เคยเสียใจกับการซื้อบางสิ่งบางอย่างที่ผิดพลาดหรือไม่?
ปรเมศวร์เองก็เคย และเขารู้สึกเสียดายเงินที่เสียไปอย่างมาก!
"ฮ่าฮ่าฮ่า เป็นิยายที่ห่วยแตกชะมัด! พระเอกก็โง่บัดซบ!! คนเขียนก็ไม่รู้ใช้อะไรเขียน นิยายถึงได้ออกมาหมาไม่รับประทานแบบนี้!!!"
ชายรูปร่างอวบอ้วนวัยสามสิบปีพ่นคำพูดระบายอารมณ์ภายในห้องเช่าที่มีสภาพซอมซ่อ ไร้การทำความสะอาดมาเป็เวลานาน หลังจากอ่านนิยายที่เขาพึ่งซื้อมาจบลง
สาเหตุที่เขาได้วิจารณ์ออกไปเสียๆ หายๆ นั้นก็เพราะเสียดายเงินเก็บทั้งเดือนของเขากดซื้อนิยายเล่มที่เพิ่งอ่านจบ
เขาอุตส่าห์เสียเงินซื้อทั้งที ก็นึกว่ามันจะสนุกกว่านิยายพวกที่ปล่อยให้อ่านฟรีเ่าั้
พอเอาเข้าจริงเื่ที่เขากดซื้อดันออกมาห่วยกว่านิยายที่อ่านฟรีพวกนั้นซะได้ น่าเจ็บใจชะมัด!
'ไม่น่ากดซื้อเพราะเห็นว่าหน้าปกสวยและชื่อพระเอกเหมือนกับเราเลย!...เป็นิยายที่ดีแต่ปกชัดๆ ทีหลังเราต้องดูดีๆ ก่อนที่กดซื้อ'
หลังจากกระทำสิ่งที่ผิดพลาด ปรเมศวร์ได้แต่ตักเตือนตัวเอง และทำใจยอมรับเพียงเท่านั้น สิ่งที่มันผ่านไปแล้วย่อมหวนกลับคืนมาไม่ได้
โดยไม่รู้ตัว ปรเมศวร์นั้นได้เผลอดูิ่เบื้องสูงเข้าให้แล้ว สูงมากเสียด้วย...
เวลานี้นักเขียนเ้าของนิยายที่ปรเมศวร์เพิ่งอ่านจบ ได้มีอารมณ์โกรธสุดขีด หลังจากที่ได้ฟังคำวิจารณ์จากลูกค้าคนแรกของตน
ใช่! คนที่แอบฟังและอ่านความคิดของปรเมศวร์ได้ย่อมเป็คนที่ไม่ธรรมดาทั่วไป เขาเป็คนที่มีพลังอำนาจมาทายมหาศาลอย่างแน่นอน
ซึ่งเขาคือพระเ้านั่นเอง! มีเพียงเพราะเ้าเท่านั้นที่สอดส่องความคิดของใครได้
บน์ชั้นฟ้าที่บ้านพักส่วนตัวของพระเ้า
เวลานี้พระเ้ามีใบหน้าบิดเบี้ยวผิดรูป เพราะมีใครบางคนได้บังอาจมาดูถูกผลงานการเขียนของตน ที่อุตส่าห์ตั้งใจเขียนมาหลายร้อยปีกว่าจะจบเื่
"ไอ้อ้วนนั่น! ข้าก็ดีใจอยู่หรอกที่มันซื้อหนังซื้อของข้าเป็คนแรก แต่เอ็งช่วยให้เกียรตินักเขียนหน่อยไม่ได้รึไง รู้ไหมว่ากว่าข้าจะเขียนออกมาได้แต่ละตอนนั้นต้องใช้เวลาไปเท่าไหร่ ห้าปี! ห้าปีต่อตอนเลยนะเฟ้ย! เอ็งรู้บ้างไหม!? ข้าต้องเค้นสมองคิดมากเพียงไรกว่าจะเขียนได้ทีตัวละอักษร...ฮึ่ม! ถ้าเอ็งเก่งจริง! เอ็งก็ลองไปทำให้ข้าดู! ว่าให้สนุกต้องทำอย่างไร!!!"
คิดได้เช่นนั้นพระเ้าพลันตวัดมือวูบหนึ่งด้วยบันดาลโทสะ
เพียงแค่เขาสะบัดมือหนึ่งครั้งมันก็มีพลังอำนาจมาพอที่จะจัดการชะตาชีวิตของคนคนหนึ่งได้ นี่คือพลังอำนาจของพระเ้าโดยแท้
ใช้เวลาหลายวินาทีกว่าพระเ้าจะรู้สึกตัว ว่าตนเองได้ทำผิดมหันต์เข้าเสียแล้ว..
"ไม่นะ! นี่ข้าทำอะไรลงไป!!"พระเ้าพูดอย่างร้อนรน
ต่อมาพระเ้าก็ได้เคลื่อนตัวไปที่ไหนบางแห่งด้วยตาเปล่าที่มองตามไม่ทัน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาเร่งรีบขนาดไหน
..
..
ขณะเดียวกันที่ไหนสักแห่งในประเทศไทย
พอรู้สึกตัวได้ปรเมศวร์นั่งกุมศีรษะด้วยความเ็ป พึมพำออกมาเบาๆ เมื่อสังเกตรอบตัว
"โอ๊ย!! ทำไมจู่ๆ ถึงได้ปวดหัวแบบนี้ แล้ว..ที่นี่ที่ไหน?"
