The Beningin no! Beginning!!
เสียงร่ำไห้ดังคลอเคลียในความมืดมิดอยู่เนิ่นนาน
คุณว่าคนเราตายแล้วไปไหน?
เจษลินทร์ก็อยากจะรู้เหมือนกัน
เขาไม่รู้ว่าตัวเองเคว้งคว้างในความมืดนี้เนิ่นนานเท่าไรแล้ว รู้เพียงว่าที่นี่ไม่มีทางออก ไม่มีแม้กระทั่งแสงสว่าง....
แล้วปืนล่ะ? ปืนจะเป็ยังไงบ้าง จะเหมือนเขารึเปล่า? รายนั้นยิ่งไม่ชอบความมืดอยู่….
"เจษ" เสียงที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นทำให้เจษลินทร์หันขวับ ขาก้าวไปตามเสียงโดยอัตโนมัติ
"พ่อครับ พ่อใช่มั้ย?" เนื่องจากมันมืดและมืดมากเจษลินทร์จึงเห็นเพียงคล้ายเงารางๆเท่านั้น
ร่างบางโผเข้ากอดบิดาทันที แม้จะมองไม่เห็นหน้า แต่น้ำเสียงและความอบอุ่นจากฝ่ามือที่ลูบหลังเขาอยู่ตอนนี้ช่วยยืนยันได้ดีว่านี่คือพ่อของเขาเอง
"ลูกไม่ควรมาอยู่ที่นี่นะ และตอนนี้ไม่มีเวลาแล้ว"
"ไม่มีเวลาอะไรครับ? เหวอ!"
ยังไม่ทันได้คำตอบหรือตั้งตัว พลันเจษลินทร์รู้สึกเหมือนถูกกระชากอย่างแรง แรงนั้นลากร่างของเขาไปสู่ที่ๆเริ่มมีแสงรางๆ ไปจนถึงที่ๆมีแสงเจิดจ้าจนเขาต้องหลับตา
“เฮือก!!”
เจษลินทร์สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดพร้อมหายใจหอบ เขากระเด้งตัวลุกขึ้น มือเรียวกุมหน้าอกตัวเองแน่นเพราะรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่คล่อง หูอื้ออึงไปหมด
“อะไรของคุณเนี่ย” เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างๆ ทำให้เจษลินทร์สะดุ้งโหยงรีบหันกลับไปมอง
ชายหนุ่มตัวขาวจัด ท่อนบนเปลือยเปล่านั่งพิงหัวเตียงอยู่ ทรงผมของเขาชี้โด่ชี้เด่เหมือนเปลือกเงาะ เจษลินทร์มองหน้าอีกฝ่ายไม่ถนัดเพราะฝ่ายนั้นมัวแต่ก้มหน้าขยี้ตา
“คุณ?”
อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียก ทำให้คราวนี้เจษลินทร์เห็นใบหน้าเขาเต็มตา ผิวขาวจัด สันกรามเด่นชัด คิ้วคมพาดเฉียงรับกับดวงตาเรียวโตที่ค่อนไปทางเ็า จมูกเป็สัน ริมฝีปากหนาได้รูปนั้น ไม่ผิดแน่….หัวใจเจษลินทร์สั่นระรัว พร้อมน้ำตาตีรื้นขึ้นมา
“ปืน!”
“เหวอ!”
ร่างบางกระโจนใส่คนตรงหน้าเต็มรัก กอดเกี่ยวปัณณวิชญ์ไว้แน่น พอผละออกจากกอดก็หันมาพรมจูบสะเปะสะปะไปทั่วใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยความดีใจ แล้วโผกอดแน่นอีกครั้ง โดยทุกการกระทำเ่าั้เต็มไปด้วยน้ำตาและเสียงสะอื้นของเจษลินทร์
ปัณณวิชญ์ยังเบลออยู่มาก แม้จะไม่ค่อยเข้าใจนักแต่เขาก็ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายกอดอยู่อย่างนั้น
พอร้องไห้จนพอใจแล้ว เจษลินทร์เงยหน้าขึ้น มองสำรวจว่าคนที่ตัวเองกอดใช่คนรักของเขาจริงๆรึเปล่า
มือเรียวบางลูบข้างแก้มของปัณณวิชญ์อย่างรักใคร่ น้ำตาเขายังคงไหลออกมาไม่ขาดสาย ขัดกับใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม
“ปืนจริงๆด้วย ดีจริงๆเลย” ทั้งเอ่ยทั้งสะอื้นแล้วซุกหน้ากับอกแกร่งอีกครั้ง
ปัณณวิชญ์กุมขมับแล้ว….
