่อสู้อีกแล้ว ข้าเพียงแค่ยอมแพ้เท่านั้น จำเป็นต้องถามหาว่าข้าพูดเรื่องนี้กับผู้ใดด้วยหรือ?”
“คุณหนูสวี่....ความคิดนี้ของท่านไม่ถูกต้อง ข้าต้องการช่วยท่าน โปรดบอกข้าว่าใครสนับสนุนให้ท่านหยุดกินยาทั้งสามนี้”
“ข้า เป็นข้าเอง ไม่มีใครสนับสนุนทั้งนั้น”
“คุณหนูสวี่ คิดให้ดีอีกครา...” หลี่ชิงหมินไม่ยอมรับ เขาใช้ทักษะตรวจสอบของตนเองก็มองเห็นแล้วว่าเรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังอยู่อีก ปรากฏว่าคุณหนูสวี่ผู้นี้ไม่ได้โชคร้ายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นางเป็นเหยื่อเพื่อจัดการเขาในคราแรกก็จริง ทว่าสาเหตุทั้งหมด...กลับมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่มากกว่านี้
ครั้งก่อน เขาไม่ได้สนใจ คิดแค่ว่าด้วยการให้คำแนะนำเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับชื่อของอาการที่เป็นอยู่ เดี๋ยวนักปรุงยาของสกุลสวี่ก็คงจะหาทางออกได้เอง นี่คือทั้งหมด...แต่ วันนี้นางมาที่นี่อีกครั้ง พร้อมกับอาการที่แย่ลง แสดงให้เห็นแล้วว่าคนที่เล่นงานสวี่อ้ายเหมย แท้จริงแล้วอยู่ใกล้ตัวมากกว่า
ไม่ใช่แค่คนนอกอย่างตระกูลซุนที่อาศัยคุณหนูสวี่ ยังมีคนที่ต้องการทำร้ายคุณหนูน้อยผู้นี้อยู่อีก!!
“เอ่อ คุณชายหลี่....อันที่จริง ข้าไม่ได้ปรึกษากับใคร หากจะมีคนรู้เรื่องนี้ ก็มีแค่แม่นมของข้าที่เลี้ยงข้ามาแต่กำเนิดแล้ว ข้าไม่สงสัยนาง เพราะนางไม่มีทางทรยศข้าได้ ดังนั้น...ต่อให้นางรู้หรือไม่ ก็มีค่าเท่าเดิมอยู่ดี”
“แม่นมงั้นหรือ? แม่นมที่เลี้ยงดูท่านมาตั้งแต่ยังเล็กงั้นหรือ?” หลี่ชิงหมินขมวดคิ้ว แต่ท่าทางของสวี่อ้ายเหมย ไม่ว่าอย่างไร...นางก็จะไม่เชื่อเขาเด็ดขาด หากเขาพูดว่าแม่นมผู้นั้นน่าสงสัย
“คุณหนูสวี่กลับไปที่จวน แจ้งให้บิดามารดาของท่านมาพบข้าในวันพรุ่งนี้เถอะ ถ้าจะให้ดี...ท่านมาพร้อมกับแม่นมผู้นั้นด้วยก็ได้” หลี่ชิงหมินโบกมือ
สตรีผู้นี้ ถ้าไม่เปิดตาให้กว้าง ทำให้นางเห็นด้วยตนเอง เช่นนั้นก็คงจะไม่มีทางเชื่อ!
หลี่ชิงหมินรู้สึกปวดหัวอยู่บ้าง เขากำลังคิดว่าตนเองควรจะไปยุ่งกับตระกูลสวี่ที่แสนซับซ้อนและวุ่นวายนี้หรือไม่ดี แต่สุดท้าย....การที่แขกสกุลสวี่มาพบเขา ก็ทำให้เขาสามารถมีเวลาว่างจากการขัดตัวได้ อย่างนั้น...พรุ่งนี้ก็ให้พวกเขามาตั้งแต่เช้า แล้วก็กลับสักค่ำมืดหน่อยเถอะ
ถือว่าสงสารผิวหนังของเขาที่เกือบจะหลุดลอกออกมาเพราะการประโคมแต่งเหล่านี้!!
หลี่ชิงหมินมองตามแผ่นหลังของสวี่อ้ายเหมยที่กำลังจากไป รู้สึกสงสารอีกฝ่ายขึ้นมาอยู่บ้าง ตอนนี้เขาเริ่มคิดว่าตนเองอาจจะตัดสินใจผิดพลาดไปแล้วก็ได้
เรื่องบางเรื่อง ถ้ามันอยู่เป็นความลับดีๆ เขาก็ไม่ควรจะไปขุดออกมาเพื่อทำให้ผู้คนเสียใจหรือเปล่านะ? หากเขาเปิดเผยเรื่องราวของตระกูลสวี่ในเวลานี้....ไม่รู้ว่าคุณหนูน้อยผู้โชคร้ายจะยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อหรืออยากตายกันแน่...
หากนางรู้ว่าคนที่นางเชื่อและรักจนหมดใจเหมือนกับมารดาของตนเอง ท้ายที่สุดแล้วเป็นคนที่ต้องการทำลายนางมาตลอด!!
“ชิงหมิน เกิดอันใดขึ้น มารดาเห็นคุณหนูสวี่จากไปพร้อมกับสีหน้าไม่สู้ดีนัก” ฮูหยินสกุลหลี่ที่วนเวียนอยู่รอบๆเรือนของหลี่ชิงหมินถือวิสาสะเข้ามา
นางมาแอบฟังอยู่นานแล้ว ด้วยกลัวว่าเจ้าลูกชายตัวแสบจะสร้างเรื่องก่อนแต่งงาน แต่ดูสิว่านางได้ยินอะไรเข้าให้แล้ว... ที่จริง นางอยากจะบอกบุตรชายว่าอย่าไปยุ่งเลย อีกไม่นานเจ้าก็จะได้แต่งงานแล้ว อย่าเอาปัญหามาเพิ่มให้ตนเองมากนัก แต่เมื่อเห็นสวี่อ้ายเหมยจากไปด้วยสภาพที่อ่อนระโหยโรยแรง นางก็ไม่กล้าพูดขึ้นมาอีก
……………………………………