ไม่ต้องสงสัยเลยว่างูั์ตัวนี้เป็สัตว์อสูรระดับเืศักดิ์สิทธิ์ โดยปกติสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำมักจะล่ายากอยู่แล้ว ยิ่งเป็สัตว์อสูรระดับเืศักดิ์สิทธิ์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ยิ่งกว่านั้นนี่เป็แม่น้ำในถ้ำที่เกือบจะมืดสนิทเสียด้วย
โอรส์และพรรคพวกที่ว่ากันว่ามีฝีมือเก่งกาจ มีทรัพยากรเพิ่มศักยภาพในการต่อสู้และป้องกันตัวมากมายก็ยังไม่คิดต่อกรกับมัน พวกเขาตั้งใจว่าจะให้งูได้กินจนอิ่มท้องและเลิกล่าเหยื่อ เพื่อให้พวกของตนสามารถข้ามแม่น้ำไปอีกฝั่งได้อย่างปลอดภัย
หานเซินยังคงจ้ำพายสุดกำลังขณะที่สายตาเพ่งมองจุดหมายบนตลิ่งอีกฝั่งอย่างมุ่งมั่น หลังพายมาถึงกลางแม่น้ำ แสงจากคบไฟก็เริ่มส่องไปถึงฝั่งตรงข้ามได้เล็กน้อย
ั้แ่ฝึกวิชากระดูกหยกผิวหิมะ ร่างกายของเขาก็ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นมาก สายตาก็พัฒนาขึ้นจนมีความสามารถในการมองเห็นในที่มืดได้ดีกว่าปกติหลายเท่า ตอนนี้เขามองเห็นผนังหินอีกฝั่งของแม่น้ำที่มีปากถ้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณสองถึงสามเมตร นี่น่าจะเป็จุดหมายที่กลุ่มของโอรส์ตั้งใจจะเข้าไป
*ฟุ่ม*
ขณะกำลังมองสำรวจถ้ำเป้าหมายอยู่นั้น หานเซินก็ได้ยินเสียงน้ำกระเพื่อมรุนแรงดังขึ้นใกล้ ๆ จึงรู้ทันทีว่าสถานการณ์ไม่ดีแล้ว เขารีบหันไปดูก็เห็นงูั์เกล็ดดำโผล่ขึ้นเหนือน้ำห่างจากเรือในระยะไม่ถึงสองเมตร ปากใหญ่กำลังอ้ากว้าง ขณะมันพุ่งเข้าหาเรือเขามองเห็นเขี้ยวแหลมยาวทั้งบนและล่างชัดเจน
หานเซินะโลงน้ำทันทีโดยไม่ต้องคิด พร้อมเรียกชุดเกราะด้วงทมิฬออกมาใช้ เกราะห่อหุ้มร่างกายทั้งหมดใต้น้ำขณะที่ตัวเขาดำดิ่งลงไปในน้ำลึกและหาทางว่ายเข้าฝั่งที่มีปากถ้ำสองเมตรอยู่อย่างรวดเร็ว
อย่างที่บอก โชคดีที่หานเซินได้ฝึกวิชาโคเจเนติกกระดูกหยกผิวหิมะ เขาจึงสามารถมองเห็นได้ราง ๆ แม้จะอยู่ใต้ผืนน้ำที่มืดสนิทเช่นนี้
การข้ามลำน้ำใต้ดินเต็มไปด้วยโศกนาฏกรรมชวนสยอง อสูรคล้ายงูเกล็ดดำไม่เพียงมีขนาดมหึมา แต่มันยังดูหิวโหยมากจนน่าใ…หรือไม่ก็แค่้าฆ่ามนุษย์เล่นเพื่อความสนุกเท่านั้น
