นิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว**

    Re-new ตอนที่ 82 รสชาติใหม่

    ตอนที่ 82 รสชาติใหม่

     

    แม้ว่าเขาจะตะกละแต่เขาก็รู้ว่าครอบครัวของฉีโตวกำลังลำบากยิ่งนักเนื้อมีราคาแพงและเขารู้สึกว่ามันมีค่ามากเกินกว่าจะกิน ถ้าเขาเข้าไปยุ่ง มันจะหมายความว่าเยี่ยงไรเล่า?

     

    แต่ฉีโตวคว้ามือของเขาแล้วดึงเข้าไปในครัวเด็กน้อยชี้ไปที่หัวหมูตุ๋นร้อน ๆ ที่เพิ่งออกจากหม้อแล้วยิ้ม“มาก่อนเวลาสู้มาได้เวลาพอดีมิได้หรอก ! มา ๆลองชิมฝีมือของพี่สามดูสิ...”

     

    ในความเป็นจริงแล้ว ฉีโตวเป็นคนเจ้าเล่ห์เขาอยากใช้เฉียนหวู่เป็นหนูทดลองตัวแรก พอเขาคิดถึงสภาพของหัวหมูก่อนถูกต้มแล้วก็รู้สึกไม่กล้าลองขึ้นมา

     

    หัวหมูตุ๋นเป็นสีแดงและมีกลิ่นหอมเนื้อดูนุ่มน่าอร่อยมากยิ่งนัก มีมันแต่ไม่เลี่ยนมีคุณสมบัติทุกอย่างในการกระตุ้นความหิวของลูกค้า

     

    ดูเหมือนเสี่ยวเฉาจะอ่านแผนของฉีโตวออกและยิ้มอย่างรู้ทันนางตัดเนื้อชิ้นเล็ก ๆ ยัดใส่ปากของเฉียนหวู่ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยอะไร

     

    ทันทีที่เนื้อเข้าปากรสชาติอันเข้มข้นก็พุ่งออกมา มันอร่อยมากจนเฉียนหวู่แทบจะร้องไห้ด้วยความดีใจอร่อยเกินไปแล้ว !เขาไม่เคยกินเนื้อที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต !

     

    ฝีมือการทำอาหารของเสี่ยวเฉาดีกว่าท่านแม่ของเขาเป็นร้อยเท่าคงจะดีถ้านางเป็นพี่สาวของเขา เขาจะได้กินอาหารฝีมือนางบ่อย ๆ

     

    ฉีโตวมองสีหน้าของเฉียนหวู่อย่างตั้งใจแล้วเอ่ยถามว่า“เป็นเยี่ยงไรบ้าง ? อร่อยหรือไม่ ? มีรสแปลก ๆ อยู่รึไม่ ? ”

     

    เฉียนหวู่จับมือของฉีโตวเอาไว้ เขากลั้นน้ำตาแห่งความสุขเอาไว้แล้วตอบอย่างจริงจังว่า  “ฉีโตว เราสองคนสลับตัวกันเถอะนะ ! เจ้าไปเป็นลูกชายของแม่ข้า เจ้าอยากมีน้องสาวมาตลอดเลยมิใช่รึ ? ข้ามีน้องสาวอยู่ที่บ้านแล้วข้าจะมาเป็นน้องของเสี่ยวเฉาเอง...”

     

    เส้นสีดำสองเส้นปรากฏเหนือขมับของเสี่ยวเฉา‘ไอหยา ! เฉียนหย่าฟางอายุมากกว่าฉีโตวอีกนะ นางเป็น ‘น้องสาว’ ของเขามิได้หรอก ยิ่งไปกว่านั้น เสี่ยวหวู่เจ้าเด็กบ้า เจ้าอายุมากกว่าข้าตั้งปีหนึ่งนะ กล่าวออกมาได้เยี่ยงไรมิอายปากบ้างรึไงกัน’

     

    นางฟางช่วยพวกเขาเตรียมไส้หมู ขณะที่นางกำลังเอากะละมังเข้าไปในครัวนางก็ได้ยินข้อเสนอแบบเด็ก ๆ ของเฉียนหวู่เข้าจึงอดหัวเราะออกมาไม่ได้ “หวู่ซือถ้าแม่ของเจ้าได้ยินว่าเจ้าจะขายน้องสาวของตนเองแล้วออกจากบ้านเพื่อมากินอาหารล่ะก็สงสัยเจ้าคงโดนแม่ตีจนขาหักเป็นแน่”

     

