ชีวิตของผู้ชายวัยทำงานอย่างผมน่ะเหรอครับ... มันก็เหมือนนาฬิกาที่เดินวนลูปซ้ำๆ เดิมๆ ทุกวัน ตื่นเช้า ล้างหน้า แปรงฟัน ฝ่ารถติดไปทำงาน แก้ปัญหาบ้าบอคอแตกที่ออฟฟิศ ตกเย็นก็กลับห้องมานอนแผ่หลาอยู่หน้าทีวีด้วยความเหนื่อยล้า ฟังดูน่าเบื่อใช่ไหมล่ะครับ? ใช่... มันน่าเบื่อโคตรๆ และความน่าเบื่อนี้แหละที่กัดกินจิตใจผมจนพรุนไปหมด
ผมห่างหายจากวงการ "สีเทา" นี้ไปพักใหญ่ๆ ได้แล้วมั้งครับ พักใหญ่ของผมก็ไม่เกินสัปดาห์นี่แหละครับ อาจจะเพราะ่หลังงานยุ่งจนหัวหมุน หรืออาจจะเพราะเริ่มเบื่อกับการที่ต้องไปเสี่ยงดวงเจอกับอะไรก็ไม่รู้ การจะหาความสุขใส่ตัวสักครั้งในสมัยนี้ มันเหมือนการซื้อหวยนะคุณว่าไหม? ดูรูปในเว็บอย่างสวย ตัวจริงเดินมานึกว่าป้าขายข้าวแกงหน้าปากซอย หรือบางคนสวยตรงปกจริง แต่นิสัยแย่ บริการห่วยแตก นอนแข็งเป็ท่อนไม้ พอเจอแบบนั้นบ่อยๆ เข้า ไฟแห่งความกระสันมันก็มอดลงไปเอง
แต่ก็นั่นแหละครับ... ผู้ชายมันก็คือผู้ชาย พอร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่ ฮอร์โมนมันก็เริ่มทำงานผิดเวลา ความเหงาและความ "คัน" ในร่มผ้าที่สะสมมานาน มันเริ่มก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง เช้าวันนี้ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกว่างเปล่าแปลกๆ มองเพดานห้องนอนตัวเองแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ร่างกายมันฟ้องครับว่า "้ายา" ด่วนๆ
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนดูรายชื่อในไลน์ เลื่อนผ่านน้องๆ หนูๆ หน้าใหม่ๆ ที่เอเจนซี่ส่งมาโปรโมท สายตาผมมองผ่านรูปพวกนั้นไปอย่างเฉยชา ใจมันไม่ได้เรียกร้องหาความตื่นเต้นหวือหวาแบบนั้น แต่มันเรียกร้องหาความ "สบายใจ"
ผมนึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมาทันที... คนที่เป็เหมือน "Safe Zone" ของผมเสมอมา
"น้องแนน"
ภาพรอยยิ้มหวานๆ แก้มป่องๆ กับหุ่นไซซ์มินิแต่ซ่อนรูปชนิดที่ว่าูเาไฟฟูจิยังอาย ลอยเข้ามาในหัวผมทันที น้องแนนไม่ใช่แค่สวย แต่เธอคือความอบอุ่น คือความใส่ใจ คือเมียจ๋า ชั่วคราว ที่ผมอยู่ด้วยแล้วมีความสุขที่สุด ไม่ต้องมานั่งเกร็ง ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนเร่งเวลา ไม่ต้องกลัวว่าจะเจอเซอร์ไพรส์แย่ๆ เพราะกับแนน... ทุกครั้งคือความประทับใจ
ไวเท่าความคิด ผมกดทักไลน์ไปหาเ้าตัวทันที ปกติผมจะเป็มนุษย์กลางคืนครับ ชอบไปหาน้องเขา่ค่ำๆ มืดๆ หลังเลิกงาน แต่รอบนี้ความอยากมันไม่เข้าใครออกใคร มันพุ่งพล่านจนรอพระอาทิตย์ตกดินไม่ไหว
"น้องแนนครับ... วันนี้คิวเช้าว่างมั้ย? พี่บอลอยากเข้าไปหาจัง"
ผมส่งข้อความไปแบบเสี่ยงดวง ใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ กลัวน้องจะยังไม่ตื่น หรือไม่ก็มีคิวจองยาวไปแล้ว แต่ไม่ถึงสามนาที ข้อความตอบกลับก็เด้งขึ้นมาพร้อมสติ๊กเกอร์กระต่ายทำท่าใ
"อุ๊ย! พี่บอล หายไปนานเลยนะคะ นึกว่าลืมหนูแล้วซะอีก... ว่างค่ะพี่บอล คิวเช้ายังโล่งเลย เข้ามาได้เลยน้าาาา"
คำตอบนั้นเหมือนเสียง์ครับ ผมรีบอาบน้ำแต่งตัว คว้ากุญแจรถ แล้วบึ่งออกจากบ้านทันที เป้าหมายเช้านี้ไม่ใช่ที่ทำงาน แต่เป็คอนโดหรูย่านพระราม 9 ที่ผมคุ้นเคย
...
