“เยี่ยมเลย ระบบนี้โคตรจะมีประโยชน์ ชักจะถูกใจแล้วสิ!” หลินเฟิงพอใจมากเมื่อเห็นสิ่งดีๆ มากมายที่ระบบมอบให้
ในชีวิตคนมักจะมีเื่ที่คาดไม่ถึงทำให้ประหลาดใจอยู่เสมอ
เขาเหลือบมองเย่จิงอวิ๋นเบา ๆ พลางลอบถอนหายใจ
ผู้ชายคนนี้เข้าตำราใหญ่ห้าหนาสาม [1] เหมือนปราการเหล็กทมิฬ พื้นฐานและพร์ของเขาล้วนธรรมดาและไม่มีจุดเด่นอื่นใดให้เอ่ยถึง
แต่์มักจะเป็เช่นนี้ แม้จะปิดหน้าต่างแต่ก็แง้มประตูอ้า ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ล้วนมีวาสนาดี
คนประเภทเย่จิงอวิ๋น แม้ว่าเขาจะล้มเหลวในการเข้าร่วมนิกายเทพกระบี่ในวันนี้ แต่เขาก็ยังมีโอกาสวาสนาของตนเอง เพียงแต่ต้องอาศัยความพยายามอย่างหนัก สักวันหนึ่งเขาจะต้องกลายเป็ระฆังกังวานอย่างแน่นอน
หลินเฟิงพยักหน้าเล็กน้อย ใบหน้าของเขาเชิดตรง "เย่จิงอวิ๋น เนื่องจากเ้าเข้าร่วมนิกายเทพกระบี่ของข้าแล้ว เ้านิกายผู้นี้ก็จะมอบความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ให้เ้า"
ระหว่างที่เอ่ยเช่นนั้น เขาก็สะบัดแขนวาดนิ้ว ชั่วพริบตา แสงสีทองก็เคลื่อนปกคลุมเย่จิงอวิ๋นเอาไว้ มองด้วยตาเปล่าก็สามารถเห็นได้ชัดว่ามันได้เข้าไปในร่างกายของเขา
บูม!
กลิ่นอายที่ลึกลับและรุนแรงยากจะหาสิ่งใดเทียบ ได้ปะทุออกจากร่างเย่จิงอวิ๋น ก่อให้เกิดลมกระโชกแรงกวาดออกมา
ในเวลาเดียวกัน เมฆมงคลหลากสีก็พลันปรากฏขึ้นบนอากาศบาง ๆ ปกคลุมเย่จิงอวิ๋น
ดูเผินๆ ราวกับเทพแห่งา
และตอนนี้ เย่จิงอวิ๋นรู้สึกเพียงว่ามีพลังที่รุนแรงได้ไหลเข้าสู่ร่างราวกับกระแสน้ำที่ทะลักเข้าสู่ร่างกาย พุ่งทะลวงใส่แขนขาและกระดูกราวกับจะบดขยี้
เส้นชีพจรถูกเปิดออก ชีพจรจุดต่าง ๆ ถูกทะลวงอย่างไร้ความปรานี และกระดูกถูกบดขยี้ทำลาย...
ความเ็ปไม่มีที่สิ้นสุดส่งผลทำให้ดวงตาของเขามืดดำ
ร่างกายของเขาสั่นเทาโดยไม่อาจควบคุมได้ เส้นเืสีเขียวของเขาสั่นกระตุกอย่างรุนแรง และเหงื่อที่เย็นยะเยียบก็ไหลอาบลงมา...
กลิ่นอายบนร่างกายเริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ!
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ขั้นตอนที่แสนเ็ปนี้ก็ยุติลง
เย่จิงอวิ๋นสูดลมหายใจเข้ายาวๆ ดวงตาของเขาค่อย ๆ เปิดขึ้น
ในเวลานี้ เขาััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของตนเองอย่างแจ่มชัด
รากฐานกระดูก เส้นชีพจรโลหิต สมรรถภาพ และพร์ ล้วนพัฒนาขึ้นในจุดที่น่ากลัว
เ้านิกายสามารถเปลี่ยนจากเศษสวะให้กลายเป็อัจฉริยะได้ด้วยการสะบัดมือ นี่นับเป็วิธีการของเทพเซียน!
