Pigeon in fitting box
Chapter 2 : เวทมนตร์?? อะไรนะ?
ร่างเล็กของเด็กหญิงวัยแปดขวบวิ่งตัดผ่านสนามหญ้าที่ปลิวไสวไปตามแรงลม ในมือนั้นหอบตะกร้าใบใหญ่เอาไว้ใส่ของ ปากเล็ก ๆ เอ่ยเรียกชื่อชายวัยกลางคนที่อายุย่างเข้าสี่สิบ…จะเป็ใครซะอีก ก็คุณลุงคนดีคนเดิม เ้าของร้านขายผ้าที่นำเข้าผ้ามาขายจากต่างเมืองเพียงหกเดือนครั้งคนนั้น คุณอาโนลด์นั่นไง
“คุณลุงอาโนลด์!”
เสียงะโนั้นเอ่ยดังจนเ้าของชื่อนั้นต้องหันมาตามเสียงร้องเรียก
“ว่ายังไงยัยหนูชาร์ล็อต เที่ยวนี้ก็มาซื้อผ้าอีกแล้วรึ?”
“ใช่แล้วค่ะ” เด็กหญิงที่สูงขึ้นมากยิ้มให้อย่างร่าเริง พลางมองผ้าพับมากมายที่กองอยู่เต็มหลังเล่มเกวียนด้วยความสนอกสนใจ
จากวันนั้นจนวันนี้ก็ครบห้าปีแล้ว ทั้งหมดก็เป็เวลาแปดปีเต็มที่เธอได้มาเกิดใหม่ยังโลกที่ตนเองไม่คุ้นเคย ที่นี่มีอะไรที่น่าสนใจเยอะมาก รวมทั้งเวทมนตร์ต่าง ๆ ที่ดูเหมือนว่าจะเห็นได้ทั่วไปตามท้องถนน แม้จะเป็แค่อีธานและซาแมนธ่าซึ่งมีอาชีพเป็ชาวไร่ชาวนา พวกเขาก็ยังมีเวทมนตร์
ถึงแม้จะเป็แค่เวทย์ระดับล่างที่ไม่ได้รุนแรงอะไรมากนัก แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี
แม่ของเธอหรือว่าซาแมนธ่านั้น มีเวทย์ธาตุน้ำ วัน ๆ ก็จะใช้เวทย์ให้เป็ประโยชน์ในเื่ของการทำงานบ้าน เช่นการซักผ้าล้างจานเป็ต้น เรียกได้ว่าใช้ประโยชน์เพื่อความสะดวกสบายของคนเป็แม่บ้านอย่างแท้จริง…
ส่วนบิดาของเธออีธานมีเวทย์ธาตุดิน เป็เวทย์ที่เหมาะมากสำหรับการปลูกพืชประเภทต่าง ๆ ในแต่ละฤดู บอกเลยว่าในแต่ละปี เธอได้กินผักผลไม้นานาที่แทบจะไม่ซ้ำชนิดพันธุ์
อย่างน้อยมันก็ยังมีประโยชน์กว่าแม่ ที่มีเวทย์เอาไว้เสกน้ำลงถัง เพื่อจุ่มผ้าถูบ้านก็แล้วกัน (…)
“หนูเป็ลูกค้าคนแรกของร้านลุงทุกครั้งเลย รู้ไหม?” พ่อค้าขายผ้าหัวเราะเบาในลำคอ มือคว้าหยิบผ้าสีมอซอที่คลุมผ้าพับไว้อีกชั้นหนึ่งออก ที่เขาต้องปิดเอาไว้ ก็คงเป็เพราะว่าต้องป้องกันแสงแดดเจิดจ้าใน่ฤดูร้อน ไม่ให้สาดแสงเผาทำลายสีเนื้อผ้าจนซีดหมดราคา
“ข้าทราบค่ะ…” ชาร์ลอตพยักหน้าส่งยิ้มหวานประจบให้แก่เ้าของร้าน มือหยิบเลือกดูเนื้อผ้าไปด้วย “นั่นเพราะว่าร้านคุณลุงอาโนลด์มีแต่ผ้าเนื้อดี ๆ ยังไงล่ะคะ”
อาโนลด์ส่ายหน้าอย่างระอาเล็กน้อยด้วยความรู้เท่าทัน “ไม่ต้องเอ่ยปากหวานใส่ลุงหรอกเด็กคนนี้”
เมื่อเลือกผ้าที่พอใจจนครบแล้ว มือเล็ก ๆ หยิบยื่นส่งมันให้อาโนลด์ห่อให้ก่อนจ่ายเงิน จากนั้นจึงบอกลาแล้วเดินไปเลือกซื้อของอย่างอื่นให้กับซาแมนธ่า ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็อาหารประเภทเนื้อสัตว์ ไข่ แล้วก็เครื่องเทศอีกอย่างละเล็ก ๆ น้อย ๆ ใช้เวลาเพียงไม่นานของทั้งหมดก็ถูกเลือกซื้อจนแล้วเสร็จ เด็กหญิงจึงเดินกลับบ้านตามเส้นทางอันแสนคุ้นเคยโดยไม่รีรอ
นี่ถ้าสวมผ้าคลุมแดงหน่อยแล้วมีหมาป่าโผล่ออกมาล่ะก็นะ เธอก็ไม่ได้ดูแตกต่างอะไรไปจากหนูน้อยหมวกแดงในนิทานก่อนนอนเลย
“ไง ตัวเล็ก” พูดถึงหมาป่า หมาป่าก็ออกมาอย่างพอดิบพอดี
“สวัสดีค่ะ คุณลุงเอ็ดมันธ์” ชาร์ล็อตผ่อนลมหายใจยาวก่อนหันไปคุยกับชายผู้มาใหม่ จะใครที่ไหนอีก ก็เพื่อนของอีธานคนนั้นนั่นไง “ทำงานที่ไร่เสร็จแล้วหรือคะ?”
