ตอนที่ 2.1 แรงปรารถนา
จุมพิตที่เกิดจากความไม่ตั้งใจ ดูเหมือนจะกลายเป็การจุดชนวนให้ร่างกายที่ร้อนรุ่มค่อย ๆ มอดไหม้ ไม่ต่างไปจากการจุดไฟบนใบไม้แห้งที่ถูกราดด้วยไฟราคะ
เสียงสายลมหวีดหวิวแว่วดังผ่านช่องว่างหน้าต่าง กลิ่นอากาศแห้งแล้งผสมเข้ากับละอองฝุ่นที่จับกลุ่มลอยคละคลุ้ง ถูกกลบด้วยกลิ่นของน้ำมันปรุงเครื่องหอมจากสมุนไพร
กายหนาเกี่ยวกระหวัดเนื้อสาวเย้ายวนไว้แแ่ ความรู้สึกร้อนวูบวาบพลันแทรกซึ่งไปทั่วทั้งกาย และคล้ายจะ พรากสติสัมปชัญญะของเขาไปทีละน้อย
ลู่หยาหลันรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อลุกขึ้น ทว่าในขณะที่ริมฝีปากผละออกจากกัน นางก็ถูกฝ่ามือแข็งกระด้างกดศีรษะกลับลงมาเช่นเดิม
ริมฝีปากเรียวเล็กถูกบดขยี้อย่างหนักหน่วง ท่ามกลางความสับสนและความ้าทางกายที่ตบตีกันจนยุ่งเหยิง ในที่สุดกายนางก็ไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาภายใต้จิตใจ ปล่อยให้อีกฝ่ายล่วงล้ำตามแต่ใจ้า
คนตัวเล็กกว่าถูกพลิกให้นอนหงายใต้แผงอกแกร่ง มัดกล้ามเนื้อตึงแข็งเกร็งตัวเป็ก้อนสวย ผิวสีคล้ำแดดกลมแน่นเป็มันวาว ระยะห่างจากสายตานางเพียงคืบเดียว
ช่างเป็ภาพที่ชวนให้ลุ่มหลงเสียยิ่งกว่าสุราฤทธิ์แรงเป็ไหน ๆ
หยาดเหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายไปตามร่องอก ไอความร้อนกลั่นให้เหงื่อหยดน้อยค่อย ๆ ไหลลงสู่ขอบกางเกง ก่อนจะระเหยหายวับไปในบริเวณเส้นเืปูดโปนที่โผล่พ้นชายขอบกางเกงเหนือเอวขึ้นมา
ทุกคราที่เขาขยับกาย กลิ่นอายบุรุษเพศที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้านั้นช่างดูดิบเถื่อน
ความร้อนระอุแผ่ซ่านผ่านมัดกล้ามเนื้อแข็งขืน ยามเขาเอนตัวลงมาทาบทับกายนาง ช่างรุ่มร้อนราวกับกายนางถูกโยนเข้ากองไฟ
ััจากเนื้อกายหยาบกระด้างของแผ่นอกเปลือยเปล่าเบียดเสียดลงมารุนแรงยิ่ง มือหนาฉีกทึ้งอาภรณ์เนื้อบางจนขาดวิ่นไม่เหลือชิ้นดี
ทว่าแค่นี้มันก็ยังไม่ทำให้เย่ว์อ๋องรู้สึกสาแก่ใจ
“ฮืม...ฮา...”
