ร่างกายของเธอตอนนี้มันรู้สึกชาไปทั้งตัวเหมือนคนไม่มีความรู้สึกแต่มันกับรู้สึกเจ็บจี๊ดๆที่หน้าอกข้างซ้ายมากขึ้นราวกับมีเข็มเป็พัน ๆ เล่มมาทิ่มแทงซ้ำ ๆทั้งที่รู้ว่าโรคที่บิดาเป็นั้นไม่มีทางรักษาได้แล้ว ยิ่งเมื่อรู้ว่าเหลือเวลาอยู่ด้วยกันสั้นเพียงนิดเดียวเช่นนี้เธอกับทำใจยอมรับไม่ได้เลยไม่ได้เลยจริง ๆ
“พี่ขอโทษนะที่ต้องพูดตรงๆ และขอโทษที่ช่วยอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้”
คุณหมอหนุ่มบอกอย่างรู้สึกผิดในฐานะหมอเขาหมดหนทางในการรักษาแล้วแต่ในฐานะพี่ชายเขาเป็ห่วงความรู้สึกของน้องสาวคนนี้มาก
หากบิดาของเธอจากโลกนี้ไปแล้วหญิงสาวต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังเธอจะเหมือนอยู่ตัวคนเดียวบนโลกนี้คิดแล้วก็อดที่จะสงสารไม่ได้เพาะหลังจากที่เสียมารดาไปเธอไม่เคยอยู่ห่างกับบิดาเลยสักครั้ง
“ไม่ใช่ความผิดของพี่หรอกพอลพี่ทำเต็มที่เท่าที่จะทำได้แล้ว แพรเข้าใจนะเข้าใจทุกอย่างนั่นแหละ แต่เอาเข้าจริงๆ พอเวลานี้มาถึงมันกับทำใจไม่ได้ อธิบายไม่ถูกเหมือนกันทั้งเศร้าเสียใจรวมถึงกลัวด้วย”
เธอปลอบคุณหมอหนุ่มที่ตอนนี้ทำหน้าเศร้ารู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากกว่าเธอซะเสียอีกจากนั้นหญิงสาวได้ระบายความอัดอั้น ความสับสนที่อยู่ภายในใจออกมาครู่ใหญ่ ก่อนที่จะเอ่ยถามถึงอาการของบิดาต่อ
“วันนี้คุณพ่ออาการเป็ยังไงบ้างคะ”
“อาการของคุณอาทรงตัว มีลืมตาตื่นขึ้นมาสื่อสารบ้างบางครั้งพี่ว่า่นี้แพรควรอยู่กับท่านให้มากๆ นะ”
“แพรก็คิดแบบนั้นเหมือนกันจะใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่าที่สุด”
หญิงสาวตอบน้ำเสียงสั่นเครือพร้อมหยดน้ำตาที่ไหลออกมาสองข้างแก้มอย่างกลั้นไม่ไหวถึงภายนอกจะพยายามทำเป็เข้มแข็งมากเพียงใด แต่ภายในใจลึก ๆ มันก็มีความเสียใจหดหู่หัวใจอย่างที่ไม่สามารถอธิบายหรือบอกใครต่อใครให้มาเข้าใจความรู้สึกของเธอตอนนี้ได้
“โอเคใช่ไหม”
เมื่อเห็นหญิงสาวร้องไห้แต่ยังคงพยายามแสร้งทำเป็เข้มแข็งเหมือนไม่เป็อะไรเขาก็อดที่จะเป็ห่วงไม่ได้ หลังเห็นเธอร้องไห้ไม่หยุดอยู่นาน
คุณหมอหนุ่มจึงเดินเข้าไปสวมกอดปลอบทำให้แพรไหมปล่อยโฮออกมาหนักกว่าเดิม คำถามธรรมดา ๆแต่กลับทำให้ใจของหญิงสาวรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาได้บ้างในเวลาเช่นนี้
เธอเพียง้าใครสักคนที่เข้ามาปลอบและถามคำถามพวกนี้กับเธอมันทำให้เธอรู้สึกว่าเธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลกอันโหดร้ายนี้
เมื่อได้ปลดปล่อยความเสียใจออกมาบ้างไม่นานหญิงสาวก็ปิดสวิตช์ตัวเองโดยการนั่งนิ่งเอาแต่ก้มหน้ามองพื้นพยายามควบคุมอารมณ์ให้เป็ปกติ หยุดน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาเธอนั่งทำสมาธิอยู่นานเพื่อไม่ให้ตัวเองอ่อนแอเกินไปในเวลาเช่นนี้เธอต้องเข้มแข็งเข้าไว้
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวนั่งนิ่งในท่าเดิมนานเกินไปคุณหมอหนุ่มจึงดึงร่างของหญิงสาวให้ลุกขึ้นยืนพร้อมกับเดินเข้าไปกอดปลอบอีกครั้งมือหนาตบที่หัวไหล่ของน้องสาวเบา ๆ เป็การให้กำลังใจ