“อื้ม เสร็จแล้วล่ะ” ชายวัยกลางคนยิ้มกว้างออกมา มือก็คว้าตะกร้าและห่อผ้าที่เธอถืออยู่ไปอย่างถือวิสาสะ “เอามานี่สิ เดี๋ยวลุงช่วยถือ”
เด็กหญิงแสร้งถอนหายใจ มือก็ปล่อยออกจากของที่ถืออยู่ “อยากให้ข้ากับท่านแม่ช่วยเื่อะไรหรือคะ?”
ทันทีที่ได้ยินถ้อยคำอันแสนรู้ทันของลูกสาวเพื่อนสนิท คนมาใหม่ก็ได้แต่หัวเราะแห้ง แล้วเสสายตาไปทางอื่นคล้ายกับคนมีความผิด แต่เมื่อสิ่งที่ชาร์ล็อตกล่าวออกมานั้นถูกต้องทุกประการ คนไม่มีสิทธิ์โต้แย้งจึงจำยอมสารภาพบาปออกมาคล้ายจำนน
เป็เด็กที่รู้ความดีจริง ๆ
“คือว่า… มันก็แค่เื่ธรรมดา ๆ ” เอ็ดมันธ์เอ่ยอ้ำอึ้งจนเธอได้แต่ลอบกลอกตาไปมา
“แค่เื่ธรรมดาเองหรือคะคุณลุง-- พูดออกมาเถอะค่ะ”
“อื้ม”
“…” เธอเงี้ยหู
“คือว่า” เอ็ดมันธ์อ้ำอึ้งเล็กน้อย พลันเว้นจังหวะไป “ข้ากำลังจะแต่งงาน”
“อ๋อ แต่งงาน”
ก็แค่แต่งงานเอง เื่ธรรมดาน่า
“…” ธรรมดาซะที่ไหนกันเล่า!
คนอย่างเอ็ดมันธ์เนี่ยนะจะแต่งงาน พระเ้า ให้ตายสิ! ร้อยวันพันปีถ้าไม่โผล่มาแหย่อีธานกับแกล้งเธอให้ปวดหัวเล่น ก็หยอกเอินสาวชาวบ้านคนอื่นเสียจนพวกเขาได้แต่ส่ายหน้า ทำให้ทุกคนนั้นพูดเป็เสียงเดียวกันหมดว่าคนอย่างเอ็ดมันธ์คงได้อยู่โสดไปจนตาย
ไป ๆ มา ๆ ดันไปคว้าสาวที่ไหนมาแต่งด้วยกัน!
