เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 3 บทที่ 85 โลหิตจิ้งจอก

            อุณหภูมิบริเวณก้นเหวต่ำกว่าด้านบนมากนัก

            คนสองคนที่นอนอยู่ด้านนอกทั้งคืนตัวแข็งทื่อด้วยความหนาวเย็นกระทั่งฮั่วเยี่ยนไหวพาไป๋เซี่ยเหอเข้าไปในถ้ำแล้วจุดฟืนร่างกายจึงค่อยมีความอบอุ่น

            ฮั่วเยี่ยนไหวพาร่างของไป๋เซี่ยเหอขยับเข้าไปใกล้ฟืนอีกเล็กน้อย

            ระหว่างที่กำลังขยับอยู่นั้น

            แววตาของฮั่วเยี่ยนไหวก็มืดมนลงเขายื่นมือไปเลิกแขนเสื้อของนางอย่างรวดเร็ว รูม่านตาของเขาหดลงเล็กน้อยทันที

            นางบาดเจ็บที่ข้อมือได้อย่างไร?

            เมื่อวานยามที่เขาพันแผลที่หลังให้นางข้อมือยังไม่มีบาดแผลใดๆ เลย

            นอกจากนี้คราบเลือดยังดูสดใหม่!

            ฮั่วเยี่ยนไหวคลายผ้าเช็ดหน้าที่พันข้อมือของนางออกบาดแผลเรียบร้อยดี ราวกับถูกอาวุธมีคมบาด

            ทว่าอาวุธมีคมจากที่ใดกัน?

            หลังจากตกลงมาที่ก้นหน้าผาพวกเขาล้วนปลอดภัยดี เหตุใดถึงยังบาดเจ็บได้?

            เสียงฝีเท้าที่ฟังดูยุ่งเหยิงและไร้ระเบียบดังขึ้นด้านนอก

            ฮั่วเยี่ยนไหวลุกขึ้นยืนด้วยความระแวดระวัง

            “ท่านอ๋องอยู่ด้านในหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

            ฮั่วเยี่ยนไหวมุ่นคิ้วเล็กน้อยเขาบังร่างของไป๋เซี่ยเหอเอาไว้โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ก่อนจะเดินออกไปนอกถ้ำ

            “ข้าอยู่นี่”

            นอกจากอิ๋งเฟิง ยังมีอินทรีโลหิตอีกห้าคนและยังมีหมอหลวงฉินอีกคน

            “ท่านอ๋องท่าน...เป็นอะไรหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

            ฮั่วเยี่ยนไหวมีสีหน้าซับซ้อนเขามองไปข้างหลังเป็นครั้งคราว “อืม”

            “แต่ว่า...เมื่อก่อนต้องใช้เวลาถึงสามวันพอพวกกระหม่อมหาท่านไม่เจอ ก็ร้อนใจแทบตาย กลัวว่า...”

            ความเจ็บปวดที่ท่านอ๋องได้รับนั้นเรียกได้ว่าปางตายเชียว!

            “ท่านหมอตรวจชีพจรให้ท่านอ๋องเถิด”

            หมอหลวงฉินจับชีพจรอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยด้วยใบหน้าจริงจัง“ทุกอย่างเป็นปกติ เพียงแต่ของสิ่งนั้นไม่ใช่ว่าไม่กำเริบแต่ถูกยับยั้งอย่างรวดเร็วพ่ะย่ะค่ะ”

            “ท่านอ๋อง เกิดอะไรขึ้นพ่ะย่ะค่ะ?ท่านหาวิธียับยั้งของสิ่งนั้นได้แล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

            “เปล่า”

            น้ำเสียงของฮั่วเยี่ยนไหวยังคงเฉยเมยแต่คิ้วที่ขมวดมุ่นแฝงไว้ด้วยความสับสน

            ไม่มีผู้ใดเข้าใจของสิ่งนั้นที่อยู่บนร่างของเขามากไปกว่าเขาแล้ว

            เขาต้องทุกข์ทรมานตลอดหลายปีมานี้

            แม้ว่าจะรักษาทุกปีทว่าเมื่อถึงช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิของทุกปี อาการจะต้องกำเริบหนหนึ่ง

            อาการกำเริบกินเวลาสามวันทำให้เขาเจ็บปวดเจียนตาย

            ในอดีตทุกคราที่อาการกำเริบเขาล้วนแล้วแต่พึ่งพาเข็มเงินกับการแช่น้ำยา หากฝืนร่างกายจะระเบิดตาย

            ทว่าครั้งนี้...

