ตอนที่ 21 ความโกรธ
การสนทนากับซ่งหลงทำให้หยางจิ้นได้รับแรงบันดาลใจและความเข้าใจใหม่ในการฝึกฝน เขารู้ว่าการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องมีความอดทนและวิธีการที่ถูกต้อง เพื่อให้เขาสามารถพัฒนาตนเองและเอาชนะอุปสรรคได้อย่างแท้จริง
ในยามเย็นที่สนามฝึกซ้อมของสถาบันหลงหยวน แสงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าสาดส่องลงมาเป็ลำแสงสีส้มอ่อน ท้องฟ้าสีครามค่อยๆ เปลี่ยนเป็สีม่วงและน้ำเงินเข้ม สายลมเย็นสบายพัดผ่านต้นไม้ที่ปลิวไสว สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบแต่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
นักเรียนจำนวนหนึ่งยังคงฝึกซ้อมอยู่ในสนาม โดยมีเหว่ยหลิงและซ่งหลินเป็ผู้นำการฝึก หยางจิ้นเดินเข้ามาในสนามฝึกซ้อม สายตาของเขาจับจ้องไปที่เหว่ยหลิงด้วยความมุ่งมั่นและความโกรธ
“เหว่ยหลิง ข้า้าพูดกับเ้า” หยางจิ้นะโเรียกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
เหว่ยหลิงหันมามองหยางจิ้น สายตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยและความห่วงใย “หยางจิ้น มีอะไรหรือ?”
หยางจิ้นก้าวเข้ามาใกล้เหว่ยหลิง ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธและความท้าทาย “ข้าไม่สามารถทนเห็นเ้าได้รับความชื่นชมและความยอมรับจากทุกคน ข้าต้องพิสูจน์ว่าข้าเหนือกว่าเ้า ข้า้าท้าทายเ้าในการต่อสู้”
เหว่ยหลิงมองหยางจิ้นด้วยความเห็นใจ “หยางจิ้น ข้าไม่้าสู้กับเ้า ข้าเข้าใจว่าการที่เ้าต้องเผชิญกับความกดดันจากครอบครัวมันยากแค่ไหน แต่การต่อสู้ไม่ใช่คำตอบเดียว”
“เ้าจะไม่มีวันเข้าใจ ข้าต้องพิสูจน์ตัวเอง ข้าต้องทำให้บิดาของข้ายอมรับในตัวข้า” หยางจิ้นตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเ็ปและความมุ่งมั่น
“ข้าเข้าใจความรู้สึกของเ้า แต่การใช้ความรุนแรงและความเกลียดชังจะไม่ช่วยเ้า” เหว่ยหลิงตอบด้วยความสงสาร
“เ้าพูดเหมือนเ้าเข้าใจทุกอย่าง ข้าจะทำให้เ้าเห็นว่าเ้าไม่รู้เื่อะไรเลย!” หยางจิ้นะโและเริ่มการโจมตี
หยางจิ้นยกมือขึ้นรวบรวมพลังปราณเพลิงทมิฬ เปลวเพลิงที่รุนแรงพุ่งตรงไปที่เหว่ยหลิง สายตาของหยางจิ้นเต็มไปด้วยความโกรธและความเกลียดชัง
เหว่ยหลิงไม่รอช้า เขาใช้วิชาวายุเหมันต์ในการป้องกัน กระแสลมเย็นที่หมุนวนรอบตัวเขาสร้างะุลูกเห็บที่แข็งแกร่งพุ่งตรงไปที่เปลวเพลิงของหยางจิ้น
การปะทะกันของพลังทั้งสองฝั่งสร้างแสงสว่างและเสียงดังสนั่นทั่วสนามฝึกซ้อม นักเรียนคนอื่นๆ ที่อยู่ในสนามหยุดการฝึกและหันมามองการต่อสู้อย่างตื่นเต้นและหวาดหวั่น
“ข้าจะไม่ยอมแพ้ ข้าจะทำให้เ้าเ็ปเหมือนที่ข้าต้องเผชิญ” หยางจิ้นะโด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ
“หยางจิ้น ข้าจะไม่ยอมให้เ้าใช้ความเกลียดชังทำลายทุกอย่าง” เหว่ยหลิงตอบโต้ด้วยความมุ่งมั่น
