เสียงบทสนทนาจับใจความหลักไม่ได้สะกดด้วยสระอึหรือเปล่า สระโอะ จุนอึนมึน นั้นไม่ใช่ภาษาไทย
กลุ่มคน 4 ไม่สิ 5คนดวงตาของเล็กมันช่างพร่ามัวมองไกลๆยังระบุจำนวนยากเลย ชาย 3 คน หญิง 2 คนเดินเท้าตอนเช้าตรู่ ผิวขาวเห็นได้ชัดโครงหน้าทรงเอเชีย
"อา..ให้ตายสิ"เล็กสูดหายใจพร้อมขยี้เปลือกตาทั้งสอง "นอนดีกว่า"
ผ้าห้มนุ่มๆหมอนเหม็นกลิ่นผม แอร์ 20องศา เขาหลับตาสัญญาณภาพเสียงตัดวูบ แสงไฟริบหรี่ข้างนอกส่องกระทบถึงเตียง
เงาบางอย่างเคลื่อนไหวตรงระเบียงเขาไม่ได้ลืมปิดบานประตู ผ้าม่านน่ะใช่ดังนั้นเงาพริ้วไหวนั้นไม่ใช่เพราะลมพัดม่านปลิว มีมือผิวดำข้างหนึ่งโผล่ขึ้นมาเกาะพื้นระเบียงมันเป็มืุ์ ชั้นสองเนี้ยนะโอเคมันไม่สูงมากแต่คนปกติที่ไหนจะมาปีนป้ายระเบียงห้องคนอื่นยามวิกาล
เงามือโรคจิตค่อยๆไต่ขึ้นมามันเป็ร่างของคนไม่ใช่ทั้งผู้ชายผู้หญิงมันไม่สามารถบ่งบอกเพศได้ สิ่งนี้เป็เพียงร่างเงาดำมัวมีเมือกเหนียวตามตัวด้วยร่างที่ผอมบางราวโครงกระดูกมีชีวิตมันลอดผ่านระเบียงเข้ามาค่อยๆคืบคลานจนหน้ามันชิดบานกระจกถ้านั้นเรียกว่าหน้าอาจจะใช่ส่วนหัวแต่หัวนั้นกลมเกลี้ยงไม่มีดวงตาไม่มีรูจมูกใบหูปากเลิกคิดเื่ผมได้เลย
มันแปะมือทั้งสองข้างเขย่าบานประตูสุดแรงกลับไม่ขยับหรือส่งเสียงเลยสักนิดคราวนี้มันไต่ขึ้นทั้งตัวคลานไปมาบนพื้นกระจกอย่างกับแมลงวันจ้องจะหาทางเข้ามันเหลือบมองเห็นคประตูห้องน้ำที่แง้มอยู่
ตัวเมือกย้อยไต่ผนังอ้อมไปด้านหลังห้องน้ำตรงนั้นมีช่องบานเกล็ดมันแปลงสถานะเป็ของเหลวแทรกตัวเข้าไปเมือกเหลวสีดำย้อยลงเต็มพื้นก่อตัวเป็ร่างผอมแห้งคลานพื้นดังเดิมมันเข้ามาข้างในแล้ว
ประตูห้องน้ำค่อยๆแง้มออกในความเงียบงัน มันเอื้อมมือจะปีนขึ้นเตียง แต่ก็ต้องชักกลับเมื่อเล็กขยับตัวเปลี่ยนท่านอนเล็กน้อย
ชายหนุ่มสะลึมสะลือตื่นกลางดึกสาดสายตามองไปที่ระเบียงเขาควรปิดม่านนั้นเพราะแสงเพียงน้อยก็สามารถทำให้คนขาดคุณภาพในการนอนหลับช่างมัน เขาคิดและดึงผ้าขึ้นมาคลุมโปงภาวนาอย่าให้มีใครยืนจ้องเขาอยู่ที่ระเบียง
มือของมันย้ายมาโผล่ที่ปลายเตียง ทำท่าเหมือนจะดึงผ้าห้มเล็กทนความอึดอัดใต้ผ้าห้มไม่ได้เขาถกผ้าห้มลงแค่พอพ้นหน้าทั้งที่ตายังหลับอยู่มันคลานขึ้นเตียงช้าๆ ช้าๆ ช้า…มันก้มลงคล้ายกำลังจ้องมองชายหนุ่มระยะห่างนั้นอีกแค่นิดเดียวเมือกดำยืดๆน่าขยะแขยงจากปลายคาง มันจะหยดลงใส่หน้าเข้าอยู่แล้วแสนสะอิดสะเอียนสิ่งปฏิกูลยืดลงอีกเรื่อยๆยืดยาวลงอีกไปเรื่อยๆกระทั่งภาพสยดสยองเกิดขึ้น มันแปลงสภาพเป็ดั่งของเหลวมีชีวิตไหลแทรกเข้าทวารทั้ง 4 หูตาจมูกปาก