            อาการกลับบรรเทาลงอย่างรวดเร็ว

            จนเขาไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลย

            ฮั่วเยี่ยนไหวหยิบผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลือดที่ถูกพันไว้ที่ข้อมือของไป๋เซี่ยเหอเมื่อครู่นี้ออกมาจากแขนเสื้อก่อนจะส่งให้หมอหลวงฉิน

            หมอหลวงฉินไม่ทราบต้นสายปลายเหตุเขารับมันไปด้วยใบหน้าจริงจัง “นี่มันเลือดพ่ะย่ะค่ะ”

            อิ๋งเฟิงกลอกตาอย่างอดรนทนไม่ไหว“ขอร้องล่ะท่านหมอหลวงฉิน คนตาไม่บอดย่อมรู้ว่านี่คือเลือด”

            หมอหลวงฉินลูบเครารอยยิ้มกระอักกระอ่วนถูกบดบังอยู่ใต้เครายาวสีขาว

            เขานำผ้าเช็ดหน้ามาอังที่จมูก

            กลิ่นหอมบนผ้าเช็ดหน้านับว่าเป็นของคู่กับสตรีทุกนางทว่า...

            “เป็นเลือดจิ้งจอกพ่ะย่ะค่ะ”

            หมอหลวงฉินตะโกนเสียงดังจนทำให้อิ๋งเฟิงตกอกตกใจ“เลือดจิ้งจอกอะไรขอรับ?”

            คงไม่ใช่...จิ้งจอกน้อยตัวนั้นกระมัง?

            อิ๋งเฟิงตกใจจนขาอ่อน

            แววตาของฮั่วเยี่ยนไหวมืดมนด้วยความตกใจทันทีแววตาคมปลาบราวกับน้ำค้างแข็งจับจ้องไปที่ใบหน้าของหมอหลวงฉิน ก่อนจะถามอย่างร้อนรน“ท่านแน่ใจหรือ?”

            ไม่มีผู้ใดรู้นอกจากเขาว่าผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เป็นของผู้ใด

            นอกจากนี้ เขายังถอดมันออกจากข้อมือของไป๋เซี่ยเหอด้วยตนเอง

            “เป็นเลือดจิ้งจอกไม่ผิดแน่พ่ะย่ะค่ะ”

            หมอหลวงฉินสบกับแววตาเย็นเยียบชวนให้หวาดผวาคู่นั้นโดยไม่ขลาดกลัวแม้แต่น้อยเขามั่นใจในวิชาแพทย์ของตนเองเป็นอย่างมากมาแต่ไหนแต่ไร

            เขามองฮั่วเยี่ยนไหวด้วยสีหน้ามั่นใจแล้วเอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำ “กระหม่อมเคยรักษาจิ้งจอกน้อยของท่านอ๋องมาก่อนจึงแยกแยะว่าเป็นเลือดจิ้งจอกได้อย่างรวดเร็วพ่ะย่ะค่ะ”

            ในเวลานี้แววตาของฮั่วเยี่ยนไหวที่แต่เดิมเย็นเยียบกลับลุ่มลึกขึ้นหลายส่วน

            เห็นอยู่ชัดๆว่าผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ถูกถอดออกมาจากข้อมือของไป๋เซี่ยเหอ

            นอกจากนี้

            เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเลือดนั้นเป็นเลือดจากบาดแผลที่ข้อมือของไป๋เซี่ยเหอ

            ยามที่เขาถอดผ้าเช็ดหน้าแม้ว่าบาดแผลที่ข้อมือของนางจะตกสะเก็ดแล้ว ทว่าคราบเลือดที่เปื้อนอยู่รอบๆบาดแผลย่อมไม่สามารถหลอกลวงได้

            ทว่าหมอหลวงฉินไม่มีความจำเป็นต้องหลอกเขา

            นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?

            ไป๋เซี่ยเหอ...จิ้งจอกน้อย...

            จิ้งจอกน้อย...ไป๋เซี่ยเหอ

            “พวกเจ้ากลับไปก่อนอิ๋งเฟิงไปนำรถม้ามา”

            ทุกคนรับคำสั่ง จากนั้นก็แยกย้ายกันไปหุบเหวแห่งนี้จึงเหลือเพียงฮั่วเยี่ยนไหวกับไป๋เซี่ยเหอแค่สองคน

            ฮั่วเยี่ยนไหวหันหน้าไปมองไป๋เซี่ยเหอเขาที่แต่ไหนแต่ไรไม่เคยแสดงอารมณ์ออกมา ยังอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจ

            เขาเห็นเพียงว่าเหนือศีรษะของเด็กสาวที่นอนอยู่บนพื้นที่ปูด้วยฟางและเสื้อผ้านั้นมีใบหูขนปุกปุยสีขาวโผล่ขึ้นมาสิ่งนี้เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเขาด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

            เมื่อใบหูโผล่ขึ้นมาแล้ว มันก็กระดิกไปมาสองสามทีดูน่ารักน่าชังอย่างยิ่ง

            ฮั่วเยี่ยนไหวอยู่ร่วมกับจิ้งจอกน้อยมาเนิ่นนานเขาย่อมจำใบหูที่มีขนปุกปุยคู่นั้นได้ในปราดเดียว

            เป็นจิ้งจอกน้อยจริงๆ

            หางปุกปุยขนาดมหึมาจำนวนเก้าหางส่ายไปมาอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่หางจิ้งจอกแล้วจะเป็นอะไร?