น้อยครั้งนักที่เขาจะแสดงความห่วงใยต่อเธอเช่นนี้อาจเป็เพราะั้แ่ที่เขาและเธอต้องแยกจากกันั้แ่เด็กรวมถึงการใช้ชีวิตอยู่คนละประเทศต่างคนก็ต่างโตมีชีวิตในแบบของตัวเองเลยไม่ค่อยแสดงความรักเช่นนี้ออกมา
“เข้มแข็งไว้นะ”
“แน่นอน..แพรต้องโอเคอยู่แล้วขอบคุณมากนะพอลแพรจะเข้าไปหาพ่อก่อน” แพรไหมบอกทั้งที่น้ำตายังไม่ยอมหยุดไหล
“แพร มีอะไรให้โทรหาพี่ทันทีนะแพรยังมีพี่อยู่ รู้ใช่มั้ย”
หมอหนุ่มย้ำกับหญิงสาวที่มีศักดิ์เป็ลูกพี่ลูกน้องขณะที่เธอกำลังเดินไปยังห้องผู้ป่วย
“อืม แพรรู้ค่ะขอบคุณนะคะ”
แพรไหมหันหน้ามาตอบพร้อมกับส่งรอยยิ้มเจื่อนๆ ให้คุณหมอหนุ่ม แล้วหันกลับไปหยุดยืนที่หน้าประตูห้องพักผู้ป่วยที่ด้านในมีบิดาของเธอพักอยู่เธอใช้หลังมือเช็ดปาดน้ำตาออกจากใบหน้าทั้งสองข้างด้วยความรวดเร็วทั้งที่ยังมีน้ำใสๆ ไหลออกมาเพิ่มไม่ยอมหยุด
แพรไหมพยายามอย่างหนักในการปรับอารมณ์ให้เป็ปกติจนน้ำตาเ้าตัวต้นเหตุก็ยอมหยุดไหลในที่สุดหญิงสาวสูดลมหายใจเข้าออกยาว ๆสองสามครั้งเป็การทำสมาธิก่อนจะปรับสีหน้าเป็ยิ้มหวานอย่างฝืนทน เธอไม่อยากให้บิดาเห็นเธอเศร้าจากนั้นจึงผลักประตูเปิดเข้าไปในห้องราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ฉันมาแล้วขอบคุณมากนะซาร่าที่อยู่เป็เพื่อนพ่อของฉันจนถึงตอนนี้”
“ด้วยความยินดีหมอว่าอย่างไรบ้างเกี่ยวกับอาการของพ่อเธอ” ซาร่าถามขึ้นทันทีด้วยความเป็ห่วง
“ฉันคงต้องทำใจเพราะไม่มีทางรักษาแล้วท่านอาจจะอยู่กับฉันได้อีกไม่นาน”
เธอบอกเสียงเบาสีหน้าหม่นลงก่อนจะปรับสีหน้าเป็รอยยิ้มขึ้นมาใหม่ถึงจะกล้ำกลืนฝืนทนมากแค่ไหน แต่เธอจะไม่ทำให้ทุกคนเป็ห่วง
“ฉันเสียใจด้วยนะมีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้บ้างไหม”
“ไม่เป็ไรขอบคุณมากนะซาร่า ขอบคุณมากจริงๆ นี่เป็เงินส่วนที่เหลือของคุณ จากนี้คุณไม่ต้องมาแล้ว่เวลาที่เหลือต่อจากนี้ฉันจะดูแลพ่อด้วยตัวเองขอบคุณสำหรับที่ผ่านมา"
แพรไหมกล่าวขอบคุณพยาบาลพิเศษอย่างซึ้งใจที่ผ่านมาซาร่าดูแลบิดาของเธอเป็อย่างดีและคอยช่วยเหลือเธอในหลายๆเื่บางเื่ก็เกินหน้าที่ของพยาบาลที่มีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยด้วยซ้ำแต่ซาร่าก็ช่วยด้วยความเต็มใจ
นั่นเป็ความโชคดีของเธอที่ได้พยาบาลสาวคนนี้มาดูแลบิดาแต่ต่อจากนี้เธอจะทำหน้าที่นี้เองใน่สุดท้ายของชีวิตบิดา เธอตั้งใจจะดูแลท่านด้วยตัวของเธอเอง
“มันคือหน้าที่ของฉันและฉันยินดีที่ได้ช่วยคุณฉันเต็มใจที่จะทำมันหากคุณเปลี่ยนใจ ้าให้ฉันช่วยสามารถโทรหาฉันได้ทุกเมื่อฉันจะรอคุณโทรมานะ”
พยาบาลสาวกล่าวทิ้งท้ายอย่างเข้าใจว่าหญิงสาว้าใช้เวลาที่เหลือกับบิดาของเธอ
“ขอบคุณอีกครั้ง ซาร่า”
เธอกล่าวขอบคุณอีกครั้งอย่างซึ้งใจเมื่อพยาบาลสาวกลับไปแล้วแพรไหมจึงทรุดตัวลงนั่งข้างๆ บิดา ดวงตากลมหม่นเศร้าจ้องพินิจพิจารณามองใบหน้าชายชราที่กำลังนอนหลับอยู่อดคิดไม่ได้ว่าหากบิดาจากไปแล้วเธอจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ได้อย่างไร
ชีวิตที่ผ่านมาของเธอนั้นจะต้องมีบิดาคอยอยู่ข้าง ๆ ตลอดทั้งในยามสุข ยามทุกข์ ยิ่งคิดหัวใจดวงน้อย ๆก็เริ่มหม่อนลงดวงตายังคงจับจ้องใบหน้านั้นราวกับจะบันทึกเก็บไว้ในความทรงจำอย่างไม่มีวันลืม