พระอาทิตย์ฉายแสงท้องฟ้าจากเต็มไปด้วยดวงดาวนับไม่ถ้วนเครื่องบินร่อนลงที่ไหนสักที่หมู่นกน้อยใหญ่โผบินวันนี้แดดยามเช้าสว่างและร้อนกว่าเมื่อวาน
เล็กลืมตาตื่นเขาไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกนี้มันสายแล้วเหรอเขาไม่ทันขึ้นรถไปทำงานใช่มั้ย
"เชี่ยแล้วๆๆๆ" เขาอุทาน
‘ตึ๊งๆๆ..’ เสียงเคาะประตูห้องรัวๆ
เล็กเดินร้อนรนไปเปิดประตูเพราะคิดว่าคนขับรถคงจะหาทางขึ้นมาปลุกเขาได้ หลังจากที่โทรมาเป็สิบๆสายแล้วเล็กค่อยๆเปิดประตูโดยไม่คิดอะไรปรากฏชายผมยาวรุงรังร่างผอมผิวดำสักลายแปลกๆบริเวณราวอกกับหัวไหล่เพราะเขาสวมเพียงแค่บ็อกซ์เซอร์สีรุ้ง เขาตะลึงงงงวยยิ่งกว่าเดิมชายแปลกหน้าผลักบานประตูออกจนสุดและเดินพรวดพราดเข้ามาในห้องสัญชาตญาณป้องกันตัวบอกให้เล็กกำหมัด แต่เขายังมีสติดีพอถามคำถามชายแปลกหน้า
"มีอะไรให้ช่วยมั้ยครับ"
เล็กพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวบ่งบอกว่าเข้ามาสิถ้าอยากกินหมัดเป็อาหารเช้าฉันไม่กลัวแกหรอก
"อ่อ.." ชายแปลกหน้าอุทานเขาทำหน้าตาใสุดขีด "เอ่อ.. ไม่มีอะไรครับ"
ชายแปลกหน้าถอยโดยเร็วเล็กมองสำรวจร่างกายอีกฝ่ายแต่ก่อนจะจดจำใบหน้าได้ชายคนดังกล่าวเดินจากไปทิ้งตะกอนความสงสัยมากมายเอาไว้
ชายหนุ่มงงงวยนี้มันอะไรกันหมอนั้นเป็ใครจะเข้าห้องเขาทำไม แถมท่าทีเดินราวกับจงใจจะเข้ามาให้ได้อยู่แล้วแต่พอรู้ว่าคนที่อยู่ต่อหน้าเป็ผู้ชายตัวสูงกลับหยุดและรีบถอยกลับ
เล็กครุ่นคิดถึงเหตุผลมากมายซึ่งอาจมีทางเป็ไปได้ใครมันจะใส่แค่กางเกงนอนเข้าห้องคนอื่นหน้าตาเฉยได้บ้าง มันคิดอะไรของมันอยู่หรือว่า
"มันเห็นแฟนกูอยู่คนเดียววันเสาร์?"เล็กเหม่อมองประตูระเบียงใสปิ้ง "นั้นเป็วันที่แฟนกูมาซักผ้าให้วันที่กูยังทำงานอยู่ แม่งใช่แน่มันเห็นเธอเข้าออกห้องนี้แต่ไม่เห็นกู"
แอพฯแจ้งปลุกวันนี้เขาตื่นก่อนเวลาซึ่งแปลว่าต้องพึ่งคาเฟอีนเข้มข้นสูงเอสเพรสโซ่ร้อนสักช็อต อราบิก้า โรบัสต้าเปล่าแค่กาแฟซองของฟรีในออฟฟิศยิ้มให้แปรงสีฟันซะและฟังเสียงต้อนรับจากห้องข้างบนเดินลงส้นรั่วๆ
‘ตึง!.. ตึงๆๆ…’
ตลอดเช้าเล็กประคองสติไม่ไหวนั้งหลับตลอดทั้งเช้าสายบ่ายค่ำงีบพักเที่ยงไม่ช่วยอะไรจน 2 ทุ่ม
บนรถกระบะบริษัท
"พักนี้ดูจะหลับบ่อยเล่นเกมดึกอ่อเล็ก?"
