"มึงได้ยินไม่ผิดหรอก กูจะไปเดทกับฟ้า"จอมทัพกล่าวย้ำ
ภาคินตาเหลือกแทบหลุดออกมาจากเบ้า ร้องคะโกนเสียงหลงทันทีที่ประสมองประมวลผลได้ "ตอนไหน!!! ั้แ่เมื่อไหร่!!!"
"ทำไมพวกกูไม่รู้ หรือมีแค่กูคนเดียวที่ไม่รู้!"ภาคินหันไปเขย่าตัวเพื่อนสนิทอีกสองคนที่ยังตัวแข็งเป็หินไม่เลิกด้วยสีหน้าคาดคั้น "พวกมึงสองคนรู้แต่ไม่บอกกูหรือเปล่า กูว่าไม่...สภาพช็อคหนักกว่ากูอีก"
"ใครเป็คนสารภาพ มึงเหรอ?...ไม่น่าใช่ สภาพแบบมึงถ้าฟ้าไม่สารภาพเองจนแก่ตายก็คงไม่รู้หรอก ต้องเป็ฟ้าแน่ๆเลยใช่ป้ะ! ใจกล้าดีสมกับที่กูเชียมาตั้งนาน"เมธัสที่พึ่งได้สติกล่าวถามรัวเร็วด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น แต่ละคำที่ออกมาจากปากชวนให้จอมทัพหนังตากระตุก
"มึงรู้สิแปลกกูพึ่งคบกันเมื่อเช้านี้ ส่วนเื่คำถาม...กูเป็คนสารภาพเอง"
คำตอบของจอมทัพทำให้ทั้งสามร้องะโพร้อมกันด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ "มึงเนี่ยนะเป็คนสารภาพ?!!"
"เออ...กูขอฟ้าคบเอง"จอมทัพกล่าวขณะหลบเลี่ยงสายตาจากเพื่อนสนิท
เมธัสที่ไวต่อเื่ซิบซุบหรี่ตา "อย่าบอกว่ามึงไปผิดผีกับเพียงฟ้าเข้าน่ะ"
จอมทัพตัวแข็งทื่อทันที ก่อนจะค่อยๆหันกลับมามองเมธัสด้วยสีหน้าไม่เป็ธรรมชาติ "ทำไมมึงคิดงั้น"
เมธัสมองจอมทัพด้วยสีหน้าปลาตาย ขณะหันไปตบไหล่ภาคินที่มีสีหน้าเดียวกันเบาๆราวกับส่งไม้ต่อ "มึงพูดต่อ กูล่ะเบิ้ดคำสิเว่า"
ภาคินพยักหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาที่มองมาที่จอมทัพกลับมีร่องรอยของความระอาปะปนกับหมดคำจะพูด "คนอื่นเขาดูออกมาั้แ่เจอกันแล้วว่าฟ้าชอบมึง มีแต่มึงนั่นแหละซื่อแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน..."
"เพราะฉะนั้น ทางเดียวที่คนอย่างมึงจะเป็ฝ่ายขอคบ ก็มีแต่เื่ผิดผีกันนี่แหละ"อรัญกล่าวเสริม
"ที่จริงพวกกูดูก็รู้ว่ามึงเองก็ชอบฟ้าแต่ไม่รู้ตัว พวกกูแค่ไม่คิดว่าผ่านมาเป็ปีๆมึงก็ยังไม่รู้ตัว กูเหลือจะเชื่อเลย..."ตามมาด้วยเมธัสที่คันปากจนอดไม่ได้ที่จะกล่าวเพิ่มเติมอีกประโยค พลางปรายตามองจอมทัพด้วยสีหน้าเหยียดหยาม
จอมทัพตากระตุกยิกกับคำตอบที่เป็ไปในทิศทางเดียวกันของเพื่อนสนิท ถึงจะพอรู้ตัวแล้วหลังจากคิดทบทวนดูเมื่อเข้า แต่พอมาได้ยินจริงๆก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสมเพชตัวเองขึ้นมา
เขาโง่เื่นี้จริงๆ ปฏิเสธไม่ได้เลย....