การขับรถในกรุงเทพฯ ่สายๆ วันเสาร์ มันช่างราบรื่นผิดคาดครับ ถนนโล่งจนน่าใ หรืออาจจะเป็เพราะใจผมมันลอยไปถึงห้องน้องแนนแล้วก็ไม่รู้ ใช้เวลาไม่ถึง 40 นาที ผมก็มาจอดรถอยู่ที่ใต้คอนโดที่คุ้นตา
ผมเดินผ่านล็อบบี้ กดลิฟต์ขึ้นไปชั้น 12 ด้วยความรู้สึกที่คุ้นเคย ทุกอย่างที่นี่ยังเหมือนเดิม กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศในลิฟต์ ทางเดินที่เงียบสงบสะอาดสะอ้าน มันทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกำลังจะได้กลับบ้าน... บ้านที่มีสาวน้อยน่ารักรอปรนนิบัติอยู่
ก๊อก... ก๊อก...
ผมเคาะประตูห้อง 1205 เบาๆ ยืนรอด้วยใจระทึกนิดๆ การมาหาน้องแนนในเวลากลางวันแสกๆ แบบนี้ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ดีเหมือนกัน ปกติจะมาตอนแสงไฟสลัวๆ บรรยากาศโรแมนติก แต่วันนี้แดดเปรี้ยงๆ อารมณ์มันจะเป็ยังไงนะ?
แกร๊ก...
เสียงปลดล็อกประตูดังขึ้น บานประตูค่อยๆ แง้มออก เผยให้เห็นร่างเล็กกะทัดรัดในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นสบายๆ ผมยาวสลวยของน้องแนนถูกมัดรวบไว้อย่างลวกๆ ใบหน้าหมวยๆ ที่ปราศจากเครื่องสำอางหนาเตอะ ดูใสซื่อและน่ารักเป็ธรรมชาติกว่าตอนกลางคืนซะอีก
"อ้าว! พี่บอล!..."
น้องแนนร้องทักเสียงใส ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจจริงๆ เธอยกมือไหว้ผมอย่างสวยงามตามมารยาทที่น่ารักเสมอต้นเสมอปลาย
"มาเช้าจริงด้วยแฮะ... ปกติหนูเห็นพี่มาแต่ตอนมืดๆ ใหมดเลย นึกว่าตาฝาดตอนอ่านไลน์" น้องแนนพูดไปยิ้มไป รอยยิ้มนั้นทำเอาโลกของผมสดใสขึ้นมาทันที
"ก็คนมันคิดถึงนี่ครับ... ทนรอถึงเย็นไม่ไหวหรอก ใจจะขาด" ผมหยอดคำหวานไปหนึ่งดอก พลางส่งสายตาวิบวับไปให้
"ปากหวานตลอดเลยน้าาา... เข้ามาก่อนสิคะ เดี๋ยวแดดร้อน"
น้องแนนเบี่ยงตัวให้ผมเดินเข้าไปในห้อง ทันทีที่ก้าวเท้าข้ามธรณีประตู กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เป็เอกลักษณ์ประจำตัวของน้องแนน และกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มจางๆ ในห้อง ก็โชยมาปะทะจมูก
ห้องพักของน้องแนนยังคงเหมือนเดิมครับ สะอาดสะอ้าน เป็ระเบียบเรียบร้อย ผ้าม่านถูกเปิดออกรับแสงแดดอ่อนๆ ทำให้ห้องดูอบอุ่นและโปร่งสบาย เตียงนอนคิงไซซ์หนานุ่มที่ผมเคยผ่านสมรภูมิรบมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ถูกปูด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตา เรียบกริบจนน่าะโลงไปเกลือกกลิ้ง
