เงินรางวัลอยู่ในถุงหนังสองใบ
เ้าหน้าที่ยื่นให้ทั้งสองคนพร้อมกัน น้ำหนักในมือบอกอยู่แล้วว่าข้างในมีอะไร เอสรับมาโดยไม่แสดงอาการพิเศษ แต่ข้างในหัวกำลังแปลงตัวเลขออกมาเป็พื้นที่เช่า วัตถุดิบ และร้านอาหารที่ยังไม่มีชื่ออยู่เงียบๆ
รอบๆ ยังมีคนจากฝูงชนที่ยืนดูอยู่ไม่ห่างนัก บางคนพูดกันเบาๆ
"นั่นแหละ คนที่ชนะชูการ์ได้..."
"กฎตระกูลอัลติเมท มันผูกพันแค่ไหนนะ..."
เอสได้ยินแต่ไม่หันไปมอง ชูการ์เดินออกมาจากโต๊ะรับรางวัลข้างๆ เขาโดยไม่พูดอะไร ทั้งสองเดินออกจากสนามด้วยกันในความเงียบ
ถนนข้างสนามเงียบกว่าด้านในมาก
ชูการ์เดินสักพักแล้วก็พูดขึ้น ไม่ได้เกริ่น ไม่ได้เตือนล่วงหน้า แค่พูดตรงๆ แบบที่เธอพูดมาตลอด
"กฎของตระกูลฉันคือ ผู้ชายคนแรกที่ชนะฉันได้ในการประลองที่เป็ทางการ จะได้แต่งงานกับฉัน"
เอสเดินต่อไปโดยไม่หยุด
"รู้แล้ว" เขาตอบ
ชูการ์หันมามองเขาสักครู่ "รู้มาจากไหน?"
"คาดเดาเอาจากสิ่งที่ได้ยินก่อนแข่ง"
เธอไม่พูดต่อทันที ทั้งสองเดินผ่านมุมถนนออกมายังพื้นที่เปิดกว้าง แสงบ่ายยาวขึ้นแล้ว
ในหัวของเอส ความคิดเรียงตัวเองอย่างเป็ระเบียบ ตัวเขาเป็เ้าชายแห่ง Kaldi ยังไงก็ต้องมีคู่หมั้น และคู่หมั้นนั้นเขาไม่ได้เลือกเอง ไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยรู้จักนิสัย แต่ชูการ์นั้นต่างกัน รู้จักแล้ว สู้ด้วยกันมาแล้ว และรู้ว่าเธอเป็คนแบบไหน
เขาหยุดก้าว
"หมั้นก่อนได้ไหม?"
ชูการ์หันมา
"ฉันยังไม่ได้รักเธอ" เขาพูดตรง "แต่ถ้าปฏิเสธไปตอนนี้ก็คงเสียดาย เธอก็รู้ว่าฉันหมายความว่าอะไร ฉันอยากให้มันเกิดขึ้นจริงๆ ไม่ใช่เพราะกฎ และฉันก็อยากให้เธอรักฉันก่อนด้วย"
ชูการ์นิ่งอยู่สักครู่ สายตาไม่ได้ใและไม่ได้เขิน
"ถ้าฉันตกหลุมรักเธอเมื่อไร" เอสพูดต่อ "ฉันจะบอกชื่อจริงและตัวตนที่แท้จริงของฉันด้วย"
ชูการ์มองเขานานกว่าปกติ แล้วก็ถอนหายใจออกเบาๆ
"ฉันก็คิดแบบเดียวกับนายเลย" เธอพูด น้ำเสียงเรียบแต่ไม่เฉย "ฉันไม่ได้อยากแต่งงานเพราะกฎ ฉันก็อยากรู้จักคนที่จะอยู่ด้วยกันก่อน"
เธอมองตรงมาที่เขา
"เื่ตัวจริงของนาย ฉันจะรอฟังจากนายคนเดียวนะ"
เอสพยักหน้า
ทั้งสองแยกย้ายกันในตรอกที่แสงแดดยาวพาดลงมา ไม่มีอะไรหวานมากกว่านั้น แต่มีบางอย่างค้างอยู่ในอากาศหลังจากที่ทั้งสองเดินออกไปคนละทิศ
สองวันถัดมา ระหว่างพักหลังเลิกเรียน เอสสังเกตเห็นอาเร
ไม่ใช่แค่เงียบ อาเรเงียบอยู่เสมอ แต่ครั้งนี้ผิดจังหวะ ชะงักตรงกลางประโยคที่ไม่ควรชะงัก เหม่อออกไปที่หน้าต่างแล้วก็ดึงตัวเองกลับมา หายใจไม่สม่ำเสมอในบาง่
เอสเข้าไปนั่งข้างๆ หลังห้องเรียนว่างลง
"เป็อะไรรึเปล่า?"
