บทที่ 46
ได้เงินซื้อที่ดิน
ผลิตของขนส่งจำนวนมาก ซูฉีดำเนินการในการผลิตถ้วยวิเศษที่จะขายให้กับกองทัพ นางตั้งมั่นเป็นอย่างมากว่าของพวกนี้ต้องผลิตเสร็จทั้งหมดในหนึ่งเดือน
หรือไม่บางทีนางก็อาจจะใช้เวลาเร็วกว่านั้น เพราะว่ายิ่งได้เงินจำนวนนั้นมาเร็วเท่าไหร่ นางก็ยิ่งสามารถซื้อที่ดินที่ต้องการได้รวดเร็วขึ้นเท่านั้น
ในระหว่างนี้ก็เก็บเกี่ยวแต้มความดี เพราะว่าการสร้างถ้วยวิเศษในแต่ละครั้ง มันจำเป็นจะต้องใช้พลังวิญญาณที่แลกมาจากแต้มความดีจำนวนนึง
เมืองแห่งนี้หลังจากผ่านพ้นเหตุการณ์โรคระบาด ผู้คนส่วนใหญ่ภายในเมืองเริ่มใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากขึ้น
เพราะว่าถ้าเกิดว่าเหตุการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้นไม่ถูกยับยั้งได้ทัน สิ่งที่มันจะตามมาก็คือเมืองแห่งนี้คงจะมีผู้คนล้มตายมากมาย
ในเหตุการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้นชื่อของซูฉีเริ่มเป็นที่รู้จักภายในเมือง นางเป็นหญิงสาวผู้หนึ่งที่ทำงานอยู่ภายในโรงสุราเท่านั้น
ทว่ามีคนพบเห็นว่านางเป็นคนที่ช่วยเหลือ ปรึกษากับท่านหมอและก็ช่วยลั่นแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องโรคระบาด อีกทั้งก่อนหน้านี้ซูฉีได้รับการยอมรับจากผู้คน เพราะนางนั้นช่วยเหลือผู้คนภายในเมืองจำนวนมาก
นางช่วยเหลือผู้คนภายในเมืองเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะนางต้องการจะเก็บเกี่ยวแต้มความดีให้มันได้มากขึ้น ในยามนี้ก็เลยกลายเป็นว่าทั่วทั้งเมืองมีผู้คนรู้จักนางเป็นจำนวนมาก
นี่ถือว่าเป็นผลดีต่อนาง ยิ่งมีผู้คนรู้จักนางมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งทำให้นางเริ่มมีปากมีเสียงภายในเมืองชายแดนแห่งนี้มากขึ้น
ซูฉีเร่งมือดำเนินการในกาลสร้างถ้วยวิเศษพวกนั้น นางใช้เวลาประมาณสิบวันในการสร้างพวกมันสองร้อยถ้วยเสร็จ
หลังจากสร้างพวกมันจนเสร็จ ก็เริ่มทำการขนส่งของเหล่านั้นไปที่กองทัพ กองทัพก็ดำรับซื้อของพวกนี้ในราคาถ้วยละหนึ่งตำลึงเงิน
เงินถูกจ่ายกลับมาอย่างรวดเร็ว มันทำให้นางนั้นมีเงินในการซื้อที่ดินที่ต้องการ
…
“ เพียงแค่นี้การซื้อขายก็ใสขึ้นแล้วเจ้าค่ะ ขอบคุณมากนะเจ้าคะที่ห้างกองทัพอุดหนุนสินค้าของข้าแบบนี้ ” ซูฉีขอบคุณขุนพลสือผู้เป็นผู้ดูแลในการค้าขายในครั้งนี้กับนาง
ขุนพลสือหยางใบหน้าเรียบเฉย ในใจของขุนพลหน้านิ่งผู้นี้รู้ดีอยู่แล้ว ของพวกนี้คนที่จ่ายเงินในการซื้อไม่ได้ใช้กองทัพ แต่เป็นท่านแม่ทัพของมัน
