ตอนที่101 ชำระหนี้แค้น
จอนกำลังฝืนร่างกายอย่างเต็มที่เขายกมือซ้ายขึ้นมาทาบกดบาดแผลบนหน้าอกหวังให้เลือดหยุดไหลชั่วคราวเพราะไม่ต้องให้ร่างกายช็อกจากการเสียเลือดก่อนกำจัดศัตรูไปได้พลางรู้สึกได้ว่าร่างกายอ่อนล้ามากขึ้นจนบางครั้งรู้สึกตาพร่ามัวควบคุมไม่ได้กระนั้นเขายังฝืนยืนมั่นคงปกป้องหญิงคนรักให้ถึงที่สุด
ครั้นประธานหลงเหลือบเห็นศัตรูพุ่งเข้าใส่อีกครั้งเขาเบี่ยงปลายกระบอกปืนเล็งเป้าหมายกลางแสกหน้าศัตรูพลาง
เหนี่ยวไกออกไปอย่างไม่ลังเลใจทว่าพลันเกิดภาพดำปรากฏขึ้นมากะทันหันแล้วล้มคว่ำหมดสติทันใด
อย่างไรก็ตามในห้วงวินาทีแห่งความเป็นความตายของจอนนั้นอาดริคพุ่งเข้ามาช่วยเหลือด้วยการผลักทหารและตำรวจซึ่งวิ่งขวางอยู่ต่อหน้าหลายคนให้พ้นทางพร้อมใช้มีดพกในมือพุ่งเข้าขัดขวางมีดของอีกฝ่ายขณะกำลังจะพุ่งถึงตัวจอนพอดี
เคร้ง ! เคร้ง !
พลันเกิดเสียงกระทบของมีดพกทหารคล้ายกันอาดริคตะโกนไล่ทหารและตำรวจซึ่งยืนถือปืนรุมล้อมอยู่หน้าห้องวิกฤติให้แยกย้ายออกไปอย่างไม่กังวลใจเขาต้องการสังหารศัตรูตัวฉกาจซึ่งไม่คิดว่าจะมีโอกาสพบตัวจริงหลังจากพยายามติดตามร่องรอยอยู่นานเนื่องจากบอริสเป็นมือสังหารภรรยาและบุตรของตนนั่นเองเขาจดจำแววตาเหี้ยมเกรียมและดวงตาสีน้ำตาอ่อนซึ่งมีลักษณะบางอย่างโดดเด่นเหนือคนทั่วไปได้จึงไม่ต้องการให้คนอื่นสังหารศัตรูแทนตน
“ไป๊! ออกไปให้พ้น!ฉันจะสู้กับมันเอง!พวกแกคิดว่ามีปืน...แล้วจะยิงมันให้ตายได้เหรอ ไปให้พ้น!ไป๊!!!”
อาดริคมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าศัตรูตัวฉกาจย่อมมีทักษะลับบางอย่างสามารถเอาตัวรอดไปจากสถานการณ์อันน่าหวาดหวั่นได้เขาไม่ต้องการให้อีกฝ่ายอาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนีไป แต่ต้องการแก้แค้นให้ครอบครัวตนเองซึ่งเป็นความใฝ่ฝันหนึ่งเดียวในชีวิตทั้งยังสามารถประเมินสถานการณ์ได้ชัดเจนจึงไม่ต้องการให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้น เหตุเพราะกว่าจะตามตัวศัตรูพบไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด
ทหารและตำรวจหลายนายต่างมองสบตากันไปมาเมื่อเห็นชายหนุ่มผิวขาวในชุดสูทตัดเย็บอย่างดีหน้าตาหล่อเหลาถือมีดพกลักษณะคล้ายกับมีดคนร้ายปราดเข้ามายืนประจันหน้าพร้อมต่อสู้แทนโดยทั้งคู่เป็นชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่สูสีกัน ส่วนชายอีกคนอยู่ในชุดหนังสีดำแนบตัวพร้อมอำพรางใบหน้าด้วยหน้ากากใหญ่ซึ่งโผล่ออกมาเพียงดวงตาสองข้างเท่านั้น
พลันมีเสียงตะโกนออกคำสั่งให้ทหารและตำรวจถอยห่างออกจากสถานการณ์อันตึงเครียดพร้อมสั่งการเข้าช่วยเหลือคนป่วยนอนบนเตียงกับหลงปิงซึ่งนอนทรุดตัวบนพื้นอย่างกังวลใจว่า
“หยุด! ถอยออกมาก่อน!ปล่อยให้พวกเขาสู้กันเอง!หาทางไปช่วยคนป่วยกับคนบาดเจ็บก่อน ออกมา!เดี๋ยวนี้!!!”
