ส่วนทางด้านของหยวนจื่อเซี่ยนั้น ด้วยความที่ในจวนไร้ซึ่งญาติผู้ใหญ่หรือสตรีใดแล้ว จึงต้องออกมาต้อนรับแขกและขุนนางเหล่าทั้งหลาย ที่เดินทางมางานของบุตรสาวตนเองเพียงผู้เดียว หากแต่ข้างกายยังคงมีพ่อบ้านหยวน ที่คอยยืนอยู่เคียงข้าง
และแล้วเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อเ้าของงานปักปิ่นในวันนี้ เผยโฉมหน้าออกมา ท่ามกลางผู้คนทั้ง 5 ตระกูลและแเื่อีกมากมาย ผู้คนต่าง ตกตะลึง ในความงดงามที่แผ่ออกมาจากตัวของหญิงสาวทั้งสาม
ใช่หญิงชาวทั้งสาม!
ไม่ใช่เพียงแค่เ้าของงานปักปิ่นอย่างจื่อหลิงและจื่อหลิน เพียงสองคนเท่านั้น หากแต่รวมไปถึงสตรีอีกหนึ่งนาง ที่เดินเคียงข้างทั้งสองออกมา
‘มารดามันเถอะ มองมารดาของข้าเช่นนี้ หมายความว่าอย่างไรกัน’
จื่อิที่เห็นว่าทุกคนในงาน รวมไปถึงบุรุษทั้งหลาย จ้องมองสตรีทั้งสาม ของเขาด้วยสายตาลุ่มหลงก็ให้รู้สึก หงุดหงิดยิ่งนักจึงเปล่งเสียงร้องออกมา เพื่อเรียกสติทุกคน
“อ่าอ่าอ่า” ข้าไม่ยอมให้พวกเ้าใช้สายตาเช่นนั้น มองมายังมารดาและท่านน้าของข้านะ
ท้ายที่สุดเสียงที่เปร่งออกมากลับได้ผล ทุกคนชะงักไป นี้เป็ครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นตัวจริงของนายน้อยหยวนจื่อิ
เด็กผู้นี้ผิวขาวราวกับน้ำนม ไหนจะริมฝีปากที่อมชมพู แม้จะอ้วนท้วนไปบ้าง ทว่าใบหน้ากลับเผยแววความหล่อเหล่าั้แ่หนึ่งหนาว
สามีของคุณหนูใหญ่ผู้นี้ ต้องเป็ผู้มีอันจะกินเป็แน่ ไม่เช่นนั้นคงเป็ขุนนางแน่แท้ ทว่าแล้วอย่างไรเล่า สุดท้ายก็เป็เพียงสตรีม่าย ไร้บิดาให้บุตรชายผู้หนึ่ง มิใช่หรือ
สายตารังเกียจและเวทนา ถูกส่งออกมาแวบหนึ่งอย่างมิตั้งใจ มิตั้งใจแล้วอย่างไรเล่า จวนผู้อื่นก็สามารถทำอันใดไม่ไว้หน้าเ้าของงานได้หรือ
คุณชายน้อยจื่อิผู้นี้ จดจำไว้แล้ว แน่นอนว่าแววตาเ่าั้ คนตระกูลหยวนทุกคนก็จดจำไว้แล้วเช่นกัน
คุณหนูใหญ่ประคองสตรีทั้งสอง นั่งยังตำแหน่งตรงกลาง เพื่อให้พร้อมสำหรับการเตรียมตัวเข้าสู่พิธีปักปิ่น
"นั้นคือคุณชายน้อยจื่อิใช่หรือไม่" เสียงคนผู้หนึ่งดังออกมาจากกลุ่มคนที่มาร่วมงาน
"เ้าค่ะ" จื่อฮวาตอบรับและเงียบไป
เมื่อผู้ชมทั้งหลายเห็นว่าไม่สามารถก่อความวุ่นวายได้มากกว่านี้ จึงหันกลับมาสนใจเื่หลักแทน จื่อฮวาทำเพียงเมินเฉยและส่งบุตรชายไปยังแม่นมแล้วเดินไปนั่งยังตำแหน่งของตน ให้ผู้เป็เ้าของงานได้กล่าวต้อนรับแขก
“ข้าน้อยหยวนจื่อหลิง ข้าน้อยหยวนจื่อหลิน ขอคารวะทุกท่านเ้าค่ะ”
