บิชาม่อน

    แบล็ค ทัวร์มารีน

         “หน่อยยยย..ไอ้หมาบ้านี้ แค่จับนิดหน่อยก็ไม่ได้ กวนนักนะ!”
         กลายเป็๲ว่าตอนนี้เดเรสมันทะเลาะกับหมา เ๽้าลูกหมาตัวดีก็ขู่ฟ่อๆเพราะเดเรสเอาแต่แกล้งมัน จนมันงับมือเข้าให้
         นิสัยเหมือนไอ้รีเซ่ไม่มีผิด
         เดเรสตั้งท่าจะจับเ๽้าหมาดื้อเเต่รีเซ่ก็ดันเดินมาซะก่อน
         “แกจะทำอะไรยูนะ”
         เ๽้าของหมาตั้งชื่อให้มันเสร็จสรรพหลังจากได้ลูกหมาป่าหิมะมาไม่นาน รีเซ่อุ้มมันขึ้นมาจากพื้นก่อนจะพาไปนั่งลงบนตักเธอ พอรีเซ่มาเ๽้าหมาดื้อก็จะสงบเสงี่ยมขึ้นมาทันที 

         เธอพูดพร้อมกับใช้มือลูบขนที่ตัวลูกหมาน้อยไปด้วย

         เธอไม่ชอบแบบนี้..เธอไม่อยากทิ้งใคร

         ตัวมันเล็กกันก็ไวกว่าพวกเขาเยอะ


         เสียงนกร้องประสานเสียงบรรเลงไปตามสายลม เหล่าแมกไม้พริ้วไหวราวกับมีชีวิต ราวกับกำลังขับกล่อมให้ทุกสรรพสิ่งเข้าสู่ห้วยนินทำ รีเซ่ ยูนะ และเจ้ายูที่มาถึงก่อนก็ต่างพากันมองสิ่งรอบตัวอย่างคาดไม่ถึง แค่27กิโลจากตัวเมืองก็กลายเป็นป่าที่เขียวชะอุ่มและดูรกรุงรังน่ากลัวเสียแล้ว     น่ากลัว     รีเซ่บ่นในใจแล้วทำใจดีสู้เสือ คนที่รู้ดีทีสุดคือยูนะที่เห็นเธอตบแก้มตัวเองแปะๆเหมือนเรียกสติ พวกเซรอสที่พึ่งตามมาถึงก็เห็นเข้าพอดีกับอากัปกิริยาแปลกๆของเธอ นั้นยิ่งสร้างเสียหัวเราะให้แก่เหล่าเพื่อนได้ไม่น้อย 
         “ทำอะไรของเธอ”เซรอสถามรีเซ่แต่เป็นเลโอที่ตอบเขา
         “วิธีเรียกความกล้าของมันนะ รีเซ่มันกลัวผี เห็นป่าครึ่มๆ ที่มืดๆหรือน่ากลัวหน่อยไม่ได้ใจฟ่อตลอด”     แปลกคน!
         ไม่กลัวตายแต่กลัวผีเนี้ยนะ     “เจออะไรยังละนี้กลางป่าเอฟิซัสแล้วนะ” 
         เซรอสถาม เธอกลับส่ายหน้าแต่แล้วทุกคนก็ต้องหันไปดูเจ้าหมาน้อยเพราะมันทั่งขู่และเห่าไม่ยอมหยุด
         เสียงซวบซ่าบดังมาจากพุ่มไม้ด้านข้าง พุ่มไม้เกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรงเร็งกะอุทานอย่างระแวงพร้อมกระชับอาวุธในมือแน่น รีเซ่เห็นเจ้าหมาน้อยขู่ฟ่อก็ทำให้รู้ว่านั้นอาจจะเป็นอัญมณีที่พวกเธอตามหาแขกที่ไม่ได้รับเชิญโผทยานออกมาพยัคฆ์ร่างสูงใหญ่ร่วม6ฟุต ขนของมันเป็นสีเงิน มีเปลวไฟสีฟ้าล้อมรอบขาทั้งสี่ข้าวงไว้ ดวงตำแดงก่ำนั้นน่ากลัว แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคืออัญมณีที่อยู่กลางหน้าผากของมัน      แบล็คทัวร์มารีน!!     รีเซ่เริ่มรู้สึกไม่มั่นใจ เธอเผลอจับชายเสื้อของเซรอสเหมือนเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว เซรอสกุมมือรีเซ่เบาๆ
         “เธอทำได้ เชื่อฉัน เชื่อในพวกเรา”
         “เน่..คุณพ่อ. อัญมณีพวกนี้สามารถสิงสิ่งมีชีวิตได้ด้วยหรอ” รีเซ่เรียกเลโออย่างล้อเลียน      เรียกพ่อแบบนี้แสดงว่ามันเริ่มไม่มั่นใจว่าจะชนะ     “อัญมณีโดยปกติจะถูกเก็บไว้ในกล่องที่ถูกผนึกไว้อย่างแน่นหนา จะมีก็แต่แค่บางชิ้นที่สะสมพลังของการาดอฟมามากไปมันจึงไปสถิตกับสิ่งใกล้ตัว แต่ก็ไม่สามารถไปไหนได้ด้วยมนต์ที่เมสซิอาห์ในสมัยก่อนร่ายกำกับไว้”
         คำตอบของเลโอสร้างความไม่สบายใจให้เธออย่างแรง
         ถ้าไปสิงปลาหมึกยักษ์ก็ต้องสู้กับปลาหมึกงั้นสิ?
         แล้วถ้าไปสิงผีละ…
         แค่คิดหน้าก้เริ่มซีดลง จนยูนะต้องเขย่าตัวเธอเรียกสติ รีเซ่สบัดหัวไปมาก่อนจะหันไปมองพยัคฆ์ตรงหน้าอย่างหนักใจ