หยางถิงฟงมาทันเห็นความวุ่นวายและการยืนประจันหน้าระหว่างอาดริคกับคนร้ายชุดดำพอดีเขาไม่แน่ใจว่าทั้งสองคนเป็นใครแต่สัมผัสได้ว่าชายหนุ่มในชุดสูทมีใบหน้าคุ้นเคยต้องการต่อสู้กับชายชุดดำมากกว่าขณะเพื่อนตนนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นโดยมีเลือดไหลออกมาท่วมตัวซึ่งเป็นสถานการณ์อันน่าหวาดวิตกยังไม่รวมความหนักใจต่ออาการป่วยของแฟนเพื่อนซึ่งนอนอยู่บนเตียงโดยปราศจากเครื่องช่วยชีวิตใดๆ เนื่องจากอุปกรณ์ทั้งหลายในห้องวิกฤติล้มระเนระนาดและหยุดชะงักการทำงานไปเกือบหมดแม้แต่สายน้ำเกลือยังหลุดจากหลังมือเธอจนทำให้มีเลือดหยดออกมาจากบาดแผลเป็นระยะ
เมื่อทหารและตำรวจเหลือบเห็นหยางถิงฟงในเครื่องแบบอันมีตำแหน่งสูงกว่าต่างพากันมองสบตากันไปมาก่อนยกปืนเล็งเป้าหมายอยู่แต่เท้าถอยห่างออกอย่างมีชั้นเชิงซึ่งหยางถิงฟงยังไม่เข้าไปร่วมในวงต่อสู้แต่รอดูท่าทีคู่ต่อสู้หลักทั้งสองคนด้วยใจจดจ่อ
“แกเป็นใคร?! กล้ามาขัดขวางฉันเชียวเหรอ”
บอริสหรี่ตามองอาดริคต่อหน้าอย่างไม่แน่ใจเขาสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างซึ่งคล้ายคลึงพลังจิตขององค์กรลับทว่าเขามั่นใจว่าไม่เคยเห็นอีกฝ่ายอย่างแน่นอน กระนั้นด้วยท่วงท่าการจับมีดและการก้าวเดินไปด้านข้างอย่างเชื่องช้าในจังหวะเหมือนกันได้สร้างความงุนงงเป็นอย่างยิ่งประการสำคัญอีกฝ่ายยังมีความแข็งแกร่งเทียบเคียงได้กับตนซึ่งเป็นเรื่องน่าประหลาดใจยิ่งนักจึงอดสอบถามออกไปด้วยความอยากรู้ทันที
อย่างไรก็ตามอาดริคเพิ่งได้รับเทคนิคลับมาจากรุ่นน้องเมื่อไม่นานนักเขามีความมุ่งมั่นแต่เดิมในการแก้แค้นให้ภรรยาและลูกจึงตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนหามรุ่งหามค่ำจนกระทั่งสามารถก้าวขึ้นมาแข็งแกร่งเทียบเคียงได้กับรุ่นน้องถึงแม้จะมีความแข็งแกร่งน้อยกว่ารุ่นน้องหนึ่งระดับ ทว่าสามารถต่อกรกับศัตรูได้อย่างไม่เพลี่ยงพล้ำแน่นอน
อาดริคยิ้มมุมปากพอใจเพราะมีโอกาสพบศัตรูตัวจริงเขาไม่คิดเปิดเผยตัวตนออกไปให้ศัตรูคาดเดาทิศทางตนได้ แต่เลือกจะตอบยียวนให้อีกฝ่ายลงมือเสียทีเพราะไม่ต้องการปล่อยให้รุ่นน้องกับผู้นำตระกูลหลงนอนบนพื้นบาดเจ็บสาหัสจนเสียชีวิตได้ว่า
“หึ ๆอยากรู้ก็ไปถามยมบาลเองสิ”
จากนั้นอดีตสายลับหนุ่มไม่ยอมเสียเวลาเจรจากันอีกเพราะกังวลต่อสภาพอาการป่วยของรุ่นน้องเขาถือมีดพุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็วโดยเลือกซ้ำรอยแผลเดิมของศัตรูซึ่งยังคงมีเลือดซึมผ่านชุดหนังออกมาเป็นระยะทันที
“อ๊าก!!!.....ตายซะเถอะ!”
