เพียงสายลมแห่งทิศบูรพาพัดผ่าน สองเราไม่มีวันหวนคืน

    โรคทางใจ ต้องใช้ใจรักษา 4

    ภายในห้องนอนของกู้เซียนเซียน

    "วันนี้ข้าจะเปลี่ยนยาอีกชุด แต่อยากให้เจ้าลองดูว่าพอจะมองเห็นอะไรบ้างไหมนอกจากแสงสว่าง"  เป็นอีกครั้งหนึ่งในรอบหลายๆวันที่อินั่วอันยังคงเอ่ยซ้ำๆกับประโยคเดิมๆ

    กู้เซียนเซียนพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้  สองวันก่อนนางเริ่มมองเห็นแสงสว่างผ่านผ้าผูกตาได้บ้างแล้วแต่หลังจากนั้นดวงตาก็ถูกผ้าพันไว้อีกครั้ง บางทีตอนนี้มันอาจจะดีขึ้นนางยังมีความหวังอยู่ในใจ เพราะนางอยากเห็นใบหน้าของอาจารย์จะแย่อยู่แล้ว

    หมอหญิงค่อยๆคลายผ้าผูกตาออก เพียงแต่ตอนที่ผ้ากำลังจะเคลื่อนหลุดออกจากตากลับมีมือใหญ่ยื่นมาบดบังสายตาของนางเอาไว้แทน

    “ อาจารย์ ? “   กู้เซียนเซียนอุทานออกมาอย่างประหลาดใจ

    “ อย่าเพิ่งรีบลืมตา “ เขาเอ่ยเตือนนาง แม้ในห้องจะมีเพียงตะเกียงดวงเล็กๆเพียงดวงเดียวแต่เพราะสายตาที่ไม่ได้รับแสงมาเป็นเวลานาน  เขายังกลัวว่าดวงตาของนางจะปรับสภาพไม่ได้

    กู้เซียนเซียนพยักหน้ารับเป็นเชิงรับรู้  ทำให้เซียวหลงที่ยืนอยู่ด้านหลังของนางวางใจลงได้

    เบ้าตาของนางรู้สึกปวดหนึบในตอนที่นางค่อยๆลืมตาขึ้นมาสอดรับกับฝ่ามือใหญ่ตรงหน้าที่ค่อยๆขยับเลื่อนออกไปช้าๆ แต่แม้จะช้าแค่ไหนนางก็ยังรู้สึกวิงเวียนจนแทบจะทรงตัวนั่งไม่อยู่แต่โชคดีที่ข้างหลังของนางมีอ้อมกอดอบอุ่นให้พักพิง จนนางทำได้เพียงเอียงหัวอิงแอบลงไป

    ภาพเบื้องหน้าแม้จะลางเลือนแต่มองเห็นเป็นเค้าร่างของหญิงนางหนึ่งที่ไม่ต้องเสียเวลาคาดเดาว่าเป็นใครเพราะในห้องนี้มีเพียงคนสามคนเท่านั้น

    กู้เซียนเซียนเอ่ยออกมาอย่างยากลำบากเพราะนางรู้สึกเวียนหัวและพะอืดพะอมเหมือนห้องขยับหมุนเหวี่ยงไปมา

    “ ท่านหมอ “  นางเอ่ยทักทายเสียงเบาหวิวเหมือนคนเพิ่งเคยรู้จักกันก่อนจะค่อยๆหลับตาลงในอ้อมกอดของเซียวหลงอีกครั้ง

    “ อาจาย์ ขะ.. ข้า เวียนหัว มากเลย “  เสียงนางขาดห้วงเบาราวกับเสียงกระซิบก่อนจะเงียบหายไป 

    “ ลองพยายามอีกหน่อยได้หรือไม่ เจ้าไม่ได้ใช้สายตามานาน  ร่างกายย่อมต้องการการปรับตัว “ เซียวหลงพูดให้กำลังใจนางเบาๆ มือใหญ่ยื่นมาปิดที่เปลือกตาของนางอีกครั้งก่อนจะเห็นลูกศิษย์ตัวน้อยพยักหน้ารับช้าๆ

