หลินเยี่ยนรับฟังเื่ราวที่ข่งซวินเล่าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะตกอยู่ในความเงียบงันเป็เวลานาน
ข่งซวินดื่มน้ำชาหนึ่งถ้วย แล้วหยิบกระดาษและพู่กันออกมาวางตรงหน้าเขา "ลงนามไว้เถิด"
กระดาษพู่กันและหมึกเหล่านี้ล้วนถูกลงอาคมไว้เป็พิเศษ เมื่อลงนามแล้วจะเกิดเป็พลังแห่งพันธสัญญา ผูกมัดทั้งสองฝ่ายที่ร่วมทำสัญญา เมื่อมองไปยังคำว่า ‘หนังสือประกันตัว’ บนหัวกระดาษ หลินเยี่ยนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ในที่สุดก็ดึงสติกลับมาจากคำพูดของข่งซวินเมื่อครู่ได้
นี่เป็ครั้งแรกที่เขาต้องเผชิญกับเื่เช่นนี้ ด้วยความที่ยังเยาว์วัยจึงตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก เขาจำเป็ต้องใช้คำพูดของตนเองทวนสิ่งที่ข่งซวินเพิ่งพูดไปอีกครั้งเพื่อให้เข้าใจแจ่มแจ้ง "ท่านจะบอกว่าผู้าุโใหญ่เดินทางเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด... ตอนนี้จึงถูกทางการควบคุมตัว และพวกข้าต้องจ่ายเงินประกันจำนวนแปดหมื่นศิลาิญญาระดับสูง จึงจะปล่อยตัวท่านออกมาได้ใช่หรือไม่ขอรับ?"
ในฐานะรองเสนาบดีกรมอาญา ข่งซวินแก้ไขข้อผิดพลาดในคำพูดของหลินเยี่ยนอย่างเคร่งครัด "ไม่ใช่แค่เดินทางเร็วเกินกำหนด แต่...หลวี่เฉิงเจ๋อใช้ของวิเศษบินโดยประมาทจนก่อให้เกิดอันตราย"
หลวี่เฉิงเจ๋อคือชื่อของผู้าุโใหญ่
"เห็นว่ายังไม่ก่อให้เกิดการาเ็หรือเสียชีวิต และมีภารกิจทางการทูตสำคัญที่ต้องเข้าร่วม ...จึงอนุญาตให้พวกเ้าวางเงินประกันตัวเป็การเร่งด่วน อีกทั้งนี่เป็เพียงการประกันตัวชั่วคราว เมื่อถึงเวลาที่ทางการพิจารณาคดีโดยเปิดเผย จะต้องมาปรากฏตัวตามนัด ในระหว่างนี้ไม่อนุญาตให้ออกจากเมืองหลวงชิวเย่ และต้องมารายงานตัวที่กรมอาญาตามกำหนด"
"มิฉะนั้น เงินประกันแปดหมื่นศิลาิญญาระดับสูงจะถูกริบ และหลวี่เฉิงเจ๋อจะกลายเป็อาชญากรที่ถูกประกาศจับ นอกจากนี้ป้ายอนุญาตและใบรับรองการใช้ของวิเศษบินของหลวี่เฉิงเจ๋อถูกยึดไว้ทั้งหมด ก่อนที่ทางการจะมีคำตัดสิน เขาไม่สามารถใช้ของวิเศษบินด้วยตนเองได้ รวมถึงการควบคุมกระบี่บินด้วย"
เจียงซินยู่ปากใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
[ท่านลุงใหญ่ถึงขอบเขตผสานกายาแล้ว พวกท่านยังกังวลว่าเขาจะชนคนอีกหรือ?]
ฉู่หลินเฟิงถามด้วยความสงสัยเช่นเดียวกัน "ใต้เท้าสิง ผู้าุโใหญ่เป็ถึงผู้บำเพ็ญขอบเขตผสานกายา...ต่อให้เดินทางเร็วเกินกำหนดก็ไม่น่าจะชนผู้ใดเข้าหรอกกระมังขอรับ?"
