Whisper เพื่อนไม่จริง (จบ)

    ตอนที่ 3 นักรบ - กองทัพ- ออกศึก

    Whisper เพื่อนไม่จริง

    ตอนที่ 3 นักรบ - กองทัพ- ออกศึก


             ภัตตาคารอาหารจีนแห่งหนึ่งย่านบางใหญ่ที่มีคนเข้าออกร้านกันขวักไขว่ ถึงแม้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่จะมีไว้สำหรับรับรองลูกค้า แต่ด้านในสุดจะมีตึกแยกออกมาซึ่งพนักงานในร้านทราบดีว่าเป็๞โซนที่พักของครอบครัวเ๯้าของร้านโดยมีชั้นหนึ่งเป็๞สระว่ายน้ำขนาดย่อมกับสวนสวย ชั้นสองเป็๞ห้องรับแขก และชั้นถัดขึ้นไปอีกสองชั้นล้วนเป็๞ห้องนอน

    ซึ่งบริเวณห้องนอนชั้นบนสุดฝั่งที่ถือเป็๲ห้องที่เล็กที่สุดของบ้านในตอนนี้กำลังมีความเคลื่อนไหวของลูกชายบ้านนี้ถึงสองคนภายในนั้น

    “พี่รบ แม่บ่นว่าโทรหาไม่ติด โทรกลับหาแกหน่อย แล้วก็…เมื่อไหร่จะกลับคอนโดตัวเองอะ?”

    ออกศึก หรือน้องชายคนเล็กของนักรบบอกข้อความที่บุพการีฝากมาเสียงเรียบ แต่มีเจืออารมณ์ขุ่นมัวเล็กน้อยในประโยคถัดมา ก็เขาน่ะไม่ได้นอนมาสามวันแล้วนะ เพราะต้องไปตัดโมช่วยพี่ปีสาม แล้วพอกำลังจะได้นอนก็ดันมีตัวเกะกะมาโผล่อยู่ในห้องตัวเอง

    อ้อ โมอะไรน่ะเหรอ… โมเดลแบบบ้านน่ะ เพราะเขากำลังเรียนอยู่สถาปัตย์ปีหนึ่ง

    “บอกแม่มือถือพัง” คนก้มหน้าก้มตาเล่นเครื่องเกมของน้องชายตอบอย่างเสียไม่ได้ ในอาการที่ต้องเรียกว่าไม่สนใจน้องชายเท่าไหร่นัก

    “ได้”

    แล้วทุกอย่างก็เงียบไป แต่สายตาโหลๆ ของออกศึกยังมองแน่วแน่ไปที่พี่ชายอยู่ พร้อมแผ่คลื่นความถี่ของอารมณ์กรุ่นแถมไปด้วย แต่เมื่ออีกฝ่ายเอาแต่กดเกม ออกศึกเลยพูดขึ้นอีก

    “กลับคอนโดได้แล้วมั้ง…”

    “คอนโดก็พังอะ” ปากขยับบอก คราวนี้ยอมเหล่มอง ตาตี่ของสองหนุ่มตี๋สบกันอยู่พักใหญ่ ก่อนคนเป็๲พี่จะยักไหล่

    “พังจริง ไม่เชื่อถามเตย”

    “พี่เตยเตี๊ยมกับพี่ละไง โอ๊ยพี่ ศึกไม่ได้นอนมาหลายวันแล้วนะ ขอนอนหน่อยได้มั้ย!”

    “ก็นอนดิ เดี๋ยวปิดเสียงเกม” ว่าแล้วก็กดปิดเสียงให้อย่างคนเป็๞พี่ที่ดี

    “พี่รบ!”

    “เรียกทำไมอะ ไม่ได้กวนตีน ไม่มีบ้านอยู่จริงๆ”

    “งั้นพี่ไปเล่นชั้นสอง คนจะนอนว้อย” ออกศึกลากตัวพี่ชายคนโตไปที่หน้าประตูห้องแล้วปิดประตูใส่อีกฝ่ายเสียโครมใหญ่

    อ้าว โดนไอ้ศึกไล่…

    เพราะเขาย้ายไปอยู่คอนโดนานแล้ว เลยไม่มีห้องส่วนตัวที่บ้านอีกต่อไป เลยต้องมาระหกระเหินหาที่สิงตามห้องของน้องชายแบบนี้

    นักรบกะพริบตาปริบมองประตูห้องน้องชายคนเล็กก่อนจะหมุนตัวเดินหิ้วเกมในมือไปที่บันได แล้วตรงนั้นก็มีน้องชายอีกคนกำลังเดินสวนมา

    “อ้าว พี่รบ แม่ตามหาอะ บอกทัพว่าโทรหาพี่ไม่ได้เลย” น้องชายคนกลางหรือ กองทัพ บอกหน้าตาเหรอหรา เพราะมันน่าแปลกใจมากๆ ที่พี่ชายคนโตอย่างนักรบอยู่ที่บ้านใหญ่

    “รู้แล้ว โทรศัพท์พัง เลยบอกให้ศึกโทรหาแม่แล้วอะ เดี๋ยวคงโทรไปบอกมั้ง”

    “แล้วพี่มาทำอะไรที่บ้านอะ?”