ท่านแม่ทัพของมันซื้อของพวกนี้ไปโดยที่ใช้กองทัพบังหน้า มันเองก็เพียงแค่ทำตามคำสั่งของท่านเเม่ทัพเท่านั้น
ขุนพลสือพยักหน้าตอบรับกลับไป ไหนๆมันก็รับงานแสดงนี้มาแล้วมันเองก็จำเป็นจะต้องแสดงให้แนบเนียนที่สุด
“ ของพวกนี้ข้าจะคนส่งกลับไปถึงกองทัพ การค้าขายในครั้งนี้ก็ถือว่าจบลงเพียงเท่านี้ ”
“ เข้าใจแล้วค่ะแต่ว่าท่านอยากจะใช้สินค้าของข้าอีก ท่านเองก็อย่าลืมอุดหนุนข้าอีกนะเจ้าคะข้าพร้อมขายของพวกนี้ให้กับท่าน ” นางพูดด้วยใบหน้า
ยามนี้การค้าขายนี้มันทำให้นางได้เงิน เพียงแค่ใช้เวลาสิบวันสามารถหาเงินเหล่านี้ได้ถึงสองร้อยตำลึงเงิน
สามารถซื้อที่ดินที่นางนั้นหมายปองอยู่ได้ตั้งหลายแปลง เงินจำนวนขนาดนี้ถ้าไม่ใช่กองทัพก็คงจะไม่สามารถหาได้
การค้าขายในเมืองของวิเศษพวกนี้ขายให้กับเหล่าเศรษฐีภายในเมืองพวกมันก็คงจะไม่ซื้อ ไม่เพียงเท่านั้นเศรษฐีภายในเมืองแห่งนี้ก็คงจะไม่มีเงินทุนมากขนาดพอจะซื้อของวิเศษพวกนี้
เพราะแบบนั้นนางเลยเลือกตัดสินใจในการซื้อขายกับกองทัพ และมันก็ได้ผลจริงๆ นางทำกำไรก้อนโตได้จากการค้าขายในครั้งนี้
สือหยางพยักหน้าตอบรับกลับไป แม้ว่าภายในใจของขุนพลหน้านิ่งจะรู้อยู่แล้ว ว่าอันที่จริงแล้วสำหรับของเหล่านี้ไม่จำเป็นกับกองทัพของมันเลยแม้แต่น้อย
ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการเดินทัพ แต่ว่าน้ำสะอาดก็ไม่ใช่ห้ายากเย็นขนาดนั้น โดยทั่วไปกรรมวิธีการเคลื่อนทัพเสบียงอาหารหรือแม้แต่น้ำก็ถูกจัดเตรียมเอาไว้อย่างพร้อม
ถ้าเกิดว่าแม่ทัพใหญ่ไม่ได้ออกเงินตัวเองในการซื้อของ ย่อมไม่มีเหตุผลที่กองทัพจะซื้อของเหล่านี้ไป
ขุนพลสือหยางหันหลังเดินออกจากสถานที่แห่งนี้โดยที่ไม่พูดจาอะไร มันรับหน้าที่ในการขนส่งของเหล่านี้กลับไปที่กองทัพ
ซูฉีแสดงรอยยิ้มหลังจากทำการค้าขาย นางโยนถุงเงินภายในมือไปมา “ ยอดเยี่ยมเลยค้าขายเพียงแค่สิบวันได้เงินตั้งขนาดนี้ ”
“ เอาล่ะทีนี้ก็เหลือเพียงแค่ซื้อที่ดินและก็ สื่อวิญญาณพฤกษาโบราณจากร้านค้าความดี ”
“ การลงทุนในครั้งนี้เหนื่อยไม่น้อยเลยทีเดียว เอาล่ะมาดูกันว่าความเสี่ยงที่เกิดขึ้นมันจะออกในด้านที่ดีหรือด้านที่แย่ ”
นางอดใจไม่ไหวแล้วว่าการลงทุนในครั้งนี้ นางจะได้กำไรหรือไม่
หลังจากที่ได้เงินสองร้อยตำลึงเงิน สิ่งที่ซูฉีทำก็คือเร่งเดินทางไปที่ที่ดินที่หนังต้องการ ติดต่อการซื้อขายร่างสัญญา
ในที่สุดแล้วสัญญาที่ดินของที่ดินผืนนั้นก็เป็นของนางจนได้ นี้เป็นที่ดินผืนที่สองภายในเมืองชายแดนอันห่างไกลแห่งนี้ ที่นางได้ซื้อในชื่อของนาง
