ตอนที่15 รูดบัตรสองใบเพื่อซื้ออมยิ้ม
วันต่อมาผู้ช่วยลอบมองฉินเลี่ยที่นั่งแผ่รังสีเ็าออกมาจากตัวแล้วหันไปมองผ่านกระจกมองหลังดูโจวโจวนั่งก้มหน้าก้มตาเมื่อเห็นว่าพวกเขาสองคนไม่คุยกัน ผู้ช่วยก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อวานยังดีๆ อยู่เลยไม่ใช่หรือ ? วันนี้เกิดอะไรขึ้น ?
แต่เขาไม่กล้าถามแบบนี้ออกไปจึงทำได้เพียงแค่คาดเดาในใจ
ไม่นานรถก็หยุดที่หน้าทางเข้าโรงพยาบาล ฉินเลี่ยเดินนำลงมาก่อน ท่อนขายาวของเขาก้าวฉับ ๆไปอย่างรวดเร็ว
โจวโจวรีบพาขาสั้นๆ ของตัวเองวิ่งตามเขาไป หนูน้อยวิ่งไปขวางหน้าเขาแล้วจับมือเขาเอาไว้พลางพูดประจบเขาว่า “พ่อ หนูผิดไปแล้วหนูไม่ควรดีดยันต์พูดความจริงใส่พ่อ พ่อชอบลูบหัวของหนูไม่ใช่หรือ ? อ่ะหนูให้พ่อลูบ”
ขณะที่พูดหัวโล้นของเธอก็ยื่นไปัักับอุ้งมือของเขาพอดี
แต่จู่ๆ ฉินเลี่ยก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็บึ้งตึงเขาดึงมือออกอย่างไร้อารมณ์แล้วเดินเข้าไปข้างใน
มองไปที่แผ่นหลังของเขาไหล่ของโจวโจวทรุดฮวบลงสีหน้าของหนูน้อยดูเป็ทุกข์เศร้าเหงาหงอยเหมือนคนไร้ิญญาเธอเดินคอตกตามเขาไปโดยเหลือบมองเขาเป็ระยะด้วยท่าทีที่น่าสงสารเหมือนลูกหมาถูกทอดทิ้ง
ภายในห้องพักคนไข้เหลียวเจียงหันไปเห็นหนูน้อยเดินเข้ามาพอดี แต่เมื่อเห็นท่าทีหมาหงอยของเธอแล้วเขาก็ร้อง ‘เอ๊ะ’ ออกมาด้วยความแปลกใจ
“โจวโจวหนูเป็อะไร ? ”
ทำไมทำหน้าเศร้าสร้อยขนาดนั้นล่ะ
โจวโจวมองฉินเลี่ยด้วยสายตาละห้อยและก้มหน้าลงอย่างรวดเร็วอีกครั้งโดยไม่พูดอะไรสักคำ
เมื่อสังเกตสายตาของเธอเหลียวเจียงชำเลืองมองฉินเลี่ยอย่างครุ่นคิดและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ประธานฉินคุณมาได้เวลาพอดีเลย ผมกำลังอยากไปหาคุณพอดี พวกเราไปคุยเื่โครงการกันเถอะ”
ฉินเลี่ยมาหาเขาก็เพราะเื่นี้หลังจากพยักหน้ารับ เขาก็เดินออกไปพร้อมเหลียวเจียง
ทำให้ภายในห้องเหลือเพียงแค่โจวโจวและเหลียวอวี่
โจวโจวเดินไปนั่งบนเก้าอี้หนูน้อยเอามือจับแก้มทำให้แก้มที่นุ่มฟูถูกบีบเข้าหากันเธอขมวดคิ้วและถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
เหลียวอวี่กำลังกินข้าวเมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจของเธอ เขาจึงเงยหน้าขึ้นถามด้วยความสงสัย “เป็อะไรไปหรือ? ”
โจวโจวถอนหายใจอีกครั้งแล้วกล่าวอย่างอมทุกข์ “ฉันทำให้พ่อโกรธ พ่อไม่สนใจฉันแล้ว”
ที่แท้ก็เป็แบบนี้นี่เอง
เหลียวอวี่เข้าใจสถานการณ์แล้ว“ไม่เห็นเป็ไรเลย เธอก็แค่ขอโทษเขา พ่อลูกไม่โกรธกันนานหรอก”
โจวโจวหน้านิ่วคิ้วขมวดยิ่งกว่าเดิม“ขอโทษแล้ว แต่พ่อก็ยังไม่สนใจฉันอยู่ดี ”
เหลียวอวี่พูดอย่างมีประสบการณ์ว่า“เพราะเขายังไม่หายโกรธต่างหากล่ะ ไม่เป็ไรหรอก เธอก็ขอโทษเขาหลาย ๆครั้ง ถ้าหากไม่สำเร็จจริง ๆ ค่อยให้ของขวัญเขาสักหน่อยถ้าเขาเห็นแบบนั้นจะต้องไม่โกรธแน่นอน เวลาฉันทำให้พ่อโกรธ ฉันก็มักจะทำแบบนี้แหละ”
นึกถึงภาพที่พวกเขาสองพ่อลูกกอดกันอย่างอบอุ่นเมื่อวานนี้โจวโจวก็หูผึ่งขึ้นมา แววตาของหนูน้อยเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนูน้อยลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียงแล้วชวนเขาคุย “ยกตัวอย่างเช่นอะไรหรือ? แล้วควรให้ของขวัญเป็อะไรดี ?”