“บัดซบ!”
บอริสสบถด้วยความตื่นตระหนกระคนโมโหเป็นอย่างยิ่งเขาตระหนักได้ว่าตนช้ากว่าอีกฝ่ายอยู่ครึ่งระดับ พลางรีบยกมีดพกในมือต้านไว้พร้อมออกอาวุธอื่นในร่างกายป้องกันการโจมตีอันบ้าคลั่งและรวดเร็วเกินกว่าสายตามนุษย์จะมองตามทัน
หยางถิงฟงและบรรดาทหารกับตำรวจรวมเกือบสิบคนพากันถอยห่างออกจากหน้าห้องวิกฤติไปยืนอยู่ชิดระเบียงหน้าห้องโดยอยู่ห่างจากประตูเข้าห้องวิกฤติเพียงสามเมตร แต่ละคนต่างอ้าปากค้างในการต่อสู้อันเหนือจินตนาการของทั้งคู่เป็นอย่างยิ่งเนื่องจากไม่คาดคิดว่ามนุษย์จะมีความรวดเร็วในการต่อสู้ระหว่างกันทั้งยังมีเสียงมีดกระทบกันดังถี่ยิบเป็นระยะ บ่งบอกได้ว่ายังไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำต่อกันอย่างชัดเจน
ทายาทหนุ่มตระกูลหยางพึมพำอย่างไม่เชื่อสายตาออกมาเป็นคนแรกเขายกปืนสั้นในมือเล็งเป้าหมายอยู่แต่เริ่มตระหนักได้ว่าทักษะแม่นปืนที่มีอยู่อาจไม่สามารถยิงถูกเป้าหมายได้เลยจึงรู้ทันทีว่าการเลือกสั่งให้เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายถอยห่างออกมาจากวงต่อสู้นั้นเป็นการสมควรแล้วว่า
“นี่ฉันกำลังดูหนังแอ็คชั่นแฟนตาซีอยู่เหรอเนี่ยทำไมพวกเขาสู้กันเร็วขนาดนี้ ตอนนี้ใครเป็นใครกันแน่ มันแยกออกยากซะจริง”
ทหารหนุ่มกระชับปืนในมือแน่นอย่างกังวลใจเขาคิดว่าไม่ควรประมาทศัตรูโดยไม่จำเป็นต้องสนใจว่าใครเป็นใครเพราะยังไม่แน่ใจว่าชายในชุดสูทสีดำเป็นพวกเดียวกับฝ่ายตนหรือเป็นฝ่ายศัตรูแต่บังเอิญทั้งคู่พบเจอกันจึงต่อสู้กันอย่างไม่เลือกสถานที่
ครู่หนึ่งหยางถิงฟงตาโตเป็นประกายอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้เขาจดจำอาดริคได้แล้วเพราะเคยเห็นอีกฝ่ายเดินตามหลังวิเวียนหวางในโรงประมูล พลางเข้าใจได้ทันทีว่าอาดริคอยู่ที่นี่เพื่อคอยอารักขานาตาชาผู้เป็นลูกสาวแท้จริงของวิเวียนหวางนั่นเองกระนั้นเขายังคิดจับกุมอีกฝ่ายอยู่ ถ้าเป็นฝ่ายชนะชายอีกคนเพราะต้องการสอบสวนถึงเหตุล่มสลายของสองตระกูลใหญ่อันเป็นคำสั่งโดยตรงจากทางกองทัพซึ่งเขาไม่สามารถบิดพลิ้วได้ยกเว้นแค่เรื่องไวโอเลตซึ่งเขาจงใจซ่อนเธอไว้ให้ห่างไกลจากเรื่องวุ่นวายทั้งหลาย
อาดริคและบอริสต่อสู้กันพร้อมถอยห่างออกมาจากห้องวิกฤติด้วยภาพสีดำสองสายโรมรันพันตูกันจนแยกไม่ออกส่วนทหารและตำรวจต่างพากันถอยห่างออกเป็นวงกว้างให้ทั้งคู่ต่อสู้กันโดยสะดวก
หยางถิงฟงเหลือบเห็นโอกาสช่วยชีวิตเพื่อนพอดีขณะคนร้ายสองคนกำลังโรมรันพันตูกันออกมานอกห้องวิกฤติเขาตะโกนสั่งการโดยไม่สนใจว่าเสียงตนจะไปรบกวนการต่อสู้ของชายฉกรรจ์ทั้งคู่หรือไม่ว่า
“ทุกคน! นำตัวคนป่วยออกมา! เร็วเข้า!”