    นางค่อยๆลืมตาขึ้นอีกครั้งในขณะที่ฝ่ามือของเซียวหลงค่อยๆเลื่อนห่างออกไปอีกครั้ง

    "ข้ามองเห็นมือท่านด้วย " นางเอ่ยอย่างสิ้นเรี่ยวแรงก่อนจะอาเจียนพุ่งออกมา

    “ ขะ ข้า ไม่ได้ตั้งใจ ระ เรียก บ่าวมาทำ เถอะ “  ตอนนี้นางไม่ไหวแล้วจริงๆ  ทำให้ต้องหลับตาลงอีกครั้ง ไม่สนใจแม้แต่สิ่งสกปรกรอบตัว

    ผ้าอุ่นๆถูกซับลงบนใบหน้าและลำคอของนางก่อนจะสัมผัสได้ว่ามีมือใหญ่ลูบหัวนางช้าๆ “ไม่เป็นไร ค่อยเป็นค่อยไป “ เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นมานางอยากตอบออกไปแต่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงทำได้แค่นอนหลับไปในอ้อมแขนของชายหนุ่มที่คอยพยุงอยู่เบื้องหลัง

    หลังจากจับชีพจรให้กู้เซียนเซียนที่หลับสนิทไปแล้วนั้นอินั่วอันก็เอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย

    “ ท่านใจร้อนเกินไปแล้วจริงๆ หากมีอะไรต้องทำ ท่านจากไปก่อนเถอะอย่าให้นางต้องเร่งรีบรักษาขนาดนี้เลย “ 

    เซียวหลงที่เพิ่งจะเดินกลับมานั่งที่โต๊ะกลางห้องเอ่ยเสียงเย็นตอบว่า “ เจ้ามีหน้าที่ก็ทำไปพรุ่งนี้ไปซื้อยามาเพิ่มอีกก็แล้วกัน “  เขาพูดพร้อมกับวางตั๋วเงินห้าร้อยตำลึงไว้ตรงหน้านาง

    ‘ ช่างใจกว้างแท้ๆ ยาเดิมก็ยังไม่หมด ให้เบี้ยไปซื้อยาใหม่อีกแล้ว ’  แถมไปทีนางต้องเดินทางไปกลับเกือบสามวัน ละแวกที่พวกนางอยู่ตอนนี้จะมีกระสัยยาเลอค่าแบบนี้อยู่ที่ใหนกัน

    แม้ในใจจะบ่นอุบแต่มือก็ยังเอื้อมไปหยิบตั๋วเงินเหล่านั้นมาเก็บไว้ ก่อนหารือกับเขาต่อ “ ท่านไม่ควรอยู่รอต่อข้ารู้ว่าท่านมารอบนี้ ท่านมีเป้าหมายอื่น หากเป็นไปได้ก็พานางไปด้วยสิจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง “

    เซียวหลงเอียงหน้าไปดูกู้เซียนเซียนที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงนางนอนตะเคงงอตัวเป็นกุ้งผอมๆตัวหนึ่ง สภาพน่าเวทนาของนางทำให้เขาหักใจจากไปไม่ได้ข้อเสนอของศิษย์น้อง ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคิด แต่ภารกิจที่ทำอยู่ลำพังตัวเขาเองก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอด นับประสาอะไรกับที่จะต้องมาประคับประคองดูแลชีวิตผู้อื่นไปด้วยนอกจากนี้ศัตรูของเขาก็มีมากมาย หากเขายอมมีความรู้สึกก็เท่ากับมีจุดอ่อน ทุกวันนี้ คนที่อยู่ล้อมรอบตัวเขามีใครบ้างได้ใช้ชีวิตอย่างราบรื่นปลอดภัย ทุกคนล้วนแต่ต้องปิดบังชื่อแซ่หลบลี้หนีห่างให้ไกลจากตัวเขาให้มากที่สุดเพื่อเอาชีวิตรอดด้วยกันทั้งนั้น ลูกศิษย์ของเขาคนนี้ก็ไม่ต่างกันต่อไปนางควรอยู่ในสถานะของคนไม่รู้จักกัน   ป้องกันไม่ให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือมาต่อรองกับเขาในอนาคตและเพื่อความปลอดภัยของตัวนางเอง  คุณหนูสี่ตระกูลกู้ควรหายสาบสูญไปตลอดกาลนับว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่เขามอบให้นางได้

    “ ไม่จำเป็น ให้นางอยู่กับหนานข่ายหลี่ที่นี่เถอะ  ต่อไปข้าเองก็จะไม่มาที่นี่อีกแล้ว “ เซียวหลงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์แต่ยืนหยัดชัดเจนราวกับผ่านการไตร่ตรองไว้นานแล้ว