“ได้หมดเลยต้องดูที่ว่าพ่อของเธอชอบอะไร”
เื่นี้นะหรือ…… โจวโจวไม่รู้จริงๆ
คิดได้แบบนั้นหนูน้อยก็ตบหน้าผากตัวเองอย่างหงุดหงิด “ต้องโทษที่ฉันไม่ใส่ใจพ่อให้ดีกว่านี้”
แต่จะว่าไปแล้วการโทษเธอคนเดียวก็ไม่ถูก เพราะในความเป็จริงเธอเพิ่งรู้จักกับฉินเลี่ยไม่ถึง 2 วันด้วยซ้ำ
“งั้นก็ซื้อของขวัญที่น่าจะได้ใช้อย่างเช่น ปัตตาเลี่ยน เนคไทหรือไม่ก็เสื้อผ้า จริงสิ เธอมีเงินหรือเปล่า ? ฉันไปเป็เพื่อนเธอซื้อได้นะ”
“ไม่มี” โจวโจวหยิบกระเป๋าเปล่าออกมากระเป๋าเงินของเธอโล่งสะอาดมาก เรียกได้ว่าไม่ต่างอะไรจากยาจกน้อยเลย
หนูน้อยไม่มีเงินติดตัวแม้แต่เหมาเดียวโอ้ ไม่สิ มีอยู่ไม่กี่เหมาต่างหากซึ่งเป็เงินในบัตรเครดิตที่พ่อเขาให้เธอเมื่อวานนี้เอง
ไม่รู้ว่าที่จริงเขาให้เงินเธอมากน้อยแค่ไหนเพราะถึงอย่างไรจู่ซือเอี๋ยก็เหลือให้เธอเพียงแค่ 5 เหมาเท่านั้น
“พี่ชายเงิน 5 เหมาสามารถซื้ออะไรได้บ้าง ? ” หนูน้อยถามหน้าใสซื่อ
คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะยากจนถึงเพียงนี้เหลียวอวี่มองเธออย่างเห็นอกเห็นใจ “เงิน 5 เหมาซื้อได้แค่อมยิ้มอันเดียวเท่านั้นแหละ”
แถมยังได้แค่อมยิ้มราคาถูกอีกด้วย
“อมยิ้มอร่อยไหม? ” โจวโจวถามด้วยความสงสัย
“อร่อยสิรสชาติของมันหวานมาก แถมยังมีหลายรสอีกด้วย มีทั้งรสสตอเบอรี่ รสส้ม รสองุ่น……”
โจวโจวไม่เคยกินอมยิ้มมาก่อนพอได้ยินแบบนั้น หนูน้อยก็กลืนน้ำลายดังอึก
ของอร่อยแบบนี้ถ้าหากเอาไปให้พ่อ พ่อต้องหายโกรธแน่นอน
ยิ่งคิดหนูน้อยก็มองว่ามันน่าจะได้ผล จึงเงยหน้ายิ้มหวานให้เหลียวอวี่
“ขอบคุณพี่ชาย! ”
พูดจบเธอก็ะโลงจากเก้าอี้วิ่งออกไปข้างนอก แต่หลังจากวิ่งไปได้สองสามก้าว จู่ ๆหนูน้อยก็หันหน้ามาถาม “จริงสิพี่ชายอมยิ้มที่พี่พูดถึงซื้อได้ที่ไหนบ้าง ? ”
“ซื้อร้านไหนก็ได้ว่าแต่เธอจะไปน่ะ ? ”
“ไปซื้ออมยิ้มมาง้อพ่อ! ” โจวโจวพูดด้วยสีหน้าจริงจัง หลังจากพูดจบก็รีบวิ่งออกไปเหลียวอวี่ะโเรียกเธออยู่หลายครั้ง แต่หนูน้อยก็ไม่หยุดวิ่ง
ไม่กี่นาทีต่อมาโจวโจวผ่านร้านขายเสื้อผ้า เธอเห็นชายคนหนึ่งกำลังเช็คบิคค่าสินค้าที่เคาน์เตอร์เขาหยิบบัตรออกมาและพูดอย่างมีอำนาจ “ฉันซื้อทั้งหมดนี้รูดบัตรจ่าย ! ”
พนักงานรับบัตรมาด้วยรอยยิ้มและเอาใจใส่ตลอดกระบวนการ
เห็นฉากนี้โจวโจวก็จับคางอย่างครุ่นคิด: ทำแบบนี้แหละ!
เธอเดินไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตหนูน้อยเหลือบมองป้ายราคา จากนั้นชี้ไปที่อมยิ้มที่มีป้ายราคา 2.5 หยวน แล้วพูดว่า “พี่สาวหนูเอาอันนี้ทั้งหมด รูดบัตรค่ะ ! ”
สาวน้อยตัวยังสูงไม่ถึงเคาน์เตอร์เธอชี้ไปที่อมยิ้มที่ถูกที่สุด แต่บอกว่าจะซื้อทั้งชั้น
พนักงานขายมองไปยังอมยิ้มที่หนูน้อยชี้เธอต้านทานความน่ารักของหนูน้อยไม่ไหว จึงกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม “หนูน้อยหนูจะซื้อกี่อันจ้ะ ? ”
โจวโจวชูนิ้วหนึ่งนิ้วแล้วตอบกลับอย่างเคร่งขรึมเลียนแบบคุณลุงคนที่เธอเจอ “1 อัน! ”
จากนั้นก็หยิบเอาบัตรเครดิตออกมาจากในกระเป๋า2 ใบ “พี่สาว บัตรนี้หนูขอรูด 2 หยวนบัตรนี้รูด 5 เหมา รวมกันเป็ 2 หยวน 5 เหมาพอดี”
พนักงานขายเกือบกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่เธอรับบัตรมา แต่แล้วก็ต้องผงะอีกครั้ง
เธอไม่รู้จักบัตรBlack AMEX แต่แค่มองบัตรนี้ก็รู้แล้วว่ามันไม่ธรรมดาดูเหมือนไม่ใช่บัตรที่คนทั่วไปสามารถใช้ได้
เธอมองไปยังโจวโจวด้วยความประหลาดใจแล้วถามอย่างลังเลว่า “หนูน้อย บัตรใบนี้เป็ของเธอหรือ ?”