พี่วิผนักงานขับรถเอ่ยปากถามเล็กซึ่งกำลังนั้งหลับเป็ร่างไร้ิญญา ทะว่าตายไม่สนิท
"เปล่าครับพี่ผมทำงานนอกอะครับ ตี 3กว่าจะนอน" ชายหนุ่มผู้อิดโรยลืมตาตอบ
"อย่าหาว่างั้นงี่เลยนะคือจะทำงานนอกก็ทำได้แหละมันเป็สิทธิ์ของเรา แต่อย่าให้มันกระทบงานหลักพี่ยังแอบเห็นชิฟดราฟเราทำ ก็นะโหมทำมันไม่ดีต่อสุขภาพ"
"ใช่เลยพี่วันนี้ผมรู้สึกเพลียทั้งวันคลื่นไส้จะอ้วกด้วย.. อร๊วกก..อึกก.."พูดยังไม่ทันจบเล็กทำท่าจะอ้วกจริงๆไม่ได้พูดเล่นๆไปงั้น
"จะอ้วกจริงเหรอเดี๋ยวพี่จอดให้"
"อ่อไม่ๆ" เล็กร้องห้าม"ผมเป็งี่แหละ ท่าวันไหนไม่ได้นอนรึนอนดึกนอนน้อยไม่ต้องห่วงมันไม่ออกจริงหรอกแค่รู้สึกดันๆ"
พี่วิทำสีหน้าเป็ห่วง
"ตัวร้อนหรือเปล่า?รัฐบาลบอกว่าใครเป็ไข้มีแววเป็โควิดเขาให้กักตัวอยู่บ้านนะ เห็นว่ามีแววจะกัก 24ชม. เลยนะ"
"อ่อไม่รู้สิพี่ผมรู้สึกร้อนๆตานิดหน่อย"
กระทั่งรถมาถึงหน้าอพาร์ตเมนต์
"ขอบคุณครับพี่"
"ครับพักผ่อนซะนะวันนี้"
ยานพาหนะเคลื่อนจากไปพร้อมทิ้งฝุ่นคลุ้งไว้ดังเดิมเล็กเริ่มไอชายหนุ่มเปิดประตูเข้าห้องและปิดมันโดยไม่ระวังต่างกับทุกที
‘ตึ๊งง!!..’
เล็กโยนข้าวของทิ้งมัวซั่วเปิดแอร์องศาเดิม อาบน้ำอุ่นเหมือนเดิม ทุกอย่างจะดูปกติถ้าเขาไม่มีอาการไอและมีน้ำมูก
เล็กทำเสียงครืดคราด ผ่านรูจมูกตีบตันมันรู้สึกตีบตันยิ่งกว่าเดิม เขาหายใจแทบไม่ออกชายหนุ่มทิ้งก้นนั้งบนฟูกพยายามสั่งขี้มูกให้มันออกมา
‘ตึงง… ๆๆ’
จังหวะเดินบนห้องตามเวลาบางครั้งเล็กก็อดสงสัยไม่ได้ว่าพวกข้างบนทำอะไรกัน เล่นบอดี้เวทท่ายากกันเหรอบนนั้นมีใครเป็เ้าของห้อง ผู้ชายผู้หญิง หรือทั้งคู่
‘ตึดดด… ตึ๊ดๆตึดดดดด…’
ต้นตอแรงสั่นถูกหยิบขึ้นมาแนบหู เล็กรับสายพลางเปิดตู้เย้นเอาเเซนวิสขึ้นมาเคี้ยว
"ใช่ๆพี่..ส่งไปแล้วโอเครแล้วน่ะครับ.. ครับๆ"
‘ตึงงๆๆๆ… ตึงง.. ตึงง!!’