ใช้เวลาดำเนินการซื้อขายอยู่สองวัน ในยุคสมัยนี้ไม่ได้เหมือนกับยุคสมัยที่นางจากมา ไม่ใช่ว่าการซื้อขายที่ดินซื้อหนึ่งวันแล้วจะเสร็จ
มันต้องมีเวลาในการดำเนินการและต่างๆอีกมากพอควร เพราะแบบนั้นเลยต้องสองวันกว่าที่การซื้อขายที่ดินจะเสร็จ
แต่ในที่สุดนางเองก็ได้เป็นเจ้าของและได้ถือสิทธิ เมื่อได้เป็นเจ้าของที่ดินนี้แล้วสิ่งที่นางทำก็คือการเดินทางไปตรวจดูที่ดิน
การตรวจดูที่ดินเป็นสิ่งที่สำคัญ ซูฉีเดินผ่านที่ดิน ภายในที่ดินผืนนี้มีพื้นที่กว้างขวาง มีต้นหญ้าขึ้นสูงถึงบริเวณเอวของนาง
นางใช้มือของตนเองปัดต้นหญ้าที่สูงถึงบริเวณเอวของนางออก นางแหวกเข้าไปบริเวณด้านในเพื่อไปสำรวจ
ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยมาเดินสำรวจที่ดิน แต่ว่าที่ดินนี่ก็เป็นที่ดินที่ถือครองด้วยผู้อื่นนางไม่สิทธิ์มีจะย่างกายเข้ามา
เพราะแบบนั้นเลยได้แต่สำรวจบริเวณด้านนอกใช้ดวงตามองและดู แต่ในตอนนี้นางจึงสามารถเข้ามาด้านในได้
การสำรวจด้านในเป็นไปอย่างต่อเนื่องนางเดินผ่านต้นหญ้าที่ขึ้นสูงถึงบริเวณเอวอันแสนอันตราย เดินสำรวจไปสำรวจมาพื้นที่ที่ดินแห่งนี้กว้างขวาง
ต้นหญ้าแห้งๆพื้นดินที่แม้แต่ต้นหญ้าที่ขึ้นยังแทบจะไม่สามารถอยู่ได้ ไม่ว่าผู้ใดมองเห็นแบบนี้ก็คงคิดว่าที่ดินผืนนี้ไม่สามารถปลูกพืชได้อย่างแน่นอน
‘ ที่ดินแห้งแล้งจริงๆ ผืนดินแห้งแล้งเพราะหน้าดินไร้ซึ่งความชื้นและก็ไม่มีสารอาหาร ’
‘ แต่ว่านะพื้นที่และทำเลมันกลับดีเป็นอย่างมาก คงจะต้องรอลุ้นกับวิญญาณพฤกษาโบราณ ’ นางคิดในใจหลังจากสำรวจที่ดินแห่งนี้
ปรากฏว่าที่ดินผืนนี้มันมีทั้งข้อดีข้อเสีย ถ้าเกิดว่านางสามารถเปลี่ยนที่ดินพืชนี้ให้กลายเป็นที่ดินที่อุดมสมบูรณ์ได้มันจะกลายเป็นที่ดินทองคำอย่างไม่ต้องสงสัย
ซูฉีสำรวจที่ดินอยู่สักพักหลังจากนั้นนางก็ได้เดินทางกลับ ผ่านไปประมาณสองวันเต็มๆ ในที่สุดนางเองก็สามารถเก็บแต้มความดีที่นางต้องการจะใช้
[ แต้มความดีของท่านมีอยู่ในตอนนี้สามพันห้าร้อยแต้ม ]
ข้อความจากระบบปรากฏอยู่ ในที่สุดนางเองก็สามารถเก็บรวบรวมแต้มอยู่ในจำนวนที่นั่งต้องการได้แล้ว
[ ต้องการซื้อวิญญาณพฤกษาโบราณใช่หรือไม่ ]
ซูฉีอยู่ในห้วงภวังค์ความคิดของนาง รอบๆเต็มไปด้วยความมืดมิดมีเพียงแค่แสงสว่างถวายจากข้อความที่อยู่ด้านหน้า
ระบบร้านค้าความดีกำลังบอกว่านางนั้นสามารถซื้อของที่นางต้องการได้แล้ว ในเวลาการเก็บเกี่ยวแต้มความดีตลอดหลายวันที่ผ่านมา
ในที่สุดนางก็สามารถสะสมแต้มความดีได้ครบตามที่นางต้องการ “ ในที่สุดก็ครบสักทีเพียงแค่นี้เงื่อนไขที่เราต้องการก็เสร็จแล้ว ”
“ เอาละตกลงการซื้อ!!! ”
จบบท