บทที่ 13 : จดหมาย
อาเถานำปลาและธนูหักกลับบ้าน เด็กน้อยเดินกอดธนูหักเข้าบ้านด้วยใบหน้าซึมเศร้า ซ่งอี้หรานกำลังซาวข้าวเตรียมหุง เห็นบุตรชายเดินหน้าบูดเข้ามา หล่อนคิดว่าเขาไม่สบอารมณ์เพราะจับปลาไม่ได้ “อาเถาจับปลาไม่ได้ก็ไม่เป็ไร เรายังเหลือเนื้อหมูติดมันอยู่ วันนี้แม่จะทอดให้กิน”
“แม่ ผมทำธนูที่พ่อทำให้พัง พ่ออุตส่าห์ตั้งใจทำให้ผม” อาเถาชูมือยกธนูที่หักเป็สองท่อนให้มารดาดู
“เอาไว้พ่อกลับมาแล้วค่อยให้เขาทำให้ใหม่” ซ่งอี้หรานไม่เห็นเื่นี้สำคัญ เธอยังมีเงินซื้อเนื้อให้ลูกชายกินอยู่
“พ่อไม่กลับมาหรอกครับ แม่ชอบชวนทะเลาะทุกครั้งที่พ่อกลับบ้านมาเหนื่อยๆ แม่ไม่น่าขอของแพงๆ พวกนั้นเลยนะครับ พอพ่อบอกว่ายังไม่มีเงินแม่ก็ด่าๆ ต่อไปแม่อย่าทำได้ไหมครับ?” อาเถาอยากให้บิดากับมารดาค่อยๆ พูดกัน เขารู้พ่อทั้งเหนื่อยและคิดมาก ครั้งก่อนมารดาขอให้ซื้อนาฬิกาข้อมือกับจักรยานตราหงส์ทอง ซึ่งแต่ละอย่างราคาแพงมาก บิดาเขาไม่ได้ปฏิเสธ เพียงบอกว่าขอเวลาเก็บเงินสักหน่อย
ใครจะคิดว่าซ่งอี้หรานจะขว้างถ้วยน้ำชาใส่หน้า จนคิ้วเฉินซานแตก เกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรง จนอาเถาวิ่งร้องไห้ไปตามคุณย่าหลินมาช่วยห้าม
ซ่งอี้หรานจำเหตุการณ์เ่าั้ได้ดี ร่างเดิมชื่นชอบการทะเลาะกับสามี เพียงขัดใจเล็กน้อยก็ทุบตีทำร้ายเขา “ต่อไปจะไม่เกิดเื่แบบนั้นอีก”
อาเถาไม่คิดว่าแม่จะรับปากง่ายขนาดนี้ “งั้นแม่รีบส่งจดหมายไปให้พ่อเถอะ พ่อจะได้รู้ว่ากลับมาแล้วแม่จะไม่ชวนทะเลาะอีก!” อาเถาเดินเข้าไปเขย่าแขนมารดา แล้วเงยหน้ามองแม่ด้วยใบหน้าน่ารักและไร้เดียงสามากที่สุด
ซ่งอี้หรานเห็นด้วยกับบุตรชาย “ได้ เย็นนี้แม่จะไปเขียนจดหมายที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน”
“แม่พูดจริงเหรอ!? ขอบคุณข้าวคำนั้นที่ติดคอแม่” อาเถาขอบคุณข้าวคำนั้น ที่ติดคอจนมารดาคิดได้ บิดาเป็คนใจอ่อนและใจดีมาก ขอเพียงแม่มีเหตุผลสักนิดเขาอาจมีน้องได้!
