เสียงสะอื้นแ่เบาของหญิงสาวสองคนดังลอดผ่านซากรถที่บิดเบี้ยวและกลิ่นควันไหม้คละคลุ้ง ภาพตรงหน้าเหมือนฉากจากฝันร้ายที่หลุดออกมาจากความมืดมิด แต่สิ่งที่ทำให้หลินเยว่รู้สึกหนาวเยือกยิ่งกว่าฝูงซอมบี้ที่เดินเตร่อยู่ทั่วไป คือการได้เห็นมนุษย์ด้วยกันกลายเป็ผู้ล่าที่ไร้ซึ่งความเมตตา
ชายฉกรรจ์คนหนึ่งใช้พานท้ายปืนเคาะกระจกหน้าต่างรถที่ยังไม่แตกออกอย่างแรง “ตรวจดูให้ทั่ว! ของทุกอย่างในโลกนี้เป็ของคนที่มีปืน” เสียงหัวเราะหยาบคายดังขึ้นจากลูกน้องรอบข้างอย่างสนุกสนาน หญิงสาวที่ถูกลากออกมาร้องไห้จนแทบไม่มีแรงจะขัดขืน “ได้โปรด…” เสียงอ้อนวอนนั้นแ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่กลับก้องอยู่ในใจของหลินเยว่
หลินเยว่สูดลมหายใจลึก นี่คือการตัดสินใจครั้งแรกในฐานะผู้นำที่มีชีวิตของคนอื่นเป็เดิมพัน หากเธอพลาด… อาจไม่มีใครในทีมได้ไปถึงจุดอพยพ เธอหันมองสมาชิกทุกคน คินกำปืนแน่น ดวงตาเฉียบคมรอคำสั่ง นัทขยับไหล่ราวกับพร้อมพุ่งเข้าใส่ทันที เจย์กับด็อกเตอร์ยืนตึงเครียด แต่ไม่ถอย ฟ้ากัดริมฝีปาก แม้จะกลัว แต่สายตายังเต็มไปด้วยความหวัง และอาร์ค—เขามองเพียงเธอ รอการตัดสินใจจากคนเดียวที่เขาเชื่อฟัง
หลินเยว่เอ่ยเสียงต่ำแต่หนักแน่น “เราจะจบเื่นี้ให้เร็วที่สุด” เธอชี้ตำแหน่งของศัตรูทีละจุดด้วยความแม่นยำ “คิน เล็งคนที่ถือปืนอยู่ด้านหลัง ถ้าเขายกปืนขึ้น ยิงทันที”
“รับทราบ” คินตอบรับสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความเด็ดขาด
“นัท นายช่วยป้องกันตัวประกัน”
“ได้เลย” นัทพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น
“เจย์ ด็อกเตอร์ พาฟ้าหาที่กำบังและคอยสังเกตสถานการณ์”
“เข้าใจ” ทั้งสองตอบพร้อมกัน
หลินเยว่หันไปหาอาร์ค เสียงของเธอช้าลงเล็กน้อย “หยุดพวกเขา… แต่ถ้าเป็ไปได้ อย่าฆ่า”
ดวงตาสีแดงเข้มสบตาเธอ “ตามที่เธอ้า” ประโยคนั้นทำให้หัวใจของเธอสั่นไหวอย่างประหลาด ไม่ใช่เพราะความหวาน แต่เพราะความจริงที่ว่า สิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวที่สุดในโลก ยอมจำกัดพลังของตนเองเพียงเพราะคำพูดของเธอ
หลินเยว่ยกมือขึ้น “เริ่ม!”
อาร์คก้าวออกจากที่กำบังด้วยความเร็วที่เหนืุ์ ชายฉกรรจ์คนแรกหันมาเห็นเขา ก่อนชักปืนขึ้นทันที “เฮ้! แกเป็ใคร—” คำพูดยังไม่ทันจบ ร่างของเขาก็ลอยขึ้นจากพื้น อาร์คคว้าคอเสื้อของชายคนนั้นด้วยมือเดียว แล้วยกขึ้นเหนือศีรษะราวกับไม่มีน้ำหนัก เสียงร้องะโดังลั่น “ยิงมัน!”