"เอาเถอะๆ"เมธัสกล่าวพลางคล้องแขนภาคินกับอรัญที่สูงจนเอื้อมไปคล้องคอไม่ถึง "ป่ะพวกมึง ไปหาที่เล่นเกม... ปล่อยให้ไอ้ทัพไปรับฟ้าได้แล้ว"
ภาคินกับอรัญไม่ต่อต้านยอมเดินตามแรงจูงของเพื่อนตัวเล็กไปอย่างง่ายดาย แน่นอนว่าก่อนจะจากไปยังไม่ลืมหันมากล่าวแนะนำเพื่อนสนิทอีกสองสามประโยคอย่างไม่ไว้วางใจ
"มึงห้ามเล่นมือถือ ชวนคุยเื่ที่ฟ้าชอบ"
"ห้ามพาไปร้านหนังสือน่าเบื่อๆด้วย พาไปหาของกินเดินซื้อเสื้อผ้าเครื่องประดับ"
"แล้วก็อย่าทำตัวเก๊กหล่อ ไม่ต้องเกร็งทำตัวธรรมชาติเหมือนปกติ..."
แม้จะยังไม่มีแฟนแต่เพื่อนๆทุกคนกลับแนะนำจอมทัพด้วยสีหน้าจริงจังเหมือนผู้เชี่ยวชาญ จนจอมทัพอดไม่ได้ที่จะกรอกตา แต่ก็รับฟังคำแนะนำคนละประโยคของเพื่อนอย่างตั้งใจ
แต่เมื่อเกินมาจนถึงอาคารสูง ทันทีที่เห็นร่างบาบของเพียงฟ้าเดินออกมาจากลิฟฟ์ สมองของจอมทัพกลับลัดวงจรจนคิดอะไรไม่ออก ได้แต่เดินตัวแข็งทื่อเกร็งๆไปหาอย่างคนทำอะไรไม่ถูก
"สอบเสร็จแล้วเหรอ"
เพียงฟ้าที่มองเห็นท่าทีแข็งทื่อไม่เป็ธรรมชาติด้วยแววตาขบขัน มองท่าทางทำอะไรไม่ถูกไม่รู้จะเอามือไม้ไว้ตรงไหนขณะพยายามชวนคุยโดยไม่ยอมสบตาก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดูจนต้องเม้มปากกลั้นยิ้ม
"เกร็งอะไรขนาดนั้น"เพียงฟ้าเอ่ยหยอกพลางเป็ฝ่ายยื่นมือไปกุมมือจอมทัพเหมือนที่มักทำเป็ปกติ
แต่กลับยิ่งทำให้จอมทัพเสียอาการจนตัวแข็งไม่กล้าขยับ แม้จะแสร้งทำหน้านิ่งแต่ใบหูกลับแดงก่ำ พูดจาตะกุกตะกักแทบฟังไม่รู้เื่ "ไม่...เอ่อ! เรา เราไป...ไปไหนกันดี"
เพียงฟ้ายิ้มอ่อนหวานประสานมือกับจอมทัพอย่างช้าๆ ก่อนถูปลายนิ้วกับหลังมือเบาๆเป็การปลอบประโลมและให้กำลังใจ "ไม่เป็ไร ไม่ต้องเกร็ง..."
ความอบอุ่นเล็กๆที่ถูไถบนหลังมือทำให้จอมทัพรู้สึกอุ่นวาบในอก ความประหม่าตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกพลันค่อยๆหายไป ใบหน้าที่แข็งทื่อไม่เป็ธรรมชาติก็พลันกลายเป็ผ่อนคลายลงอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว
ราวกับเสียงและััอบอุ่นนั้นมีพลังบางอย่างที่มองไม่เห็นที่ทำให้เขารู้สึกเชื่อฟัง
"งั้นเราไปร้านเค้กที่เธออยากไปกันดีไหม"
พอตั้งสติได้ความทรงจำที่แตกกระเจิงก็กลับมาทำงานอีกครั้ง จอมทัพจึงเอ่ยปากถึงเื่ร้านเค้กที่เพียงฟ้าเคยบอกว่าอยากไปลองทานขึ้นมาอย่างเป็ธรรมชาติ
ความเอาใจใส่โดยไม่รู้ตัวทำให้เพียงฟ้าอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มออกมาด้วยความสุข เธอพยักหน้าด้วยดวงตาเป็ประกายสดใส "อื้ม!...วันนี้ฟ้าอยากกินเค้กสตอเบอร์รี่"