สุดท้ายกลุ่มนักล่ารับจ้างจำนวนเกือบสี่สิบคนบนเรือยางกว่าสิบลำ ก็เหลือเพียงเรือสองลำที่ไปถึงฝั่งตรงข้ามได้ โดยมีคนรอดชีวิตบนเรือทั้งสองลำรวมกันแค่เจ็ดคน คนที่เหลือถ้าไม่ถูกกินก็จมหายไปกับสายน้ำ ไม่รู้ถึงชะตากรรมที่ชัดเจน แต่ดูท่าคงไม่มีใครรอด
หลังจากเรือทั้งสองขึ้นฝั่ง อสูรงูเกล็ดดำก็ไม่โผล่ขึ้นมาอีก
“โอรส์ เ้างูเกล็ดดำนั่นถึงจะเป็สัตว์อสูรระดับเืศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็ไม่ได้ฉลาดเท่าไหร่ ดูสิ! พอมันกินอิ่มแล้วก็หายไปเลย ทีนี้เราก็น่าจะข้ามแม่น้ำได้อย่างปลอดภัยแล้วละ” หลัวเทียนหยางพูดอย่างยินดี ไม่ได้สลดใจกับคนหลายชีวิตที่สูญเสียไปสักนิด
“ข้ามแม่น้ำได้!” โอรส์ออกคำสั่ง นักล่ากลุ่มโอรส์สิบกว่าคนแบ่งกันขึ้นเรือยางสามลำ แล้วพายไปยังฝั่งตรงข้าม
และเป็จริงตามคาด ทั้งสามลำข้ามมาถึงอีกฝั่งได้โดยสวัสดิภาพ เ้างูเกล็ดดำไม่โผล่ขึ้นมาโจมตีอีกเลย
“ยืนเฉยกันทำไม เดินเข้าไปในถ้ำสิ!” หลัวเทียนหยางตวาดพร้อมเงื้อแส้ฟาดไปที่ผู้รอดชีวิตเจ็ดคนอย่างแรง พวกเขาถูกบังคับให้เดินเข้าไปในถ้ำพร้อมความหวาดกลัว
ผู้รอดชีวิตทั้งเจ็ดตัวสั่นด้วยความกลัวอย่างมาก ตอนนี้พวกเขาต่างเสียใจที่โลภมากจนยอมรับงานนี้ ในใจพวกเขามีแต่ความสิ้นหวังและหดหู่เพราะรู้สึกว่าครั้งนี้อาจจะต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ และเงินที่รับมาก็คงไม่มีประโยชน์อีกแล้ว
อย่างไรก็ตาม ตลอดเส้นทางในถ้ำแคบที่พวกเขาเดินเข้ามาก็ไม่เจอกับสิ่งมีชีวิตประหลาดหรืออันตรายใด ๆ อีก หลังเดินเท้าไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ทั้งหมดก็มาถึงจุดสิ้นสุดของถ้ำ
ที่ปลายถ้ำเป็โถงกว้างมีบ่อน้ำขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง ข้าง ๆ บ่อน้ำมีรังหินที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณสิบกว่าเมตร ใจกลางรังหินมีไข่สองฟองขนาดประมาณไข่นกกระจอกเทศแต่มีลวดลายสีดำอยู่บนเปลือก
“ฮ่าฮ่า ๆ! ไม่ผิดหวังจริง ๆ ไข่ของอสูรเืศักดิ์สิทธิ์ มีตั้งสองฟองแน่ะ ในที่สุดจีโนพอยต์เืศักดิ์สิทธิ์ของฉันก็จะเกินแปดสิบสักที” โอรส์ะเิเสียงหัวเราะดังลั่น
ถึงแม้จะดีใจ แต่คนอย่างเขาก็ไม่ได้ประมาท หนึ่งในสามผู้ยิ่งใหญ่ส่งสายตาบอกหลัวเทียนหยาง ซึ่งอีกฝ่ายก็เข้าใจทันที
