หนึ่งอาทิตย์ถัดมา..
“ป้าจ้ะ เห็นพ่อข้าบ้างไหม” ร่างอรชรในชุดพื้นเมืองเดินย่ำกลับมายังกระท่อมเล็กของตน เสียงหวานถามหญิงวัยสูงอายุที่อยู่กระท่อมถัดไปข้างๆ
“ข้าเห็นพ่อเ้าออกไปไหนั้แ่รุ่งส่างแล้วนี่” นางตอบ
ไอรีนนิ่วหน้าขณะที่สายตามองขึ้นไปยังท้องฟ้า แสงอาทิตย์ที่อ่อนลงบ่งบอกเวลาพลบค่ำซึ่งเป็เวลาที่บิดาของเธอน่าจะกลับมาได้แล้ว..
ท่านพ่อจะเป็อะไรหรือเปล่านะ.. ร่างบางคิด ใบหน้าเรียวส่อเค้าความกังวลแต่เธอก็ตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในกระท่อมเพื่อเริ่มทำอาหารเย็นรอ
“ไอรีน!!” เสียงะโเรียกอย่างตื่นตระหนก ทำให้หญิงสาวต้องโผล่หน้าออกมาทางหน้าต่าง
“ไอรีน!! พะ..พ่อ.. พ่อเ้าน่ะ!!” คีร์ลอฟนั่นเอง.. ชายหนุ่มส่งเสียงเรียกสั่นอย่างเป็กังวล ทำให้อีกฝ่ายเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนัก
ร่างบางวิ่งตึกตั่กลงมาจากกระท่อม ก่อนจะเดินไปหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
“เกิดอะไรขึ้น!? พ่อข้าทำไมรึ?” ไอรีนถามอย่างหนักแน่นแม้ว่าจะรู้สึกหวั่นๆอยู่ในใจ
คีร์ลอฟกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ก่อนจะค่อยๆพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“พ่อของเ้า.. พ่อของเ้าถูกจับขึงอยู่ที่ลานน้ำพุ”
ไอรีนได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าก็ซีดเผือด ร่างบางสั่นกระตุกจนแทบจะเป็ลมล้มพับลงไป ยังดีที่ได้ชายหนุ่มอีกคนประคองเอาไว้
“ใจเย็นๆไอรีน” เขาบอก
“เกิดอะไรขึ้น!!?” เสียงหวานสั่น ร่างบางประคองตัวเองให้มั่นคงก่อนจะออกเดินหมายมุ่งหน้าไปยังลานน้ำพุในตัวเมือง ขาเรียวเริ่มเดินเร็วขึ้น ก่อนเธอจะเปลี่ยนจากการเดินเป็กึ่งเดินกึ่งวิ่ง และในที่สุดไอรีนก็พบว่าตนเองกำลังวิ่งั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้โดยที่เธอไม่รู้สึกถึงความเหน็ดเหนื่อย.. สิ่งที่รับรู้ได้กลับเป็น้ำตาที่เริ่มไหลหยดนองหน้า
ท่านพ่อ.. เกิดอะไรขึ้นกันแน่!.. ข้ามีเพียงท่านที่เป็ครอบครัว.. อย่าทิ้งข้านะ!!
แสงสีทองจากดวงอาทิตย์แทบจะลาลับจากขอบฟ้า กระนั้นลานน้ำพุกลางแห่งเมืองซาบาห์ยังคงหนาแน่นไปด้วยผู้คนที่เดินผ่านไปมา
“นี่คือตัวอย่างของความชั่วร้ายที่เกิดขึ้นในแผ่นดินซาบาห์” ชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ยืนอยู่กลางลานน้ำพุะโกล่าวขึ้น ขณะที่ผู้คนเริ่มเรียงรายกันเข้ามาให้ความสนใจ เมื่อเห็นชายวัยกลางคนอายุเกือบจะ 60 ถูกจับมัดขา มัดแขนไพล่หลังไว้กลางลาน..