ความรู้สึก "เกร็ง" หรือ "ระแวง" ที่มักจะเกิดขึ้นเวลาไปหาคนใหม่ๆ ไม่เคยเกิดขึ้นที่นี่ ที่นี่คือ Safe Zone ของผมจริงๆ
ผมวางกระเป๋าเป้และกุญแจรถลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง หันกลับมามองเ้าของห้องตัวเล็กที่กำลังเดินไปปิดประตูและล็อคห้องอย่างแ่า
วินาทีที่น้องแนนหันกลับมา ผมไม่รอช้า อ้าแขนออกกว้าง
"มาให้พี่กอดหน่อยเร็ว... คิดถึงจะแย่แล้ว"
น้องแนนหัวเราะคิกคัก เดินเข้ามาสวมกอดผมทันที ร่างนุ่มนิ่มไซซ์พกพานั้นจมหายเข้ามาในอ้อมอกของผม ความอบอุ่นจากร่างกายของเธอแผ่ซ่านเข้ามาถึงหัวใจผมทันที
"คิดถึงเหมือนกันค่า... พี่บอลหายไปตั้งนาน หนูเหงาแย่เลย" เสียงอู้อี้ของน้องดังมาจากอกเสื้อผม
ผมกอดรัดร่างน้อยนั้นแน่นขึ้น ก้มหน้าลงไปซุกไซ้ที่ซอกคอขาวเนียน สูดดมกลิ่นหอมของแป้งเด็กและกลิ่นกายสาวเข้าปอดเฮือกใหญ่
"ชื่นใจจัง..." ผมพึมพำ พลางกดจมูกลงบนแก้มนิ่มๆ ของน้อง ฟัดแก้มซ้ายทีขวาทีด้วยความหมั่นเขี้ยว
"งื้อออ... พี่บอลอะ หนวดยังไม่โกนเหรอคะ จั๊กจี้อ่าาา" น้องแนนย่นคอหนีหัวเราะร่า แต่ก็ไม่ได้ผลักไส กลับกอดเอวผมแน่นขึ้นกว่าเดิม
เรายืนกอดกันอยู่อย่างนั้นสักพัก เพื่อซึมซับความรู้สึกดีๆ ที่ห่างหายไปนาน ก่อนที่ผมจะค่อยๆ คลายอ้อมกอด แล้วจูงมือน้องแนนพาไปนั่งที่ปลายเตียงนุ่ม
ผมทิ้งตัวลงนั่ง แล้วดึงน้องแนนให้ลงมานั่งซ้อนตักผม หันหน้าเข้าหากัน แขนแกร่งของผมโอบรวบเอวคอดกิ่วของน้องไว้
"ไหนดูซิ... หายไปนาน ผอมลงหรือเปล่าเนี่ย" ผมแกล้งถาม พลางใช้มือลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนนุ่มผ่านเนื้อผ้าเสื้อยืดบางๆ
"ไม่ผอมหรอกค่ะ กินเก่งจะตาย ่นี้หนูอ้วนขึ้นด้วยซ้ำ พี่บอลดูสิ พุงออกแล้วเนี่ย" น้องแนนบ่นอุบ จับมือผมไปวางแปะที่หน้าท้องแบนราบของเธอ
"พุงเพิงอะไรกัน... แบบนี้เขาเรียกว่ากำลังดี น่ากอด น่าฟัด"
มือไม้ของผมเริ่มอยู่ไม่สุขตามประสาผู้ชายหื่นครับ จากที่ลูบหลัง ก็ค่อยๆ เลื่อนต่ำลงไปที่บั้นท้ายกลมกลึง ภายใต้กางเกงขาสั้นนั้น ผมััได้ถึงความแน่นเด้งของเนื้อสาว ผมบีบขยำแก้มก้นน้องเบาๆ เป็การทักทาย
"อ๊ะ... มือซนอีกแล้วนะคุณพี่" น้องแนนตีมือผมเบาๆ แต่สายตากลับพราวระยับ
"ก็ของมันน่าจับนี่นา..." ผมยิ้มเ้าเล่ห์ ก่อนจะเลื่อนมืออีกข้างขึ้นมาด้านหน้า สอดเข้าไปใต้ชายเสื้อยืดตัวโคร่ง ลูบไล้หน้าท้องเนียนลื่นขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง...
หมับ!