    “เสี่ยวเฉาทำอาหารเก่งจริง ๆ ทั้งชีวิตนี้...ไม่สิชาติก่อนด้วย ชาติก่อนของชาติก่อนไปอีก สาบานเลยว่ามิเคยกินเนื้อที่อร่อยเยี่ยงวันนี้เลย ฉีโตวนายเรียกไอ้นี่ว่าอะไรนะใช่เนื้อหัวหมูตุ๋นหรือไม่ ? ใช้เนื้อจากหัวหมูรึ ? เป็นไปมิได้หรอกใช่หรือไม่ ?หัวหมูเป็นของที่น่าขยะแขยงถึงเพียงนั้น จะทำเป็นของอร่อยถึงเพียงนี้ได้เยี่ยงไร ?” เฉียนหวู่ส่ายหน้ารัวไปมา เขาไม่อยากจะเชื่อว่าเนื้อที่กินเข้าไปจะทำมาจากหัวหมู

     

    เมื่อฉีโตวเห็นปฏิกิริยาของเฉียนหวู่เขาก็รีบหั่นเนื้อใส่ปากของตนเองทันทีเขาเชื่อว่าเต้าหู้เลือดกับเครื่องในไก่ตุ๋นที่เขากินเมื่อวานเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลกใครจะคิดว่าหัวหมูที่ทุกคนหลีกเลี่ยงเหมือนโรคระบาดจะทำเป็นอาหารตุ๋นได้อร่อยกว่าเครื่องในไก่ตุ๋นเสียอีก

     

    หลังจากตุ๋นแล้วเนื้อจากหัวหมูจะมีอัตราส่วนระหว่างเนื้อติดมันกับเนื้อล้วน ๆ มิมีมันที่ลงตัวเป็นอย่างมากพอกินเข้าไปรสชาติของมันหมูกับเครื่องปรุงก็ละลายรวมกันในปาก รสชาติอันเข้มข้นของมันแทรกซึมไปทั่วทุกมุมปากและทำให้ผู้คนรู้สึกมีความสุขมากเสียจนแทบตายได้เลย

     

    เมื่อเห็นสีหน้าของพวกเขา เสี่ยวเฉาก็ได้เนื้อหัวหยิบขึ้นมาอีกชิ้นหนึ่งที่ดูไม่ค่อยน่ากินนักแล้วหั่นมันเป็นชิ้นๆ แจกจ่ายให้ทุกคนได้ชิมกันชิ้นเล็ก ๆ และใช้ตะเกียบคีบขึ้นมาชิ้นหนึ่งเพื่อลองชิมฝีมือของตนเองนางเอาเนื้อหมูใส่ปากแล้วค่อย ๆ เคี้ยว อืม รสชาติดีจริง ๆ ชาติก่อนนางกินอาหารตุ๋นจนเอียนแต่นางก็ไม่เคยเบื่อหัวหมูตุ๋นเลยเพราะเยี่ยงนั้นน้ำหนักของนางในชาติที่แล้วจึงพัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด

     

    ตอนแรกนางฟางก็กลัวจนไม่ยอมที่จะลองกินแต่หลังจากเห็นทุกคนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย นางจึงใช้ตะเกียบคีบชิ้นที่เล็กที่สุดขึ้นมาใส่ปากทันใดนั้นดวงตาของนางก็เป็นประกายขึ้นมาด้วยความตกตะลึง รสชาติของเนื้อเข้มข้นและอร่อยกว่าไหล่หมูตุ๋นที่เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดของนางเสียอีก เสี่ยวเฉาไปเรียนวิธีทำอาหารจานนี้มาจากที่ใดกัน

     

    “เสี่ยวเฉา เสี่ยวเฉา ! เจ้าทำเนื้อหัวหมูตุ๋นนี่ได้เยี่ยงไรรึ ? ข้าอยากให้ท่านแม่มาเรียนจากเจ้าน่ะได้หรือไม่ ? ” เฉียนหวู่กินเนื้ออย่างเอร็ดอร่อยรสชาติและน้ำมันจากเนื้อกระจายอยู่ในปากของเขา เขากัดเนื้อหมูคำใหญ่แล้วชมไม่หยุด

     

    ฉีโตวลืมตาโตทันทีและเอ่ยว่า“ฝีมือทำอาหารของพี่สามได้มาจากเทพในความฝัน บอกผู้อื่นมิได้หรอก ! ถ้าท่านเทพตำหนิพี่สามที่บอกความลับกับผู้อื่นแล้วเอาความสามารถของนางไป เจ้าก็จะมิได้กินของอร่อยเช่นนี้อีกเป็นแน่! ”

     

    นางฟางคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่เด็ก ๆ สร้างเรื่องขึ้นมาเองนางคิดว่าเสี่ยวเฉาเรียนสูตรลับนี้มาจากใครบางคนและเขาห้ามนางไม่ให้บอกใคร ดังนั้นนางจึงตัดสินใจไม่ขอให้เสี่ยวเฉาบอกสูตรลับนี้แก่นาง

     

    แต่เฉียนหวู่นั้นเชื่ออย่างสนิทใจ เมื่อเขาลองคิดทบทวนดูแล้วแต่ก่อนเสี่ยวเฉาร่างกายอ่อนแอ ลุกออกจากเตียงได้ก็นับว่าดีแล้ว เป็นไปได้เยี่ยงไรที่นางจะไปเรียนทำอาหารจากใครอีกทั้งช่วงนี้ก็ไม่มีคนนอกเข้ามาในหมู่บ้านเลยสักคน ถ้าเทพมิได้สอนนาง แล้วนางจะได้ความสามารถนี้มาจากที่ใด? เมื่อเขาคิดดูแล้วเขาจึงพยักหน้าถี่ ๆ แล้วเอ่ยว่า  “งั้นข้าจะมิให้ท่านแม่มาเรียนแล้ว...เสี่ยวเฉาวันหน้าถ้าเจ้าทำอาหารใหม่ ๆ อีก อย่าลืมเก็บไว้ให้ข้าด้วยล่ะ...ข้าจะมิกินฟรีหรอกนะจะช่วยเจ้าเก็บสมุนไพร, ขโมยไข่จากนกป่า แล้วก็ตอนที่อากาศอุ่นกว่านี้ ข้าจะไปเก็บหอยมาให้เจ้าด้วย...”

     

    “ตกลง !ถ้าหากมีของอร่อยอีกเมื่อใด ข้าจะให้ฉีโตวเรียกเจ้ามาอีกนะ”เสี่ยวเฉาไม่ได้เติมเนื้อหัวหมูเพิ่มในจานที่หมดไป ถึงเยี่ยงไรแล้วเนื้อตุ๋นพวกนี้ก็คือของที่จะเอาไว้ขายที่ท่าเรือพรุ่งนี้

     

    หลังจากที่แน่ใจว่าหัวหมูตุ๋นทำได้เรียบร้อยดีแล้วเสี่ยวเฉาก็เริ่มตุ๋นไส้กับกระเพาะต่อทันที ไส้ตุ๋นมีรสชาติที่อร่อยและมีเนื้อสัมผัสนุ่มส่วนกระเพาะหมูตุ๋นนั้นมีรสหวาน สัมผัสลื่นนิ่มไม่เละทำให้เคี้ยวเพลินทั้งสองอย่างเป็นอาหารตุ๋นที่อร่อยและน่ากินเป็นอย่างมาก

     

    หลังจากทำอาหารตุ๋นเสร็จทั้งหมดแล้วทั้งครอบครัวจึงได้คิดว่าอาหารแต่ละชนิดก็มีจุดเด่นของตนเองแต่ก็นับว่าอร่อยมากทุกอย่างเมื่อนางฟางกำลังจะกลับ เสี่ยวเฉาก็ได้เอาหัวหมู, ไส้หมู และกระเพาะหมูใส่จานให้นางเอากลับบ้านไปด้วย

     

    นางฟางรู้ว่าจุดประสงค์ที่ทำอาหารทั้งหมดนี้ขึ้นมาก็เพื่อเอาไปขายที่ท่าเรือนางจึงปฏิเสธแต่เสี่ยวเฉาก็บอกว่าวัตถุดิบทั้งหมดซื้อมาด้วยเงินจากการขายเครื่องในไก่ถ้านางฟางไม่อยากได้เนื้อ เสี่ยวเฉาก็จะให้เงินแทน เมื่อได้ยินเช่นนั้นนางฟางจึงยอมเอาอาหารกลับบ้านไป

     

    คืนนั้นหลังจากที่โจวต้าชางกับลูกชายกลับมาจากการเร่ขายของ ทั้งสองคนก็ได้กินอาหารตุ๋นกันจนเกือบหมดจานและพากันชมไม่หยุดพวกเขาย้ำกับนางฟางหลายหนเลยว่า ‘อาหารจานเนื้อที่อร่อยเยี่ยงนี้คราหน้าควรซื้อมาให้มากกว่านี้อีก’

     

    นางฟางหัวเราะออกมาแต่ไม่ได้บอกความลับของเสี่ยวเฉาออกไปหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ถ้านางหลี่กับนางจางรู้ถึงพรสวรรค์ในการทำอาหารของเสี่ยวเฉาพวกนางทั้งสองคนต้องมาก่อเรื่องอีกเป็นแน่ พวกนางคงทนไม่ได้แน่ถ้ารู้ว่าบ้านสองของตระกูลกำลังไปได้ดี