‘อะไรอีกเนี่ย ผลข้างเคียงของยา?’
ผ่านไปครู่ใหญ่พอเห็นว่าเป็เวลาอันสมควรแล้ว ปัณณวิชญ์จึงเอ่ยขึ้น
“คุณ ผมว่าเรามาคุยกันหน่อยมั้ย”
เจษลินทร์พยักหน้า ยอมผละออกจากอ้อมอกแล้วลุกขึ้นนั่งดีๆ ทว่ายังไม่วายจับจ้องใบหน้าของคนรักอยู่อย่างนั้น
เขากลัวเหลือเกินว่าถ้ากะพริบตาแล้วปัณณวิชญ์จะหายไป กลัวว่านี่จะเป็เพียงแค่ความฝัน จึงจับมือของคนรักไว้แน่น
“คุณดูไม่แปลกใจที่ตื่นมาเจอผม?” คนเด็กกว่าถาม พยายามดึงมือออกแต่เจษลินทร์จับไว้แน่น แบบแน่นเกิ๊น!
“ทำไมต้องแปลกใจ? ทำไมปืนเรียกเราว่าคุณล่ะ ปืนผมสั้นลงป้ะเนี่ย? แล้วพวกเราสองคนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” คนโตกว่ารัวคำถามพลางสำรวจรอบข้าง
“นี่มันห้องปืนนี่ เราสองคนมาอยู่นี่ได้ไง ไม่ใช่ว่าควรจะ-”
“ควรจะอะไร?”
“ก็เราโดนยิงทั้งคู่ ถ้ายังไม่ตาย ตื่นขึ้นมาก็ควรจะอยู่โรงพยาบาลสิ” เจษลินทร์ว่าพร้อมเอามือลูบๆแถวบริเวณที่โดนยิง
แต่ทว่า มันเนียนกริ๊บ ไม่มีแม้แต่รอยตุ่ม?
เจษลินทร์งุนงงแล้ว นี่เราฝันอยู่งั้นเหรอ?
เขาลงมือหยิกเนื้อตรงเอวเต็มแรง
“โอ๊ย คุณหยิกผมทำไมเนี่ย?” ปัณณวิชญ์ร้องลั่น
“งื้อ โทษทีปืน เราเล็งผิดอ่า” เจษลินทร์ว่าพร้อมลูบเอวคนรักป้อยๆเป็การปลอบและขอโทษไปในที จากนั้นเขาก็หยิกตัวเองและก็ได้ความเ็ปมาเป็คำตอบ
หรือว่าที่โดนยิงคือความฝัน?ก็ไม่น่าใช่ เพราะตอนโดนยิงเขาเจ็บซะขนาดนั้นจะฝันได้ยังไง
“โดนยิงอะไรของคุณ เมื่อคืนคุณแค่โดนวางยาเถอะ ผมเพิ่งรู้ว่านอกจากจะทำให้เมาแล้วยังทำให้หลอนอีกด้วย ยานี้มันแรงแฮะ” ปัณณวิชญ์ว่า
“โดนวางยา? ยาอะไร?ยังไง?”
“ก็เมื่อคืนคุณไปกินข้าวกับซีเปียน แล้วโดนน้องชายของเขาวางยา ผมบังเอิญไปเจอคุณนอนแอ้งแม้งอยู่ข้างทางเดิน สงสารจนต้องเก็บกลับมาที่ห้องเนี่ย”
เจษลินทร์ทึ่มทื่อไปครู่ใหญ่ พยายามคิดตามทุกคำที่ปัณณวิชญ์พูด
บ้า! เขาจะไปกินข้าวกับซีเปียนได้ยังไง ถ้าเป็เมื่อปีก่อนโน้นก็ว่าไปอย่าง
เดี๋ยวนะ! หนึ่งปีก่อน?
“วันนี้วันที่เท่าไหร่ ปีอะไร?”
“เจ็ด กรกฎา หกสี่”
“ปีหกสี่!” เจษลินทร์อุทาน นี่มันก่อนที่เขาจะไปอนาคตจริงด้วย เขากลับมาปัจจุบันแล้วเหรอ?