อาเรไม่ตอบทันที มองออกไปข้างนอกสักครู่
"คำสาปในตัวฉันมันเริ่มแปลกไป" เขาพูดในที่สุด "น่าจะเพราะกำลังจะมีร่างใหม่"
"นี้นายมีร่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หรอ?"
"ใช้เวลาสักพักก็จะมีร่างใหม่ทุกครั้ง แล้วก็รู้สึกแบบนี้ก่อนมันจะมา"
เอสนั่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ถ้าร่างใหม่แข็งแกร่งกว่าที่เคย คำสาปที่อยู่ในตัวอาเรอาจดันออกมาแรงกว่าที่เขาควบคุมได้
"ฉันอยากทดลองสร้างอะไรบางอย่างนะ"
"เกราะที่เอาไว้ควบคุมคำสาป"
"มันคืออะไร?"
เอสหยิบผืนผ้าขนาดฝ่ามือออกมาจากกระเป๋า บนนั้นมีอักขระเขียนด้วยหมึกสีแดงเข้มเรียงกันเป็แถว บางตัวดูเหมือนตัวอักษร บางตัวไม่เหมือนอะไรที่มีในโลกนี้
"ผ้ายันต์" เขาพูด "วิธีนี้ฉันเรียนมาจากผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ทราบชื่อ จะอธิบายทีหลัง แต่โดยสรุปคือมันผนึกและควบคุมพลังบางอย่างได้ชั่วคราว"
อาเรมองผ้านั้นโดยไม่แตะ
"เนตรมารที่อยู่ในดาบของฉันกับจิวเกิดจากคำสาปที่ไม่สมบูรณ์ใช่ไหมละ แล้วพอเนตรมารอยู่ในอุปกรณ์ก็สามารถใช้งานได้ ฉันเลยคิดว่าถ้าแปะผ้ายันต์ไว้ข้างในเกราะ มันจะดึงคำสาปออกจากตัวนายมาไว้ในเกราะแทนชั่วคราว นายก็จะไม่ัักับมันโดยตรงตอนที่ร่างใหม่กำลังจะมา"
"แต่คำสาปของฉันมันสมบูรณ์นะ จะได้ผลหรอ?"
"ก็ไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้"
อาเรเงียบอยู่สักพักแล้วถามตรงๆ
"นาย้าอะไรตอบแทน?"
"ไม่้าหลอก" เอสตอบ "เราเป็เพื่อนกัน ครั้งหน้าถ้าฉันขออะไร อย่าคิดค่าตอบแทนกับฉันก็พอ"
อาเรนิ่งอยู่สักครู่ แล้วพยักหน้า
ร้านวัตถุดิบอยู่ในตรอกใกล้ตลาดกลาง เ้าของร้านชายวัยกลางคนเห็นสามคนเดินเข้ามาแล้วหยุดจำ
"อ้าว นี่ไง หนุ่มที่ชนะงานประลอง" เขาพูดพร้อมยิ้ม "มีอะไรให้ช่วยไหมครับ?"
