เมื่อฉินหยางได้สติก็ผ่านไปสามวันแล้วเค้าลุกขึ้นนั่งอย่างเ็ป ร่างกายถึงจะหายดีแต่ภายในต้องใช้เวลาอีกสองวัน เค้าได้ยินเสียงท้องตัวเองร้อง ฉินหยางได้หยิบเนื้อย่างออกมากินอย่างรวดเร็ว เมื่อเค้ากินเสร็จได้นั่งสมาธินำตราแห่งไม้ออกมาช่วยรักษา เค้าใช้เวลาอีกสายวันเพื่อให้แน่ใจว่าหายดีแล้วก่อนจะกลับสำนัก เค้าเดินไปที่ผ่าก่อนจะหยิบนกหวีดออกมาเป่า ผ่านไปไม่นานนกกระเรียนก็บินลงมา เค้าขึ้นไปนั่งแล้วบินกลับสำนัก เมื่อผ่านไปสามวันเค้าก็มีถึงสำนักฉินหยางได้เดินเข้าไปไหนหอภารกิจ เมื่อฉินหยางเดินเข้าไปเค้าก็ไปที่ส่งมอบภารกิจ คนที่นั่งอยู่ก็เป็คนเดิน เมื่อหวังเฟือนได้เห็นเค้าเดินมาก็แปลกใจเล็กน้อย เค้านึกว่าฉินหยางทำไม่สำเร็จเค้าจึงปลอบใจ
"เ้าทำไม่สำเร็จก็ไม่แปลกหรอกยังไงเ้าก็พึงมาใหม่"
"ขอบคุณศิษย์พี่มาก แต่ข้าทำสำเร็จแล้ว"
เมื่อหวังเฟือนได้ยินก็แปลกใจเค้าได้พาไปที่ห้องจดบันทึก
"เอาเหละเ้าว่างของตรงนี้ได้เลย"
เมื่อเข้ามาหวังเฟืองก็ได้กล่าว ฉินหยางได้นำดอกเจ็ดสีออกมาก่อนจะนำหัวหมาป่าออกมา เมื่อหวังเฟืองได้เห็นถึงกับอึ้งเค้าไม่คิดว่าจะมีหมาป่าทมิฬเยาะขนาดนี้ เค้ารีบคำนวนอย่างรวดเร็ว
"ศิษย์พี่ข้ามีเื่จะบอก"
ฉินหยางได้เล่าเื่ที่เค้าเจอหุบเข้ามาร เมื่อหวังเฟืองได้ยินสีหน้าก็เปลี่ยนไป
"ศิษย์น้องเ้าแน่ใจน่ะ"
"ข้าแน่ใจข้าได้นำหัวมาด้วย"
"เื่นี้ไม่ใช่ข้าจะจัดการได้ข้าจะนำไปบอกเหล่าผู้าุโ ศิษย์น้องไม่ต้องกังวลถ้าเป็เื่จริงสำนักจะตอบแทนท่านแน่นอน"
หวังเฟืองตอบอย่างเคร่งขรึม เมื่อหวังเฟืองคำนวนเสร็จก็ได้บอกล่ากัน หวังเฟืองได้ไปหาเหล่าาุโส่วนฉินหยางก็กลับไปที่บ้านพัก เมื่อเค้าเดินมาก็ได้เห็นจ้าวเฟิงกับกู่เฉินกำลังนั้งคุยกัน
"พี่ฉินกลับมาแล้วหรอ?"