ปัณณวิชญ์ส่ายหัวกับอาการของอีกฝ่าย
ท่าจะหนักแฮะ
“ปีหกสี่จริงเหรอ ปืนล้อเราเล่นใช่มั้ย”
“อะไรของคุณเนี่ย”
คนโดนเซ้าซี้ทำหน้าเบื่อๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ให้เ้าตัวดูเอาเอง
เจษลินทร์รับโทรศัพท์มาดู แล้วนิ่งไปครู่ใหญ่
เขากลับมาปีหกสี่ เขากลับมาปัจจุบันแล้ว!
แม้จะยังงุนงงและยังไม่อยากจะเชื่อนัก แต่ตอนนี้เขาดีใจมากที่ปัณณวิชญ์ยังมีชีวิตอยู่
ดีมากจริงๆ
เจษลินทร์ยิ้มให้คนรักทั้งน้ำตา
ฝ่ายปัณณวิชญ์เห็นอีกคนมีท่าทางแบบนั้น ก็อดรู้สึกแปลกๆไม่ได้ อาการและสายตาที่บ่งบอกถึงความดีใจและรักใคร่นี่มันคืออะไร? คนตรงหน้าตกหลุมรักเขางั้นเหรอ?ไวไปรึเปล่าไอ้ชาย ถึงเขาจะดูดีมากๆ แต่ได้เจอกันไม่กี่ครั้งเองแถมเ้าตัวยังมีแฟนอยู่แล้วด้วย
เขาส่ายหัวไม่อยากใส่ใจนัก จึงลุกไปอาบน้ำ ไม่ลืมเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้เจษลินทร์เปลี่ยนด้วย เพราะเสื้อผ้าของเ้าตัวยังกระจัดกระจายอยู่ด้านนอกนู่น
พอปัณวิชญ์ออกจากห้องน้ำก็ไม่เห็นเจษลินทร์อยู่ในห้องแล้ว ได้ยินเสียงกิ๊งก๊องด้านนอกจึงเดินออกไปดู
เห็นแขกกำลังทำกับข้าว ท่าทางคล่องแคล่วเชียว
“ทำกับข้าวเป็ด้วย?”
“ก็พอทำได้” ว่าพร้อมวางจานที่เพิ่งทำเสร็จลงตรงหน้าปัณณวิชญ์
โห หน้าตามันน่ากินกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก
“ผมไม่กิ-”
“ไม่ต้องห่วง ไม่ได้ใส่พริกไทย” เจษลินทร์เอ่ยขึ้นก่อนที่ปัณณวิชญ์จะพูดจบ
“รู้ได้ไง?”
“เดาน่ะ” คนตัวบางว่ายิ้มๆ เดินไปหยิบแก้วในตู้้ามาเทน้ำส้มใส่แล้วยื่นให้เขา
อากัปกิริยาของเจษลินทร์แลดูคุ้นเคยกับครัวของเขายิ่งนัก ราวกับนี่เป็บ้านของตัวเองอย่างไรอย่างนั้น? เ้าของห้องขมวดคิ้วมุ่น ทว่าก็ไม่ได้ใส่ใจเื่นั้นนัก เขาหันมาจัดการอาหารตรงหน้าที่แม้ว่ามันจะเป็เมนูธรรมดา แต่ก็อร่อยกว่าที่เขาทำมากโข
เจษลินทร์ยิ้มกว้างอย่างโล่งอก
ไม่ใช่ความฝัน
หลังจากจบมื้อเช้าเจษลินทร์ขอให้ปัณณวิชญ์เล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้ฟัง
เมื่อคืนเขาไปทานข้าวกับซีเปียน แล้วได้เจอซีฮัน หมอนั่นแอบใส่ยาปลุกเซ็กซ์ให้เขา โดยที่เขาและซีเปียนไม่รู้เลย
ในจังหวะที่ซีเปียนออกไปคุยกับน้องชายนั้น ยาก็ออกฤทธิ์จนเขาไปฟุบอยู่ข้างทางเดิน ปัณณวิชญ์จึงจำเป็ต้องแบกเขากลับคอนโด
เ้าของห้องยังเล่าอาการให้ฟังอีกว่าเขาลวนลามเ้าตัวไปมากเพียงใด พร้อมโชว์รอยคิสมาร์กบนลำคอที่เขาฝากไว้ด้วย
เจษลินทร์อ้าปากค้าง นี่เขาต้องโฟกัสกับอะไรก่อนระหว่างรอยคิสมาร์กกับลูกกระเดือกนั่น?