            หากไม่สังเกตเห็นความผิดปกติอีกเช่นนั้นก็โง่แล้ว!

            ฮั่วเยี่ยนไหวยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าขาวซีดหัวใจที่เย็นเยียบและแข็งกระด้าง มีความกระวนกระวายผุดขึ้น

            ภาพเบื้องหน้าคือสิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน

            แววตาสีดำขลับของเขาจับจ้องไปที่หญิงสาวตรงหน้าราวกับต้องการจะมองให้ทะลุไปถึงจิตวิญญาณของไป๋เซี่ยเหอก็ไม่ปาน

            เขาคาดเดาได้อย่างคร่าวๆแล้ว

            ไป๋เซี่ยเหอคือจิ้งจอกน้อย

            จิ้งจอกน้อยก็คือไป๋เซี่ยเหอ

            นางรู้อยู่แก่ใจว่าหากตนเองเสียเลือดมากไปจะกลายร่างเป็นจิ้งจอกแล้วเหตุใดถึงต้องป้อนเลือดให้เขา?

            หรือจะบอกว่าเพื่อช่วยเขาแล้วนางไม่ได้สนใจว่าตนเองจะกลายร่างหรือไม่?

            ฮั่วเยี่ยนไหวเดินมายืนอยู่ข้างกายของไป๋เซี่ยเหอเขานั่งลง แล้วยื่นปลายนิ้วเรียวยาวดุจหยกไปปัดปอยผมบนหน้าผากของนางอย่างเบามือการกระทำนั้นอ่อนโยนอย่างเหลือเชื่อ

            ปลายนิ้วที่เย็นยะเยือกเล็กน้อยสัมผัสกับใบหูที่มีขนปุกปุยนั้นสัมผัสอันอ่อนนุ่มเป็นของจริง ขณะเดียวกันก็มอบความรู้สึกอันคุ้นเคย

            เมื่อพบตำแหน่งของฮั่วเยี่ยนไหวแล้วอิ๋งเฟิงก็นำรถม้าลงไปยังตำแหน่งนั้นอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาหนึ่งชั่วยาม รถม้าก็หยุดลงที่หน้าปากถ้ำ

            “ท่านอ๋องรถม้ามาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

            เนื่องจากรู้ว่าหวังเฟยในอนาคตอยู่ข้างในถ้ำด้วยบางทีนางอาจได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นอิ๋งเฟิงจึงไม่กล้าบุ่มบ่าม เพียงส่งเสียงเรียกอยู่ข้างนอกเท่านั้น

            เวลาผ่านไปครึ่งถ้วยชา

            ฮั่วเยี่ยนไหวเดินออกมาอย่างเชื่องช้าใบหน้าหล่อเหลาไร้เทียมทานไม่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นแม้แต่น้อย

            เขาอุ้มสตรีไว้ในอ้อมแขนด้วยความระมัดระวัง

            อิ๋งเฟิงสูดลมหายใจเย็น คาดไม่ถึงว่าเจ้านายของเขาจะอุ้มสตรี

            เซ่อเจิ้งอ๋องที่ไม่ยอมให้สตรีเข้าใกล้เกินหนึ่งเมตรนึกไม่ถึงว่าจะเป็นฝ่ายอุ้มสตรีด้วยมือตนเอง!

            แม้ว่าสตรีนางนั้นจะเป็นหวังเฟยในอนาคตก็ตาม

            ทว่าก็เพียงพอให้เขาตกใจจนคางหล่นได้แล้ว

            เพียงแต่...

            สถานการณ์ตรงหน้าทำให้เขางุนงงเล็กน้อย

            เขาเห็นเพียงว่าสตรีในอ้อมแขนของฮั่วเยี่ยนไหวถูกห่อด้วยผ้าห่มผืนใหญ่

            อุณหภูมิที่หุบเหวแห่งนี้ต่ำมากการที่สตรีกลัวหนาวย่อมเป็นเรื่องที่อิ๋งเฟิงเข้าใจได้

            เพียงแต่สิ่งที่เขาไม่อาจเข้าใจได้ก็คือ

            สตรีที่ถูกอุ้มไว้ในอ้อมแขนนอกจากดวงตาที่ปิดและจมูกที่โผล่พ้นออกมาแล้วส่วนอื่นของร่างกายล้วนถูกห่อไว้ในผ้าห่มอย่างเรียบร้อย

            ไม่เผยออกมาแม้แต่น้อย

            ถูกห่อราวกับมู่ไหน่อี[1]ก็ไม่ปาน

            นี่ออกจะเกินไปหน่อยหรือไม่?

            อิ๋งเฟิงยังไม่ทันถอนสายตาออกไปจากร่างของไป๋เซี่ยเหอน้ำเสียงเย็นเยียบก็ดังขึ้น

            “ชอบยืนอยู่ที่นี่นักมิสู้นั่งท่าม้าที่นี่ดีหรือไม่?”

            ------------------------

            [1] มู่ไหน่อีหมายถึง มัมมี่

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663