    “ โอ้ว ขนาดนั้นเลยหรือ ท่านทำได้ ?  “ อินั่วอันตอบกลับยียวนแม้จะมั่นใจว่าเขาทำได้ เพราะพื้นฐานของศิษย์พี่คนนี้ เป็นคนไร้ใจอย่างแท้จริง

    เขาเงียบไม่เอ่ยต่อความกับนางอีก  จนกระทั่งทำให้อินั่วอันรู้สึกอึดอัดเสียเอง

    “ หากที่นี่ไม่มีอะไรให้ข้าอยู่รับใช้แล้ว ข้าน้อยขอตัว “ นางเอ่ยประชดประชันออกมา ก่อนเดินหันหลังจากไป อย่างไรนางก็รู้ดีกว่าคืนนี้เซียวหลงก็คงนอนอยู่ในห้องเล็กติดกับห้องของลูกศิษย์อยู่ดีต่อให้เขามีเรือนรับรองของตัวเอง แต่มีคืนไหนที่เขาไปนอนจริงๆจังๆ บ้าง

    วันถัดมา

            กู้เซียนเซียนตื่นขึ้นพร้อมกับสมองที่หนักอึ้งแม้ทั้งคืนจะไม่ได้ทานอาหารแม้แต่คำเดียวแต่ท้องของนางกลับไม่ร้องโครกครากเหมือนสมัยก่อน หากจะบอกว่าสายตานางยังปรับไม่ได้แต่นางมั่นใจว่าท้องของนางต้องปรับสภาพให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันได้แล้วอย่างแน่นอน

     “อาจารย์ “ เป็นประโยคแรกที่นางพูดขึ้นหลังจากตื่นนอน

    “ ทางนี้ ”   เซียวหลงเอ่ยตอบรับนางก่อนที่จะเดินมาเช็ดหน้า เปลี่ยนยาและผ้าผูกตาให้นางบนเตียง 

    “ หมอหญิง นางไม่อยู่ ?  “  กู้เซียนเซียนเอ่ยถามขึ้นมาระหว่างที่เซียวหลงกำลังเปลี่ยนยาให้นาง

    เซียวหลงจึงเอ่ยอธิบายอย่างที่พบเห็นได้ไม่บ่อยครั้ง “ อื้ม นางไปซื้อยาในเมือง พรุ่งนี้เย็นๆก็คงกลับมาแล้ว ”  เขาเห็นกู้เซียนเซียนพยักหน้ารับโดยไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกมาอีก 

    “ วันนี้เหตุใดถึงเงียบนัก “เซียวหลงขมวดคิ้วก่อนใช้หลังมือแตะไปที่หน้าผากของนาง และเลื่อนไปจับชีพจร 

    ” ไม่มีไข้ ” แต่ชีพจรก็ไม่เคยปกติเฉกเช่นคนสุขภาพดีโดยทั่วไปนี่อาจนับได้ว่าปกติที่สุดแล้วของนาง

    “ ทานข้าวเถอะ วันนี้เราจะออกไปเดินเล่นกัน ”  เขาเอ่ยหลังจากอุ้มนางมานั่งที่เก้าอี้บนโต๊ะมีอาหารเตรียมไว้อยู่ก่อนแล้วเขาไม่ได้บอกแก่นางว่ายามนี้ไม่ใช่ช่วงสายของวันใหม่แต่เป็นยามใกล้รุ่งของวันที่สองหลังจากที่ลูกศิษย์นอนหลับไป นางตื่นตอนไหนเขาจะถือว่าเวลานั้นเป็นเวลาเช้าก็แล้วกัน

    พอได้ยินคำว่าเดินเล่นกู้เซียนเซียนจึงรีบพุ้ยข้าวต้มที่เหลือเข้าไปในปากจนหมดทันที

    “ข้ากินหมดแล้ว “ นางรีบดันถ้วยเปล่ากลับไปยังตรงกลางโต๊ะให้เขาดู

    เซียวหลงยื่นชาและให้นางดื่มยาอีกรอบก่อนจะจับจูงพานางเดินออกไปภายนอก

    แม้ตาของนางจะมีผ้าปิดอยู่สัมผัสไม่ได้แม้แต่แสงเทียน แต่เพราะมีคนข้างตัวคอยอธิบายให้นางฟังอยู่ตลอดว่าตอนนี้ภายนอกเป็นอย่างไรนางเดินมาถึงตรงไหนแล้ว และรอบๆตัวมีอะไรอยู่บ้างต่อให้นางเดินอยู่ท่ามกลางทะเลทรายเวิ้งว้างเหน็บหนาวแต่ในใจราวกับยืนอยู่ท่ามกลางดอกไม้ป่าห้อมล้อมรอบตัวส่งกลิ่นหอมขจรไกลเช่นในฤดูใบไม้ผลิ