ไม่ว่าผู้ใดก็ย่อมจินตนาการได้ว่า เ้านิกายน่ากลัวเพียงใด!
นับเป็วาสนาแค่ไหนที่ได้เข้าร่วมนิกายเทพกระบี่!
เย่จิงอวิ๋นไม่เคยคิดฝันว่าจะมีวันนี้ นอกจากความใและความสุขของเขาแล้ว เขายังรู้สึกขอบคุณหลินเฟิงอย่างมาก เพราะเขารู้ว่าทั้งหมดนี้เขาได้รับมันจากหลินเฟิง
หากปราศจากหลินเฟิง เขาคงเป็แค่คนไร้ค่าที่ทุกสำนักต่างพากันดูถูก!
“ตุบ!”
เขาคุกเข่าลงต่อหน้าหลินเฟิงอย่างไม่ลังเล พร้อมกับก้มหัวคำนับด้วยความเลื่อมใสศรัทธา "ขอบคุณท่านเ้านิกาย! ศิษย์ขอสาบานต่อ์ว่านับจากนี้ไป หากเ้านิกายออกคำสั่ง ศิษย์จะไม่มีวันบิดพลิ้ว หากผิดคำสาบานนี้ ขอให้ฟ้าดินลงโทษ!”
แม้ว่าคำพูดจะฟังดูเชย แต่หลินเฟิงก็ััได้ถึงความจริงใจ ความใและความตื่นเต้นของอีกฝ่าย
ในเวลาเดียวกันหลินเฟิงก็สามารถมองเห็นความคิดของเย่จิงอวิ๋นได้ ราวกับอีกฝ่ายเห็นว่าตนเป็เ้านิกายที่ไม่มีผู้ใดเทียบเคียงได้
ลองนึกภาพว่าหากคนจากสำนักนิกายอื่นพบว่าหลินเฟิงสามารถเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็อัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบได้ พวกเขาก็คงแสดงท่าทางโง่งมเหลือเชื่อ
ต้องรู้ก่อนว่ารากฐานกระดูก ชีพจรโลหิต หรือสมรรถภาพร่างกาย สามารถเปลี่ยนแปลงได้ผ่านสมบัติฟ้าดิน แต่สำหรับพร์มันถูก์ลิขิตและเป็สิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้!
แต่ตรงหน้าเขา ได้มีคนธรรมดาคนหนึ่งที่เปลี่ยนไปในชั่วพริบตา นี่ไม่ใช่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ของคนที่เพ้อเจ้อหรอกหรือ?
ยิ่งไปกว่านั้น หากเื่นี้ถูกเปิดเผยต่อโลกภายนอก เกรงว่าสำนักชั้นยอดจำนวนนับไม่ถ้วนคงจะแห่กันมา
มันจะก่อให้เกิดพายุบนโลกแห่งการฝึกตนทั้งหมด!
แน่นอนว่าเหตุผลที่เย่จิงอวิ๋น สามารถทะยานขึ้น์ได้ในขั้นตอนเดียวมันเป็เพราะ [ร่างความพินาศ] ต้นแบบสาวก
“ระบบสมกับเป็ระบบ แต่ละอย่างที่ให้มาล้วนไร้ที่ติ” หลินเฟิงพยักหน้าอย่างลับๆ
จากนั้นมีแสงแล่นเข้ามาในดวงตาของเขา วิชาลับ์ได้ถูกเปิดใช้งาน และสถานะของเย่จิงอวิ๋นก็ปรากฏขึ้น
“หืม ค่าความภักดีเพิ่มขึ้นเป็ 95 ไม่เลวเลย”
“ศิษย์คนนี้มีวาสนาดีอยู่แล้ว และตอนนี้เขาได้รับ [ร่างความพินาศ] หึหึ จากขยะกลายเป็ผู้มีพร์ หลังจากนี้คงจะมีเื่น่าตื่นเต้นรออยู่...”
