เช้าวันต่อมาวีรดาได้ออกจากโรงพยาบาลกลับมายังบ้านพาณิชย์ชกร
รถแท็กซี่สีเขียวเหลืองจอดหน้าประตูรั่วบ้านหลังใหญ่สองพ่อลูกเดินจูง
มือกันเดินไปยังบ้านสวนที่เป็ที่อยู่ของตนเอง
“คุณพ่อขาวีของนั่งระบายสีข้างล่างนะคะ”
“ครับแต่วีอย่าไปกวนคุณรินที่บ้านนะครับ”
“ค่ะคุณพ่อ”
วีรดาที่นั่งระบายสีอยู่คนเดียวได้ไม่นานก็เดินไปบ้านหลังใหญ่ตามลำพัง
โดยไม่ฟังคำห้ามของผู้เป็พ่อไม่นานเด็กหญิงก็มาถึงประตูบ้าน
“คุณย่าสวัสดีครับ”
“ตาวินมาได้ไงลูกอ้าวแล้วนั้นทำไมถึงได้มากับยัยวีล่ะ”
“พอดีผมเจอน้องวีกำลังจะเดินเข้าไปในบ้านน่ะครับผมก็เลยจูงมือเดินเข้ามาด้วยกันครับ”
“นั่งก่อนสิตาวิน”
“ขอบคุณครับคุณย่า
“ย่าถามยัยรินเื่แต่งงานแล้วนะยัยรินขอเวลาไม่นาน”
“ขอบคุณครับคุณย่าที่ช่วยผม”
เด็กหญิงวีรดาที่นั่งฟังบทสนทนาระหว่างกวินและคุณหญิงนารีอยู่เมื่อเห็น
ผู้เป็แม่ก็รีบวิ่งเข้าไปหา
“คุณริน”
“มาที่นี่ทำไมกลับไปนอนซะ”
“แต่วีคิดถึงคุณรินค่ะ”
“ฉันรู้แล้วแต่เธอพึ่งหายไข้ต้องพักผ่อนเยอะๆ”
ธีร์ภพที่ทำข้าวต้มหมูให้ลูกสาวเสร็จก็มาตามลูกไปกินข้าวแต่กับไม่เห็น
ลูกสาวจึงเดินมาตามเสียงที่ดังขึ้นทางบ้านหลังใหญ่
“วี”
“คุณพ่อ”
“กลับบ้านกันครับลูก”
ธีร์ภพเดินเข้ามาอุ้มลูกสาวขึ้นแนบอกกำลังจะกลับบ้านสวนคุณหญิงนารี
ก็เอ่ยขึ้นตามหลัง
“เดี๋ยว”
“เอายัยวีมานี่ฉันจะให้ยัยวีไปห้างกับตาวินและก็ยัยรินซ้อมเป็ครอบครัว
ก่อนที่จะแต่งงานมีครอบครัวจริงๆ”
คุณหญิงนารีพูดจบก็เดินเข้าไปอุ้มตัววีรดาออกมาจากผู้เป็พ่ออย่างธีร์ภพ
“ไม่นะครับคุณท่านอย่าเอาวีไปนะครับวีพึ่งหายป่วย”
“รีบไปเถอะยัยรินตาวิน”
“ครับคุณย่า”
“ค่ะ”
รินรดาเหนื่อยกับการปฏิเสธผู้เป็ย่าไม่ว่ายังไงคุณหญิงนารีก็ไม่ฟังคำปฏิเสธของเธออยู่เธอจำเป็ต้องทำตามคำสั่งผู้เป็ธีร์ภพได้แต่มองตามหลังทั้งสาม
ด้วยหัวใจที่ปวดหนึบกับภาพตรงหน้า
“เหมาะสมกันจริงๆเหมือนครอบครัวอบอุ่นมีพ่อแม่ลูกพร้อมหน้าพร้อมตาในอนาคตยัยรินกับตาวินจะ
ต้องมีครอบครัวที่สมบูรณ์แน่ ๆ”
คุณหญิงนารีหัวเราะชอบใจที่เห็นธีร์ภพได้แต่ยืนมองทั้งสามคนเดินจากไปด้วยแววตาเศร้าที่บ่งบอกว่าชายหนุ่ม
นั้นรู้สึกเ็ปมากแค่ไหนหนึ่งชั่วโมงผ่านไปทั้งหมดก็กลับมาถึงบ้านไว้กว่าที่คิด
“อ้าวตาวินยัยรินทำไปกลับมาเร็วจังล่ะลูก”
“คือน้องวีซนน่ะครับคุณย่าบอกไม่ฟังพวกเราเลยกลับมาเร็วครับ”
“ฮือ..ฮือ..ฮือ..”