ทหารหนุ่มไม่สามารถไปช่วยเหลือเพื่อนด้วยตัวเองได้เพราะต้องถือปืนเล็งเป้าหมายไว้อย่างไม่กระพริบตาเขารู้ดีว่าด้วยทักษะของทหารและตำรวจคนอื่นในตอนนี้ ไม่มีใครสามารถต่อกรกับชายฉกรรจ์ในชุดดำทั้งสองคนได้ฉะนั้นภาระดังกล่าวจึงตกบนบ่าด้วยความเต็มใจ
ครั้นทายาทหนุ่มตระกูลหยางเห็นว่าทหารและตำรวจหลายคนช่วยกันแบกร่างของหลงปิงและนาตาชาออกมาจากห้องวิกฤติตรงไปยังห้องวิกฤติแห่งใหม่ขณะร่างหลงปิงถูกวางบนรถเข็นพร้อมเข้าสู่กระบวนการรักษาโดยมีแพทย์และพยาบาลแอบมองสถานการณ์อันตึงเครียดอยู่เขาผ่อนลมหายใจพลางหวังว่าเพื่อนสนิทจะปลอดภัยจากเหตุร้ายแรงครั้งนี้
จากนั้นหยางถิงฟงหันกลับมาให้ความสนใจในการต่อสู้ระหว่างคนร้ายทั้งสองคนโดยตอนนี้แต่ละคนต่างหยุดโรมรันกันด้วยสภาพร่างกายชุ่มโชกเหงื่อทั้งคู่ทว่าต่างฝ่ายต่างกำมีดแน่นพร้อมเข้าปะทะกันใหม่ กระนั้นลำตัวชายชุดหนังสีดำกลับชุ่มเลือดจากบาดแผลอันเกิดจากจอนยิงเข้าใส่ก่อนอาดริคมาถึงได้หนึ่งนัดถึงแม้จะไม่ถูกอวัยวะสำคัญในทันทีแต่ทำให้มีเลือดไหลออกมาเป็นระยะซึ่งส่งผลต่อความแข็งแกร่งของร่างกายได้
อาดริคเหลือบเห็นอาการบาดเจ็บของบอริสเขายิ้มมุมปากพอใจเพราะช่วยให้ตนกลายเป็นฝ่ายได้เปรียบพลางคิดว่าไม่ควรทอดเวลาให้ศัตรูฟื้นความแข็งแกร่งขึ้นมาได้ทว่าควรรีบจบศึกครั้งนี้ให้เร็วที่สุดเนื่องจากไม่แน่ใจว่าตนจะต่อกรพลังจิตจากอีกฝ่ายได้นานเพียงใด
“ฮึ่ม! ตายซะ!ไอ้บอริส!”
อาดริคกำมีดพกในมือแน่นพลางเค้นพลังออกมาทั้งหมดแล้วใช้ทักษะใหม่อันได้เรียนรู้มาจากรุ่นน้องซึ่งจะช่วยให้การต่อสู้ฝ่ายตนได้เปรียบเขากำมีดพุ่งเข้าใส่ศัตรูพร้อมตะโกนเรียกชื่อให้อีกฝ่ายรู้ตัวอย่างตั้งใจ พลันเห็นแววตาเบิกกว้างตกตะลึงซึ่งเป็นไปตามความต้องการก่อนจ้วงมีดแทงเข้าตัดขั้วหัวใจศัตรูในทันใด
“อ๊ะ!.....”
“อึ๊ก!.....”
