เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 125 ฟังคุณปู่เล่าเรื่องราวในอดีต (2)

            ท่ามกลางเสียงหัวเราะพูดคุยที่กำลังดำเนินไปอย่างออกรส สองพี่น้องหวงเถาและหวงเทาก็เดินอาดๆ เข้ามา

            ทันทีที่เห็นผู้คนนั่งล้อมวงกินข้าวกันเต็มโต๊ะในบ้านปู่ของตน หวงเทา ก็เลือดขึ้นหน้าทันที เขาชี้นิ้วไปที่ทิงเสวี่ยแล้วตะคอกลั่น “หลินทิงเสวี่ย! นังหน้าด้าน! ลำพังมาขอข้าวกินคนเดียวยังไม่พอ นี่ถึงกับพาคนมาทั้งโขยงมากินล้างผลาญบ้านคนอื่นอีก! ไม่มียางอายกันบ้างรึไง !”

            “แกพูดอีกทีซิ!” พอได้ยินคำด่านั้น ฉินหยวนเฟิงก็ตบโต๊ะผาง ลุกพรวดเดินดิ่งเข้าไปหาหวงเทาด้วยสายตาเอาเรื่อง

            ความเจ็บปวดจากการถูกฉินหยวนเฟิงอัดจนน่วมในครั้งก่อนยังคงฝังใจ หวงเทาผงะไปเล็กน้อยแต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือ “ฉินหยวนเฟิง! ฉันไม่กลัวแกหรอกนะ! นี่มันบ้านปู่ย่าฉัน แกจะกล้าทำอะไร!”

            เสียงไอหนักๆ ของ ปู่หวงดังแทรกขึ้นขัดจังหวะ “เจ้าเทา! ถ้ายังไม่ได้กินข้าวก็มานั่งกินเงียบๆ แต่ถ้ากินมาแล้ว ก็ไปนั่งสงบปากสงบคำอยู่ข้างๆ โน่น”

            “คุณปู่ครับ! พวกมันเป็นใคร ทำไมถึงมากินของในบ้านเราได้หน้าตาเฉย!” หวงเทายังไม่ยอมลดละ

            เมื่อกวาดตามองเห็นทิงเสวี่ยและพรรคพวกกำลังกินเกี๊ยวกันอย่างเอร็ดอร่อย บนพื้นเกลื่อนไปด้วยเปลือกเมล็ดแตงโมและกระดาษห่อลูกอม ส่วนแอปเปิลแห้งในถาดไม้ไผ่ก็พร่องไปจนเกือบหมด หวงเทาก็ยิ่งเดือดดาล ของดีๆ พวกนี้ถูกคนนอกแย่งกินไปจนเกือบเกลี้ยง ตาแก่นั่นลำเอียงชัดๆ! มีของดีกลับเอาไปประเคนให้คนอื่น!

             ปู่หวงเห็นหลานชายไม่รู้จัก กาลเทศะ สีหน้าก็เปลี่ยนจากขุ่นเคืองเป็นโกรธจัด “หวงเทา! ถ้าแกยังพูดไม่รู้เรื่อง ก็ไสหัวกลับไปซะ!”

            คำสั่งไล่อย่างไม่ไว้หน้า ทำให้หวงเทายิ่งหน้ามืดตามัว

            สำหรับปู่หวง หลานชายในนามคนนี้มีแต่สร้างความผิดหวัง ทุกครั้งที่มาเหยียบเรือน ถ้าไม่มาขอของกินก็มาไถเงิน เคยมีความห่วงใยหรือกตัญญูต่อปู่ย่าบ้างไหม?

            หวงเทาถูกหักหน้าต่อหน้าธารกำนัล ความโกรธแค้นจึงพุ่งเป้าไปที่ต้นเหตุ เขาถลันเข้าใส่ทิงเสวี่ย อาศัยจังหวะทีเผลอ กระชากกลุ่มผมของเด็กหญิงอย่างแรง!

            “โอ๊ย!” ทิงเสวี่ยร้องเสียงหลง

            หวงเทาลงมืออย่างอำมหิต ขยุ้มผมทิงเสวี่ยแน่นแล้วกระชากสุดแรงเกิดด้วยความอาฆาต เขาปักใจเชื่อว่าเป็นเพราะทิงเสวี่ยที่ยุยงให้ปู่ย่าหมางเมินเขา... “นังตัวดี! แกไม่ได้แซ่หวง มีสิทธิ์อะไรมาเสนอหน้าบ้านปู่ย่าฉันบ่อยๆ!”

            ชั่วพริบตานั้น ฉินหยวนเฟิงคว้าถ้วยชาร้อนบนโต๊ะสาดโครมเข้าใส่ใบหน้าของหวงเทา!