          เซียวหลงพานางมานั่งตรงเก๋งจีนกลางสวนที่ตรงนี้ไม่ใช่สถานที่ใหม่สำหรับนาง เพราะหนานข่ายหลี่เองก็เคยพามาแล้วเช่นกันเพียงแต่นี่เป็นครั้งแรกที่นางมากับคนอื่นที่ไม่ใช่เขาเท่านั้น

            “ กู้เซียนเซียน “ เซียวหลงเอ่ยขัดความเงียบงันขึ้น ทำให้นางที่กำลังตั้งใจฟังเขาอยู่เงยหน้าหันไปตามเสียงที่ได้ยินในใจภาวนาไม่ให้เขาเอ่ยคำร่ำลาออกมาแม้จะรู้ว่าวันนั้นจะมาถึงในไม่ช้านี้

            “ ปิ่นปักผมนี้ “  เขาเอื้อมมือไปหยิบปิ่นทองประดับด้วยเม็ดทับทิมสีแดงเล็กๆออกมาจากอกเสื้อ ลวดลายของปิ่นแม้ดูราบเรียบแต่ไม่ลดทอนความสวยสง่าของมันลงแม้แต่ส่วนเดียว ก่อนเอ่ยต่อเบาๆ ”อาจารย์มอบไว้ให้แก่เจ้าก่อนถึงวัยปักปิ่น พิธีการอาจดูไม่เหมาะสมนักแต่เพราะปีหน้าเกรงว่าไม่อาจแวะมาหาเจ้าได้ เจ้าคงไม่กล่าวโทษอาจารย์หรอกนะ “เซียวหลงกล่าวยิ้มๆ   ระหว่างที่พูดนิ้วมือของเขาพลันค่อยๆบรรจงดึงปิ่นหยกเดิมของนางออกมาจากมวยผมที่เกล้าอยู่เขารวบผมให้นางใหม่โดยเกล้ามวยไว้กลางศีรษะและเสียบปิ่นทองอันใหม่เข้าไปแทนที่ 

    กู้เซียนเซียนนิ่งงันอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกในหัวได้ยินแต่เสียงวิ้งๆ ความดีใจความเต็มตื้นระคนปะปนกันอยู่ในใจ

    “อาจารย์ขอให้เจ้าเติบโตแข็งแรง ราบรื่นและงดงามตลอดไป “    ช่วงเวลาสั้นๆแต่มีความหมายยิ่งใหญ่ในชีวิตของนางผ่านไปอย่างเชื่องช้าราวกับเวลาหยุดหมุนร่างบางฉีกยิ้มจนแก้มปริ กระทั่งการคุกเข่าโขกศีรษะตอบกลับนางก็ยังไม่ได้ทำ

     ความเงียบงันเข้าปกคลุมระหว่างสองศิษย์อาจารย์อีกครั้ง

    “ ทำไม กระทั่งโขกศีรษะให้อาจารย์เจ้าก็ลืมแล้ว “   เซียวหลงกลับเอ่ยทักขึ้น

    กู้เซียนเซียนส่ายหน้า  นางไม่อยากแยกจากเขาอีกรู้ทั้งรู้ว่าตัวเองนั้นเป็นภาระก้อนใหญ่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใหน ก็รังแต่จะสร้างปัญหาแต่หากนางขอติดตามอาจารย์ไปด้วย เขาจะยอมหรือไม่  