“ทำไมหรือคะ คุณลุงเอ็ดมันธ์อยากให้้ข้ากับท่านแม่ช่วยอะไร? "
ชาร์ล็อตกล้ำกลืนความสงสัยที่มีอยู่เต็มปากนั้นลงลำคอ แสร้งทำทีเป็เอียงคอเล็กน้อย มองใบหน้าอันแสนคุ้นเคยด้วยแววตาเปล่งประกายไร้เดียงสาจนคนที่มาขอความช่วยเหลือนั้นเหงื่อตก เขาทำทีเป็ใช้มือสากดันแผ่นหลังเล็ก ๆ ให้เดินไปตามเส้นทางโดยไม่พูดอะไร จนสุดท้ายจึงมาหยุดอยู่หน้าประตูบ้าน
“ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้วค่ะ”
เด็กหญิงเอ่ยร้องเรียกมือผลักบานประตูเปิดเข้าไปด้านใน เผยให้เห็นหญิงสาววัยกลางคนที่กำลังหมกมุ่นอยู่กับการเช็ดโต๊ะเสียจนแผ่นไม้แทบสึก
อื้ม บางทีมารดาของเธอเองก็มีความพยายาม และนิสัยแบบแปลก ๆ ไปสักหน่อย แต่ก็ไม่ถึงขนาดรับไม่ได้ล่ะนะ…
“กลับมาแล้วหรือจ๊ะชาร์ล็อต”
เ้าของใบหน้าสวยได้รูปเงยหน้าขึ้นมองพลางส่งเสียงหวาน มองตามเด็กหญิงที่เดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับใครสักคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี
“อ้าว เอ็ดมันธ์?”
เ้าของชื่อค้อมหัวให้เล็กน้อย “สวัสดีซาแมนธ่า ข้าขอโทษที่มารบกวน”
“แหม รบกงรวบอะไรกัน.. ไม่มีหรอกจ้ะ” ซาแมนธ่าส่ายหน้าทั้งที่รู้ความจริงดียิ่งกว่าอะไร แต่กระนั้นก็ไม่คิดจะปริปากพูด เพราะว่าสีหน้าสามีกับลูกสาวที่หงุดหงิดตอนโดนอีกฝ่ายแกล้ง มันตลกออกจะตายไป
“ท่านแม่ คุณลุงเอ็ดมันธ์จะแต่งงานล่ะคะ”
“แต่งงาน?”
ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นเบิกกว้าง พลันมือก็ยกขึ้นปิดปากส่ายหน้าไปมาอย่างไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่นัก ลักษณะท่าทางเหมือนกับตอนที่เธอรู้เื่นี้ก่อนเป็คนแรกไม่ผิดเพี้ยน แค่แตกต่างออกไปตรงที่ว่ารีแอคชั่นของแม่เธอนั้น ดูจะโอเวอร์เกินกว่าจริงไปสักหน่อยแค่นั้นเอง
“ไม่น่าเชื่อ ข้าไม่นึกไม่ฝันเลย”
“…” เอ็ดมันธ์ที่ไม่เข้าใจว่าทำไมภรรยาเพื่อน และหลานถึงใขนาดนั้นยืนทำหน้าตาย
เขาก็แค่กำลังจะแต่งงานเองไหม ทำไมแม่ลูกคู่นี้ถึงได้ดูตื่นใราวกับว่าตอนบ่ายนั้นจะมีวัวตกลงมาจากท้องฟ้าไปได้ไม่ทราบ
"แล้วท่านลุงเอ็ดมันธ์ก็อยากให้ท่านแม่ช่วยอะไรบางอย่างด้วยค่ะ” เด็กหญิงกล่าวเสริม
“โอ้ แน่นอน ๆ ” ซาแมนธ่าปรี่เข้ามาหลังจากหายใแล้ว ก่อนจะชักชวนสหายของสามีให้เข้ามานั่งที่เก้าอี้ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ละเลยลูกสาว และหันมายิ้มแย้มให้จนฉาบอยู่เต็มใบหน้า “ชาร์ล็อต ลูกช่วยเก็บของเข้าที่เข้าทางให้หน่อยได้ไหมจ๊ะ แม่จะใช้เวลาคุยธุระกับเอ็ดมันธ์สักหน่อย ถ้าเสร็จแล้วแม่จะไปช่วยทีหลัง”
เด็กหญิงวัยแปดขวบที่มีร่างของิญญาที่มาจากต่างถิ่นนั้นพยักหน้าหงึกหงัด มือเล็ก ๆ คว้าหยิบตะกร้าที่เอ็ดมันธ์วางเอาไว้บนโต๊ะขึ้นมาเดินเข้าห้องครัวไป เนื่องจากของสดที่นี่เก็บได้ไม่นานนักเพราะไม่มีตู้เย็นที่เอาไว้เก็บความสด ดังนั้นตอนนี้เธอก็เลยต้องใช้วิธีถนอมอาหารแบบบ้าน ๆ เช่นการจุดไฟเพื่อเตรียมรมควันเนื้อสัตว์
ชาร์ล็อตคว้าถ่านขึ้นมา โยนมันเข้าไปในเตาแล้วเริ่มจุดไฟให้ติด มันไม่ใช่เื่ยากอะไรสำหรับคนที่มาจากอนาคตแบบเธอ เพราะว่าตอนมัธยมมี่ที่ต้องเข้าค่ายลูกเสือเนตรนารี เลยมีหนึ่งในวันพักแรมที่ต้องจุดไฟทำกับข้าวกินด้วยตัวเอง
และเธอเองก็พึ่งได้ขุดเอามันออกจากกรุมาใช้ก็ตอนนี้นี่แหละ…
เสียงไฟดังลั่นเปรี๊ยะกับไม้ฟืน เด็กหญิงหยิบเนื้อที่ถูกห่ออย่างดีออกมา ตามด้วยไข่ และเครื่องเทศ ดวงตาสีชมพูแมกโนเลียนั้นมองไปรอบ ๆ เพื่อมองหาที่เก็บ
ไข่ไก่เก็บไว้ในตะกร้าตรงนั้น ส่วนเครื่องเทศต้องเก็บไว้ในตู้ แต่ด้วยส่วนสูงที่ไม่น่าจะถึง เด็กหญิงจึงลากเก้าอี้กินข้าวที่วางเฉย ๆ ออกมา ป่ายปีนขึ้นไปบนนั้น แล้วพยายามเขย่งเพื่อยื่นมือขึ้นไป
โชคร้าย ที่จู่ ๆ เก้าอี้ที่เธอยืนทรงตัวอยู่ก็เกิดลื่นขึ้นมา!