รองเสนาบดีกรมอาญาข่งซวินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยืนยันว่าฉู่หลินเฟิงกำลังพูดกับตน จึงบอกเขาด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "หากไร้กฎเกณฑ์ ย่อมไม่อาจสร้างระเบียบได้ กฎหมายของแดนิญญาเทียนเฉิงจะไม่ละเว้น เพียงเพราะอีกฝ่ายเป็ผู้บำเพ็ญขอบเขตผสานกายา การที่ยอมให้พวกเ้าดำเนินการประกันตัวในตอนนี้ ก็นับว่าเป็การผ่อนปรนอย่างมากแล้ว อีกอย่างข้าก็แซ่ข่ง"
ฉู่หลินเฟิง "เข้าใจแล้วขอรับ ใต้เท้าสิง"
ข่งซวินนิ่งเงียบ
งานเลี้ยงฉลองครบเดือนกำลังจะเริ่มขึ้น ผู้าุโใหญ่เป็ตัวแทนของสำนักเทียนสุ่ยในการไปร่วมงาน จะขาดงานไม่ได้ หลินเยี่ยนจึงจำต้องนำศิลาิญญาระดับสูงแปดหมื่นก้อนออกมา ลงนามในหนังสือประกันตัวและจ่ายเงินประกัน จากนั้นจึงตามข่งซวินไปยังคุกกรมอาญาเพื่อรับตัวคน
ภายในคุกมีการวางค่ายกลไว้หลายชั้น เมื่อเข้าไปข้างใน พลังิญญาทั่วร่างจะถูกกดทับจนไม่สามารถใช้งานได้ มีเพียงเ้าหน้าที่ที่มีของวิเศษติดตัวเท่านั้น จึงจะไม่ได้รับผลกระทบจากค่ายกล ประตูห้องขังอันหนักอึ้งเปิดออก กลิ่นอายเย็นะเืพุ่งเข้าปะทะใบหน้า คุกกรมอาญาของเมืองหลวงชิวเย่เคยคุมขังนักโทษมามากมาย ซึ่งในนั้นมีผู้บำเพ็ญนอกรีตระดับสูงอยู่ไม่น้อย เมื่อเวลาผ่านไปนานปี จึงสะสมกลิ่นอายเย็นะเืที่รุนแรงยิ่งขึ้น
ข่งซวินมองเจียงซินด้วยความลังเล "เด็กคนนี้ยังไม่ได้ดึงปราณเข้าสู่ร่าง อย่าเข้าไปเลย ข้าจะให้คนช่วยดูแลให้ก่อน"
เจียงซินส่ายหัวปฏิเสธ พลางโบกมือน้อย ๆ อย่างกระตือรือร้นที่อยากจะเข้าไป
[เย็นสบายจังเลย เป็ที่พักผ่อนคลายร้อนที่ดีจริง ๆ ถ้ามีน้ำแข็งไสกินด้วยก็คงจะดียิ่งขึ้น อากาศร้อนขนาดนี้ ท่านลุงใหญ่มาพักที่นี่ ช่างเลือกสถานที่ได้เก่งจริง ๆ ]
เมื่อัักับกลิ่นอายเย็นะเืของคุกเป็ครั้งแรก หลินเยี่ยนและฉู่หลินเฟิงต่างรู้สึกไม่สบายตัวเล็กน้อย มีเพียงเจียงซินที่ดูสดชื่นกระปรี้กระเปร่า พลางนึกอยากกินขนมซูซาน หากไม่ให้นางเข้าไป เกรงว่านางคงจะร้องไห้ หลินเยี่ยนจึงปฏิเสธข้อเสนอของข่งซวินอย่างสุภาพ "ไม่เป็ไรขอรับ ศิษย์น้องเล็กมีของวิเศษป้องกันตัว กลิ่นอายเย็นะเืเพียงเท่านี้ทำอันตรายนางไม่ได้"
เมื่อรู้ว่านี่คือบุตรสาวของเจียงอีเฉินและฉีหลานชิง ย่อมต้องมีของดีติดตัวมากมาย ข่งซวินจึงไม่ฝืน และพาทุกคนเดินลึกเข้าไป
คุกกรมอาญามีขนาดใหญ่มาก พื้นที่แต่ละส่วนถูกแบ่งด้วยค่ายกล เพื่อปิดกั้นการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน โดยมีผู้คุมคอยดูแลเป็ชุด ๆ ผู้าุโใหญ่อยู่ในขอบเขตผสานกายา จึงถูกคุมขังอยู่ในเขตชั้นในสุดที่มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ตลอดทาง ไม่เพียงแต่มีผู้คุมขอบเขตแก่นทองคำและิญญาก่อกำเนิด แต่ยังมีผู้คุมขอบเขตแปลงเทพปรากฏตัวเป็ระยะ
เพียงเห็นการคุ้มกันที่เข้มงวดเช่นนี้ก็เพียงพอจะทำให้เด็กเล็ก ๆ ร้องไห้จ้าได้แล้ว หากใครไม่รู้คงคิดว่าผู้าุโใหญ่ก่อคดีร้ายแรงถึงขั้นต้องโทษปะา
เมื่อเดินตามข่งซวินไปจนถึงด้านในสุด และก้าวผ่านค่ายกลสุดท้ายที่แบ่งเขตคุก หลินเยี่ยนทั้งสามคนก็ได้ยินเสียงของผู้าุโใหญ่
"เหอะ คุกกรมอาญานี่น่ะหรือจะสู้ข้าได้? ข้าอยากมาก็มา อยากไปก็ไป"
เสียงแปลกหน้าอีกเสียงหนึ่งถามขึ้น "แล้วเหตุใดท่านจึงยังไม่ไปเล่า?"