ฝ่ามือหนาของผมตะปบเข้ากับความนุ่มหยุ่นมหาศาลที่ซ่อนรูปอยู่ภายในบราลูกไม้
"โอ้โหว... ยังใหญ่เหมือนเดิมเลยนะเนี่ย" ผมแซวเสียงกระเส่า
หน้าอกหน้าใจของน้องแนนคือทีเด็ดที่ผมหลงใหลไม่เคยลืมครับ ตัวเล็กนิดเดียวแต่พกแตงโมมาสองลูก! มันเต็มไม้เต็มมือ นุ่มนิ่มสู้มือจนผมเผลอบีบแรงๆ ด้วยความมันเขี้ยว นิ้วหัวแม่มือผมสะกิดเขี่ยยอดอกของน้องผ่านบราเซียร์จนมันเริ่มแข็งเป็ไตสู้มือ
น้องแนนครางฮือในลำคอ ใบหน้าเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอมองหน้าผมด้วยสายตาหวานเยิ้ม แววตาขี้เล่นเมื่อครู่เริ่มเปลี่ยนเป็แววตาแห่งราคะ
"พี่บอลบ้า... มาถึงก็จับนมเลยนะ หื่นจริงๆ"
"ไม่หื่นได้ไงไหว... ก็เมียจ๋าของพี่น่ากินขนาดนี้"
บรรยากาศในห้องเริ่มร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่แอร์ยังเย็นฉ่ำ ััของเราสองคนเริ่มดุเดือดขึ้น ผมก้มลงไปประทับจูบที่ริมฝีปากอิ่มสวยของน้องเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มน้ำหนัก บดขยี้ริมฝีปากนุ่มนิ่มนั้นอย่างโหยหา
น้องแนนจูบตอบผมอย่างรู้งาน ริมฝีปากเล็กๆ เผยอออกเปิดทางให้ผมส่งลิ้นร้อนเข้าไปสำรวจความหวานภายใน เราแลกลิ้นกันนัวเนีย เสียงจูบ จ๊วบ จ๊าบ ดังคลอเคล้าไปกับเสียงลมหายใจที่เริ่มหอบถี่
จู่ๆ น้องแนนก็ผละหน้าออกมานิดนึง ยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ก่อนจะใช้สองมือผลักไหล่ผมเบาๆ
"นอนลงสิคะ... เดี๋ยวหนูดูแลพี่เอง"
ผมยอมทำตามอย่างว่าง่าย ทิ้งตัวลงนอนราบไปกับที่นอนนุ่ม โดยมีน้องแนนตามขึ้นมาคร่อมทับทันทีในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน
ท่าทางของน้องแนนตอนนี้โคตรเซ็กซี่เลยครับ เธอนั่งทับอยู่บนหน้าขาผม เสื้อยืดตัวโคร่งร่วงลงมาเปิดไหล่ข้างหนึ่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิงนิดๆ ดูยั่วยวนชะมัด
น้องแนนก้มลงมาหาผมอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้จูบแค่ปาก แต่เริ่มซุกไซ้ไปตามซอกคอและใบหูของผม ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดต้นคอทำเอาผมขนลุกซู่
"คิดถึงกลิ่นพี่บอลจัง... หอมเหมือนเดิมเลย" เธอพูดเสียงกระเส่า พลางขบเม้มติ่งหูผมเบาๆ
ในขณะที่ปากกำลังทำงาน มือซนๆ ของน้องแนนก็ไม่น้อยหน้าครับ มือนุ่มนิ่มข้างหนึ่งเลื้อยลงต่ำ... ผ่านหน้าท้อง ผ่านขอบกางเกงยีนส์ ลงไปหยุดอยู่ที่เป้ากางเกงที่ตอนนี้มันเริ่มตุงออกมาอย่างเห็นได้ชัด
"อุ๊ย... ตรงนี้แข็งโป๊กเลยค่ะพี่บอล... สงสัยจะคิดถึงหนูจริงๆ ด้วย"
น้องแนนใช้ฝ่ามือลูบไล้เป้ากางเกงผมเบาๆ แล้วเริ่มออกแรงบีบคลึง "ั" ที่หลับใหลให้ตื่นตัวเต็มที่ นิ้วเรียวของเธอกรีดกรายไปตามรอยตะเข็บกางเกง เน้นย้ำที่ส่วนหัวจนผมต้องซี๊ดปาก
"ซี๊ดดดด... แนนครับ... มือหนูมันร้าย..."
