Sila’s part
ผมลืมตาขึ้นมาหลังจากผ่านการเดินทางที่ยาวนาน มองไปตามถนนหนทางที่เปลี่ยนไปมากจนผมแทบจำไม่ได้
หกปีแล้ว…ไม่เปลี่ยนเลยสิแปลก
หกปีที่ คนคนนั้น ไม่เคยติดต่อผมมาสักครั้ง หกปีที่ไม่เคยโทรหาหรือถามไถ่
ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเมื่อเดือนก่อนผมได้รับโทรศัพท์จากพ่อบ้านว่าคนคนนั้นป่วยหนักและ้าให้ผมกลับมา ผมคงไม่มีวันกลับมาเหยียบที่นี่อีก
“เ้าสัวป่วยหนักมากครับคุณศิลา อยากให้คุณศิลารีบกลับมาที่นี่ด่วนครับ” พ่อบ้านมักจะบอกเหตุผลต่าง ๆ นานา ที่แสดงถึงความ้าให้ผมกลับบ้านเสมอ
“หึ...แล้วยังไง” ผมหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้
“ถ้าอยากให้ใครรู้ ก็ไปบอกไอ้พีมกับน้ำผึ้งสิ”
ติ้ง
เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ดังขึ้น
รูปผู้ชายคนนั้นนอนป่วยโดยมีสายน้ำเกลือระโยงระยางทำให้หัวใจผมวูบไหว นี่เขาป่วยจริง ๆ งั้นเหรอ
“กลับมาเถอะครับ ครั้งนี้ถือว่าผมขอร้อง” เสียงพ่อบ้านเอ่ยขอร้องอีกครั้ง
“คุณท่านเพ้อหาคุณศิลาไม่หยุดเลยครับ ท่านเอาแต่พูดว่า พ่อผิดไปแล้ว”
“พ่อเสียใจจริง ๆ กลับมาหาพ่อได้ไหม”
ถึงหกปีที่ผ่านมาจะโกรธแค้นและเ็ปมากแค่ไหน แต่พอเห็นคนเป็พ่ออยู่ในสภาพที่ย่ำแย่แบบนั้น ผมก็ใจอ่อนขึ้นมาจนได้
เมื่อรถจอดสนิท ผมมองไปสถานที่ที่ผมเคยอาศัย ที่นี่เปลี่ยนไปมาก มันแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม การตกแต่งแบบที่แม่ชอบได้เปลี่ยนไปจนหมด จากการตกแต่งที่อบอุ่นสบายตา ตอนนี้มันได้กลายเป็สถานที่ที่ราวกับเอาไว้โชว์ความหรูหราของเ้าของบ้านไปแล้ว
ห้องโถงที่เคยมีรูปครอบครัวพ่อแม่ลูก มันถูกแทนที่ด้วยรูปของพ่อ น้ำผึ้ง ไอ้พีม และแพร
หึ…ผมกระตุกยิ้มก่อนจะเดินตามพ่อบ้านเข้าไป
พ่อบ้านจัดแจงให้คนเอาข้าวของผมไปเก็บ ผมมายังห้องเดิมที่ผมเคยอยู่ ข้าวของทุกอย่างถูกจัดเอาไว้เหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน
ในบ้านหลังนี้คงมีแค่ห้องนี้ที่ไม่เปลี่ยนไป มันสะอาดราวกับมีคนมาดูแลอยู่เป็ประจำ
“คุณการันต์บอกว่าห้ามขยับหรือเปลี่ยนแปลงอะไรในห้องนี้แม้แต่น้อยครับ” พ่อบ้านบอกก่อนจะโค้งศีรษะแล้วเดินออกไป
ผมเดินออกไปตามทางเดิน พลางนึกถึงแปลงดอกกุหลาบสีขาวที่แม่รัก แม่ปลูกมันไว้หนึ่งแปลงที่สวนหลังบ้าน เมื่อเดินมาถึงก็พบว่าดอกกุหลาบสีขาวจากหนึ่งแปลง ตอนนี้มีเพิ่มหลายแปลงนับดูแล้วก็เกือบยี่สิบแปลง
“พี่แก้วคะ ผมยุ่งไปหมดแล้ว มัดผมให้หน่อยได้ไหมคะ” เสียงผู้หญิงที่กำลังง่วนอยู่กับการพรวนดินพูดขึ้น
เธออยู่ในชุดลำลองพอดีตัวกำลังรดน้ำพรวนดินอยู่ที่แปลงดอกกุหลาบสีขาวของแม่ แผ่นหลังที่ดูคล้ายกับคนในความทรงจำทำให้ผมยืนมองอยู่เงียบ ๆ
“พี่แก้วจ๋า มัดผมให้แพรทีค่ะ” แพรงั้นเหรอ คิ้วผมกระตุกไปเล็กน้อย
กว่าที่จะรู้ตัว…เท้าผมก็ก้าวเดินเข้าไปหาคนที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับการดูแลแปลงกุหลาบ
คนที่คิดว่าน่าจะชื่อแก้ว ที่คงจะเป็แม่ครัวหรือแม่บ้านคนใหม่ มองผมอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แต่เมื่อผมมองไปอีกครั้ง เธอก็รีบก้มศีรษะก่อนจะถอยออกไปเงียบ ๆ ราวกับรู้หน้าที่
“พี่แก้วววววจ๋า มัดผมให้หน่อยสิคะ” เธอพูดอย่างอ้อน ๆ พลางหยิบปุ๋ยมาโรยลงบนโคนต้นกุหลาบ
ผมเดินเข้าไปช้า ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปจับผมของคนที่ยังคงพรวนดินอย่างขะมักเขม้น ผมรวบผมเธอขึ้นมาแล้วมัดมันช้า ๆ ผมเธอนุ่มราวกับเส้นไหม