ผู้าุโใหญ่กล่าวอย่างมั่นใจ "ดวงตะวันยังไม่ทันตกดินจะหนีออกจากคุกตอนกลางวันให้เสียเื่ทำไม? รอให้ฟ้ามืด พอฟ้ามืดข้าก็จะไป"
งานเลี้ยงฉลองครบเดือนขององค์หญิงน้อยจะเริ่มขึ้นอย่างเป็ทางการหลังฟ้ามืด ผู้าุโใหญ่จึงตั้งใจจะไปร่วมงานพอดี ส่วนเจียงซินถอนหายใจ
[ถ้ารู้ว่าท่านลุงใหญ่เก่งปานนี้พวกเราคงไม่ต้องลำบากนำศิลาิญญามาประกันตัวเขาแล้ว... ศิลาิญญาระดับสูงแปดหมื่นก้อนเก็บไว้ในกระเป๋าตัวเองไม่ดีกว่าหรือ? พวกเราไปขอเงินคืนจากใต้เท้าสิงกันเถอะ?]
นางยื่นมือน้อย ๆ อวบอ้วนไปดึงแขนเสื้อของข่งซวิน ...พลางส่งเสียงอ้อแอ้ที่ไม่มีใครเข้าใจว่านางกำลังบอกให้คืนศิลาิญญา ส่วนข่งซวินเนื่องจากต้องคลุกคลีกับนักโทษมานาน จึงมีใบหน้าเ็าอยู่เสมอ เด็กหลายคนเห็นเขาก็พากันหวาดกลัว นี่เป็ครั้งแรกที่มีเด็กเข้ามาใกล้ชิดเช่นนี้ เขาจึงรู้สึกประหลาดใจ "เด็กคนนี้เป็อะไรไป?"
[คืนเงิน! คืนเงิน! โธ่เอ๊ย ทำไมถึงไม่เข้าใจความหมายของข้าเลยนะ? เป็ถึงผู้บำเพ็ญระดับสูงที่ดูแลคุกแท้ ๆ แต่กลับเดาความหมายง่าย ๆ ของข้าไม่ออกหรือนี่? ยังไงก็ต้องยกให้พวกศิษย์พี่ ใจตรงกันกับข้าที่สุด]
หลินเยี่ยนและฉู่หลินเฟิงที่ถูกชมอย่างกะทันหัน รู้สึกภูมิใจแบบมีความรู้สึกผิดปนอยู่เล็กน้อย
เมื่อเห็นว่าข่งซวินไม่เข้าใจความหมายของตน เจียงซินจึงหยิบศิลาิญญาออกมาหนึ่งก้อน แล้วเขย่าไปมาตรงหน้าเขา เวลาผู้ใหญ่หยอกล้อกับเด็ก มักจะถามเด็กว่าอยากจะมอบของในมือให้ตนหรือไม่ แต่ข่งซวินไม่ใช่ผู้ใหญ่ประเภทนั้น เขาบอกเจียงซินด้วยน้ำเสียงเที่ยงธรรม "ข้าเป็ถึงรองเสนาบดีกรมอาญา... ไม่สามารถรับศิลาิญญาสุ่มสี่สุ่มห้าได้ สิ่งนี้เรียกว่าความผิดฐานรับสินบน"
[ใครอยากจะให้ศิลาิญญาท่านกันเล่า! ข้าอยากให้ท่านคืนศิลาิญญาให้พวกเราต่างหาก! พวกเราไม่ไถ่ตัวท่านลุงใหญ่แล้ว!]