“หากแม้นผู้ใดกล้าทำผิดกฎ.. ผู้นั้นมันจักต้องยอมจำนนกับบทลงโทษที่มีมายาวนานกว่าร้อยปี!” เสียงกล่าวดังกึกก้อง “พวกท่านทุกคนคงจะรู้อยู่แล้ว.. ว่าบ้านเมืองของเราถือกฎหมายเป็สำคัญเพียงใด.. และบทลงโทษของเรามันหนักหนาเพียงใด” ธามา.. คนรับใช้คนสนิทประจำตัวชาร์เลโอหยุดเว้นวรรคหายใจ “แต่มันผู้นี้ก็ยังบังอาจ ที่จะทำผิดกฎ คิดลักทรัพย์ที่บ้านเมืองเราได้ถือว่าเป็ความผิดร้ายแรง จะต้องถูกเนรเทศ” เขาหยุดกล่าวอีกครั้ง ขณะที่กวาดสายตาไปรอบๆ ชายหนุ่มก้าวเดินไปเบื้องหน้าของคนที่ขึ้นชื่อว่าทำผิดกฎ ก่อนจะพูดเสียงกึกก้องขึ้นไปอีก
“แต่ที่ร้ายแรงกว่านั้นก็คือ มันผู้นี้หาญกล้า บังอาจคิดจะลักขโมยทรัพย์สินและม้าหลวงแห่งชีคชาร์เลโอ ฟาร์รา เอเดน!!!” สิ้นคำประกาศ เสียงเล่า ซุบซิบนินทาก็ดังระงมไปทั่วลาน ชาร์เลโอ ชายหนุ่มที่ถูกเอ่ยชื่อ ปรากฎตัวขึ้นต่อหน้าสาธารณะชน ยิ่งทำให้เกิดเสียงลือเล่าอ้างกันไปต่างๆนาๆ
“ไม่จริง!” เสียงหนึ่งที่ะโกึกก้องขึ้นมา ทำให้ผู้คนทั้งหลายแหล่หันไปสนใจหญิงสาวผู้มาใหม่ส่งเสียงอย่างไม่กลัวเกรง
ไอรีนเดินแหวกผู้คนเพื่อเข้าไปยังใจกลางลานน้ำพุที่บิดาของเธอถูกจับมัดไว้ อัสลานเห็นบุตรสาวกำลังเดินเข้าก็ส่ายหัวอย่างทุลักทุเล ะโบอกให้เธอกลับไป แต่เมื่อมันไม่ได้ผลเขาจึงส่งสายตาไปให้ชายหนุ่มที่เดินเข้ามาพร้อมเธอ..
“คีร์ลอฟ! พานางกลับไป!”
ชีคชาร์เลโอมองหญิงสาวกล้าเดินแหวกผู้คนเข้ามาด้วยสายตาดุดั่งพญาเหยี่ยว..
นี่นางเองหรือ.. ชายหนุ่มคิด พลางสมองนึกย้อนกลับไปยังภาพของสาวน้อยชุดแดงที่เขาพบเห็นเมื่ออาทิตย์ก่อน..
กล้าจริงนะ.. ะโขึ้นมาขัดประกาศของราชวัง..
“พ่อข้าไม่เคยลักขโมยของใคร!!” ร่างบางะโพูดต่อ “ถ้าหากพวกท่านไม่เชื่อก็ลองถามคนที่นี่ดู.. ใช่ไหม” ใบหน้าหวานหันกลับไปยังฝูงชน สายตาร่ำร้องเรียกขอความช่วยเหลือ
และดูเหมือนมันจะได้ผล.. เสียงบางส่วนดังระงมแสดงความเห็นด้วยกับเธอ
ร่างบางยิ้มตอบรับกระแสผู้คนที่เข้าข้างเธอ ก่อนจะหันกลับมายังลานน้ำพุ.. พลันสายตาก็ได้สบเข้ากับแววตานั้นของชีคหนุ่มที่ยืนอย่างนิ่งขรึมอยู่.. ร่างบางกระตุกน้อยๆเมื่อจับได้ถึงรังสีความเ็าที่แผ่ออกมา..
สายตานั่น..
ไอรีนหลุบตากลับมามองตนเอง.. สายตานั่นมันเหมือน.. เหมือนกับ..ผู้ชายคนนั้น ภาพของชายหนุ่มปิดหน้า แว่บเข้ามาในสมอง.. หรือว่าเขาคือ.. ไม่จริงใช่ไหม!?
ชีคชาร์เลโอ ฟาร์รา เอเดน! ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าไร้หัวใจที่สุดในแผ่นดิน! แม้เธอจะเกิดที่เมืองนี้แผ่นดินนี้แต่ก็เคยเห็นใบหน้าของเขาเพียงครั้งเดียวเมื่อเธอยังเป็เด็กเท่านั้น ไอรีนจำได้ว่าตอนนั้นเธออายุยังน้อยมากจนทำให้แทบจะจดจำเค้าโครงใบหน้าของเขาไม่ได้.. ผู้ชายจิตใจเยือกเย็นที่ขึ้นเป็ชีคปกครองนครรัฐซาบาห์ั้แ่อายุเพียง 18.. นอกจากเขาจะได้ชื่อว่าไร้หัวใจ แล้วยังไม่ค่อยชอบพบปะผู้คนอีกต่างหาก.. ราชวังที่ตั้งอยู่บนเนินเขาที่ห่างไกลออกไปเกือบ 5 กิโลเมตรแทบจะเรียกได้ว่าเป็ผืนดินต้องห้ามที่ชาวเมืองแทบจะไม่ค่อยย่างกรายเข้าไปเพราะไม่อยากจะมีปัญหากับเ้าของ
นอกจากเื่ความโหดร้าย ชีคชาร์เลโอยังมีชื่อเสียงในเื่ความเด็ดขาดอีกด้วย นั่นทำให้ชาวเมืองน้อยคนนักที่จะกล้าทำผิดกฏหมาย พวกเขารู้ดีว่าบทลงโทษที่จะได้รับนั้นไม่คุ้มเลยแม้แต่น้อย ถ้าหากลักเล็กขโมยน้อย โทษก็ถึงกับตัดนิ้วมือนิ้วเท้า หรือไม่ก็ขับไล่ออกจากเมือง.. นี่บิดาของเธอโดนโทษลักทรัพย์สินของหลวง.. เพียงแค่คิดร่างบางก็แทบจะเป็ลมล้มพับลงไปตรงนั้น!