น้องไม่ได้หยุดแค่นั้น เธอค่อยๆ ปลดกระดุมกางเกงยีนส์ผมออก รูดซิปลงช้าๆ แล้วล้วงมือเข้าไปัักับเนื้อแท้ภายใต้ชั้นใน
ความเย็นของมือน้องตัดกับความร้อนระอุของท่อนเอ็นผม มันเป็ความรู้สึกที่โคตรดี! น้องแนนกำรอบแท่งเอ็นของผมแล้วเริ่มรูดชักขึ้นลงเป็จังหวะเนิบนาบ สายตาของเธอจ้องมองหน้าผมตลอดเวลา ราวกับจะเช็คดูว่าผมพอใจแค่ไหน
"ใหญ่จัง... เต็มมือหนูเลย... วันนี้จะให้หนูทำอะไรกับมันดีคะ?" น้องแนนถามเสียงยั่ว สายตาแพรวพราวเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่
ผมมองหน้านางฟ้าในคราบปิศาจตัวน้อยตรงหน้าด้วยความหลงใหล อารมณ์ผมตอนนี้มันพุ่งทะลุปรอทไปแล้วครับ ความแข็งขึงปวดหนึบไปหมด อยากจะจับน้องฉีกเสื้อผ้าแล้วกระแทกเข้าไปเดี๋ยวนี้เลย
แต่เดี๋ยวก่อน...
ผมเหลือบตามองนาฬิกาดิจิทัลที่หัวเตียง ตัวเลขบอกเวลา 10:45 น.
สมองผมประมวลผลเร็วไวยิ่งกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ผมจำได้ลางๆ ว่าตอนคุยในไลน์ น้องบอกว่ามีคิวลูกค้าอีกคนตอนเที่ยงตรง... นั่นหมายความว่าเรามีเวลาเหลืออีกแค่ชั่วโมงนิดๆ!
ฉิบหายแล้ว... มัวแต่มานั่งพลอดรัก นั่งกอด นั่งคุยรำลึกความหลังกันซะเพลิน เวลาเดินเร็วยิ่งกว่าติดปีกบิน ถ้าขืนยังชักช้าอยู่แบบนี้ เดี๋ยวจะไม่ทันได้ "จัดหนัก" ให้หายอยาก
ผมรีบคว้าข้อมือเล็กๆ ของน้องแนนที่กำลังเพลิดเพลินกับการปั่นหัวน้องชายผมอยู่
"แนนครับ... เดี๋ยวๆ หยุดก่อน"
"หือ? ทำไมคะ? ไม่เสียวเหรอ?" น้องแนนทำหน้างง ชะงักมือทันที
"เสียวครับ... เสียวจะตายอยู่แล้ว แต่พี่เพิ่งนึกได้ว่าหนูมีลูกค้าต่อตอนเที่ยงไม่ใช่เหรอ?"
น้องแนนทำตาโต "อุ๊ย! จริงด้วย! ลืมไปเลย... มัวแต่เล่นเพลิน"
"นั่นไง... เหลือเวลาอีกชั่วโมงเดียวเองนะ ถ้ามัวแต่ชักช้า เดี๋ยวพี่จัดไม่คุ้มนะ" ผมยิ้มแหยๆ
น้องแนนหัวเราะร่า รีบลุกขึ้นจากตัวผมทันที แล้วดึงแขนผมให้ลุกตาม
"งั้นรีบไปอาบน้ำกันค่ะพี่บอล... ต้องทำเวลาแล้ว! เดี๋ยวหนูอาบให้ รับรองสะอาดทุกซอกทุกมุม แล้วรีบออกมาจัดกันให้เตียงหักไปเลย!"
"จัดไปครับเมียจ๋า... วันนี้พี่ขอแบบด่วนจี๋ไปรษณีย์จ๋านะ!"
ผมรีบลุกขึ้นถอดเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว โยนทิ้งไว้ข้างเตียงแบบไม่สนใจใยดี แล้วเดินตามร่างเปลือยเปล่าขาวจั๊วะน่าเจี๊ยะของน้องแนนเข้าห้องน้ำไป
งานนี้ต้องสปีดครับ... แต่ถึงจะรีบยังไง ผมก็มั่นใจว่า ด้วยลีลาของน้องแนน "รอบเช้า" ครั้งนี้ ต้องเด็ดสะระตี่จนผมลืมไม่ลงแน่นอน!