“ขอบคุณค่ะ ทำไมวันนี้มือเบาจังเลยค่ะ” เธอตัดดอกกุหลาบสีขาวหนึ่งดอกแล้วยื่นมันมาตรงหน้าผมหมายจะให้พี่แก้วดู
“พี่แก้วดูนี่” ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นทันทีที่เห็นผม
ใบหน้ารูปไข่ขาวผ่อง ริมฝีปากจิ้มลิ้ม ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตรับกับใบหน้าได้อย่างเหมาะเจาะ เธอเปลี่ยนไปจากแพรในความทรงจำของผมอย่างมาก เธอโตขึ้นจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม จากเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ชอบเดินตามผมต้อย ๆ ได้หายไปแล้ว ตอนนี้คนตรงหน้ากลายเป็หญิงสาวเต็มตัวแล้ว
“พะ พี่ศิลา” เธอลุกขึ้นยืนด้วยความรวดเร็ว สีหน้าใอย่างเห็นได้ชัด ผมขมวดคิ้วขึ้นมาทันที ทั้งที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปี แต่เธอกลับจำผมได้ั้แ่ครั้งแรกที่เห็นงั้นเหรอ
“พี่แก้วไปไหนคะ ทำไมไม่บอกแพรก่อน” เธอพูดแล้วเดินถอยหลังออกไปเล็กน้อย ก่อนจะมองหาพี่แก้ว
“หึ” ผมแค่นยิ้มแล้วมองใบหน้าสวยที่มีหยดเหงื่อไหลซึม เธอทำท่าเหมือนจะขยับตัวหนีแต่ด้วยความรีบ
“ว้ายยยยย” เธอทรงตัวไม่อยู่จนเกือบสะดุดล้ม ผมเอื้อมมือไปคว้าร่างเธอไว้
“ขอบคุณค่ะ” เธอพูดขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ก่อนจะพยายามขยับตัวออกจากอ้อมแขนของผม
“ไม่เจอกันนานเลยนะ” ผมพูดขึ้นโดยที่ยังไม่ยอมปล่อยเธอ พลางกวาดสายตามองสำรวจใบหน้าของคนในอ้อมแขนอย่างไม่คิดจะปิดบัง
แพรหลุบตามองลงต่ำที่พื้นทันที ท่าทางของเธอทำให้ผมนึกสนุกขึ้นมา ผมขยับหน้าเข้าไปใกล้เธอจนปลายจมูกเฉียดพวงแก้มใส ๆ นั่นอย่างจงใจ
จู่ ๆ ก็รู้สึกอยากจะแกล้งคนในอ้อมแขนขึ้นมาดื้อ ๆ
“พะ พี่ศิลา จะทำอะไรคะ” เธอถามเสียงตะกุกตะกัก มือเล็กรีบยันอกผมไว้เหมือนกลัวว่าผมจะเข้ามาใกล้กว่านี้
“ทักทายไง” ผมจับคางเธอเข้ามาใกล้ ก่อนจะก้มหน้าต่ำลงไปจนลมหายใจเป่ารดแก้มเธอ ผมส่งยิ้มแบบที่ชอบใช้กับพวกสาว ๆ และได้ผลในทุกครั้งให้คนในอ้อมแขน
เธอเบิกตาโพลง ตัวแข็งทื่ออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะได้สติ ผลักผมออกเต็มแรงแล้วรีบวิ่งหนีเข้าไปในบ้านทันที
ผมหัวเราะออกมาเบา ๆ ที่เห็นร่างเล็ก ๆ ของแพรถอดอุปกรณ์ทำสวนทุกอย่างทิ้ง แล้ววิ่งหายลับเข้าไปในบ้านราวกับกระต่ายตื่นตูม
บางทีการกลับมาครั้งนี้คงไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด…
ผมหยุดหัวเราะแล้วหันหน้าไปทางห้องของพ่อ ถึงเวลาแล้วสินะที่ผมต้องเผชิญหน้ากับคนคนนั้นอีกครั้ง…
End Sila’s part
Pair’s part
ฉันวิ่งเข้ามาในห้องของตัวเองแล้วรีบปิดประตูทันที ก่อนจะพิงแผ่นหลังกับประตูแล้วค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น หัวใจยังเต้นไม่เป็จังหวะ ฉันยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองเบา ๆ ความร้อนผ่าวยังไม่ยอมหายไปไหน
พี่ศิลาเขาทำบ้าอะไรเนี่ย…
รอยยิ้มร้ายกาจนั่น ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาดูเ็าขึ้นอีกหลายเท่า เขากลายเป็พี่ศิลาที่ฉันไม่รู้จักอย่างสมบูรณ์แบบ ตลอดระยะเวลาหกปีที่ผ่านมา บ่อยครั้งที่ฉันมักจะเผลอกดเข้าไปส่องไอจีเขาอยู่บ่อย ๆ ทำให้ฉันจำเขาได้ทันทีั้แ่ครั้งแรกที่เห็น
เขากลับมาแล้ว…
พี่ศิลากลับมาแล้ว…
แถมเขายังเล่นกับใจฉันั้แ่ครั้งแรกที่เจอกันอีกด้วย…
End Pair’s part