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลินเฟิงก็สะบัดนิ้วอีกครั้ง “วันนี้ข้าอารมณ์ดี ดังนั้นข้าจะมอบสองสุดยอดเคล็ดวิชาให้เ้า หนึ่งคือเคล็ดฝึกกายาขั้นเทวะ และอีกหนึ่งคือเคล็ดวิชาหมัดขั้นเทวะ จะต้องตั้งใจฝึกฝนมันอย่าได้เกียจคร้าน"
ทันทีที่คำพูดนั้นสิ้นสุด แสงสีทองสองสายก็พุ่งเข้าไปยังหว่างคิ้วของเย่จิงอวิ๋น
เย่จิงอวิ๋นถึงกับไม่สามารถหยุดตัวสั่นได้!
เวลานี้ข้อมูลที่ไม่คุ้นเคยจำนวนมหาศาลได้ทะลักเข้ามาภายในหัวของเขา
ข้อมูลที่ไม่คุ้นเคยนี้คือรายละเอียดที่ลึกซึ้งของเคล็ดวิชา "ฝึกกายาขั้นเทวะ" และ "หมัดเทพทลาย"
แค่พิจารณาเพียงผิวเผิน เขาก็ััได้ถึงความแข็งแกร่งและทรงพลังของเคล็ดวิชาทั้งสองนี้
แต่เมื่อจิตใต้สำนึก้าจะทบทวนและท่องจำมัน เขากลับพบว่าตนไม่สามารถทำได้ ราวกับว่าถูกพลังลึกลับที่มองไม่เห็นและไม่อาจจับต้องขัดขวางเอาไว้
นอกจากจะใแล้ว เขาตระหนักได้ทันทีว่านี่จะต้องเป็วิธีการเหนือธรรมชาติของเ้านิกาย
เ้านิกายสมกับเป็เ้านิกาย และเขาพลังเทพภูตผีปีศาจที่ยากจะคาดเดา
หลินเฟิงยิ้มเล็กน้อย สิ่งที่ระบบมอบให้จะต้องเป็สิ่งที่มีประสิทธิภาพสูง!
เขาไม่้าให้เคล็ดวิชาล้ำค่าเหล่านี้ตกไปอยู่ในมือสำนักนิกายอื่น
หากวันหนึ่งมีคนอื่นใช้มันเล่นงานเขา แม้ว่าเขาจะไม่กลัว แต่เขาก็จะไม่ยอมสูญเสียสิ่งล้ำค่าเช่นนี้ไป
ดังนั้นภายใต้วิธีการนี้ แม้ว่าศิษย์ของนิกายจะถูกจับตัวไป เคล็ดวิชาก็จะไม่รั่วไหล
“ศิษย์ขอบคุณท่านอาจารย์เ้านิกาย!”
“เ้านิกายมอบกายาที่ทรงพลังให้แก่ศิษย์ ทั้งยังมอบสุดยอดเคล็ดวิชาให้แก่ศิษย์ และทำให้ศิษย์ออกจากรังไหมกลายเป็ผีเสื้อ"
“ศิษย์จะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง ศิษย์จะตั้งใจฝึกฝนอย่างหนักทุกลมหายใจ อุทิศชีวิตตอบสนองความคาดหวังของเ้านิกาย และสาบานว่าจะปกป้องผลประโยชน์ของนิกาย ยินดีหลั่งเืเพื่อเ้านิกายจนหยดสุดท้าย! "
เย่จิงอวิ๋นจ้องมองไปยังหลินเฟิงด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอ ตัวสั่นระริกโดยที่ไม่สามารถควบคุมได้
ปัจจุบันค่าความภักดีของเย่จิงอวิ๋นได้เพิ่มขึ้นเป็ 100
หลินเฟิงพยักหน้าเล็กน้อย “ภายในนิกายมีที่พักและลานฝึกสำหรับศิษย์ฝึกหัด เมื่อเ้าพบมันแล้ว ก็พักอาศัยก่อน”
“ข้าหวังว่าเ้าจะตั้งใจในการฝึกตนและมุ่งมั่นพยายามที่จะยกสถานะเป็ศิษย์ฝ่ายนอกให้สำเร็จในเร็ววัน”
"ถึงเวลานั้นจะมีสิ่งที่น่าประหลาดใจรอเ้าอยู่"
ท้ายที่สุดร่างของหลินเฟิงก็ค่อย ๆ จางหายไป และเมื่อสายลมพัดผ่าน เขาก็หายตัวไป
เย่จิงอวิ๋นแหงนมองไปยังยอดหลักของนิกายเทพกระบี่ก่อนจะโขกศีรษะลงพื้นเก้าครั้งติดต่อกัน
จนกระทั่งเข่ารู้สึกชาจึงลุกขึ้นมองหาสถานที่พัก
...