คนสนิทของโอรส์ใช้แส้บังคับกลุ่มนักล่ารับจ้างไปเก็บไข่ นักล่าทั้งเจ็ดเดินเกาะกลุ่มเข้าไปในรังหินด้วยความหวาดหวั่นแล้วค่อย ๆ หามไข่ทั้งสองฟองออกมา
*บุ๋ม ๆ*
ทว่าก่อนที่พวกเขาจะเดินพ้นเขตรังหิน จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงฟองอากาศผุดขึ้นในบ่อ
*ฟุ่ม*
ตามมาด้วยเสียงน้ำกระจายพร้อมกับหัวงูขนาดใหญ่โผล่ขึ้นพ้นน้ำ ดวงตาเรืองแสงแดงก่ำของมันจับจ้องกลุ่มนักล่ารับจ้างที่กำลังอุ้มไข่
“บ้าเอ๊ย! มัวเฉยทำไม โยนไข่มาทางนี้สิวะ!” โอรส์ะโใส่คนพวกนั้น แต่เพราะทุกคนต่างใกลัวจึงตัวแข็งทื่อ ถูกงูั์เกล็ดดำจ้องอยู่ใกล้ขนาดนี้ทำให้พวกเขาไม่สามารถขยับตัวได้ โอรส์ะโถึงสองครั้งก็ยังไม่มีใครตอบสนอง
“ไอ้พวกไร้ประโยชน์!” ผู้ยิ่งใหญ่แห่งฐานพักพิงเกราะเหล็กสบถด้วยความโมโห ก่อนจะเรียกดาบสีแดงออกมา แล้ววิ่งตรงเข้าหากลุ่มนักล่ารับจ้างอย่างรวดเร็ว
หลัวเทียนหยางและพรรคพวกก็ไม่กล้าเสียเวลา รีบเรียกอาวุธิญญาอสูรออกมาใช้ แล้วตามโอรส์ไป
ก่อนที่แม่งูจะทันทำอะไร โอรส์ก็คว้าไข่ทั้งสองฟองจากนักล่าที่ตื่นกลัวมากอดไว้ได้แล้ว จากนั้นก็หันหลังเตรียมวิ่งออกจากถ้ำทันที
งูั์เกล็ดดำนั้น ตอนแรกยังลังเลที่จะโจมตีเพราะห่วงความปลอดภัยของไข่ แต่เมื่อเห็นมนุษย์ในชุดเกราะสีเงินขโมยไข่วิ่งหนีไป มันก็โกรธจนตัวสั่น กระโจนออกจากบ่อน้ำและพุ่งตรงเข้าหาหัวขโมยอย่างดุร้าย
“ขวางมันไว้!” โอรส์ะโสั่งขณะที่สองเท้าโกยอ้าวไม่ยอมหยุด พยายามหอบไข่พาตัวเองหนีออกไปให้พ้นอันตรายโดยไม่คิดสนใจใครหรืออะไรทั้งนั้น
แน่นอนว่าหลัวเทียนหยางอำมหิตยิ่งกว่า เขาจับคนสองคนที่กำลังสั่นกลัวแล้วโยนเข้าหางูั์ทันที งูอ้าปากกว้าง เมื่องับคนหนึ่งได้ก็กลืนทั้งเป็ลงท้องไปในไม่กี่วินาที
พวกพ้องคนอื่น ๆ เห็นก็ทำตาม โดยใช้นักล่ารับจ้างที่ยังเหลือรอดเป็โล่มนุษย์เพื่อถ่วงเวลางูั์ ขณะที่ตัวพวกเขาพยายามถอยหนีออกจากถ้ำอย่างเร่งรีบ
โอรส์กอดไข่งูสองฟองวิ่งไปอย่างรวดเร็วจนถึงปากถ้ำ เมื่อเห็นว่าแม่งูไม่ได้ตามมา ในใจเขาก็ลิงโลด
แต่ทันใดนั้น จู่ ๆ ก็มีกำปั้นสีทองปริศนาพุ่งมาจากมุมที่ไม่คาดคิด
โอรส์นึกไม่ถึงว่าจะมีคนดักซุ่มอยู่ที่ปากถ้ำ กำปั้นในเกราะทองวาววับกระแทกหน้าเขาอย่างจังจนจมูกหักและเบี้ยว เืกระฉูด ฟันโยกคลอน ร่างล้มลงไปด้านหลัง เขารีบยกมือกุมใบหน้าที่โดนชกด้วยสัญชาตญาณ คบไฟและไข่งูสองฟองที่กอดไว้จึงหลุดออกจากมือและกลิ้งไปตามพื้น