“ใช่ค่ะคุณย่ากับคุณลุงเป็คนให้หนูมา”
โจวโจวเหลือบมองเวลาแล้วพูดเร่งเร้า “พี่สาว พี่รีบรูดบัตรสิ”
อีกเดี๋ยวพ่อกับคุณลุงก็จะคุยกันเสร็จแล้วเกิดพวกเขากลับมาไม่เห็นเธอ มีหวังพวกเขาเป็กังวลแน่นอน
พนักงานขายพยักหน้าแล้วรีบดำเนินการให้
ประมาณหนึ่งนาทีต่อมาโจวโจวรูดบัตรไปสองใบรวมกันได้ 2.5 หยวนพอดีหนูน้อยถืออมยิ้มรสสตรอเบอร์รี่วิ่งกลับไปที่โรงพยาบาลอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นว่าพวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่ หนูน้อยไม่ได้เข้าไป แต่รออยู่ด้านนอกแทน
ฉินเลี่ยกำลังคุยเื่สัญญาความร่วมมือกับเหลียวเจียงหางตาของเขาหันไปเห็นร่างเล็ก ๆ ยืนรออยู่ที่หน้าประตูหัวโล้นของหนูน้อยคอยชะเง้อผลุบ ๆ โผล่ ๆ ยื่นมาดูเขาจากด้านนอกเขากวาดตามองไปทางนั้นครู่หนึ่ง แล้วลงนามในสัญญา “ประธานเหลียวยินดีที่ได้เซ็นสัญญากับคุณนะครับ”
“ยินดีที่ได้เซ็นสัญญากับคุณเช่นกัน” เหลียวเจียงสังเกตเห็นหนูน้อยที่รอยอยู่ด้านนอกประตูเช่นเดียวกันจากนั้นก็หัวเราะแล้วพูดว่า “ประธานฉินโจวโจวน่ารักมากเลยครับ คุณต้องทะนุถนอมเธอดี ๆ นะ”
ฉินเลี่ยไม่ได้พูดอะไรแต่ก้าวเท้าเดินออกไปด้านนอกแทน
โจวโจวที่เพิ่งจะชะเง้อคอมองเห็นเขาเดินออกมาแล้วหนูน้อยทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ เธอจึงรีบยืนตรง
ฉินเลี่ยหันมองเธอเมื่อเห็นว่าเธอทำท่าเหมือนซ่อนอะไรไว้ด้านหลังอย่างมีลับลมคมในเขาก็ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า: “ในมือถืออะไรไว้? ”
โจวโจวแหงนหน้ามองเธอถืออมยิ้มด้วยสองมือแล้วพยายามเขย่งปลายเท้ายื่นให้เขา “พ่อคะหนูเอาลูกอมหวานอร่อยมาให้ พ่ออย่าโกรธหนูเลยนะ”
“หนูสาบาน” หนูน้อยชูนิ้วไว้ข้างหู แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ต่อไปนี้หนูจะไม่เอายันต์พูดความจริงมาแปะพ่ออีกแล้ว”
ฉินเลี่ยไม่ได้รับมาแต่กลับถามว่า “ไปเอาอมยิ้มมาจากไหน ? ”
โจวโจวพูดว่า“หนูซื้อเอง บัตรที่คุณย่าให้มามีเงินอยู่ 2 หยวนส่วนบัตรที่ลุงเหลียวให้หนูมามีเงินอยู่ 5 เหมาพอซื้ออมยิ้มได้หนึ่งอันพอดี พี่ชายตัวน้อยบอกว่ามันอร่อยมาก พ่อรีบกินสิ !”
พูดจบก็ยัดขนมยิ้มใส่มือเขา
ทว่าฉินเลี่ยกลับพุ่งความสนใจไปที่สิ่งอื่น
โจวโจวช่วยชีวิตลูกชายของเหลียวเจียงแต่อีกฝ่ายกลับให้เงินเธอแค่ 5 เหมางั้นหรือ?
ในเวลานี้เหลียวเจียงบังเอิญเดินออกมาพอดี เขาได้ยินประโยคนี้ก็เกิดความสงสัยขึ้นมาครอบครัวฉินจะขี้เหนียวเกินไปหรือเปล่า ทำไมให้ค่าขนมหนูน้อยแค่ 2 หยวนเอง?
ทั้งสองมองหน้ากันต่างไม่พอใจซึ่งกันและกัน ในใจของพวกเขาทั้งคู่ต่างผุดคำสองคำนี้ออกมา
ขี้เหนียว!
ไม่ใช่สิเขาให้เงินเธอไปสิบล้านไม่ใช่หรือ แล้วทำไมถึงเหลือแค่ 5 เหมาล่ะ
เหลียวเจียงหันไปมองโจวโจวด้วยความสงสัยแล้วถามว่า “โจวโจวเงินของหนูไปไหนแล้วล่ะ ? ใครมาแตะต้องเงินของหนู ?”
ขณะที่เขาพูดเขาเหลือบมองฉินเลี่ยจากมุมหางตา ตระกูลฉินคงจะขี้เหนียวมากสินะเป็ไปได้ไหมว่าพวกเขาจะโอนเงินของหนูน้อยออกไป ?
เมื่อเห็นสายตาของเขาในใจของฉินเลี่ยเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจจริง ๆ ภายในบัตร Black AMEX ไม่มีทางเหลือเงินแค่ 5 เหมาได้แน่นอนเขาจึงหันไปมองโจวโจวเพื่อรอคำตอบจากเธอ
โจวโจวกระพริบตาแล้วชี้ออกไป—
“เขา !”