ปัณณวิชญ์มองดูท่าทางเดี๋ยวร้องไห้เสียใจ เดี๋ยวดีใจ เดี๋ยวรักใคร่ เดี๋ยวอึ้ง เดี๋ยวเขินอายของคนตรงหน้า เวลาแค่แป๊บเดียวเขาเห็นแทบทุกสีหน้าของเจษลินทร์แล้วเถอะ
คนที่เพิ่งข้ามเวลามาหมาดๆนั่งทบทวนไตร่ตรองเื่ราวที่เกิดขึ้นในหัว
แสดงว่าตอนนี้เื่ทั้งหมดเหมือนเริ่มใหม่ั้แ่สืบคดีของชวินทร์เลยใช่ไหม?
ทุกอย่างที่เขาเจอมาคือเื่ที่จะเกิดในอนาคตเหรอ? เขากับปืนต้องตาย?
แล้วเขาสามารถเปลี่ยนอนาคตได้ไหม?
“ถึงแล้วคุณ” ปัณณวิชญ์เอ่ยบอก เมื่อขับรถมาถึงร้านเบเกอร์รี่ที่คนข้างๆขอให้มาส่ง
คนคนนี้อยู่ๆก็นั่งเงียบมาตลอดทางซะงั้น ปัณณวิชญ์งุนงงกับอาการแปรปรวนของอีกฝ่ายเหลื้อเกิน
เจษลินทร์หลุดจากห้วงความคิด
"อ่อ ขอบคุณครับ ปืนขับรถดีๆนะถึงบ้านแล้วโทรบอกเจษด้วย"ว่าจบเจษลินทร์ก็โน้มไปจุ๊บปากปัณณวิชญ์อย่างที่เคยทำเสมอ
พอนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้พวกเขายังไม่ได้เป็แฟนกัน ก็รีบกระโจนลงจากรถก่อนที่จะโดนปัณณวิชญ์ด่าให้
หลายอึดใจผ่านไป เ้าของรถที่อยู่ในอาการอึ้งงันเพราะโดนขโมยจุ๊บ! พอได้สติจะหันไปหาเจษลินทร์ รายนั้นก็ลงจากรถไปเสียแล้ว
"เฮ้อ!" ปัณณวิชญ์โคลงศีรษะพลางถอนหายใจ
คนคนนี้นี่ยังไงกันแน่นะ? ลวนลามเขาั้แ่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ บทจะไปก็หนีไปเสียดื้อๆ
แล้วทำไมเขาต้องรู้สึกโหวงๆราวกับโดนฟันแล้วทิ้งอย่างไรอย่างนั้น?
เขาโคลงศีรษะอีกครั้งไล่ความคิดเพ้อพกของตัวเองก่อนจะขับรถจากไป
เจษลินทร์เดินเข้ามาในร้านของมารดา เขามองดูคุณเจนคนสวยกำลังง่วนจัดขนมโดยมีแฝดของเขาเป็ผู้ช่วยอยู่ข้างๆ ก้อนความรู้สึกก็วิ่งมาจุกอยู่ที่คอพาลให้น้ำตาตีรื้นขึ้นมาบนดวงตาคู่สวย
ดีจังเลยที่ยังได้เจอกันอีก ดีจริงๆ
ขายาวๆของเ้าตัวก้าวไปหา แล้วรวบทั้งสองมากอดไว้แน่น
สร้างความงุนงงให้กับแม่และแฝดเป็อย่างมาก ยิ่งเจษลินทร์ร้องไห้ คนที่โดนกอดก็ยิ่งใ
เจนจิราและจิรากรทั้งกอดทั้งโอ๋เ้าตัวพัลวัน กว่าจะสงบลงได้ก็ผ่านไปหลายนาที
“เป็อะไรลูก เกิดเื่อะไรเหรอ หืม” มารดาเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง พลางลูบหัวปลอบประโลมลูกชายอย่างอ่อนโยน จิรากรเองก็กุมมือเจษลินทร์ไว้แน่น
“อย่าบอกนะว่าพี่ซันทำอะไรเจษน่ะ”
“เฮ้ย ไม่ใช่ เจษก็แค่ฝันร้ายน่ะ”
“แน่ใจ?” จิรากรคาดคั้น
“อือ แน่ใจ มันเป็ฝันที่น่ากลัวมากเลย”
“ฝันร้ายจะกลายเป็ดีนะลูก ไม่ต้องคิดมากนะ” เจนจิราบอก