     

    วันรุ่งขึ้นเสี่ยวเฉากับน้องชายก็ได้ช่วยกันยกตะกร้าที่หนักอึ้งไปที่ท่าเรือเมื่อไปถึงที่นั่น  หัวหน้าคนงานซุนที่กำลังสั่งคนงานขนสินค้าอยู่ก็เห็นเข้ากับพวกเขาทันทีเขาตะโกนเสียงดังว่า “พี่น้อง ขยันทำงานเข้า !ขนสินค้าเรือนี้เสร็จแล้วก็ไปพักกินอาหารเช้ากันได้ !  สองพี่น้องที่ขายเนื้อห่อละ 1อีแปะเมื่อวานนี้มาอีกแล้ว ! ”

     

    พวกคนงานที่ได้ลองเครื่องในไก่เมื่อวานรู้สึกฮึกเหิมและกระตือรือร้นขึ้นมาทันทีคนที่ไม่ได้กินอาหารตุ๋นเมื่อวานก็กระตือรือร้นมากขึ้นด้วย พวกเขาอยากขนย้ายสินค้าให้เสร็จก่อนคนอื่นๆ เพื่อที่จะได้ไปต่อแถวซื้ออาหารตุ๋นและลองกินเนื้อที่บรรดาคนงานพากันชมไม่หยุด

     

    เจ้าของเรือขนสินค้าเดินเรือมาเป็นเวลา10 ปีแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยเห็นคนงานท่าเรือทำงานเร็วเช่นนี้มาก่อน เขารู้สึกงุนงงมากจึงถามด้วยความสงสัยว่า‘เนื้อห่อละ 1 อีแปะ’ คืออะไรรึ

     

    หัวหน้าคนงานซุนเป็นคนคุ้นเคยเก่าแก่กับเจ้าของเรือสินค้าลำนี้เขารู้ว่าถ้าเจ้าของเรือสินค้าลำนี้พูดถึงเขาในทางที่ดีกับพ่อค้าที่ขายสินค้ามันจะช่วยเรื่องธุรกิจของเขาได้อีกมากโข

     

    เขาจึงรีบเชิญเจ้าของเรือไปกินที่เพิงขายอาหารผัดแห่งเดียวในบริเวณนี้แล้วให้เอ้อร์ซือไปเรียกสองพี่น้องนั่นมา“แม่หนูน้อย ข้าเอาเนื้อตุ๋นแบบเมื่อวาน 10 ห่อ แล้วก็เต้าหู้เลือด 2 อีแปะ...”

     

    “ขอโทษด้วยเจ้าค่ะหัวหน้าซุน ! วันนี้ข้าเอาอาหารตุ๋นอีกแบบมาและมิมีเต้าหู้เลือดด้วยเจ้าค่ะ”หัวหน้าซุนรู้สึกผิดหวังเมื่อได้ยินคำตอบของเสี่ยวเฉา เขาคิดจะพึ่งอาหารตุ๋นที่ราคาถูกแต่อร่อยนี้ทำให้เขาได้หน้าและชื่อเสียงเสียหน่อย!

     

    เจ้าของเรือสินค้าไม่พอใจเล็กน้อยที่หัวหน้าคนงานซุนเชิญเขามากินที่ร้านต่ำๆ สกปรกเช่นนี้ เขาคิดนิดนึงและตัดสินใจว่าคราหน้าเขาควรให้เฒ่าหกรับงานขนสินค้าแทน...

     

    แต่แล้วเขาก็ได้ยินเด็กน้อยคนหนึ่งเอ่ยอย่างร่าเริงว่า“หัวหน้าซุนขอรับ อาหารตุ๋นวันนี้อร่อยกว่าเมื่อวานอีกนะขอรับ มีหูหมูพอกัดแล้วจะรู้สึกกรุบๆ , ปากหมูนุ่ม ๆ , เครื่องในหมูแสนอร่อย แล้วก็กระเพาะหมูเคี้ยวเพลิน...รับรองว่าท่านจะมิเสียใจอย่างแน่นอนที่ได้ลองขอรับ! ”

     

     