            “อ๊ากกก!” น้ำร้อนลวกใบหน้าจนหวงเทาสะดุ้งโหยง รีบปล่อยมือจากผมของทิงเสวี่ยทันที

            ทว่า... มันสายไปเสียแล้ว แรงกระชากเมื่อครู่รุนแรงจนทำให้หนังศีรษะส่วนหนึ่งของทิงเสวี่ยหลุดติดมือออกมา ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นปราดจนน้ำตาทะลัก

            “ไอ้หลานชั่ว!” ปู่หวงคว้าไม้เท้าข้างกายฟาดผัวะลงที่ต้นขาของหวงเทาเต็มแรง “ไสหัวไป! ไสหัวกลับไปเดี๋ยวนี้!”

            แม้ฉินหยวนเฟิงจะสาดน้ำร้อนใส่หลานชาย แต่ ปู่หวงกลับไม่นึกสงสารเลยสักนิด

            คำว่า 'หลานชาย' เป็นเพียงสายเลือดในนาม แต่ความผูกพันทางใจนั้นว่างเปล่า ยิ่งเทียบกับเด็กๆ เหล่านี้ หวงเทายิ่งดูห่างไกลคำว่าครอบครัว การกระทำอันป่าเถื่อนเมื่อครู่ทำให้ผู้เฒ่ารู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ

            หวงเถาที่ยืนดูอยู่ห่างๆ เห็นท่าไม่ดี รีบวิ่งเข้ามาลากตัวน้องชายออกไป

            แม้จะเจ็บทั้งหน้าทั้งขา แต่หวงเทาก็ยังไม่วายปากดี “ฝากไว้ก่อนเถอะพวกแก! ฉันจะกลับไปฟ้องพ่อกับแม่!”

            คุณย่าหวงรีบโอบทิงเสวี่ยมากอดแนบอก ลูบหลังปลอบโยนด้วยหัวใจที่รวดร้าว ยิ่งเห็นรอยแผลที่หนังศีรษะเปิดเปิง เลือดซึมออกมา เธอก็ยิ่งใจหายวาบ “เสียวเสวี่ยหลานย่า... เจ็บมากไหมลูก ร้องออกมาเลยนะ ย่าจะไม่ปล่อย ไอ้เด็กนรกนั่นไว้แน่!”

            ความเจ็บปวดจากหนังหัวที่เปิดออกไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ทิงเสวี่ยไม่อาจกลั้นเสียงสะอื้นได้อีกต่อไป

            “ปู่หวงครับ ที่บ้านมีขิงแก่ไหมครับ” ฉินหยวนเฟิงเอ่ยถามเสียงเครียด

            ปู่หวงชี้มือไปที่มุมห้องครัว ฉินหยวนเฟิงไม่รอช้า รีบไปหยิบขิงมาฝานเป็นแผ่นบางๆ แล้วส่งให้คุณย่าหวง “คุณย่าครับ ใช้ขิงนี่ทาถูตรงแผล จะช่วยกระตุ้นให้ผมงอกเร็วขึ้นครับ”

            “พี่ชาย... มันจะได้ผลจริงเหรอ” หวังหย่าจิ้งถามเสียงสั่น

            ฉินหยวนเฟิงพยักหน้าหนักแน่น “ได้ผลแน่นอน ปู่ฉันเคยทำให้ญาติคนหนึ่ง แผลเหวอะกว่าทิงเสวี่ยอีก ทาขิงแค่อาทิตย์เดียว ผมก็เริ่มงอกใหม่แล้ว”

            คุณย่าหวงรับแผ่นขิงมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย “หยวนเฟิงเอ๊ย ขอบใจมากนะลูก ย่านึกไม่ถึงเลยว่าเธอจะรอบคอบขนาดนี้” ว่าแล้วเธอก็ค่อยๆ บรรจงทาแผ่นขิงลงบนบาดแผลของทิงเสวี่ยอย่างเบามือที่สุด

            หลังจากปฐมพยาบาลเสร็จ ปู่หวงจึงขอให้หลินฉางจื้อพาทิงเสวี่ยและเพื่อนๆ กลับไปก่อน เพื่อความปลอดภัย

            คล้อยหลังเด็กๆ ไปได้ไม่นาน สองผัวเมียหวงควนก็บุกเข้ามาถึงในบ้านด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด

            แต่ถึงไม่มา ปู่หวงก็ตั้งใจจะไปชำระความอยู่แล้ว ในเมื่อมาให้เชือดถึงที่ ก็จะได้พูดกันให้รู้ดำรู้แดงเสียที

            ยังไม่ทันที่สองผู้เฒ่าจะเอ่ยปาก สะใภ้ตระกูลหวงก็เปิดฉากโวยวายเสียงแหลม “นี่มันอะไรกันคะคุณพ่อคุณแม่! ไม่รักหลานตัวเองก็ช่างเถอะ แต่ทำไมต้องไปเข้าข้างคนอื่นมารุมทำร้ายหลานด้วย! ดูหน้าเทาเทาสิ ถูกน้ำร้อนลวกจนแทบจะสุกอยู่แล้ว! หนำซ้ำคุณพ่อยังเอาไม้เท้าไล่ตีแกอีก! ก็อย่างว่าแหละนะ ไม่ใช่ปู่แท้ๆ ตีไปก็คงไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรสินะ!”

