"คะ... คะ… คุณพี่... คือ… ฉันว่าเราใจเย็น ๆ กันก่อนดีไหมคะ"
วินพยายามทำเสียงหวานบอก พร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นยันหน้าอกของพ่อธรรศเอาไว้อย่างระมัดระวัง
"ใจเย็นเหรอครับ? คุณแต่งชุดเซ็กซี่มารอเซอร์ไพรส์ขนาดนี้ ใครที่ไหนจะใจเย็นไหวล่ะครับพิมพ์"
พ่อธรรศหัวเราะในลำคอเบา ๆ พร้อมกับแววตาที่ดีใจอย่างกับเด็กที่กำลังจะได้ของรางวัล
พ่อธรรศขยับแขนเข้าไปกอดให้แน่นขึ้นจนร่างแม่พิมพ์ในชุดซีทรูสีแดงแนบชิดกับตัวเขา
วินตัวแข็งทื่อ สมองของเขาขาวโพล่นจนคิดอะไรไม่ออก ในหัวมีแต่คำว่า ‘ฉิบหายแล้ว!’ วนเวียนอยู่ในหัวเท่านั้น
เขาอยากจะะโบอกความจริงออกไปแทบตาย แต่พอนึกถึงคำพูดของแม่พิมพ์ที่ย้ำว่า
‘ห้ามให้คนในบ้านรู้เด็ดขาด’
ประกอบกับถ้าเขาโวยวายไปตอนนี้ เื่ราวต้องบานปลายจนมองหน้าทุกคน ไม่ว่าจะเป็แม่พิมพ์และเพื่อนสนิทอย่างไอ้มิกซ์ไม่ติดแน่ ๆ
ในขณะที่วินกำลังสับสนจนทำตัวไม่ถูก พ่อธรรศก็ก้มใบหน้าลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจาง ๆ ปะทะเข้ากับจมูก พร้อมกับััอุ่นร้อนที่ข้างใบหูทำเอาเด็กหนุ่มในร่างหญิงสาวขนลุกซู่ไปทั้งตัว สัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นปนหวาดเสียวอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน
"พิมพ์... วันนี้คุณตัวหอมจัง แถมยังดู... ตื่นเต้นกว่าปกติด้วยนะ"
พ่อธรรศพึมพำเสียงพร่าพลางใช้ มือเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและลากผ่านสะโพกอย่างอ่อนโยน
วินได้แต่หลับตาปี๋ สองมือที่เคยยันไปที่หน้าอกของพ่อธรรศไว้เปลี่ยนมาเป็จิกไปบนเสื้อเชิ้ตของพ่อธรรศแน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ความรู้สึกแปลกใหม่ของร่างกายเพศหญิงที่ตอบสนองต่อััของผู้ใหญ่มันช่างรุนแรงจนขาของเขาเริ่มจะหมดแรงเอาเสียดื้อ ๆ ในที่สุดวินก็เลือกที่จะปล่อยเลยตามเลยตามคำอนุญาตของเ้าของร่าง…
พ่อธรรศช้อนอุ้มร่างแม่พิมพ์ในชุดสีแดงขึ้นมาในอ้อมแขน ก่อนจะพาตรงไปยังเตียงนอนหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง
แสงไฟในห้องนอนถูกเอื้อมมือไปหรี่ลงจนมืดสลัว เหลือเพียงเสียงลมหายใจถี่กระชั้นและความเคลื่อนไหวภายใต้ผ้าห่มผืนหนา... ทุกอย่างค่อย ๆ เลือนหายและตัดเข้าสู่ความมืดมิด ทิ้งให้ค่ำคืนอันแสนหวาดเสียวของวันแรกดำเนินต่อไปในความเงียบ
(จบบทที่ 7)