นิกายเทพกระบี่ ยอดเขาเทียม์ ห้องฝึกลับเ้านิกาย
หลังจากที่หลินเฟิงได้เห็นปฏิกิริยาท่าทางของเย่จิงอวิ๋น รอยยิ้มจาง ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
เย่จิงอวิ๋นที่เคยเป็เพียงขยะ บัดนี้ได้รับโอกาสวาสนาแล้ว และเขายังแสดงความซื่อสัตย์ภักดี และความจริงใจ ซึ่งหาได้ยากยิ่ง เส้นทางการฝึกตนหลังจากนี้จะต้องเปล่งประกายอย่างแน่นอน
ต่อมาไม่นาน หลินเฟิงก็ได้ขจัดความคิดที่ฟุ้งซ่านในจิตใจ ก่อนจะทำการเปิดพื้นที่คลังระบบ "ในเมื่อนิกายรับศิษย์เข้ามาแล้ว ถึงเวลาที่ชีพจริญญาขั้นเทวะจะได้ทำประโยชน์"
ภายใต้ความคิดเขาได้ออกคำสั่งไปยังระบบโดยตรง: "เปิดชีพจริญญาขั้นเทวะ!"
สิ้นสุดเสียงคำสั่ง
ครื่น—
เสียงคำรามสนั่นดังขึ้นมาจากพื้นดิน
ขณะนี้ขุนเขาพสุธาเกิดการสั่นะเื สายลมก็กวาดกรรโชก ทั่วทั้งนิกายเทพกระบี่ได้ถูกปกคลุมด้วยเมฆดำทะมึน
บริเวณผืนแผ่นดินเสมือนขุนเขาเคลื่อน มหาสมุทรพลิก ก่อเกิดเสียงก้องกังวานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
วินาทีถัดมา ปรากฏการณ์นิมิตบนท้องฟ้าก็เกิดขึ้น ลำแสงนับพันสายสาดส่อง ภาพสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ได้มารวมตัวกันจากทั่วทุกทิศทาง
ณ เวลานี้เอง จักรวาลธารแสงได้ส่องลงมาจาก์ชั้นเก้า อยู่สูงเหนือท้องฟ้ามากกว่าสามพันฉือ งดงามยิ่งกว่าทางช้างเผือกประหนึ่ง์ชั้นเก้า
ปราณิญญาที่เข้มข้นสุดจะบรรยายได้กวาดไปทั่วทั้งนิกายเทพกระบี่ในยามนี้
และยิ่งอยู่ใกล้ยอดหลักมากเพียงใด ความเข้มข้นของปราณิญญาก็จะยิ่งสูงขึ้น บริเวณยอดเขาเทียม์ ความเข้มข้นของปราณิญญาแทบจะกลายเป็ของเหลวที่มองเห็นได้
ตอนนี้วาสนาัทองที่ซ่อนอยู่ในยอดเขาเทียม์ หลังจากที่รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของปราณิญญาก็อดมิได้ที่จะเปล่งเสียงคำรามรับ
มาบัดนี้
ภายในนิกายเทพกระบี่ทุกสรรพสิ่งกำเนิดใหม่และเปิดภูมิปัญญา
[1] ใหญ่ห้าหนาสาม หมายถึงคนที่รูปร่างใหญ่กำยำ
ห้าใหญ่ ประกอบด้วย สองมือ สองเท้า และหนึ่งศรีษะ ที่มีความใหญ่ สามหนา ประกอบด้วย ต้นขา เอว คอ มีความหนา