เจียงซินโกรธจนร้อง "อา ๆ " เสียงดัง
ฉู่หลินเฟิงรีบปลอบนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ศิษย์น้องเล็กอย่าโกรธเลย ศิลาิญญาระดับสูงแปดหมื่นก้อนนี้ ถึงเวลาแล้วจะได้รับคืนแน่นอน"
[แต่นั่นก็เสียดายดอกเบี้ยนะ เงินทองย่อมมีค่าตามกาลเวลา!]
เจียงซินแก้มป่องด้วยความโกรธ เพราะรู้ว่าไม่มีใครเข้าใจความหมายของตน นางจึงโกรธจนสะบัดหน้าหนีทำหน้าบึ้งตึงไม่อยากพูดจา หลินเยี่ยนจนปัญญา จึงได้แต่เบี่ยงเบนความสนใจของเจียงซิน "ใต้เท้าข่ง โปรดพาพวกเราไปพบผู้าุโใหญ่เถิดขอรับ"
ขณะที่ข่งซวินกำลังจะก้าวเดิน เสียงของผู้าุโใหญ่ก็ดังมาจากส่วนลึกของคุกอีกครั้ง "ข้าไม่ได้คุยโวหรอกนะ แต่กำแพงของกรมอาญานี่น่ะ เปราะบางราวกับไม่มีตัวตน ข้าแค่วาดประตูบานหนึ่งก็ออกไปได้แล้ว"
การหลบหนีออกจากคุกถือเป็ความผิดร้ายแรงซ้ำซ้อน หลินเยี่ยนรีบเร่งฝีเท้า เพื่อไปขวางผู้าุโใหญ่ก่อนที่เขาจะทำเื่ผิดพลาด ผู้าุโใหญ่ถูกคุมขังอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของคุกกรมอาญา หลังจากเดินเข้าไปในห้องด้านในสุดเป็ระยะทางยาว จึงจะเห็นห้องขังที่คุมขังเขาไว้ ภายในห้องขังเต็มไปด้วยค่ายกล บนกำแพงสลักอักขระอาคมไว้มากมาย ทั้งยังมีการแปะยันต์ระดับสูงซ้อนกันสามชั้นทั้งด้านในและด้านนอก เห็นได้ชัดว่าใช้สำหรับคุมขังอาชญากรที่โเี้อำมหิต
ฉู่หลินเฟิงใกับภาพที่เห็น จึงกลืนน้ำลายแล้วถามว่า "ใต้เท้าสิง นักโทษขอบเขตผสานกายาทุกคนจะถูกเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดเช่นนี้หรือขอรับ?"
ข่งซวิน "...ข้าแซ่ข่ง โดยปกติแล้วผู้บำเพ็ญขอบเขตผสานกายา ตราบใดที่ยอมจำนนแต่โดยดีเราจะไม่ใช้คุกระดับนี้"
เพราะผู้ที่มีขอบเขตผสานกายามีเพียงไม่กี่คน ทุกคนต่างก็รู้จักกันไม่มากก็น้อย ผู้บำเพ็ญขอบเขตผสานกายามีอายุยืนยาว การติดคุกไม่กี่ปีสำหรับพวกเขาไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร ไม่จำเป็ต้องสร้างศัตรูกับราชวงศ์ขนาดใหญ่ที่มีผู้บำเพ็ญข้ามทัณฑ์เพียงเพราะเื่แค่นี้ ครั้งนี้ผู้าุโใหญ่ตอนถูกจับก็ให้ความร่วมมือเป็อย่างดี มิฉะนั้นกรมอาญาของราชวงศ์ชิวเย่คงออกหมายจับสำนักเทียนสุ่ยไปนานแล้ว
หลินเยี่ยนไม่เข้าใจ "ถ้าเช่นนั้นเหตุใดผู้าุโใหญ่จึงถูกคุมขังอย่างแ่าจนแม้แต่มดตัวเดียวก็เล็ดลอดไม่ได้เช่นนี้ขอรับ?"
ข่งซวินตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดตามกฎระเบียบ "ความแค้นส่วนตัวเล็กน้อย"
เมื่อคนอื่น ๆ เช่นนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรออกไป
เป็ 'เล็กน้อย' หรือ 'มหาศาล' กันแน่?