ชาร์ล็อตเหลือบมองไข่ไก่ในมือด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ดวงตาคู่นั้นเบิกถลน มือตัวเองที่ยื่นไปด้านหน้าพยายามจะไขว่คว้าบางสิ่งเพื่อฉุดรั้งไม่ให้ตัวเองร่วงตกจากเก้าอี้ หางตาทันเหลือบเห็นเงาร่างของมารดา ที่เดินเข้ามาในครัวพร้อมเบิกตากว้างอ้าปากเหมือนจะกรีดร้อง
เวลาทุกอย่างที่เกิดขึ้นเหมือนจะเกิดขึ้นเร็วมาก จนเด็กหญิงวัยแปดขวบต้องหลับตาปี๋ เพื่อเตรียมรับกับแรงกระแทก
“…”
ทำไมไม่เจ็บ?
เสียเงียบที่ไร้ซึ่งความเจ็บนั้นทำให้เธอประหลาดใจ เด็กหญิงลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ไข่ไก่ฟองที่ชาร์ล็อตตั้งใจจะเก็บนั้นลอยหวืออยู่กลางอากาศ พร้อมกับร่างเธอที่ไม่ได้ร่วงลงไปกองกับพื้น
นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่!
“ชาร์ล็อต!”
ซาแมนธ่าเรียกชื่อของเธอเสียงดัง รีบปราดเข้ามาโอบอุ้มตัวของเธอที่ยังลอยอยู่พร้อมคว้าไข่ไก่ฟองนั้นเอา่ไว้อย่างไม่ลืม “ดีจริงที่ลูกไม่เป็อะไร”
น้ำเสียงหวานเอ่ยพร่ำบ่นซ้ำไปซ้ำมาราวกับปลอบขวัญตัวเอง และลูกน้อยในอ้อมกอด มองใบหน้าเด็กหญิงด้วยแววตาเป็ห่วงที่อัดแน่นอยู่ภายใน เอ็ดมันธ์ซึ่งเดินเข้ามาตามเสียงะโเรียกชื่ออันแสนดังนั้นยืนมองตาค้าง เพราะเขาทันเห็นภาพที่เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ วัยแปดขวบลอยอยู่กลางอากาศพร้อมไข่ไก่
“ชาร์ล็อต! เป็อะไรหรือเปล่า” ท่าทางกระวนกระวายนั้นพาเอาชาร์ล็อตใจเสีย
ก็ถ้าลูกสาวของอีธานเป็อะไรไป เขาคงโดนเอาตายแน่
“ข้าไม่เป็ไรค่ะ…” เด็กหญิงตอบกลับ ลูบต้นแขนมารดาคล้ายบอกให้ปล่อยนางลง ไม่เจ็บตัวแบบนี้ก็ดีเท่าไหน "ข้าไม่าเ็ตรงไหน ปลอดภัยดีด้วย”
“ดีแล้วๆ” เอ็ดมันธ์ลูบอกตนเองพลันถอนหายใจ มองซาแมนธ่าและเด็กหญิงสลับไปสลับมา ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นโตขึ้นเล็กน้อย เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงประหลาดใจคล้ายสำนึกอะไรบ้างอย่างได้
“เมื่อครู่…"
"เ้าใช้เวทมนตร์รึ?”
End Chapter II