อย่างไรก็ตามด้วยความแข็งแกร่งของบอริสซึ่งสามารถฝึกฝนทักษะพลังจิตจนก้าวขึ้นมาเกือบเทียบเคียงนาตาชาในชาติก่อนได้เขาเค้นพลังทั้งหมดออกมายกมีดขึ้นแทงอีกฝ่ายในตำแหน่งเดียวกันโดยคิดว่าไม่ควรเสียเวลาปัดป้องทว่าควรต่อกรให้รู้ผลแพ้ชนะดีกว่าซึ่งเขารับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดรวดร้าวแว่บเดียวก่อนสิ้นลมในวินาทีถัดมา
เมื่ออาดริคพุ่งเข้าใส่บอริสอย่างเต็มแรงเขาคิดไว้ล่วงหน้าก่อนแล้วว่าอาจไม่เหลือชีวิตรอดกลับไป ทว่าเขาไม่มีห่วงพันธะใดหลงเหลืออยู่อีกเพราะมีโอกาสแก้แค้นให้กับภรรยาและลูกสาวแล้วฉะนั้นจึงยินดีใช้ชีวิตแลกด้วยชีวิตเพื่อหวังสังหารศัตรูให้ตายตกตามกันจงได้
อดีตสายลับหนุ่มรับรู้ในเสี้ยววินาทีถัดมาว่าตนถูกศัตรูรุ่นน้องใช้มีดตัดขั้วหัวใจในตำแหน่งเดียวกันเขายิ้มมุมปากยินดีเพราะสัมผัสได้ว่าตนสามารถสังหารศัตรูให้สิ้นซากโดยไม่ต้องกังวลสิ่งใดอีกวินาทีถัดมาเขารับเอาความเจ็บปวดรวดร้าวแผ่ซ่านไปทั่วกาย ก่อนคอพับสิ้นชีวิตตามหลังศัตรูแค่เสี้ยววินาที
เมื่อการต่อสู้อันดุเดือดของชายชุดดำสองคนจบสิ้นลงโดยทั้งคู่ต่างยืนประจันหน้ากันด้วยท่วงท่าเหมือนกัน ครู่หนึ่งหยางถิงฟงยืดตัวยืนขึ้นอย่างสง่างามพร้อมลดปืนในมือลงเขารู้ในทันทีว่าศัตรูทั้งสองคนเสียชีวิตไปแล้วต่างฝ่ายต่างยืนประจันหน้าต่อกันด้วยการใช้มือขวาแทงตัดขั้วหัวใจอีกฝ่ายก่อนอีกไม่นานนักร่างทั้งคู่จะเอนล้มกระแทกพื้นเสียงดังเป็นการจบสิ้นเหตุโกลาหลภายในโรงพยาบาลฟอร์จูนทันที
“พวกแกคงมาจากองค์กรเดียวกันแน่เลยทักษะต่อสู้ก็คล้ายกัน คงมีความแค้นระหว่างกันสินะแต่ทำไมต้องมาทำร้ายเพื่อนฉันด้วย น่าจับเอาไปเผาทิ้งซะนี่”
ทหารหนุ่มแซ่หยางบ่นงึมงำอย่างไม่พอใจต่อคนร้ายทั้งสองคนเขาปล่อยให้ทหารและตำรวจเข้ามาตรวจชันสูตรร่วมกับแพทย์ตามหน้าที่ พลางเดินไปตรวจสอบอาการเพื่อนสนิทและแฟนสาวของเพื่อนแทน
.*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*.
ขอขอบคุณนักอ่านผู้น่ารักทุกท่านที่ได้ร่วมเดินทางมาด้วยกันจนเรื่องนี้ใกล้จบแล้ว
ขอฝากเรื่องใหม่ในชื่อ“ซูเทียนเหยี่ยน หนูน้อยเนตรสวรรค์” ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะจ้า(เริ่มอัปตอนแรก1 มีนาคมจ้า)
คำโปรย : แย่แล้ว! นี่ข้ากำลังจะคลอดจากท้องใครละเนี่ยเทพอย่างข้าต้องผจญทุกข์ตั้งแต่ตอนนี้เลยเหรอ ใครก็ได้?! ช่วยข้าที!!!
#เทพเซียน #ผจญภัย#สู้ชีวิต #เกิดใหม่#จีนปัจจุบัน #นางเอกเก่ง#ชีวิตประจำวัน #เนตรสวรรค์#กำลังภายใน #กินเก่ง