ก่อนหน้านี้เขาจดจำได้อย่างชัดเจนว่ากำลังอ่านนิยายอยู่ภายในห้องหลังจากเลิกงานมา แล้วทำไมเขาถึงมาโผล่อยู่ในรถได้อย่างไร
ที่สำคัญ่เวลาก็เปลี่ยนไปด้วย เมื่อครู่ยังอยู่ใน่มืดค่ำอยู่เลย เหตุใดตอนนี้พระอาทิตย์ถึงได้สว่างจ้า?
ทันใดนั้นปรเมศวร์เริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาแล้ว
ทว่าปรเมศวร์ยังไม่ทันได้สำรวจรอบตัวดีนัก ก็ได้มีคนเดินเข้ามาทักทายเขา ซึ่งเป็ชายร่างผอมผิวคล้ำแดดเล็กน้อย อายุน่าจะยังไม่บรรลุนิติภาวะ
"พี่เมศ! วันนี้เหนื่อยมากเหรอพี่? ถึงได้นอนั้แ่รถจอด?"
ปรเมศวร์พอได้ฟังเขาก็รู้สึกงุนงง
'ใครคือพี่เมศ ถึงชื่อเราจะมีคำว่าเมศ แต่เราก็ไม่เคยถูกเรียกแบบนี้มาก่อน..เดี๋ยวนะ? ทำไมประโยคสนทนาแบบนี้เราถึงได้คุ้นจัง..'
ยิ่งคิดปรเมศวร์ยิ่งนึกสงสัย ทันใดนั้นวิสัยทัศน์ของเขาก็เปิดกว้างขึ้น เขารีบใช้เวลานี้สำรวจรอบตัวและตนเองในทันที
ชายคนที่เดินเข้ามาทักปรเมศวร์ ก็มีความรู้สึกว่าพี่เมศคนที่เขารู้จักนั้นมีบางอย่างที่แปลกไป แต่เขาก็บอกไม่ได้ว่ามันคืออะไรกันแน่
ขณะเดียวกันปรเมศวร์ที่สำรวจรอบตัวเสร็จแล้วเขาก็พลันคิดหนัก
'สถานที่เปลี่ยนไป ่เวลาก็เปลี่ยนไป ที่สำคัญรูปร่างและหน้าตาของเราก็เปลี่ยนไปด้วย!! ..และบทสนทนาเมื่อสักครู่นี้..'
ทันในนั้นปรเมศวร์ก็ได้ยื่นหน้าไปมองชายที่ยืนอยู่นอกกระจกรถ พร้อมกับเปิดปากถามอย่างสั่นเครือ
"เอ็งชื่อจ่อยหลานผู้กำกับยศ ใช่ไหม!?"
"อะไรพี่!? พี่ถามอย่างกับลืมชื่อผมอย่างนั้นแหละ? ลงแร้งค์ด้วยอยู่กันทุกวัน เราค่อนข้างที่จะสนิทกันไม่ใช่เหรอ?"เมื่อได้ยินคำถามของปรเมศวร์ จ่อยยิ่งนึกสงสัยเข้าไปใหญ่
"สรุปเอ็งชื่อจ่อยใช่ไหม?"ด้วยความร้อนรน ปรเมศวร์ก็เริ่มขึ้นเสียงเพราะ้าทราบความจริงโดยด่วน แม้จะมั่นใจกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วก็ตาม
"ใช่สิพี่! พี่เป็อะไรเนี่ย!? จู่ๆ ก็ตะคอกขึ้นมาเฉยเลย!?"จ่อยเริ่มรู้สึกกลัว เพราะตอนนี้หน้าตาและท่าทางของปรเมศวร์ดุร้ายเป็อย่างมาก
"พี่ขอโทษแล้วกันพอดีพี่ฝันร้าย"
ปรเมศวร์รีบแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้า พลางกลับมาคิดหนักกับตนเอง
'เรามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร! มันไม่เป็วิทยาศาสตร์ และไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย!!'
"เฮ้! พี่เมศ พี่เมศ!!"
"ว่า..ว่า?"
"พี่เป็อะไรไหม? เหงื่อออกเต็มหน้าเลย! แถมจิตใจก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอีก! หรือว่าพี่จะขาดยา?"
"ไม่ใช่โว้ย!!! ข้าไม่เป็ไร แล้วเอ็งมีอะไรถึงมาหาข้า"ด้วยความาุโกว่าปรเมศวร์เลยแทนตัวเองแบบนั้น
"พอดีฉันจะมาชวนพี่ไปตีป้อมด้วยกัน แต่ดูจากสภาพของพี่แล้ว ตอนนี้พี่เป็ได้แค่ตัวถ่วงของทีมชัดๆ ผมไม่เล่นกับพี่ดีกว่า"จ่อยยังคงไม่ไว้หน้าปรเมศวร์
เมื่อโดนเด็กหลอกด่าปรเมศวร์ก็อารมณ์เดือดขึ้นทันที!
"เฟ้ย! ครั้งก่อนข้าแบกเอ็งนะเฟ้ย!"
"อย่าฝันไปหน่อยเลยพี่ พี่กากตั้งขนาดนั้น..."เสียงของจ่อยดังขึ้นรำไร เพราะเขาเดินจากไปไกลแล้ว
"เด็กสมัยนี้..." ปรเมศวร์ทำได้แต่เก็บงำความแค้นนี้ไว้ สักวันหนึ่งเขาจะทำให้ไอ้เ้าเด็กนั่นตกตะลึงจนพูดไม่ออก
ต่อมาปรเมศวร์ก็คิดกับตนเอง
'...ตอนนี้เรามาอยู่ในร่างไอ้โง่นั่นจริงดิ!!'