ซ่งอี้หรานเขกหัวบุตรชายเบาๆ ก่อนจะรั้งตัวเขามากอด อาเถาดีใจเหลือเกิน ในที่สุดก็ได้รับอ้อมกอดแสนอบอุ่นของมารดา อาเถารีบกอดตอบแน่น เขาเห็นโกวจื่อถูกแม่ของเขากอดเป็ประจำ แต่มารดาไม่เคยกอดเขาเลย วันนี้เป็ครั้งแรก! อาเถาดีใจมาก
“แม่ครับ! วันนี้ผมได้ปลามาสองตัว ดูซิ ตัวไม่เล็กเลย” อาเถาพยายามแสดงฝีมือนักล่าของตนเองให้มารดาได้เห็น เขาหยิบปลาที่เพิ่งถูกธนูยิงตายมาสองตัว
“เก่งขนาดนี้เชียว ลูกเพิ่งห้าขวบ แต่ดูเหมือนสามารถหาเลี้ยงแม่ได้แล้ว อีกหน่อยคงขอให้แม่แต่งภรรยาให้” เธอแกล้งแซว ไม่คิดว่าเ้าเด็กหัวเหม็นจะอายจนหน้าแดง ทั้งบิดตัวไปมาไม่หยุด
“ตอนนี้หนิงเจียวยังฟันหลออยู่ เธอบอกว่าฟันหน้าขึ้นครบเมื่อไร เราถึงจะกลับไปเป็เหมือนเดิมได้” อาเถาเล่าแล้วก็ปิดหน้าด้วยความเขินอาย หนิงเจียวเป็หลานสาวบ้านสกุลหนิง บ้านนั้นมีลูกหลานมากมายจนเลี้ยงไม่ไหว ทำให้เด็กๆ อดยาก แทบจะเป็บ้านที่ลูกหลานผอมที่สุดในหมู่บ้าน วันหนึ่งหนิงเจียวมาหาสาหร่ายที่ลำธารกินแล้วเกิดเจองูพิษ ตอนนั้นอาเถาเองก็กำลังเก็บสาหร่ายอยู่ใกล้ๆ กัน เ้างูตัวนั้นเลื้อยมาหาอาเถาอย่างมาดหมาย มันพร้อมจะพุ่งเข้ามาฉกเด็กชายได้ทุกเมื่อ ตอนนั้นหนิงเจียววิ่งตามงูจนทัน แล้วจับหางมันเหวี่ยงฟาดกับก้อนหินจนตาย
อาเถาซาบซึ้งใจมาก วิ่งไปขอบคุณสาวน้อยที่ช่วยชีวิต แม้จะผอมมาก แต่ฉายแววสาวงามั้แ่เด็ก อาเถาหน้าแดงทุกครั้งที่เห็นหนิงเจียว วันนั้นเขา่หนิงเจียวก่อไฟเพื่อย่างงูกิน เห็นเธอกินอย่างเอร็ดอร่อยแล้วไม่รู้ทำไมเขาอิ่มอกอิ่มใจยิ่งกว่าได้กินเนื้อ!
ซ่งอี้หรานหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก นี่ซินะที่เขาว่าเด็กก็มีโลกของเด็ก “ต้องรอให้ฟันขึ้นก่อนถึงจะคุยกันได้?”
“ครับ! พอฟันหลอหนิงเจียวไม่มั่นใจ รอไว้ฟันขึ้นเมื่อไรเราค่อยกลับมาเป็เหมือนเดิม!” อาเถาพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ
ซ่งอี้หรานส่ายหน้า ก่อนจะเริ่มทำการหุงข้าวให้องค์ชายน้อยทรงเสน่ห์ของบ้าน
หน่วยทหารลับทางเหนือยังคงวุ่นวายดังเช่นทุกวัน ด้านนอกอาคารหนาวเย็นจับใจ ภายในห้องทำงานพอจะมีความอบอุ่นอยู่บ้าง เฉินซานกระชับเสื้อกันหนาวตัวหนาที่เพิ่งกัดฟันยอมซื้อมาเมื่อไม่นานนี้ อากาศที่นี่หนาวจัด เสื้อตัวเก่าของเขารับความหนาวระดับนี้ไม่ไหวอีกต่อไป
ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มมีหนวดเคราจางๆ เพราะยังไม่มีเวลาส่องกระจกดูหน้าตัวเอง
เงินเดือนของเขาคือ 35 หยวน และเขายังรับภารกิจพิเศษเพิ่ม ได้มาอีกประมาณ 15-25 หยวน เขาเก็บเงินจำนวนนี้เอาไว้ใช้จ่ายส่วนตัว ทั้งยังเก็บไว้ซื้อของให้บุตรชายกับภรรยา