     นางกำลังขยับตัวเพื่อลุกขึ้นโขกศีรษะให้แก่เขาปากเล็กๆของนางก็เอื้อนเอ่ยแกมขอร้องเขาไปด้วย  “ อาจารย์ถ้าหากว่า   ถ้า ..”  ยังพูดไม่ทันขาดคำ  ก็ได้ยินเสียงดาบปะทะกันขึ้นที่เบื้องหน้าเสียก่อน ก่อนที่ร่างของนางจะถูกกระชากมาหลบที่ด้านหลังของเก๋งอย่างแรงแขนแกร่งที่ดึงนางไปหลบปล่อยต้นแขนของนางออกอย่างรวดเร็วและผละจากข้างกายของนางไปเข้าร่วมการต่อสู้ที่เกิดขึ้นมาอย่างกระทันหัน

    เสียงอึกทึกที่ดังอยู่รอบๆตัวนั้นกู้เซียนเซียนแยกแยะไม่ได้อย่างชัดเจนแต่รู้ว่าจะต้องมีคนอยู่ไม่น้อยกว่าสามคนหนึ่งในนั้นตะโกนเรียกชื่อของเซียวหลงออกมา 

    “ ตายเสียเถอะ ! ”  เสียงชายฉกรรจ์ที่นางไม่คุ้นเคยตะโกนขึ้น

    การต่อสู้เริ่มชุลมุนมากขึ้นจนแยกแยะไม่ออกจากเสียงที่ได้ยินนางไม่รู้ว่ามีคนอยู่กี่คน และไม่รู้ว่าตอนนี้อาจารย์กำลังเสียเปรียบอยู่หรือไม่ได้แต่หมอบลงต่ำเพื่อไม่ให้เป็นภาระของเขาเท่านั้น 

    ไม่นานกู้เซียนเซียนได้ยินแต่เสียงดาบปะทะดังขึ้นมาใกล้ตัวบางครั้งถึงกับได้ยินเสียงฟาดลงมาที่โต๊ะด้านข้าง ก่อนจะมีเสียงดาบตวัดสวนกลับไปพวกนักฆ่าเหล่านั้นขยับเข้ามาใกล้นางเข้าไปเรื่อยๆจนนางรู้สึกเหมือนถูกตีกรอบล้อมไว้

    ขณะที่มีเสียงอาวุธถูกเหวี่ยงมากระทบกับโต๊ะหินอีกรอบรอบนี้นางรู้สึกได้ว่ามันพุ่งเฉียดพาดไหล่นางไปทางด้านหลังห่างไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น“ ท่านไม่ต้องห่วงข้า รีบหนีไป “ นางเอ่ยบอกแก่เซียวหลงแม้จะไม่รู้ว่าตอนนี้เขาต่อสู้อยู่ตรงใหนท่ามกลางความวุ่นวายตรงหน้า

    ไม่ทันจะสิ้นเสียงกู้เซียนเซียนได้ยินเสียงคำรามสั้นๆของเซียวหลงที่ดังขึ้นไม่ห่างจากนางมากนักความรู้สึกกลัวเกิดขึ้นมาอย่างท่วมท้นใจจนเหน็บหนาวไปทั่วร่างสมองของนางอื้ออึงจนคิดอะไรไม่ออกมือผอมบางค่อยๆดึงผ้าปิดตาออกก่อนพยายามลืมตาเพ่งมองหาเซียวหลงในความวุ่นวายเบื้องหน้า

    “ อาจารย์ ”  นางค่อยๆยืนขึ้นท่ามกลางความสับสนอลหม่านของคนสองกลุ่ม

    ภายนอกยังไม่สว่างแต่มีคบไฟจุดอยู่โดยรอบ ห่างจากนางไม่ถึงสองจั้งนางเห็นคนสามคนกำลังรุมล้อมชายหนุ่มร่างสูงในชุดสีฟ้าที่กำลังต่อสู้อยู่ตรงกลาง  เพราะความตกใจระคนความเป็นห่วงทำให้นางลืมอาการเจ็บป่วยของตัวเองจนสิ้นทันทีที่นางลุกขึ้นยืนได้อย่างมั่นคงขาก็ขยับก้าวเดินช้าๆไปหลบอยู่ข้างเสาหินของเก๋งจีนเบื้องหน้าแต่ยังเว้นระยะไม่ให้ตัวเองสร้างปัญหาเพิ่มให้แก่เขา เพียงแต่ก็ยังช้าเกินไปเพราะหนึ่งในคนเหล่านั้นอาศัยช่วงเวลาที่เซียวหลงเสียเปรียบหันปลายกระบี่ยาวพุ่งมายังทิศที่กู้เซียนเซียนยืนอยู่แทน