เมื่อจ้าวเฟิงได้เห็นก็เรียกเค้ามานั้ง กู่เฉินหันไปมองถึงกลับดีใจเพราะตลอดหนึ่งเดือนเค้าก็คิดถึงอาหารที่ฉินหยางทำเป็อย่างมาก เมื่อฉินหยางเห็นความกระตือรือร้น เค้าได้หยิบอาหารออกมาเต็มโต๊ะ เมื่อพวกเค้าเห็นเช่นนั้นก็ไม่รอช้าพวกเค้าได้กินอย่างอร่อย
"นี่เ้าคิดถึงข้ารึคิดถึงอาหารกันแน่"
"แฮๆ..ก็ต้องทั้งสองอยู่แล้ว"
จ้าวเฟิงพูดอย่างเขินอาย
"ฉินหยางข้าว่าถ้าเ้าเปิดร้านอาหารเ้ารวยแน่"
กู่เฉินตอบอย่างจริงจัง
"ข้าก็อยากบ่มเพาะไม่ได้อยากเป็พ่อครัว"
ฉินหยางตอบอย่างเหนื่อยหน่าย พวกเค้าหัวเราะกันก่อนจะเล่าเื่แต่ล่ะคน คนที่เปลี่ยนมากที่สุดคือจ้าวเฟิง เค้ายังซื่อไปเหมือนเดิมแต่กลิ่นอายเปลี่ยนไป จ้าวเฟิงได้เล่าเื่ที่เค้าออกไปทำภารกิจเค้าโดนโจรปล้นระวางทาง เค้าติดในค่ายโจรเป็เวลาสามวันพวกโจรได้พลัดเค้าไปที่แม่น้ำ เค้าลอยไปนานเท่าไรก็ไม่รู้จ้าวเฟิงได้เข้าไปในมิติโบราณ เค้าได้รับมรดกวิชาหลอมกายา เค้าแค่้าสมุนไพรเพื่อมาหลอมกาย เมื่อฉินหยางล่ะกู่เฉินถึงกลับถอนหายใจในที่สุดจ้าวเฟิงก็เข้าใจโลกถึงจะเ็ปหน่อยก็เถอะ กู่เฉินได้เล่าเื่ของเค้า กู่เฉิน้าสมุนไพรเพื่อหลอมโอสถ แล้วได้หลงไปในมิติโบราณรับมรดกของมิตินั้นมาเค้าได้บอกกันฉินหยางล่ะจ้าวเฟิงความจริงแล้วเค้าที่ขั้นสร้างรากฐานขึ้น์แล้ว แต่ต้องปกปิดไว้ ฉินหยางก็ได้เล่าเื่ของเค้าเช่นกันถึงจะไม่หมดก็เถอะ
"เ้าหนูกู่เฉินเ้าฉินหยางนี้ไม่ธรรมดาเลย"
จูก็มีเสียงเข้ามาในหัวที่กู่เฉิน เค้าสะดุดเล็กน้อยก่อนจะถาม
"ฉินหยางบรรลุสร้างรากฐานขึ้น์ได้ตัองไม่ธรรมดาอยู่แล้ว"
"ไม่ใช่นี้ไม่ใช่ขึ้น์"
"เป็ไปได้ไม่ ฉินหยางน่าจะไม่โกหกข้า
กู่เฉินพูดอย่างไม่เชื่อ
"เค้าไม่ได้โกหกเ้า ข้าคิดว่าเค้าก็ไม่รู้เหมือนกัน"
เมื่อกู่เฉินได้ยินเค้าก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
"ท่านอาจารย์ท่านรู้ไหมว่าฉินหยางอยู่ขั้นไหน"
"ั้แ่ที่ข้าเป็นักหลอมโอสถอันดันหนึ่งมานาน ได้ค่อยศึกษาเื่ราวสำคัญมากมาย แต่ข้าไม่เคยได้ยินแบบนี้มาก่อนเลย"
เมื่อกู่เฉินได้ยินเค้าถึงกับอึ้ง อาจารย์เค้าเป็ถึงนักหลอมโอสถอันดับหนึ่ง นานเยฟางชื่อเสียงดังไปทั่วหล้า มีความรู้มากมายแต่กลับไม่รู้
"ฉินหยางเ้าเป็ใครกันแน่"
กู่เฉินคิดในใจ เมื่อฉินหยางััได้ถึงสายตากู่เฉินก็มึนงง ก่อนจะถาม