    “เล่นเกม” ยกเครื่องเกมชูสูงขึ้น

    กองทัพมีสีหน้าประหลาดใจกว่าเดิม แต่ไม่ได้ถามอะไรอีก

    “แล้วทำไมแกกลับบ้าน” นักรบถามน้องชายกลับ

    “มาเอาเสื้อช็อปที่มาซักไว้อะ ทัพจะเข้าม.แล้วเพิ่งเห็นว่าที่หอไม่มีเสื้อเหลือเลย” กองทัพชี้ที่เสื้อยืดสีแดงลายมาริโอ้ที่สวมอยู่บนตัวเป็๲เชิงบอกว่า เนี่ย…เข้ามหา’ลัยทั้งแบบนี้ไม่ได้ โดนอาจารย์คณะบ่นยับแน่ เพราะเขาน่ะปีสุดท้ายของวิศวะแล้ว อยากรีบจบใจจะขาด ไม่อยากฟัง’จารย์ด่าอีกต่อไป

    นักรบพยักหน้าแล้วเดินจากมา ยังไม่ทันจะหย่อนตัวลงบนโซฟาที่ชั้นสอง ออดสำหรับโซนที่พักก็ดังขึ้น…

    อ่า ออกศึกน่าจะกำลังเคลิ้ม คงโกรธไม่หยุดฉุดไม่อยู่แล้วล่ะ

    ว่าแต่ใครมานะ?

    นักรบวางเกมไว้ที่โต๊ะกลมตัวเล็กในชุดรับแขก เขาเดินวนไปที่ชั้นหนึ่ง พ้นสระว่ายน้ำก็ถึงประตูหน้าบ้าน

    “แท้แด่ .. เตยซื้อมาให้แล้วพร้อมซิมใหม่” เป็๞เตยหอมที่ยืนอยู่พร้อมโบกถุงที่น่าจะเพิ่งได้มาจากห้องสรรพสินค้าสักแห่งในย่านนี้

    ข้างในดูจะเป็๲กล่องใส่โทรศัพท์…

    “เตยรู้ได้ไงว่ารบอยู่นี่”

    “โธ่ รบไม่มีทางอยู่คอนโดอยู่แล้วปะตอนนี้ แล้วจริงๆ ป๊าก็เห็นรถรบอยู่นี่อะ”

    ไม่มีอะไรที่จะรอดพ้นหูตาผู้หญิงคนนี้ได้เลยใช่มั้ย เตยหอมผู้อยู่บ้านซอยเดียวกันกับบ้านของนักรบคนนี้เนี่ย

    “เจ็กโป้งบอกอ๋อ”

    นักรบถามถึงพ่อของเธอผู้เปิดอู่ซ่อมรถอยู่ด้านหลังกับโซนที่พักของเขานี่เอง แต่ความจริงแล้วเตยหอมก็น่าจะเดาได้อยู่แล้วนั่นแหละ เขาไม่มีทางกลับไปที่คอนโดแน่นอน ถึงมันจะเป็๞คอนโดของเขาก็เหอะ แต่คีย์การ์ดอีกใบยังอยู่ที่อิงฟ้า

    ผู้หญิงคนนั้นเฝ้าโทรมาหา และแน่นอนเธอคงเฝ้ารอเขาอยู่ที่นั่นอย่างที่เขาก็นึกเหตุผลไม่ออกเลยว่าเธอจะทำแบบนั้นไปทำไม ทั้งๆ ที่เธอเป็๲คนเลือกทำแบบนี้เอง...

    เตยหอมพยักหน้าหงึกหงักแล้วรอดตัวเข้ามาในช่องว่างระหว่างประตูกับตัวเขา เธอเดินนำเข้าบ้านอย่างรู้ทางราวกับเป็๞บ้านตัวเอง

    อืมม…ก็โตมาด้วยกันยี่สิบหกปีแล้วนี่นะ