“วีเป็อะไรครับลูกทำไมร้องไห้”
“พวกคุณทำอะไรลูกผม”
“ทำไม่วีร้องไห้ตาบวมแบบนี้”
“พวกคุณได้ตีลูกผมรึเปล่า”
“นายอย่าพูดมั่วนะไม่มีใครทำอะไรเด็กหรอกลูกนายก็ร้องไห้งอแงไปงั้นแหละ”
“ลูกนายไปถึงห้างก็มีแต่วิ่งไปโน้นไปนี่พูดอะไรก็ไม่ฟังเด็กอะไรซนก็ซนดื้อก็ดื้อ”
“จริงเหรอตาวินยัยวีดื้อขนาดนั้นเลยเหรอก็ไม่แปลกหรอกก็พ่อมันไม่สั่งสอนเด็กมันเลยเป็แแบบนี้”
“นายธีร์ถ้านายอบรมณ์สั่งสอนลูกดีลูกคงไม่เป็เด็กดื้อแบบนี้หรอกนายพาลูกกลับไม่ได้แล้ว”
“ใช่อย่างที่ตาวินกับยัยรินพูดพายัยวีออกไปได้แล้วฉันไม่อยากเห็นหน้า”
ธีร์ภพพาลูกสาวเดินออกมาจากบ้านด้วยความเศร้าและสงสารลูกสาวจับใจ
เมื่อเดินมาถึงบ้านสวนธีร์ภพก็เอ่ยตามลูกสาวออกไปด้วยความสงสัย
“วีครับคุณวินทำอะไรหนูใช่ไหม”
“ค่ะคุณวินตีมือวีค่ะคุณพ่อวีเจ็บค่ะ”
“ไม่เป็ไรนะครับคราวหน้าอย่าไปใกล้เขาอีกเข้าใจไหมครับลูก”
“เข้าใจค่ะคุณพ่อ”
ด้านรินรดาที่เดินเข้ามาในห้องนั่งอยู่บนโซฟาในตัวยาวกำลังรู้สึกผิดที่พูดจา
ไม่ดีใส่ธีร์ภพและวีรดาจึงตั้งใจจะไปขอโทษสองพ่อลูกที่บ้านสวนแต่กลับถูก
ผู้เป็ย่าเอ่ยถามออกไปอย่างไม่พอใจ
“ยัยรินไปไหนมา”
“เอ่อรินไปหานายธีร์กับวีมาค่ะแต่สองคนนั้นไม่อยู่ค่ะ”
“ไปหาพวกมันทำไม”
“รินแค่มีเื่อยากคุยกับนายธีร์ค่ะ”
“แล้วเื่งานแต่งล่ะคุยกับตาวินรียัง”
“รินคุยกับวินแล้วค่ะอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า”
“ดีแล้วยัยรินได้ยินแบบนี้ย่าก็สบายใจ”
“รินขอตัวขึ้นไปข้างบนก่อนนะคะคุณย่า”
คุณหญิงนารีก็คิดในใจว่าอีกไม่นานก็จะถึงเวลาที่สองพ่อลูกไม่มีหัวนอนปลายเท้าก็ต้องออกไปจากชีวิตหลานสาว
และบ้านหลังนี้