เสียงครางทุ้มต่ำแ่เบาภายในลำคอ พอที่จะทำให้รู้ว่าบุรุษที่กักขังนางอยู่ไว้ในอ้อมแขนกำลังอยู่ในห้วงกำหนัดอย่างเต็มที่
พลังหยางในกายกำยำพุ่งพล่านจนถึงขีดสุด เฉกเช่นเดียวกับพลังหยินในกายนางก็กำลังโหยหาบุรุษเพื่อปลดปล่อยมันออกมาด้วยเช่นกัน
"อึก...เดี๋ยวก่อน..." ลู่หยาหลันพยายามส่งเสียงทักท้วง แต่ลำคอของนางตีบตันเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยออกมาได้
นางพยายามรวบรวมสติ ทั้งที่พึ่งจะลืมตาขึ้นมาอยู่ในร่างของนางร้ายที่มีชื่อเดียวกันกับตนได้ไม่ถึงชั่วยาม
นางกลับต้องเผชิญหน้ากับบุรุษที่ถูกผู้คนขนานนามว่า มัจจุราชแห่งทะเลทราย เย่ว์อ๋องที่สามารถสังหารคนได้โดยไม่จำเป็ต้องกะพริบตา
ฉินฉีเย่ว์ องค์ชายสี่ของเฉียนเฟยฮ่องเต้ เขาคือบุรุษผู้เพียบพร้อมไปด้วยรูปโฉม ใบหน้างดงามราวเทพสลัก เรือนร่างองอาจผ่าเผย ทุกส่วนในร่างกายล้วนเป็ที่น่าจดจำ
ครั้นจับพู่กันก็สามารถสร้างงานศิลป์ชิ้นเอกที่หาผู้ใดเปรียบ หากจับดาบก็สามารถฟาดฟันศัตรูได้นับหมื่นนับแสน
แม้อาณาประชาราษฎร์จะเชิดชู ทว่าผู้ที่กำเนิดจากมารดาผู้เป็ธิดาต่างแคว้นก็มิอาจเทียบชั้นกับโอรสที่ประสูติโดยฮองเฮา
เหล่าขุนนางต่างเห็นพ้องต้องกันว่าควรเป็ผู้สืบราชบัลลังก์ เพียงแต่ฉินเหยียนเฉิงนั้นมีร่างกายอ่อนแอ ป่วยกระเสาะกระแสะมาั้แ่เยาว์วัย ส่วนโอรสองค์อื่นก็ล้มหายตายจากไปก่อนวัยอันควร
เหลืองเพียงเย่ว์อ๋องที่เป็โอรสของซูกุ้ยเฟย ที่ดูจะเหมาะสมในการขึ้นครองบัลลังก์
ด้วยเหตุนี้ฮองเฮาจึงไม่อาจไว้วางพระทัย แม้ฉินเหยียนเฉิงจะได้รับตำแหน่งรัชทายาท แต่นางก็ยังจำต้องกำจัดหนามตำตานี้ทิ้งเสีย เพื่อรักษาตำแหน่งของโอรสให้มั่นคง
ฮองเฮาปลุกปั่นยุยงฝ่าาจนเกิดความหวาดระแวงในตัวของเย่ว์อ๋อง เกรงว่าอำนาจในมือของโอรสตนจะเป็ภัยทีหลัง ถึงขั้นคิดคดทรยศชิงชิงบัลลังก์ จนความครั่นคร้ามนั้นทำให้เฉียนเฟยฮ่องเต้ต้องออกราชโองการ ส่งเย่ว์อ๋องไปประจำการยังดินแดนอันห่างไกล
เบื้องหน้าคือการปราบศึกเพื่อความผาสุก ทว่าเื้ัคือการควบคุมอำนาจ
เมื่อบิดาสั่งบุตรย่อมต้องทำตาม
เย่ว์อ๋องออกเดินทางไปครองแคว้นเจิ้นเป่ยตามราชโองการนับั้แ่นั้นเป็ต้นมา
แม้ว่าเย่ว์อ๋องจะไม่คิดจะแย่งชิงราชสมบัติ แต่รัชทายาทที่มีจิตใจคับแคบ ไม่อาจทนเห็นน้องชายต่างมารดาเพียบพร้อมมากกว่าตน เขาจึงไม่คิดที่จะรามือ
ความเกลียดชังที่หยั่งรากลึกนี้ทำให้เขาจงใจส่งลู่หยาหลันไปทำลายความหยิ่งผยองของเย่ว์อ๋อง เมื่อถูกบีบบังคับให้ต้องรับหญิงอัปลักษณ์เป็ชายา ใบหน้าอันอัปยศอดสูของเย่ว์อ๋องคงจะทำให้รัชทายาทรู้สึกพึงพอใจได้ไม่น้อย
ลู่หยาหลันอาจจะอ่านนิยายที่เื่นี้ได้ไม่จบ แต่ก็พอจะรู้ถึงต้นสายปลายเหตุของความเกลียดชังที่เย่ว์อ๋องมีต่อนางร้าย
ฉะนั้น เมื่อนางย้ายเข้ามาอยู่ในร่างที่กำลังจะตายด้วยน้ำมือของพระเอก นางจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อยื้อลมหายใจของตัวเอง
แต่แล้วเหตุไฉนเื่ราวกับดำเนินไปในทิศทางตรงกันข้าม นางที่คิดจะหนีไปไยเพลานี้กลายเป็สตรีใต้ร่างเย่ว์อ๋องไปได้