     สายตาของนางไม่ได้จดจ้องไปที่ปลายกระบี่ที่พุ่งตรงเข้ามาเหมือนภาพช้าราวกับมันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนางแม้แต่น้อย  แต่กลับจับจ้องไปที่เซียวหลงที่แทรกตัวพุ่งออกมาตรงหน้าของนางแทน ภาพที่นางเห็นในเสี้ยวขณะนั้นคือบุรุษร่างสูงผู้หนึ่งถูกปลายกระบี่ยาวเสียบแทงทะลุมาถึงด้านหลังก่อนที่เลือดจำนวนมากจะไหลทะลักออกมาหลังจากที่กระบี่ในมือของนักฆ่าถูกชักกลับไป และก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ผู้คุ้มกันในเรือนเกือบสิบคนพากันวิ่งกรูออกมาเข้าร่วมในการต่อสู้ 

     ‘เกิดอะไรขึ้น  ทำไมเขามายืนอยู่ตรงนี้ ใครกัน  ทำไมมาช่วยข้า ’  สมองของนางด้านชาตกตะลึง  ความจำสับสนจนเลอะเลือน นางส่ายหัวไปมา “ ไม่จริง  ไม่จริง !  ข้าไม่เชื่อ  " เสียงรำพึงของนางสั่นเครือเจ็บปวด ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยม่านน้ำ 

    เซียวหลงเดินถอยหลังโซเซเข้ามาลากตัวกู้เซียนเซียนไปหลบข้างสวนหินที่อยู่ไม่ไกล 

    กู้เซียนเซียนยืนอ้าปากหอบหายใจอย่างหนักราวกับต้องการอากาศทั้งโลกเพื่อใช้หายใจ นางค่อยๆหันหลังให้กับเขาพลันทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าเนื้อตัวสั่นเทา ก่อนที่เงาร่างของเซียวหลงที่ด้านหลังจะค่อยๆครูดตัวกับผนังหินลงมานั่งข้างๆนาง

    "กู้เซียนเซียน "   เซียวหลงเอ่ยเรียกนางเสียงเบาตรงกันข้ามกับเสียงหายใจหอบหนักที่บ่งบอกถึงอาการบาดเจ็บสาหัสของเขาแม้ชายหนุ่มจะเจ็บจนลมหายใจขาดห้วง แต่เพราะเห็นนางนั่งตัวสั่นอยู่ด้านข้างเอามือสองข้างปิดหูไว้แน่นทำให้เขาต้องแข็งใจข่มความเจ็บปวดกัดฟันเปล่งเสียงเรียกนางเบาๆอีกครั้ง

    " ข้าไม่เป็นไร เจ้าหันมาดูสิ "   

    “ เจ้าเป็นใคร อย่ามาเรียกข้า  ไสหัวไปซะ ! ”นางเริ่มเสียสติ พูดจาคลุ้มคลั่งโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง

    “ เด็กโง่ อย่า…เป็น..แบบนี้..เลย ” เขาเอื้อมมือสั่นเทาไปลูบหัวของนางเบาๆแต่มืออีกข้างหนึ่งของเขากอบกุมไปที่บาดแผลที่มีเลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุด 

    “ ไสหัวไป !  อย่ามาแตะต้องตัวข้า เจ้าไม่ใช่เขา เขารอข้าอยู่ ข้าจะไปช่วยอาจารย์  ” นางรีบพยุงตัวลุกขึ้นหลังพูดจาสับสนวกวน  แต่ไม่ไวไปกว่าที่เซียวหลงจะคว้าตัวนางมากอดไว้ได้ทัน

    “ อาจารย์..ไม่เป็นไร..  ” เขาเอ่ยพูดขึ้นอีกครั้งหลังจากสะกัดจุดห้ามเลือดให้ตัวเองแต่นางกลับเริ่มดิ้นทุรนทุรายจะผละจากไปให้ได้  โชคดีที่แรงของคนป่วยไม่อาจทำให้เขาบาดเจ็บรุนแรงมากขึ้นไปกว่านี้ได้อีกเขาเลือกที่จะพูดปลอบนางอีกครั้ง 