         เอาวะ!!
         ลุยก็ลุย!!     รีเซ่เรียกคทาสีดำออกมาและครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรดี คฑาของเธอมีความสูงพอดีระดับอกตัวไม้คฑาทำจากไม้มะฮอกกานีชั้นดีอายุราว200ปีได้ หัวลูกแก้วนั้นเป็นสีม่วงใสที่มีไอสีดำขุ่นลอยวนไปมาอยู่ด้านใน อักขระอาคมรอบคทานั้นถูกเขียนโดยเลือดของนักเวทย์ชั้นสูงและอาบแสงจันทร์ร่วม500ปี แต่เจ้าพยัคฆ์เหมือนรู้ตัวว่ามันกำลังจะโดนอะไร มันตัดสินใจพุ่งเข้าใส่รีเซ่พร้อมกางเคี้ยวเล็บเพื่อตบปทันที
         รีเซ่เพียงเอียงตัวหลบแล้วตีลังกาหลังถอยห่างออกไปก่อนจะปักคทาลงพื้น แล้วเริ่มร่ายมนต์ตราแสงสีดำสลับขาวฟาดเปรี้ยงมากลางป่าตรงเข้าใส่พยัคฆ์ตรงหน้าทันที แต่เจ้าพยัคฆ์นั้นกลับไม่ได้ความระคายเคืองใดๆเพราะมันสร้างเวทย์ป้องกันขึ้นมาซึ่งเป็นเวทย์ระดับสูง     ยุ่งยาก
         เธอคงต้องเหนื่อยอีกหน่อย     “อย่าประมาทละ” 
         เสียงของเซรอสดังขึ้น ตอนนี้พวกเขาทุกคนหันหลังให้รีเซ่เผื่อเฝ้าระวังบางสิ่ง
         “น่าาาา…” ร่างบางตอบก่อนจะยิ้มเหี้ยม 
         “ฟูทาร์ค!” 
         สิ้นเสียงรีเซ่ ก็มีกระแสไฟสีขาวและดำขึ้นมาจากด้านหลังของเธอเป็นจำนวนมากพวกมัดมีปากคล้ายงู เพียงแค่สบัดมือ สายพลังทั้งสองก็พุ่งเข้าใส่พยัคฆ์ตัวร้าย     ตู้ม!!     เสียงระเบิดดังก้องเมื่อพลังของรีเซ่ปะทะเข้ากับพยัคฆ์อย่างจัง ฝุ่นควันตลบอบอวน 
         บทจะเล็กก็เล็กซะแรง จะบ้าตาย     กลัวป่าแตก!
         เซรอสโอดครวนในใจ
         แต่เมื่อฝุ่นควันเริ่มจางหายก็ปรากฏว่าเจ้าพยัคฆ์นั้นยังคงอยุ่ทีเดิมและมันโดดเข้าใส่รีเซ่ทันที เซรอสจะเข้าไปช่วยแต่ถูกรั้งไว้ด้วยมือของเร็งกะ เขาส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่าให้ทำหน้าที่ของตยนต่อไป 
    รีเซ่หลบแต่ก็ยังได้รอยขีดขวนมาบ้างนิดหน่อย คราวนี้มุราซาเมะกลับอยู่ในมือเธอ
         เจ้าหล่อนหมุนตัวแล้วตวัดฉับเดียวเข้าที่คอของเจ้าพยัคฆ์ เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดนั้นดังลั่นป่าก่อนที่จะล้มลง     บัดนี้พยัคฆ์ สิ้นฤทธิ์แล้ว     เซรอสมองไปที่ดาบของรีเซ่ มุรามาสะ..เธอต้องแลกกับอะไรถึงถือครองของอาถรรพ์นี้ได้.      รีเซ่ประสานมือเป็นรูปกากบาท ก่อนร่ายเวทย์บางอย่างขึ้นร่างของเธอมีแสงสีทองสว่างเรืองรอง ออกมาแล้วเสียงดังเปรี๊ยะ!ก็เกิดขึ้น ก่อนที่อัญมณีกลางหน้าผากของเจ้าพยัคฆ์นี้จะแตกสลายไปอย่างสมบูรณ์     “เฮ่ออออ..โคตรเหนื่อยเลยย” รีเซ่มีอาการเซเล็กน้อยแต่ก็มีเซรอสคอยพยุง     “ชิ้นแรงก็จะเป็นลมแล้วรึไงแม่คนเก่ง?”
         “อีกตั้ง9ชิ้นแหนะ จะตายก่อนไหมเนี้ย” รีเซ่ถอนหายใจทั้งๆเซรอสยังคงพยุงเธอ 
         “เธอโอเคนะ” 
         ยูนะเดินมาหาด้วยสีหน้าที่เป็นห่วง รีเซ่ยิ้มให้เธอเหมือนบอกว่าไม่เป็นอะไรมาก สำหรับรีเซ่ยูนะเป็นเพื่อนผู้หญิงคนแรกและคนเดียวที่น่าคบ แม้นจะพูดน้อยไปหน่อย แต่ก็เป็นคนตรงๆแบบขวานผ่าซาก โกรธก็ว่าโกรธ ห่วงก็ว่าห่วง ดังนั้นอะไรที่พูดแล้วทำให้เป็นกังวลเธอจะเลี่ยงมัน
         “อย่าพึ่งหมดไฟละ ยังมีอีกเยอะที่แกต้องเจอ” 
         เสียงของเร็งกะเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้มากบรรยากาศตรึงเคลียดพังทลายลงทันที เซรอสลอบมองรีเซ่อย่างเป็นห่วง เพราะเธอคงต้องใช้พลังเยอะเอาเรื่องในการทำลายอัญมณีแต่ละชิ้น