ครั้งก่อนภรรยาของเขาเรียกร้องจะเอานาฬิกาข้อมือกับจักรยาน เขาไปถามลูกน้องมาแล้ว นาฬิกาข้อมืออย่างทั่วๆ ไปก็เป็ร้อยหยวน นี่ขนาดลูกน้องเขาไม่คิดค่าขนส่งที่มาจากทางใต้ ส่วนจักรยานหากเป็มือหนึ่งอาจต้องเตรียมเงินเกือบสามร้อยหยวน
เฉินซานจัดว่ามีเงินเดือนและเงินพิเศษสูงมาก ทว่าความ้าของภรรยาไม่ทีที่สิ้นสุด ครั้งก่อนหล่อนบอกว่าหากได้บ้านปูนหลังใหญ่จะไม่เอาอะไรอีกแล้ว เขาก็เชื่อและสร้างบ้านหลังใหญ่พร้อมทำกำแพงไม้ไผ่ล้อมรอบ พอใช้ไม้ไผ่ทำกำแพง หล่อนเรียกร้องจะเอากำแพงปูนอีก เขาตามใจหล่อนทุกเื่ไม่ไหว กลับบ้านครั้งนี้เฉินซานคิดว่าตนเองจะซื้อนาฬิกากลับไปให้หนึ่งเรือน หล่อนจะพอใจหรือไม่ก็แล้วแต่ เขาพยายามทำหน้าที่สามีสุดความสามารถแล้วจริงๆ
ประตูห้องทำงานเปิดออก เลขาคนสนิทของเฉินซานชื่อสือโถวเป็ชายร่างสูงใหญ่กำยำ มือซ้ายถือจดหมายฉบับหนึ่ง “สหายผู้พัน มีจดหมายจากทางบ้านส่งถึงคุณครับ”
คิ้วคมขมวดติดกัน จดหมายจากทางบ้าน เขาส่งเงินกลับไปไม่เคยขาด บ้านแม่เขียนอักษรได้แค่ไม่กี่ตัว เมื่อก่อนพี่ใหญ่อยู่บ้านเขาจะเป็คนเขียนส่งมานานๆ ที แต่ตอนนี้ต้าเฉินทำงานในตัวอำเภอ ไม่เคยส่งจดหมายมาหาเขาอีกเลย
ส่วนบ้านภรรยานั้นเป็ไปไม่ได้ ั้แ่แต่งกันมาหลายปี จดหมายสักฉบับไร้วี่แวว แม้แต่คำพูดดีๆ เขายังนึกไม่ออกสักประโยค “อ่านผิดหรือเปล่า?”
“ไม่ครับ ถึงผู้พันจริงๆ” คนอื่นได้จดหมายแทบทุกเดือน ยิ่งหนุ่มๆ ในกองพลบางคนได้เดือนละหลายฉบับ
“ขอบใจสหายมาก” เฉินซานรับมาเปิดอ่าน เขามองอักษรวิจิตรตรงหน้า ั้แ่เกิดมาเกือบสามสิบปีเพิ่งเคยเห็นคนลายมือสวยสะอาดตาไม่ต่างจากเครื่องพิมพ์ดีดเช่นนี้ ยิ่งอ่านใจความในจดหมาย เฉินซานขยี้ตาหลายครั้ง
‘ฉันไม่เคยได้เขียนจดหมายหาคุณเลย เพราะคิดว่าเป็การรบกวนสมาธิการทำงานของคุณ หวังว่าคุณคงจะสบายดี ตอนนี้ฉันกำลังตัดเสื้อกันหนาวให้คุณ บ้านเราหนาวเหน็บ คิดว่าที่อี่โจวคงหนาวยิ่งกว่า เมื่อวันก่อนอาเถาล่ากระต่ายมาได้หนึ่งตัว ฉันเอาหนังมันมาทำเสื้อกันหนาวให้ลูกแล้วค่ะ คุณไม่ต้องห่วงนะคะ พวกเราแม่ลูกสบายดี อาเถาอยากให้คุณกลับบ้านในวันฉูซี ธนูที่คุณทำให้หัก ลูกอยากให้คุณเป็คนซ่อมให้ พวกเราสองแม่ลูกหวังว่าคุณจะกลับมา’
ด้วยความคิดถึง… ซ่งอี้หราน
……………………………
อ่านฟรีวันละ 1 ตอนจนจบค่ะ
อีบุ๊คเล่ม 1
https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTkyNzgwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO2k6Mjk3OTQzO30