แทบจะในวินาทีเดียวกัน ร่างในเกราะสีทองก็พุ่งเข้ามาแล้วฉวยไข่ไว้ก่อนจะวิ่งหนีไปยังริมแม่น้ำอย่างรวดเร็ว
“ไอ้เหรียญทองงงงง!!” ชุดเกราะสีทองไม่เหมือนใครแบบนั้นโอรส์จำได้ไม่มีวันลืม จึงกัดฟันกรอดก่อนะเิเสียงร้องด้วยความโกรธแค้น
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ หานเซินอาศัย่เวลาชุลมุนว่ายน้ำขึ้นฝั่ง ทว่าเขาไม่ได้เข้าไปในถ้ำเหมือนคนอื่น ๆ แต่แอบซ่อนตัวอยู่หลังหินก้อนใหญ่ไม่ให้ใครเห็น รอจนกระทั่งโอรส์และพวกเข้าไปในถ้ำจนหมด เขาจึงแอบย่องตามไป และไม่นานเขาก็เห็นโอรส์เผ่นออกมาพร้อมไข่ ด้วยความแค้นปนหมั่นไส้เด็กหนุ่มจึงไม่รีรอ ะโออกไปตะบันหน้าอีกฝ่ายและฉกไข่มาสำเร็จ
หานเซินรู้สึกเสียดายอยู่บ้างที่ง้าววงพระจันทร์ของเขาถูกเสวี่ยหลงเหยียนทำลายไปแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาอาจมีโอกาสได้ลอบสังหารโอรส์ให้จบ ๆ ไปเสีย
เมื่อหานเซินวิ่งมาถึงริมฝั่ง จู่ ๆ น้ำก็กระเพื่อมขึ้นต่อหน้า งูั์เกล็ดดำอีกตัวโผล่ขึ้นจากแม่น้ำและขวางเขาไว้!
“บ้าน่า! มันยังมีอีกตัวเหรอเนี่ย!” เด็กหนุ่มหันไปมองข้างหลังก็เห็นโอรส์และสมุนโผล่ออกจากถ้ำโดยมีงูั์อีกตัวไล่ตามมาไม่ลดละ
“ฮ่าฮ่า ๆ ไอ้เหรียญทอง! ในที่สุดก็เจอตัวสักที คราวนี้มาดูกันว่าฉันจะจัดการแกยังไง!” โอรส์ที่แค้นฝังหุ่นได้เห็นศัตรูถูกงูั์ขวางไว้ก็รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อเห็นงูั์ที่โผล่ขึ้นจากแม่น้ำจ้องมองมาที่เขาอย่างคุกคาม ความคิดในหัวหานเซินก็หมุนเร็วจี๋
และแล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้น… เด็กหนุ่มใช้มือขวาโยนไข่งูไปหาโอรส์ “เอาไป! แบ่งกันคนละฟอง แล้วมาช่วยกันสู้ดีกว่า”
“ไอ้โง่ ใครจะยอมแบ่งวะ! วันนี้ฉันจะต้องได้ไข่ทั้งสองใบไปพร้อมกับได้ชีวิตแกด้วย!” โอรส์คิดว่าคนตรงหน้าโง่มากที่ตัดสินใจแบบนี้ จึงหัวเราะเยาะและรับไข่ไว้ แต่ทันทีที่มือััไข่ เปลือกของมันก็ร้าว… *แคร็ก!* พริบตาเดียวก็แตก…*โพละ*
ไข่แดงและไข่ขาวไหลเคลือบไปทั่วตัวโอรส์ เขาได้แต่ยืนนิ่งอย่างตกตะลึงทำอะไรไม่ถูก
.
.
.