“อืม ลุกขึ้นเถอะ ไม่คิดว่าจะสกุลหยวนจะเก็บดอกไม้งามไว้ถึงสองดอกได้อย่างมิดชิดเช่นนี้” หนึ่งในผู้าุโสูงสุดในงานเอ่ยออกมา
“ขอบพระคุณท่านผู้เฒ่าเ้าค่ะ” แม้จะแปลกใจกับคำพูดเช่นนี้ ทว่าก็ไม่ประสงค์จะเอ่ยขัดออกไป
หลังจากนั้นหญิงสาวทั้งสอง ก็เดินไปทำความเคารพบิดาของตนเองรวมทั้งพี่สาว ที่ในขณะนี้กำลังอุ้มเ้าตัวน้อยที่กำลังมองมา อย่างยิ้มแย้ม
'หลานของผู้ข้าช่างน่ารักน่าชังยิ่งนัก เสียก็แต่เวลา ที่ต้องมาอยู่ตรงนี้ แทนที่จะไปเล่นกับเ้าตัวน้อยให้หนำใจ'
"ข้าหยวนจื่อเซี่ย มีความยินดีอย่างยิ่ง ที่ทุกท่านได้ให้เกียรติมาร่วมแสดงความยินดี ในพิธีปักปิ่นของบุตรสาวของข้าทั้งสองคน หยวนจื่อหลินและหยวนจื่อหลิง เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลามากจนเกินไปเช่นนั้น ก็เริ่มพิธีการเถิด"
หลังจากที่หยวนจื่อเซี่ยกล่าวจบ พ่อบ้านหยวนก็ได้นำกล่องที่ใส่ปิ่นหยกชิ้นสำคัญมาให้ มารดาของพวกนาง เป็คนเตรียมไว้ให้ก่อนที่พวกทั้งสองจะคลอดออกมา และค่อยๆ บรรจงปักลงไป ยังผมของบุตรสาว
แม้จะไม่ไช่ปิ่นที่มีสัญลักษณ์หรือความหมายที่ยิ่งใหญ่ หากแต่ก็เป็ปิ่นที่มีความหมายและมีคุณค่ากับมารดาของพวกนาง ทั้งยังเต็มไปด้วยความรัก ที่ภรรยาของเขามีให้บุตรสาว ั้แ่ทราบว่าตนเองตั้งครรภ์พวกนางขึ้นมา
ปิ่นมัจฉาคู่ ที่แกะสลักขึ้นจากหยกอำพันสีดำสนิท เป็หยกสองชิ้น ที่เมื่อนำมาประกบกันแล้ว จะกลายเป็ชิ้นเดียวกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ
สตรีทั้งสองที่เห็นเช่นนั้น ก็ให้รู้สึกแปลกใจที่บิดามอบหยกสีดำให้ตนเอง
เมื่อเห็นสายตาของบุตรสาว จื่อเซี่ยจึงอธิบายออกไป
"หยกสองเล่มนี้ มารดาของพวกเ้า เป็ผู้ที่เตรียมไว้ให้ ั้แ่ยามที่รับรู้ได้ว่าพวกเ้า ได้เข้ามาอยู่เป็ส่วนหนึ่ง ของครอบครัวเรา และก็เป็มารดาของเ้า ที่สั่งให้แกะสลักหยกเป็รูปมัจฉาคู่"
ได้ยินเช่นนั้นทั้งสองถึงกับน้ำตารื้น จึงกล่าวออกมา แม้จะเสียงไม่ดัง แต่ทว่าก็ทำให้ผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้รับรู้ว่าพวกนางกล่าวอันใดออกมา
“ขอบพระคุณบิดา ขอบพระคุณมารดาเ้าค่ะ”
เพียงเท่านี้ก็ถือว่าเป็อันเข้าใจกันของทั้งสองคน
จากนั้นจึงมีแขกในงานมอบของขวัญให้เรื่อย ๆ จนเมื่อพิธีผ่านไป ก็มีใครบางคนทำตัวเป็ฯผู้กล้าเอ่ยบางสิ่งออกมา
“นายท่านหยวน มิใช่ว่า บุตรีทั้งสองมีเหตุให้ปิดบังใบหน้า”
“หามิได้”
“เช่นนั้นไยไม่เปิดออกมาดูเล่า ข้าอยากจะเห็นใบหน้าของพวกนางเหลือเกิน”