"มีอะไรติดที่หน้าข้างั้นหรอ"
"ไม่มีอะไรหลอก"
ฉินหยางไม่ตามต่อ
"ข้าได้ข่าวว่าจะมีการแข่งขันเพื่อเข้าเป็ศิษย์สายใน"
จ้าวเฟิงได้พูดข่าวที่เค้าได้ยินมา เมื่อทั้งสองได้ยินก็สนใจถ้าได้เข้าสายในคงจะได้ทรัพย์มาก
"อีกก็เดือนจะจัดการแข่งขัน"
กู่เฉินถาม
"อีกสองเดือน แล้วต้องบรรลุขั้นสร้างรากฐานขั้นสูงขึ้นไป"
จ้าวเฟิงตอบ
"เหลืออีกหลายวัน ไม่มีใครสู้ข้าได้ยกเว้นฉินหยางแน่นอน"
กู่เฉินได้กล่าวอย่างมั่นใจ
"งั้นเมื่อถึงตอบแข่งขันเรามาประลองกัน"
ฉินหยางพูดอย่างกระตือรือร้น เมื่อกูเฉินได้ยินก็มีจิติญญาแห่งมาการสู้ขึ้นมา
"พวกท่านอย่าได้ทิ้งข้า ข้ามั่นใจว่าข้าจะตามพวกท่านทันแน่"
จ้าวเฟิงตอบอย่างมั่นใจ แต่เมื่อกู่เฉินล่ะฉินหยางหันมามอง จ้าวเฟิงก็เขินอายเอามือเกาหัวแล้วยิ้มซื่อๆพวกเค้ามองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา พวกเค้าคุยกันเสร็จก็แยกย้ายไปไปฝึก ฉินหยางได้แบบสมุนไพรให้ทั้งสอง กู่เฉินตอบอย่างมั่นใจเค้าจะปรุงโอสถให้พวกเค้าอย่างแน่นอน เมื่อเค้าได้เข้ามาในห้อง ฉินหยางได้เข้านอนทันที่ถึงเค้าจะไม่ต้องนอนก็เถอะ การนอนเป็สิ่งสำคัญจะทำให้เค้ารู้สึกสบายใจ เมื่อถึงเวลาเช้าฉินหยางได้ฝึกการหลอมอาวุธ มีเยเหยาค่อยแนะนำอยู่ข้างๆ
"การหลอมอาวุธแบ่งเป็ ดิน ฟ้า นักบุญ จักพรรดิ ศักสิทธิ์ เ้าต้องเริ่มจากขั้นดินก่อน แล้วที่สำคัญต้องมีเปลวไฟด้วยยิ่งไฟดีเท่าไรอาวุธก็ดีเท่านั่น "
เยเหยาตอบ เมื่อฉินหยางได้ยินเช่นนั้นถึงกับเกาหัว
"ข้าไม่มีเปลวไฟแล้วข้าจะหลอมยังไง"
"เ้าโง่รึป่าวสำนักก็มีห้องหลอมอาวุธ"
เมื่อฉินหยางได้ยินเช่นนั้น
"นั้นสิเหตุใดข้าถึงนึกไม่ได้"
เมื่อฉินหยางพูดจบก็ไปเดินจากไป เค้าไปที่หอหลอมอาวุธ หอหลอมอาวุธเป็เหมือนหอหลอมโอสถ จะมีศิษย์ค่อยหลอมอยู่ เมื่อเค้าเดินเข้าไปก็มาศิษย์มาขวางทาง เค้านึกว่าจะมีคนมาหาเื่ในนิยายเค้าได้เตรียมตัวมาแล้วแต่ เค้าไม่ได้ทำไรเลยแค่ถามว่ามาทำไร เมื่อเค้าตอบไปว่ามาเช่าห้องหลอม เค้าก็ปล่อยผ่านอย่างง่ายดาย เมื่อฉินหยางเดินเข้ามาถึงกับมึนงง
"มันไม่เป็ไปตามบทเหตุดิไม่มีใครมาหาเื่ข้า ข้
าอุสาเตรียมใจมานาน ข้าว่าแล้วในนิยายไม่มีความจริงสักนิด"
ฉินหยางได้เช่าห้องเป็เวลาหนึ่งเดือนจ่ายไปหกสิบแต็ม