            หวงเทาไม่ทันเห็นว่าใครสาดน้ำร้อน จึงฟ้องพ่อแม่ไม่ได้ระบุตัว ส่วนหวงเถาที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดกลับปิดปากเงียบด้วยความกลัว เพราะรู้กิตติศัพท์ความหวงลูกสาวของหลินกั๋วผิงดี ขืนเรื่องแดงขึ้นมา ครอบครัวตนคงเดือดร้อนแน่

            เมื่อเห็นท่าทีคุกคามของลูกเลี้ยงและสะใภ้ สองผู้เฒ่าหวงก็เลิกปั้นหน้ายิ้มแย้มต้อนรับ

            “พวกแกสองคนรู้แค่ว่าไอ้เทามันถูกตี! แต่เคยถามมันไหมว่าไปทำระยำอะไรไว้บ้าง!” คุณย่าหวงตวาดกลับเสียงสั่นเครือ “เสียวเสวี่ยไปทำอะไรให้ มันถึงได้ใจคอโหดเหี้ยมกระชากหนังหัวน้องจนหลุดออกมาทั้งแผ่น! ถ้าผมแกไม่งอกขึ้นมาอีก พวกแกรู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น!”

            สะใภ้หวงเบ้ปาก เชิดหน้าอย่างไม่แยแส “ต่อให้เทาเทาทำผิดจริง พวกท่านก็ไม่มีสิทธิ์ตีเขา! แล้วใครเป็นคนสาดน้ำร้อน! ถ้าหน้าลูกฉันเสียโฉม หาเมียไม่ได้ พวกท่านสองคนผัวเมียจะรับผิดชอบไหวเรอะ!”

            หวงควนรีบผสมโรงให้ท้ายเมีย “พ่อครับ แม่ครับ พวกท่านเป็นปู่ย่าประสาอะไร เห็นคนอื่นดีกว่าหลานในไส้! จำไว้นะครับ วันข้างหน้าพวกท่านแก่เฒ่าจนขยับไม่ไหว ก็ต้องพึ่งพาบ้านผมนี่แหละคอยเช็ดขี้เช็ดเยี่ยว! ถามหน่อยเถอะ ไอ้หลินกั๋วผิงมันจะมาดูแลพวกท่านเหรอ! มันจะมาเป็นธุระแบกโลงจัดงานศพให้พวกท่านได้รึไง!”

            ได้ทีขี่แพะไล่ สะใภ้หวงรุกหนักขึ้น “ถูกต้อง! ในอนาคตก็มีแต่ฉันกับพี่ควน นี่แหละที่จะส่งพวกท่านลงหลุม! ไอ้หลินกั๋วผิงหรือนังเด็กทิงเสวี่ยนั่นมันเป็นคนอื่น! พวกท่านแก่ปูนนี้แล้ว อย่าให้มันเลอะเลือนนักเลย หัดแยกแยะบ้างว่าใครญาติใครคนนอก!”

            เธอสูดหายใจลึก ก่อนจะเผยธาตุแท้ออกมาจนหมดเปลือก “ในเมื่อพวกท่านแก่จนหลงลืมแยกแยะผิดถูกไม่ได้แล้ว เรื่องทรัพย์สินเงินทองก็ควรให้ฉันกับพี่ควน เป็นคนจัดการ! เอาสมุดบัญชีเงินฝากออกมาให้พวกเราเก็บไว้ดีกว่า! ขืนชักช้า เงินที่อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิตจะถูกนังเด็กเหลือขอทิงเสวี่ยนั่นหลอกเอาไปถลุงจนหมด! ถึงตอนนั้น พอพวกท่านหมดตัว ก็ไม่พ้นพวกเราต้องมานั่งเลี้ยงดูพวกท่านจนตายอีก!”

            ณ วินาทีนี้ หน้ากากแห่งความกตัญญูจอมปลอมได้ถูกกระชากทิ้งไปจนสิ้น เหลือไว้เพียงความโลภโมโทสันที่น่ารังเกียจที่สุด

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน