สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 7 บทที่ 186 พายุกำลังจะมา

        จากความล้มเหลวในการเค้นข้อมูลด้วยการทรมานนักโทษทำให้พัศดีโอเลเกร์ที่เคยเชื่อมั่นใน ‘วิธี’ การทรมานของตัวเองต้องรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมากแต่ต่อมา มันก็เป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้พัศดีโอเลเกร์ฮึดสู้ เขาเริ่มเจาะลึกวิธีการทรมานด้วยรูปแบบต่างๆ มากมายเพื่อจะนำมารับใช้ราชาของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น

        แต่สำหรับซุนเฟยแล้วเรื่องนี้ไม่สำคัญอีกต่อไป

        เพราะในตอนเช้ามืดก่อนจะออกเดินทาง ผู้ดูแลเรดแนปป์ได้ให้ลูกสาวของตัวเองนำหนังสือเล่มเล็กๆ เล่มหนึ่งมามอบให้แก่เขา  ในหนังสือเล่มนั้นได้จดบันทึกเกี่ยวกับการกระจายอำนาจของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตในเมืองหลวงจำนวนยอดฝีมือ ชื่อและระดับความแข็งแกร่งของยอดฝีมือแต่ละคนอย่างละเอียด...ด้วยอำนาจของกลุ่มการค้าโซรอสแล้วการจัดหาข้อมูลพวกนี้เป็นเรื่องที่ง่ายดายสำหรับพวกเขามาก อีกทั้งในความเป็นจริงแล้ว เรื่องพวกนี้ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นความลับอะไรถ้าตั้งใจจะค้นหาข้อมูลพวกนี้จริงๆ ก็สามารถสืบหาได้ง่ายๆ ในเมืองหลวง เรดแนปป์ก็แค่ฉวยโอกาสในการซื้อใจซุนเฟยเท่านั้นเอง!

        ในที่สุด กองทัพเมืองแซมบอร์ดก็ได้ออกจากอาณาเขตของเมืองแบล็กสโตนในช่วงบ่ายวันนี้

        “ราชาแซมบอร์ด พวกเรากำลังจะเข้าสู่อาณาเขตของอาณาจักรเธรซข้าได้ยินมาว่าความสัมพันธ์ระหว่างท่านและอาณาจักรเธรซไม่ค่อยดีเท่าไรนัก!” เรดแนปป์กระตุ้นม้าของตัวเองเข้ามาใกล้ๆ แต่ก็ไม่มากนักเพราะสุนัขยักษ์สีดำค่อนข้างดุร้าย ทำให้เขาไม่กล้าเข้าใกล้เท่าไร ได้แต่ยิ้มแห้งๆ อยู่ไกลๆ

        “ฮ่าๆๆ แน่นอนว่าไม่มีทางดีกันได้หรอก ราชาเธรซเลือกที่จะอยู่ข้างเดียวกับราชาแบล็กสโตน ดังนั้นมันก็ถือเป็นศัตรูกับเมืองแซมบอร์ดด้วยเช่นกันอีกอย่างในวันงานราชาภิเษกของข้า มันส่งองค์ชายโอบินนาและยอดฝีมือในอาณาจักรของมันที่ชื่อว่าฮาซึงจินมาลอบสังหารข้าบนยอดเขาตะวันออกอีกฮึ แต่สุดท้ายพวกมันก็ต้องมาตายใต้คมดาบของข้าอยู่ดี!” ซุนเฟยหัวเราะลั่นอย่างสะใจ

        “ในเมื่อเป็นแบบนี้ การที่เราเดินทางเข้าสู่อาณาเขตของอาณาจักรเธรซก็ถือเป็นอันตรายมากฝ่าบาทจะต้องระวังด้วยนะขอรับ!”

        “ระวังอันใดเล่า? ข้ายังหวังว่าราชาอาณาจักรเธรซจะใจกล้าหน้าด้านเหมือนราชาแบล็กสโตนให้มันกล้านำกองทัพของมันมาปรากฏตัวต่อหน้าข้าอยู่เลย หากเป็นเช่นนั้นจริงนับว่าประหยัดเวลาข้าได้มากทีเดียว!” สายลมยามบ่ายพัดโชยมานำความอุ่นร้อนมาสู่ทุกคน และในที่สุดพวกเขาก็สามารถเดินทางออกจากเทือกเขาอาทิตย์ที่แสนมืดมิดด้านหน้าเป็นทุ่งราบที่กว้างใหญ่ไพศาล ซุนเฟยพลันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาชั่วขณะ ซุนเฟยยืดอกตัวตรงประหนึ่งวีรบุรุษผู้พิชิต

        เรดแนปป์ยิ้มน้อยๆ ไม่พูดอะไรต่อ

        ตั้งแต่เช้าแล้วที่เขาแอบลอบสังเกตทุกคำพูดทุกการกระทำของซุนเฟยอย่างเงียบๆในรายงานที่ทางสำนักงานใหญ่ได้รับมาก่อนหน้านี้ไม่ได้บรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับราชาแซมบอร์ดในเมื่อคิดที่จะเกลี้ยกล่อมให้เบื้องบนเห็นด้วยกับแผนการที่ตัวเองวางไว้ เขาจำเป็นจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า ราชาแซมบอร์ดคุ้มค่าที่กลุ่มการค้าของเขาจะร่วมลงทุนหรือไม่ จากข้อสังเกตในปัจจุบัน เขายังไม่มีข้อสรุปใดๆ ที่แม่นยำเกี่ยวกับตัวตนของราชาเมืองแซมบอร์ดราชาหนุ่มตรงหน้า บางครั้งก็สุภาพเหมือนคนชั้นสูง บางครั้งก็ดูเหลวไหลยโสโอหัง บางครั้งก็ดูเป็นผู้ใหญ่แต่บางครั้งก็ดูเหมือนเด็กซนๆ ตัวเรดแนปป์ก็เคยเห็นพวกวีรบุรุษมานักต่อนักแล้ว และยังสามารถอ่านนิสัยใจคอของเขาได้ แต่ตอนนี้เขากลับมองราชาหนุ่มแซมบอร์ดไม่ออกจริงๆ

        “ราชาหนุ่มคนนี้เหมือนผ้าที่พับหลายทบจนเข้าใจได้ยาก” เรดแนปป์ยิ่งคิดก็ยิ่งแปลกใจ

        ……

        และสิ่งที่ทำให้ทุกคนแปลกใจก็คือ แม้ทางอาณาจักรเธรซจะทราบถึงการมาเยือนของกองทัพเมืองแซมบอร์ดแต่ราชาอาณาจักรเธรซกลับไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ไม่แม้แต่จะส่งหน่วยลาดตระเวนมาแอบติดตามพวกเขาเหมือนราชาแบล็กสโตนราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาปล่อยให้กองทัพเมืองแซมบอร์ดข้ามพรมแดนไปอย่างง่ายๆ

        ในตอนเย็น กองทัพเมืองแซมบอร์ดและกองคาราวานพ่อค้าต่างพากันพักแรมอยู่ข้างน้ำตก

        “ที่นี่เป็นสถานที่ที่พวกสัตว์อสูรชอบมาบ่อยๆว่ากันว่ามีกลุ่มหมาป่าขนาดใหญ่ที่ชื่อหมาป่าสายลม สัตว์อสูรระดับสามที่ชอบมาที่นี่เป็นประจำ...” ผู้เฒ่าโซล่าแนะนำให้ซุนเฟยเปลี่ยนสถานที่พักแรมแต่จากการรายงานของหน่วยลาดตระเวน นอกจากบริเวณริมน้ำตกนี้แล้วไม่มีสถานที่ใดเหมาะแก่การตั้งค่ายสักนิด ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ก็คือเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีของสัตว์อสูร

        ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ท่านผู้เฒ่าโซล่าพูดถูกจริงๆ

        เที่ยงคืนตรง บริเวณรอบๆ ค่ายก็ปรากฏเสียงหอนของหมาป่าลอยมาแต่ไกล

        “เวรเอ๊ย เป็นกลุ่มหมาป่าสายลมจริงๆ หรือเนี่ย...” เรดแนปป์ได้ยินเสียงหอนนั่นก็รีบร้อนสวมเสื้อผ้าแล้วพุ่งออกมาจากเต็นท์ตัวเอง ก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนก้อนหินเพื่อสังเกตการณ์รอบๆ ฉับพลันสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป “สมควรตายนั่นเป็นกลุ่มหมาป่าสายลมจริงๆ นี่ ฟังจากเสียงหอนของมันแล้วน่าจะมีไม่ต่ำกว่าหกเจ็ดร้อยตัว...แปลกแฮะทำไมมันถึงได้มามากมายขนาดนี้?”

        บนแผ่นดินอาเซรอท สัตว์อสูรหมาป่าสายลมระดับสาม ถึงแม้ว่ามันจะเป็นสัตว์อสูรระดับต่ำทั่วไปถ้าเป็นพลังเพียงตัวเดียวก็ไม่ถือว่าแข็งแกร่งอะไรมากนัก แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการที่พวกมันชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงและเป็นฝูงใหญ่เสียด้วย เมื่อไรก็ตามที่พวกมันได้พบเหยื่อ พวกมันจะเรียกพวกที่อยู่ใกล้ๆมาช่วยรุม เหมือนเป็นกระแสน้ำป่าที่ทะลักเข้ามา และที่สำคัญพวกมันไม่กลัวตาย ทั้งยังบ้าคลั่งอีกด้วยพวกมันไม่หยุดจนกว่าเหยื่อจะตาย...หมาป่าชนิดนี้ แม้แต่พวกกองทัพก็ขยาดที่จะได้เจอพวกมัน เพราะว่าเมื่อไรก็ตามที่ประมาท นั่นเท่ากับว่ากองทัพได้ตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง

        “นี่มันผิดปกติเกินไปแล้ว ทำไมมันมาเยอะขนาดนี้เล่า?” ดูเหมือนว่าเรดแนปป์จะพบสิ่งแปลกๆ เชอร์ลี่ย์และนักดาบชุดขาวเองก็ปรากฏตัวอยู่ข้างกายเขาสีหน้าทั้งสองคนดูเคร่งขรึมปนกังวล

        “เตรียมตัว...เร็วๆๆๆ พลธนู ยิงมัน...อย่าให้พวกมันเข้ามาใกล้พวกเราเด็ดขาด!”

        “ไอ้ลูกหมา รีบสวมเสื้อผ้าและไสก้นของเจ้าไปหยิบดาบมาเสีย พวกเราจะโดนหมาป่างาบหัวอยู่แล้ว ยังจะมาโอ้เอ้อะไรอยู่อีก?”

        “สมควรตาย ทำไมมันเยอะขนาดนี้?”

        “ก่อกองไฟให้ใหญ่ขึ้น พวกหมาป่าสายลมมันกลัวไฟฟืนอยู่ไหน...เอามาเร็ว รีบก่อไฟเร็วเข้า!”

        เหล่าผู้คุ้มกันของกองคาราวานกลุ่มการค้าโซรอสต่างมีประสบการณ์โชกโชนปฏิกิริยาตอบสนองฉับไวมาก ไม่ถึงสามนาทีพวกเขาสี่สิบกว่าคนก็ประจำตำแหน่งป้องกันของตัวเอง พวกเขาก่อไฟในค่ายให้ใหญ่ขึ้นจนท้องฟ้าเป็นสีแดงอมส้มแต่ละคนชักดาบออกมาถือ บางคนก็กำหอกเอาไว้แน่น พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับพวกมัน

        ในทางตรงกันข้าม กองทัพเมืองแซมบอร์ดกลับดูเงียบสงบมาก

        ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ ราชาเมืองแซมบอร์ดก็ยังไม่ออกมาจากเต็นท์ หลังจากที่พวกสัตว์อสูรหมาป่าปรากฏขึ้นมา ในค่ายทหารก็เกิดความวุ่นวายเล็กน้อย แต่เหมือนจะได้รับคำสั่งให้ทหารนอนพักผ่อนต่อส่วนทหารยามก็ลาดตระเวนรอบๆ ต่อไป ราวกับว่าเสียงหอนของฝูงหมาป่าหลายร้อยตัวไม่มีผลกระทบใดๆ กับพวกเขา

        ตอนนี้เองก็ปรากฏเงาร่างขนาดใหญ่ของคนสองคนขึ้นตรงก้อนหินริมน้ำตก

        เงาร่างแรกเป็นร่างของคนที่สูงประมาณสองเมตร ร่างอ้วนๆ ที่มาพร้อมรอยบากบนใบหน้า บนร่างของเขามีกลิ่นอายแห่งความตายแผ่ออกมาจางๆเต็มไปด้วยความกดดัน ทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัว ส่วนอีกคนก็เป็นชายหนุ่มผมสีทองรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลาในมือของเขากำคันธนูไว้แน่น ด้านหลังสะพายกระบอกธนูที่ใส่ลูกธนูไว้หนึ่งร้อยดอก ท่าทางของเขาดูสง่างามประหนึ่งองค์ชายเอลฟ์

        เรดแนปป์จำสองคนนั้นได้

        คนหนึ่งคือพัศดีโอเลเกร์ ส่วนอีกคนเป็นราชองครักษ์ของราชาแซมบอร์ด

        ที่ทำให้เรดแนปป์รู้สึกสงสัยก็คือ ในช่วงวิกฤตเช่นนี้ ทำไมราชาแซมบอร์ดจึงไม่ออกมาอีกทั้งยังส่งคนออกมาแค่สองคนเนี่ยนะ หรือเขาเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของผู้ใต้บังคับบัญชาของทั้งสอง หรือเขาคิดว่าคนแค่สองคนจะสามารถต้านทานหมาป่าเป็นฝูงได้? ราชาแซมบอร์ดช่างทระนงตัวเกินไปแล้ว นี่เขาไม่รู้จักความน่ากลัวของกลุ่มหมาป่าสายลมอย่างงั้นหรือ?

        ผู้ดูแลคิดว่าเหตุผลน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า

        เรดแนปป์มีประสบการณ์โชกโชนและเคยพบเห็นเรื่องราวแปลกๆ มานับไม่ถ้วนตอนนี้เขามั่นใจว่าการปรากฏตัวของหมาป่าฝูงนี้จะแฝงไปด้วยกลิ่นอายอุบายเล่ห์กลบางอย่างจางๆสัญชาตญาณได้บอกเขาว่า บางทีเรื่องนี้อาจจะไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด มันจะต้องมีใครบางคนจงใจหลอกล่อให้หมาป่าฝูงนี้มาที่นี่อย่างแน่นอน

        ไม่มีเวลาให้เขาได้วิเคราะห์ เสียงหอนยาวดังระงมขึ้นมา ไม่ช้าก็มีคลื่นฝูงหมาป่าพากันพุ่งเข้ามาทางพวกเขาประหนึ่งน้ำป่าไหลหลากท่ามกลางความมืด ดวงตาสีแดงก่ำของพวกมันไม่ต่างอะไรกับปีศาจร้ายกระหายเลือด กำลังกระโจนเข้ามาหาพวกเขา

        เรดแนปป์ที่ยืนอยู่บนก้อนหินยักษ์ก็เริ่มสถบสาปแช่งไอ้ตัวการที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้

        ข้างกายของเขามีผู้คุ้มกันและยอดฝีมือของกลุ่มการค้าโซรอสที่อยู่ในสภาพพร้อมรบยืนกระจายอยู่ในตำแหน่งต่างๆบางคนกำอาวุธในมือตัวเองแน่นด้วยความตึงเครียด เหงื่อเริ่มไหลท่วมตัวไม่หยุด...

        ในขณะเดียวกัน บนก้อนหินยักษ์ที่อยู่ห่างออกไปนั้น

        โอเลเกร์ที่กำลังกัดก้านหญ้าอยู่ในปากก็เริ่มตบตูดตัวเองแล้วนั่งลงกับก้อนหินราวกับกำลังคอยชมเรื่องสนุกๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น เขายกมือกอดอกตัวเองไว้ ไม่ได้มีท่าทีจะลงมือใดๆส่วนองค์ชายเอลฟ์ผมทองผู้สง่างามก็หยิบลูกธนูออกจากกระบอกที่สะพายด้านหลัง ก่อนจะเริ่มง้างคันธนู

        ……

        ……

        “อะไรนะ นี่เจ้าส่งคนไปทำแบบนั้นจริงๆ หรือ?” ในเต็นท์ยักษ์ที่หรูหรา เด็กหนุ่มอายุประมาณสิบสี่สิบห้าปีในชุดเกราะสีทองพลันถามออกมาอย่างเดือดดาล “อัลฟ่า ใครอนุญาตให้เจ้าทำเรื่องโง่เขลาเช่นนี้กัน?”

        ด้วยท่าทางโมโหของเด็กหนุ่มเกราะทองทำให้ทุกคนในเต็นท์พากันเงียบไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาสักคำ มีเพียงชายชราผมเทาคนหนึ่งที่ยืนนิ่งไม่ไหวติง รองรับอารมณ์โกรธของเด็กหนุ่มตรงหน้าเขาตอบกลับมาอย่างไม่ช้าไม่เร็ว “ฝ่าบาท ข้าไม่คิดว่าสิ่งที่ข้าทำเป็นเรื่องโง่เขลาพวกเราควรเด็ดปีกของมัน ในยามที่ฝ่าบาทสังหารมันด้วยมือของท่านเอง จะได้มีปัญหาน้อยลง”

        “หุบปากไปเสีย! ถ้าข้าอยากสังหารมันก็ทำได้ง่ายดายยิ่งแล้วจะมีปัญหาได้อย่างไร? นี่เจ้ากล้าไม่เชื่อใจข้าหรือ?” เด็กหนุ่มคนนั้นยังคงหงุดหงิด เขาแสยะยิ้มออกมา“อัลฟ่า ข้าสั่งให้เจ้าหยุดเรื่องที่โง่เง่านี้เสีย ข้าจะรอการมาถึงของราชาแซมบอร์ดผู้ชั่วช้าอยู่ที่นี่และจะจัดการมันด้วยมือของข้าเอง!”

        ชายชราก้มหน้าลง ไม่พูดสิ่งใดออกมา

        ด้านหลังของเขามีราชาเมืองแบล็กสโตน ราชาอาณาจักรเธรซ ราชาอาณาจักรชื่อสุ่ยและบรรดาราชาคนอื่นๆ ที่เคยถูกซุนเฟยจับเรียกค่าไถ่มาก่อนยืนอยู่ด้วยกันที่น่าแปลกใจก็คือ คนเหล่านี้ที่เคยทำตัวหยิ่งยโสโอหัง ไม่เห็นหัวใคร แต่กลับทำท่าหวาดกลัวเด็กหนุ่มในชุดเกราะสีทองตรงหน้าประหนึ่งหนูเห็นแมวไม่มีใครกล้าไม่เชื่อฟังเด็กหนุ่มคนนี้

        หลังจากเด็กหนุ่มเกราะทองระบายอารมณ์เสร็จเขาก็หันมาสั่งการอีกสักสองสามประโยคก่อนจะเดินจากไป

        “ท่านอัลฟ่า แผนการของพวกเรายังจะดำเนินต่อไปไหม? ดูเหมือนว่าฝ่าบาทจะไม่พอพระทัยอย่างมากเลยนะ?” ทันทีที่เด็กหนุ่มเดินจากไป ราชาเมืองแบล็กสโตนก็เป็นคนแรกที่เปิดปากถาม

        “ใช่ ถ้าฝ่าบาทมาทราบเรื่องพวกนี้ทีหลังอาจถูกลงโทษก็ได้...” ราชาอาณาจักรชื่อสุ่ยเริ่มลังเล

        หลายๆ คนพากันมองไปที่ชายชราที่มีนามว่าอัลฟ่าด้วยท่าทางเชื่องๆเห็นได้ชัดว่าชายชราคนนี้มีตำแหน่งไม่ธรรมดา

        ชายชราผมเทาที่ชื่ออัลฟ่าคนนี้ไม่ได้เป็นนักรบที่เก่งกาจเขาเป็นคนสนิทของเด็กหนุ่มในชุดเกราะสีทองเท่านั้น แต่ร่างกายผอมแห้งของชายคนนี้กลับค่อยๆ เผยกลิ่นอายที่น่ากลัวบางอย่างออกมาหากได้รู้จักชายคนนี้จริงๆ พวกเขาจะรู้ว่าชายชราคนนี้น่ากลัวมากเพียงใด

        ------------------------------------

คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
5.95M 1357
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

นิยาย แฟนตาซี
787K 1107
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
มังกรพลิกสวรรค์

มังกรพลิกสวรรค์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
161K 121
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

นิยาย แฟนตาซี
161K 179
จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
142K 432
เลเวลอัพ

เลเวลอัพ

นิยาย เกมออนไลน์
738K 4984
[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
231K 405