จอมทัพยิ้มรับโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าคมที่มักนิ่งเฉยเผยแววอ่อนโยนออกมาโดยไม่รู้ตัวจนสาวๆที่แอบมองคู่รักมือใหม่คู่นี้อยู่สักพักถึงกัลเขินจนตัวบิด
"แก...ตอนเขินก็หล่อ ตอนหน้านิ่งก็หล่อ ตอนยิ้มยิ่งหล่อเข้าไปใหญ่เลย"
"แฟนเขาก็น่ารักมากเลย ดูสิเหมือนกระต่ายเลย"
เสียงกระซิบแ่เบาจากกลุ่มสาวๆที่แอบมองอยู่ห่างๆไม่ได้เข้าหูจอมทัพ
ในสายตาของเขามีเพียงใบหน้าน่ารักที่ยิ้มเจิดจ้าจนใจเต้นรัว ร่างสูงยกมืออีกข้างที่ไม่ได้ประสานมือกับเพียงฟ้าขึ้นแตะแก้มที่ร้อนผ่าวของตัวเองเบาๆก่อนจะคลี่ยิ้มที่แฝงความเขินอาย
ความเขินอายกินเวลาอยู่ไม่นานนักก็กลับสู่สภาวะปกติ ร่างกายที่แข็งทื่อไม่เป็ธรรมชาติ ค่อยๆถูกคำพูดและรอยยิ้มสดใสของเพียงฟ้าหลอมละลายอย่างช้าๆ ไม่นานจอมทัพก็กลับมาพูดคุยเล่นกับเพียงฟ้าอย่างเป็ธรรมชาติเหมือนก่อน
"ถึงแล้วๆ!!"เพียงฟ้าร้องด้วยความตื่นเต้น ใบหน้าหวาน แทบแนบใบหน้าเข้ากับตู้เค้กด้วยแววตาเป็ประกาย
จอมทัพได้แต่ระบายยิ้มอ่อนแรง เพียงฟ้าเป็สาวกขนมหวานมาแต่ไหนแต่ไร โดยเฉพาะพวกขนมประเภทเค้กที่กินได้ไม่มีเบื่อ หากไม่ใช่เพราะเ้าตัวกลัวน้ำหนักขึ้นคงได้มาซื้อกินทุกวัน
"วันนี้ฉันเลี้ยงเอง แต่จำกัดได้แค่ 3 ชิ้นนะ"จอมทัพเอ่ย
เพียงฟ้าได้ยินก็หันมายิ้มจนตาปิด พยักหน้าเร็วๆจนผมหน้าสะบัด ก่อนจะรีบหันไปเลือกเค้กด้วยความกระตือรือร้นเหมือนเด็กน้อย
"เอาอันนี้ กับอันนี้แล้วก็...อันนี้ค่ะ!"เพียงฟ้ากล่าวเสียงใสขณะจิ้มเลือกเค้ก "สองอันนั้นห่อกลับ ส่วนอันนี้กินที่นี่ค่ะ"
เมื่อเลือกเค้กเสร็จทั้งคู่ก็นั่งลงที่โต๊ะริมหน้าต่างในมุมหนึ่งที่ไม่วุ่นวายของร้าน จอมทัพไม่ใช่สายกินขนมหวานแต่ชอบทำมากกว่า เขาจึงสั่งกาแฟดำรสขมปี๋ที่แค่เห็นก็ทำให้เพียงฟ้าทำหน้าเบ้จนตาปิดเหมือนกลืนยาขมมากิน
"ขมจะตาย ยัฃกับกินบอระเพ็ด"เพียงฟ้าบ่นเบาๆ
จอมทัพยิ้มแต่ไม่ตอบกลับ ต่างคนต่างความชอบเขา มองเพียงฟ้าที่อ้าปากงับเค้กคำโตจนแก้มป่องเหมือนกระรอกอย่างขบขัน
"เค้กอร่อยไหม"
"อื้ม! อร่อยสุดๆเลย!!!"เพียงฟ้าตอบเสียงใส พลางตักเค้กอีกคำเข้าปากด้วยดวงตาเปล่งประกาย
สถานะแฟนไม่ได้ทำให้การปฏิบัติระหว่างเพียงฟ้าและจอมทัพเปลี่ยนไปมากนัก จอมทัพไม่ได้ใช้คำพูดหวานเลี่ยนหรือปฏิบัติกับเพียงฟ้าต่างไปจากเดิม
พวกเขาพูดคุยเื่ทั่วไป ทั้งเื่ตลกและเื่ประจำวันที่เหมือนจะน่าเบื่อแต่กลับหาเื่คุยได้ไม่มีวันหมด เสียงพูดคุยและหัวเราะดังขึ้นเรื่อยๆ เพียงฟ้ายิ้มพลางยกมือทำท่าทางขณะเล่าเื่โดยมีจอมทัพพยักหน้ารับฟังอย่างไม่มีท่าทีเบื่อหน่าย
บรรยากาศที่อบอุ่นและเป็ธรรมชาตินี้ดำเนินต่อไปเกือบชั่วโมง กระทั่งเค้กในจานถูกกินจนหมด
เพียงฟ้าเลียริมฝีปากสีชมพูเบาๆ ทั้งที่เป็ท่าทางปกติที่ไม่มีอะไรพิเศษ แต่ลิ้นเล็กๆกลับเลียไปไม่ถึงมุมปากที่มีครีมเลอะอยู่กลายเป็เขี้ยวน้อยๆสีขาวสองข้างจนจอมทัพหลุดขำ
"หึ...ครีมเลอะปากน่ะ"เขากล่าวพลางชี้มุมปากตัวเองเป็สัญญาณ
เพียงฟ้าตาโตพลางใช้มือเช็ดบนริมฝีปาก แต่กลับทำให้ไม่ถูกจุดเสียทีจนจอมทัพหลุดขำ "มาเดี๋ยวเช็ดให้"
ร่างสูงยืดตัวเล็กน้อยพลางใช้นิ้วยาวของตัวเองปาดเช็ดครีมข้างริมฝีปากอิ่มนุ่มเหมือนพุดดิ้งเบาๆ เพียงฟ้าเองก็ให้ความร่วมมืออย่างดีด้วยการยื่นหน้าทำปากจู๋อย่างน่ารัก
ความนุ่มเด้งที่ััทำให้จอมทัพเผลอชะงักไปด้วยความสับสน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเช็ดปากให้เพียงฟ้าแบบนี้ แต่วันนี้กลับให้ความรู้สึกต่างออกไป ยามที่ปลายนิ้วเตะที่ริมฝีปากอิ่มนุ่มนิ่มสีชมพูระเรื่อกลับทำให้รู้สึกใจเต้นทำอะไรไม่ถูก
จอมทัพนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมเผลอมองริมฝีปากที่กำลังทำท่าน่ารักอย่างเผลอไผล รู้สึกอยากจะลิ้มลองริมฝีปากอิ่มขึ้นมาอย่างกระทันหัน ในหัวพลันปรากฏภาพของตัวเองที่ยื่นหน้าไปจุมพิตเพียงฟ้าอย่างร้อนแรงขึ้นมาอย่างกระทันหัน
"ทัพ...เสร็จหรือยัง..."เพียงฟ้าที่ยื่นหน้าหลับตากล่าวทักขึ้นอย่างกระทันหัน
เสียงนั้นปลุกให้จอมทัพที่เผลอใช้นิ้วเกลี่ยริมฝีปากอิ่มสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เขารีบส่ายหัวไล่ภาพแปลกๆออกไป พยายามระงับความตื่นเต้นและความปรารถนาแปลกๆที่ก่อตัวขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
"โอ...โอเค เสร็จแล้ว!"เขาตอบรับด้วยเสียงที่เกือบจะตื่นตระหนก ขณะรีบดึงนิ้วออกจนข้อศอกกระแทกกับที่นั่งอย่างแรงจนเกิดเสียงดังไปทั่วร้าน
จอมทัพหน้าแดงก้มหน้าไม่ยอมสบตาใครด้วยความเขินอาย เขาจึงไม่ได้เห็นสายตาเอ็นดูและรอยยิ้มกรุ้มกริ่มจากพนักงานและแขกที่นั่งมองบรรยากาศน่ารักน่าชังของพวกเขาอยู่นาน
เพียงฟ้าอมยิ้มเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้หยอกล้ออะไร เธอไม่สนใจสายตาของคนรอบข้าง เธอเพียงลุกขึ้นเดินไปจับมือกับจอมทัพด้วยรอยยิ้มสดใส "ป่ะ! กลับบ้านกัน"
จอมทัพที่ถูกรอยยิ้มสดใสอย่างกระทันหันดึงความสนใจไป ไม่ได้สังเกตุรอยยิ้มของคนรอบข้าง เขาเพียงพยักหน้ารับเดินตามแรงดึงของเพียงฟ้าออกจากร้านไปโดยไม่ขัดขืน