"ไอ้เชี่ยเอ้ย!ห่าอะไรกันนักกันหนาวะ!!" ชายหนุ่มเงยหน้าตวาดพร้อมโยนแซนด์วิชในมือขึ้นกระแทกฝ้าเพดาน ไม่รู้ทำไปเพื่ออะไรกันพวกนั้นก็ไม่รู้อยู่ดีว่ามีใคร้ามอบบางสิ่งให้เขาหรือหล่อนหรือทั้งคู่เล็กหัวเสียสุดๆจนลืมว่าตนยังติดค้างสาย
"ขอโทษครับพี่มะกี้ผมไม่ได้ว่าพี่น่ะครับ ผะๆผมๆแค่.. ผมแค่.. เอ๊า!" สายถูกตัดไปแล้ว
เขาไม่พยายามโทรกลับเลยด้วยซ้ำ แต่ข้างบนนั้นการตวาดได้ผลมันเงียบ มันรู้สึกดีลึกๆแล้วเล็กคิดว่าก็บอกไปตรงๆแล้วดีๆด้วยจะเ้านายเก่าเอ้ยจะห้องข้างบน เขาเคยโทรบอกเ้าของอพาร์ตเมนต์ด้วยซ้ำ ปัญหาไม่ได้ถูกจัดการเ้านายเก่ายังใช้ประโยชน์จากความใจอ่อนเขาเรื่อยๆ
ชายหนุ่มส่งไลน์บอกแฟนสาวเื่ทุกอย่างสรุปใจความกระชับสั้นลงท้ายด้วยฝันดี อาการระคายคอส่งผลหนักมากกว่าจะข่มตาหลับได้
ภายในห้องอันมืดมิดมีเพียงเสียงเครื่องคอมเพรสเซอร์ทำงาน แสงนวลอ่อนส่องเป็เส้นผ่านร่องม่าน
"กูจะเข้าห้อง!!"เสียงทุ้มดังกังวานจากในห้องน้ำ
เล็กใตื่นขึ้นเขาลุกขึ้นจากเตียงค่อยๆย่างเท้าก้าวไปยืนตรงหน้าประตูห้องน้ำบางอย่างทำใจสั่นกลัวจนเขาไม่กล้าผลักมัน สายตาจับจ้องไปทีลูกบิดมีอะไรบางอย่างติดอยู่ สีแดง สีส้ม ไม่ใช่ น้ำตาลอ่อนมันดูเหมือนร้อยเืเก่าที่ล้างไม่ออก ใจเล็กไม่กล้าเหลี่ยวมองร่องผ้าม่าน
"กูจะเข้าห้อง!!"
คราวนี้เสียงดังกว่าเดิมมาจากประตูหน้าห้อง
เขาใตัวสั่นเทาด้วยความกลัวมันยิ่งกว่าภาพที่เคยจินตนาการไว้
จังหวะหายใจรวนไม่ปกติ เล็กหน้าถอดสี
"กูบอกว่ากูจะเข้าห้องกูจะซั่มแฟนมึง!!!"
ชายแปลกหน้าเมื่อเช้าโผล่พรวดออกมาจากห้องน้ำ
เล็กใสะดุ้งตื่นขึ้นบนเตียงแท้จริงแล้วนั้นเป็เพียงแค่ความฝัน เขาหายใจแรงมากเหงื่อไคลไหลเยิ้มเต็มตัวแดดข้างนอกร้อนมากต่อให้ในห้องเปิดแอร์ 20 องศาก็ดูจะไม่ต่างกันเท่าไร
"ฝันไปเหรอวะ!?" เล็กเอ่ยพลางขยี้ถุงใต้ตาอันดำคล้ำเสียยิ่งกว่าเมื่อวาน"นี้กูฝันเหรอ!?"