    “ หากจะไป ก็ไปเถอะ  ในห้องของข้ามียาห้ามเลือดอยู่ ตอนนี้ตาของเจ้ามองเห็นแล้ว เจ้าไปหยิบมาให้ข้าได้ไหม ” เขาพูดประโยคยืดยาวจนตัวเองต้องไอโขลกออกมาเพื่อหายใจเอาอากาศกลับเข้าปอดแต่กลับเป็นว่าทำให้ชีพจรตีสับสนจนกระอักเลือดออกมาคำโต  มือเย็นเยียบของเขาจึงค่อยๆคลายออกจากร่างของนางเพียงกอดนางไว้หลวมๆเท่านั้น

    กู้เซียนเซียนตัวสั่นราวกับลูกนกอยู่ในอ้อมแขนของเขา  แต่สิ่งที่ผิดไปจากที่เขาคาดไว้คือนางตอบรับคำพูดของเขาแล้วเพราะนางตะโกนใส่เขาสุดเสียง “ ถ้าข้าไป ! ท่านจะไปจากข้าอีกคนใช่ไหม ท่านก็จะทิ้งข้าไปใช่ใหม คนโกหก!   คนทั้งโลกหลอกข้า ท่านก็จะหลอกข้าด้วยอีกคน ทำไม ! ทำไมท่านพูดสิ !!ข้าทำอะไรผิดกันแน่ ท่านพูดสิ ” นางกลับเป็นฝ่ายกอดเขาไว้แน่นไม่ยอมแยกจากเลือดสีแดงฉานของเซียวหลงเปื้อนย้อมเสื้อสีขาวของนางไปทั้งตัว

    “ข้าไม่ไป ข้าไม่ไปใหนอีกแล้ว หากท่านจะทิ้งข้าไป ข้าจะตายอยู่ที่นี่ข้าไม่ไปไหนอีกแล้ว ฮือๆๆๆ ได้โปรดอย่าทำกับข้าแบบนี้อีกเลย ฮือๆๆ ”เสียงนางคร่ำครวญปานใจจะขาดหยาดน้ำตาไหลอาบไปทั่วใบหน้าเปรอะเปื้อนไปที่เสื้อของเขาจนแยกไม่ออกว่าส่วนใหนคือเลือดส่วนใหนคือน้ำตาของนาง 

    ไม่มีวันที่นางจะยอมให้เขาจากไปคนเพียงคนเดียวที่คอยอยู่เคียงข้างนางมาตลอดในช่วงเวลาที่ทุกคนต่างพากันหันหลังให้นางต้องทำทุกอย่างเพื่อแลกกับความใส่ใจเพียงน้อยนิด  เด็กน้อยที่ถูกหลงลืม  ไร้บ้านให้กลับกระทั่งแซ่ร่วมตระกูลก็ไม่มีโอกาสได้ใช้ เติบโตขึ้นมาอย่างเดียวดายแม้แต่คนที่คอยอยู่เคียงข้างนางมาตลอดเช่น เฝิงหลานสุดท้ายก็ยังเลือกจะจากนางไป

    “ อาจารย์ ได้โปรดอย่าทิ้งข้าไปอีกเลย ” กู้เซียนเซียนร้องไห้โฮส่งเสียงสะอึกสะอื้น ข้อร้องเขาเสียงสั่น ร่างบางเหน็บหนาวเหมือนลมหายใจจะขาดห้วง หากวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่มีเขาอยู่นางก็จะตามไปดูแลเขาในโลกหน้าอย่างน้อยในความมืดมิดที่สุดยังมีเขาเป็นแสงสว่างเดียวท่ามกลางความเวิ้งว้างที่ต้องเผชิญชีวิตของนางก็ไม่นับว่าโดดเดี่ยวไร้ความหมายแล้ว

    มือสั่นเทาของเซียวหลงตบลงมาที่หลังของนางเบาๆ ราวกับกำลังปลอบใจเด็กน้อยคนหนึ่ง

    “ ข้า.. วาง..ใจ ."เซียวหลงเปล่งเสียงขึ้นอย่างตะกุกตะกักแหบแห้งราวกับต้องใช้พลังชีวิตทั้งหมดของเขาเอ่ยออกมา แม้ใบหน้าจะซีดเซียวปราศจากสีเลือดแต่กลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่น 

    " รู้ จัก..ร้อง..ไห้..แล้ว เด็ก โง่.. ” 

     

     

    คล้ายกับเรื่องเพียงสายลมแห่งทิศบูรพาพัดผ่าน สองเราไม่มีวันหวนคืน ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592