ปัง! ปัง! ปัง! ะุหลายสิบนัดพุ่งเข้าใส่อาร์ค แต่กลับหยุดนิ่งกลางอากาศ เหมือนชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น ทุกคนชะงักงันด้วยความตกตะลึง ดวงตาของอาร์คเย็นเยียบ เขาสะบัดมือเบา ๆ ปืนทั้งหมดในมือของพวกอันธพาลบิดงอและกระเด็นหลุดออกไปราวกับของเล่น
นัทพุ่งเข้าหาตัวประกันทันที คินยิงหนึ่งนัดใส่พื้นข้างเท้าหัวหน้ากลุ่ม “ขยับอีกก้าว ฉันยิงหัว” ชายคนนั้นหน้าซีดเผือด “พวกแกเป็ใครกันแน่?!”
หลินเยว่ก้าวออกมาจากที่กำบัง เสียงของเธอนิ่งและเด็ดขาด “คนที่ยังจำได้ว่าโลกนี้ควรมีขอบเขต” ชายหัวหน้ามองอาร์คที่ยืนอยู่กลางถนน แล้วมองซอมบี้จำนวนมากที่เริ่มรวมตัวอยู่รอบบริเวณ แต่ไม่กล้าเข้าใกล้ เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก “เรา… เราแค่พยายามเอาชีวิตรอด”
หลินเยว่จ้องเขา “การเอาชีวิตรอดไม่ใช่ข้ออ้างในการทำร้ายคนที่อ่อนแอกว่า” คำพูดนั้นทำให้สีหน้าของชายหลายคนเปลี่ยนไป บางคนก้มหน้า บางคนหลบสายตา พวกเขาอาจไม่ใช่ปีศาจโดยกำเนิด แต่ความกลัวได้ผลักให้พวกเขาก้าวข้ามเส้นที่ไม่ควรก้าว
หลินเยว่พูดต่อ “ทิ้งอาวุธ แล้วไปเสีย” หัวหน้ากลุ่มลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “ไป! ไปเดี๋ยวนี้!” ชายทุกคนรีบวิ่งหนีราวกับกำลังหลบหนีจากยมทูต ไม่นาน พื้นที่ก็กลับสู่ความเงียบ
หญิงสาวทั้งสองทรุดตัวลงร้องไห้ด้วยความโล่งอก นัทช่วยพยุงพวกเธอ ฟ้าวิ่งออกมาจากที่กำบัง โอบกอดพวกเธอไว้ เจย์ถอนหายใจยาว “ผมคิดว่านี่คือครั้งแรกที่การเจรจาใช้ซอมบี้ระดับบอสเป็เครื่องมือโน้มน้าว” ด็อกเตอร์พยักหน้าอย่างจริงจัง “ประสิทธิภาพสูงมาก”
คินลดปืนลง แต่สายตายังจับจ้องอาร์ค ความระแวงยังไม่หายไป ทว่ามีบางอย่างเปลี่ยนแปลง อย่างน้อยในวันนี้ เธอได้เห็นว่าเขาสามารถยับยั้งตัวเองได้ เพราะหลินเยว่ขอไว้
อาร์คเดินกลับมาหาเธอ เมื่อหยุดตรงหน้า เขาก้มศีรษะเล็กน้อย ราวกับรายงานว่าภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว “เรียบร้อย” หลินเยว่ยิ้มบาง ๆ “ขอบคุณ” ดวงตาสีแดงเข้มของเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด หัวใจของเธอเต้นแรงอีกครั้ง ในโลกที่เต็มไปด้วยความตายและความสิ้นหวัง เธอเริ่มตระหนักถึงความจริงข้อหนึ่ง สัตว์ประหลาดที่ทุกคนหวาดกลัว อาจเป็คนที่อ่อนโยนที่สุดต่อเธอเพียงคนเดียว