ชายหนุ่มมองไปรอบห้องๆถามตัวเองถึงสองครั้ง ลึกๆแล้วเขาไม่มั่นใจและหวาดกลัวเสียจนต้องยืนยันซ้ำๆว่าตัวเองได้ตื่นจากฝันร้ายแล้ว
เล็กไม่รู้สึกว่าตนเองมีรูจมูกสองอันมั้ยเพราะข้างหนึ่งมันใช้งานไม่ได้เหมือนมีอะไรบางอย่างอุดมันไว้สักพักเขาเริ่มวินเวียนหัว อาการไอกำเริบ ความผิดปกติเหล่านี้ต้นต่อของอาการทั้งหมดเกิดจากการที่ตัวเขาเองพักผ่อนไม่เพียงพอหรือเปล่า
เล็กล้มลงด้วยความอ่อนเพลียสองมือดึงผ้าห้มขึ้นปิดจนมิดตัว แล้วจับจ้องไปที่มือถือเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อแอพฯนาฬิกาปลุกแจ้งเตื่อนครั้งแล้วครั้งเล่า เขาเอาแต่ปัดนิ้วปิดหนี
‘ตึ๊ดๆตึดด…. ตึด…’
"ฮัลโหลพี่ผมรู้สึกไม่สบายเหมือนเป็ไข้..ครับ..อย่าล้อเล่นน่าผมยิ่งกลัวโควิดอยู่..ขอโทษนะครับไม่ได้โทรไปบอก...ผมฝากพี่ลากับหัวหน้าให้หน่อยได้มั้ยเดี๋ยวหายแล้วผมจะไปเขียนใบลาที่หลัง..ครับๆขอบคุณมากนะครับพี่แค่นี้แหละ"เล็กวางสาย
ทันใดนั้นขณะที่เขากำลังจะหลับต่ออยู่นั้นเอง
‘ตึง.. ตึง.. ตึง.. ตึงๆๆตึงง…’
ดวงตาเขาเบิกโพลงขึ้นกำลังจะตะคอกเสียงดังอีกครั้งถ้าไม่มีนำ้หมูกไหลย้อยมาห้ามปรามอารมณ์เอาไว้ก่อน เล็กหยิบม้วนทิชชู่ที่วางทับหนังสือ ‘HOW TO’ บนโต๊ะข้างเตียงหน้าปกเล่มนั้นเขียนชื่อตัวใหญ่ไว้ว่า ‘พึงระงับความโกรธด้วยการไม่ระงับ’
เขาดึงทิชชู่ม้วนออกมาสั่ง ฟรืด…
เมือกเหนียวข้นสีเขียวขุ่นเต็มแผ่นกระดาษเล็กใช้สั่งขี้หมูกต่อเนื่องเรื่อยๆจนหน่ำใจ ชายหนุ่มขย้ำกระดาษทั้งหมดรวมกันเป็ก้อนเดียว
‘ตึง... ตึง.. ตึง…’
เล็กเหม้อมองเพดานสักครู่ ใบหน้าบูดเบี้ยวขมวดคิ้วหยักจะเป็จะตายให้ได้
แต่แล้วเหมือนมีความคิดอะไรบางอย่างแล่นฉิวเข้าสมอง สีหน้าเขาบ่งบอกรอยยับย่นคลายตัวคืนดังเดิม เล็กชายหนุ่มผู้อ่อนเเรง หันหน้าไปที่ระเบียง
เขาพยุงร่างตัวเองขึ้นยืนอีกครั้งหยิบสมุดโน้ตที่ใช้จดเตื่อนความจำต่างๆออกมาฉีกหน้าเปล่าไปหนึ่งแผ่นบรรจงพับมันให้กลายเป็จรวดกระดาษ แต่รูปทรงแปลกตามากทั่วไปแล้วจรวดกระดาษมันต้องเป็ทรงสามเหลี่ยมเรียวแหลมไม่ใช่เหรอแต่ผลงานของเล็กต่างออกไป เขาเคยเปิดหนังสือสอนพับจรวดกระดาษตอนโดนพ่อดุบ่อยๆในนั้นสอนวิธีพับจรวดหลายๆแบบตามวัตถุประสงค์ เน้นร่อนไปไกล ร่อนนานและร่อนโค้ง ดูเหมือนว่าเล็กจะพับตามแบบอย่างหลังปีกถูกม้วนให้โค้งขึ้นคล้ายลำเรือ
เล็กจงใจจามใส่จรวดกระดาษนั้นเขานำมันออกไปนอกระเบียงแหงนหน้ามองออกไปภายนอกที่ไร้ซึ่งกระแสลมพัดชายหนุ่มเงื่อมมือตั้งท่า เขาใช้เรี่ยวแรงทีมีซัดสิ่งประดิษฐ์ออกไปข้างนอก
‘จรวดกระดาษลำนั้น มันเคลื่อนที่โค้งขึ้นข้างบน...’
-END-