    เมื่อเจ้าของเรือสินค้าเห็นฉีโตวที่ดูเหมือนอายุรุ่นราวคราวเดียวกับหลานชายคนเล็กของเขาเขาก็เริ่มคิดถึงหลานสุดที่รักขึ้นมา แม้ว่าฉีโตวจะสวมใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ โทรม ๆแต่ใบหน้าของเขาก็สะอาดสะอ้านดีและมีรอยยิ้มน่ารักสดใสเจ้าของเรือมองฉีโตวแล้วยิ้ม  “หนูน้อย เจ้าพูดเก่งดีนี่พอได้ยินเจ้าแนะนำอาหารของเจ้าแล้ว ข้าก็อยากกินขึ้นมาเลย”

     

    หัวหน้าซุนอยากแก้ตัวจึงเอ่ยแทรกขึ้นว่า“เอาทุกอย่างที่น้องชายของเจ้าแนะนำเมื่อกี้ให้เรา 2 ห่อ ! ถ้ากินแล้วมันอร่อยดังเช่นที่น้องชายเจ้าได้เอ่ยเมื่อครู่ ข้าจะให้รางวัลพิเศษกับเจ้า”อาหารตุ๋นที่เสี่ยวเฉาเอามาครั้งนี้ห่อรวมเข้าด้วยกันเป็นห่อเล็ก ๆแล้วก็ยังมีห่อแยกชนิดอีกสองสามห่อด้วยเผื่อว่าจะมีคนกินแล้วชอบแค่อย่างเดียว

     

    “ได้เจ้าค่ะ ! ” เสี่ยวเฉาตอบรับเสียงใส

     

    นางเอาอาหารตุ๋นออกมาวางทีละอันอย่างแรกเป็นหูหมู โรยหน้าด้วยต้นหอม, กระเทียม และน้ำมันพริก อาหารจานนี้มีสีแดงสวยงามช่วยเพิ่มความอยากอาหารนอกจากนี้เนื้อหูหมูก็แวววาวภายใต้แสงสว่าง ดูน่ากินมากยิ่งนักจากนั้นก็เครื่องในหมูรสชาติเข้มข้น มันแต่ไม่เลี่ยน สุดท้ายก็กระเพาะหมูที่หั่นเป็นแผ่นบางๆ ดูน่าอร่อย เสี่ยวเฉายืมจานจากเจ้าของร้านมา 2 ใบและจัดอาหารอย่างพิถีพิถันแม้ว่าห่ออาหารจะไม่ได้ใหญ่ แต่กลิ่นและรูปร่างหน้าตาก็ทำให้รู้สึกอยากอาหารขึ้นมาทันที

     

    เจ้าของเรือโตขึ้นในแถบชนบทใกล้กับแหล่งน้ำและเป็นคนที่ชื่นชอบการดื่มสุราและกินเนื้อ หลังจากเดินทางไปทั่วมาตลอดหลายปีนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้กินของที่อร่อยและราคาไม่แพงอย่างจานเนื้อพวกนี้เขารู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ ชายชราจัดการอาหารไปกว่าครึ่งด้วยเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ

     

    ด้านหัวหน้าคนงานซุนก็ดื่มเหล้าต่อเขากินแค่ผัดผักเท่านั้น แต่ไม่ลืมส่งสายตาสื่อความหมายให้เสี่ยวเฉาว่า ‘อย่าลืมเก็บไว้ให้ข้าห่อหนึ่งด้วย’

     

    “หัวหน้า มีเรืออีกลำกำลังเทียบท่าขอรับ พวกเราควรรีบไปอย่าปล่อยให้เฒ่าหกเอาไปได้นะขอรับ...” เอ้อร์ซือตะโกนเสียงดัง เขาวิ่งเข้ามาพร้อมด้วยอาการหอบ

     

    เจ้าของเรือสินค้ารู้ว่าสินค้าบนเรือของเขาจะขนเสร็จเร็วๆ นี้ เขาจึงมองไปที่หัวหน้าซุนแล้วเอ่ยว่า “ไปทำงานของท่านเถอะ มิต้องคอยดูแลข้าแล้วล่ะมิต้องห่วง คราหน้าเวลามีสินค้ามา ข้าจะเรียกใช้บริการของท่านอีกเป็นแน่...”

     

    เมื่อได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ หัวหน้าซุนจึงวิ่งไปที่ท่าเทียบเรือริมทะเลอย่างพอใจที่ไหนมีคน ที่นั่นมีคนจรจัด ก็เหมือนกับที่ไหนมีธุรกิจ ที่นั่นย่อมมีคู่แข่งท่าเรือถังกู่กำลังเป็นที่เฟื่องฟูและมีงานมากมายเป็นธรรมดาที่คนงานขนสินค้าที่ท่าเรือย่อมมิได้มีแค่กลุ่มเดียว

    คล้ายกับเรื่องนิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    บุตรอสูรบรรพกาล

    บุตรอสูรบรรพกาล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    553K 714
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808