เจษลินทร์ยังคงอ้อนมารดาและน้องชายอยู่อีกเป็ชั่วโมง แม้ว่าเมื่อคืนเจษลินทร์จะไม่ได้กลับบ้าน แม่และแฝดก็ไม่ได้คาดคั้นเขานัก เพราะยังไงเขาก็โตแล้ว แค่ไปไหนก็ให้บอกกันก่อน คนที่บ้านจะได้ไม่ต้องเป็ห่วง
***
สามวันให้หลัง เจษลินทร์พยายามสะกดจิตตัวเองให้มูฟออนจากอนาคต เอ้อ! เขามีแต่มูฟออนจากอดีตแต่นี่ต้องมูฟออนจากอนาคต ถ้าไม่ใช่เจษลินทร์ทำไม่ได้นะเนี่ย! เขาพยายามปรับจูนสมองให้เป็เวอร์ชันปัจจุบัน เพราะสองสามวันมานี้ยังเผลอพูดอะไรแปลกๆ เช่น ถามถึงลภัสวัฒน์กับแฝดน้องทั้งที่สองคนนั้น ณ ปัจจุบันยังทะเลาะกันเป็ไม้เบื่อไม้เมากันอยู่เลย
หรือที่เขาตอบข้อความซีเปียนแบบห่างเหิน ทั้งๆที่ปัจจุบันเขายังไม่ได้เลิกคุยกับซีเปียนเลย
นึกๆแล้วก็เสียดาย ถ้ารู้ว่าตัวเองจะได้กลับมาปัจจุบัน เขาจะได้จำว่าหุ้นตัวไหนน่าซื้อบ้าง
เจษลินทร์ไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ต่างๆ นอกจากนั้นยังมีเื่ให้เขาต้องคิดหนักอีกเื่ก็คือ เขาจะทำยังไงกับคดีของชวินทร์ดี? ถ้าเขาเข้าไปยุ่งอีก เขากับปืนจะต้องตายเหมือนเดิมไหม? หรือเขาจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเลย? ทั้งเขาและปืนจะได้ใช้ชีวิตปกติไม่ต้องเสี่ยงกับอะไรทั้งนั้น
เพราะความตายมันน่ากลัวมากๆ เจษลินทร์ยังจำวินาทีที่เขาโดนยิงได้อยู่เลย ความเ็ปที่แล่นไปทั่วร่างกาย แค่นึกถึงเขาก็รู้สึกใจสั่นมือสั่น อึดอัดจนหายใจไม่ทั่วท้องแล้ว
แต่ถ้าทำแบบนั้น พี่ชายของปืนก็จะไม่ได้รับความเป็ธรรมน่ะสิ!
เขาจะทำอย่างไรดีนะ? เขาควรทำอย่างไรดี?
T B C
แอแง้ พี่กลับมาแล้วววว แต่น้อนปืนคนคลั่งรักหายไปจ้า
เหลือแต่เด็กป่วนคนซึน แถมยังคิดว่าตัวเองโดนฟันแล้วทิ้งอีก ถถถถ
มันเป็ย้อนแย้งนะ
ตอนนี้ใครงงกันมั้ยคะ ก็คือพี่เจษของเรากลับมาปัจจุบันแล้ว ซึ่งก็คือต่อจากตอนที่แปดนะคะ
ถ้าไร้ท์เขียนงง หรือบกพร่องตรงไหน ทักท้วง แนะนำ ติชมกันเข้ามาได้นะคะ
เื่นี้มี E-Book ใน Meb (เม็บ) , Ookbee (อุ๊คบี) , Naiin (นายอินทร์) , Se-Ed (ซีเอ็ด) และเว็บห้องสมุดแล้วนะคะ
โดยในเว็บนั้นๆ จะใช้ชื่อเื่ว่า เจษลินทร์ (YOU) ค่ะ
่นี้ E – Book จัดโปรโมชันลดราคาอยู่น๊า
ไปตำ / สนับสนุนนักเขียนตัวเล็กตัวน้อยคนนี้ได้นะคะ // ประนมมือกราบอย่างนอบน้อมพร้อมบีบนวดให้นะเ้าคะ
http://www.ookbee.com/Shop/Book/46493e43-0b39-446c-9549-4e0ac424016a
https://www.naiin.com/product/detail/541419
https://se-ed.com/s/dg44
https://www.hongsamut.com/ebook/view?id=3861
Enjoy Reading
- LOVE -