"ขอดูวัตถุดิบสำหรับทำเกราะครับ" เอสตอบ
เ้าของร้านเริ่มอธิบาย แบ่งเป็สี่ระดับ ระดับแรกทองแดง ราคาหลักร้อย ระดับสองมีเหล็ก เงิน ไทเทเนียม ราคาหลักพัน ระดับสามมี Thorium กับ Cobalt ราคาหลักหมื่น และระดับสี่มี Adamantite กับ Mithril ราคาหลักแสน เอสได้คิดในใจว่าเงินจากงานประลองก็เยอะอยู่งั้นก็ซื้อของดีไปเลยจะได้ให้อาเรช่วยหาเงินจากกิลนักผจญภัยด้วยจะเปิดร้านอาหารไทยได้หลายร้านด้วย
เอสได้บอกว่าขอดูระดับสามก่อน
ระหว่างที่เ้าของร้านนำของออกมา เอสเหลือบไปเห็นตู้กระจกฝั่งหนึ่ง แร่สองชนิดในระดับสี่วางอยู่ในกล่องกระจกแยกกัน Adamantite สีดำวาวเหมือนโลหะที่กลืนแสงไว้ทั้งหมด Mithril สีเงินจัดเหมือนดาวที่แข็งตัว
ทั้งสองอย่างชวนให้นึกถึงเหล็กไหลในความเชื่อของโลกเดิม แร่ที่เชื่อว่ามีชีวิต ยืดหดได้ มีอิทธิฤทธิ์ในตัวเอง ไม่ใช่แบบเดียวกันทุกอย่าง แต่มีบางอย่างร่วมกันที่อธิบายไม่ถูก
เขาเก็บความคิดนั้นไว้ก่อน
"นายชอบแบบไหน ระหว่าง Thorium กับ Cobalt?" เขาถามอาเร
อาเรมองแร่ทั้งสองชนิดที่เ้าของร้านวางไว้บนเคาน์เตอร์
"Thorium หนักกว่าแต่ป้องกันได้มากกว่า ถ้าทำเป็อาวุธก็โจมตีได้แรงกว่า" เ้าของร้านอธิบาย "Cobalt ลดน้ำหนักตัวผู้ใส่ลงได้ยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ คล่องขึ้น แต่ป้องกันได้น้อยกว่า"
อาเรไม่ต้องคิดนาน
"Cobalt ครับ"
"แน่ใจนะ ราคาแพงขนาดนี้"
"นายจะซื้อให้จริงๆ ใช่ไหม?" อาเรถามด้วยสีหน้าที่ยังไม่แน่ใจ
"ไม่ต้องคิดมาก" เอสตอบ แล้วหันไปที่เ้าของร้าน "ขอ Cobalt สำหรับทำเกราะหนึ่งชุดครับ"
จิวยืนอยู่หลังสองคนตลอด ไม่ได้แสดงความเห็นเื่แร่หรือเื่เกราะ แค่อยู่ที่นั่น
ระหว่างที่เ้าของร้านไปหยิบของ อาเรมองเอส
"ทำไมถึงเลือก Cobalt ให้ฉัน?" เขาถาม
"เพราะนายบอกว่าอยากได้ Cobalt ไม่ใช่หรอ"
"แต่ Thorium ดีกว่าสำหรับคนที่ต้องสู้"
"ฉันไม่ได้ซื้อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการสู้" เอสพูด "ฉันซื้อสิ่งที่นายควบคุมตัวเองได้ดีที่สุด"
อาเรไม่ตอบ แต่ก็ไม่หันหน้าออกไป
เ้าของร้านกลับมาพร้อมแร่ที่ห่อผ้าหนาๆ ไว้ เอสจ่ายเงินโดยไม่ต่อราคา
ของที่ซื้อมาวันนี้ไม่ใช่อาวุธ ไม่ใช่ยา ไม่ใช่สิ่งที่ใช้ทำลาย แต่เป็สิ่งที่จะกลายเป็เกราะที่เอาไว้ควบคุมบางอย่างที่ถ้าปล่อยออกมาโดยไม่มีใครจัดการ อาจทำลายได้มากกว่าที่คิด
ครั้งนี้เอสไม่ได้กำลังเตรียมสู้
แต่กำลังเตรียมควบคุมบางอย่างที่อาจทำลายทุกอย่างได้