การต่อสู้ระหว่างหยางจิ้นและเหว่ยหลิงดำเนินไปอย่างดุเดือด ทั้งสองใช้พลังปราณในการโจมตีและป้องกันอย่างไม่หยุดยั้ง พื้นหญ้าในสนามฝึกถูกทำลายจากการปะทะของพลัง ทั้งสองคนต่างไม่มีใครยอมแพ้
สุดท้าย การโจมตีของหยางจิ้นเริ่มอ่อนลงจากความเหนื่อยล้า ขณะที่เหว่ยหลิงยังคงยืนหยัดและใช้วิชาวายุเหมันต์ในการป้องกันและตอบโต้
“หยางจิ้น เ้าต้องหยุด ข้าไม่้าทำร้ายเ้า” เหว่ยหลิงพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
“ข้า...ข้าไม่สามารถหยุดได้ ข้าต้องพิสูจน์ตัวเอง ข้าต้องทำให้บิดายอมรับในตัวข้า” หยางจิ้นตอบด้วยเสียงที่แ่เบา
เหว่ยหลิงลดมือของเขาลงและเดินเข้ามาใกล้หยางจิ้น “ข้ารู้ว่าเ้ามีความสามารถ แต่การพิสูจน์ตัวเองไม่จำเป็ต้องทำร้ายผู้อื่น เ้าต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับตนเองและพัฒนาความสามารถในทางที่ถูกต้อง”
หยางจิ้นมองเหว่ยหลิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเ็ปและความสับสน “ข้าจะพยายาม...ข้าจะพยายามทำให้ดีขึ้น”
การเผชิญหน้าครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้หยางจิ้นตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาตนเอง แต่ยังเป็การเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นในตัวเขา ทั้งสองคนรู้สึกถึงความเข้าใจและความเห็นใจที่เพิ่มขึ้น ทำให้พวกเขาสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและพัฒนาความสามารถของตนเองได้อย่างแท้จริง
ยามบ่ายในสนามฝึกซ้อมของสถาบันหลงหยวน หลังจากการเผชิญหน้ากับเหว่ยหลิง หยางจิ้นกลับมาที่สนามฝึกซ้อมส่วนตัวของเขาในมุมที่เงียบสงบของสถาบัน ท้องฟ้าสีครามไร้เมฆและแสงแดดส่องสว่างสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น แต่ภายในใจของหยางจิ้นกลับเต็มไปด้วยความโกรธและความสับสน
หยางจิ้นยืนอยู่กลางสนาม ฝึกฝนวิชาปราณเพลิงทมิฬ เปลวเพลิงรุนแรงพุ่งออกจากมือของเขา ทำลายเป้าหมายการฝึกซ้อมที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า เสียงะเิของเปลวเพลิงทำให้บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความเงียบสงบ
“ข้าจะต้องพิสูจน์ตัวเอง ข้าจะไม่ยอมแพ้!” หยางจิ้นะโด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ เขารวบรวมพลังปราณในร่างกายและปล่อยเปลวเพลิงที่รุนแรงยิ่งขึ้น เป้าหมายการฝึกซ้อมถูกทำลายจนกลายเป็เถ้าถ่าน
ความโกรธที่สะสมในใจของหยางจิ้นทำให้เขารู้สึกหนักอึ้ง เขากำหมัดแน่นและะโด้วยความเ็ป “ทำไมข้าถึงยังไม่สามารถเอาชนะเหว่ยหลิงได้ ทำไมข้าถึงต้องเผชิญกับความกดดันนี้!”
ขณะที่เขายังคงปล่อยเปลวเพลิงรุนแรงออกมา ซ่งหลงเดินเข้ามาในสนามฝึกซ้อม ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย “หยางจิ้น เ้าเป็อะไร ข้าเห็นเ้าโกรธและเศร้า ข้าอยากช่วยเ้า”
หยางจิ้นหันมามองซ่งหลงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ “ข้ารู้สึกว่าข้าถูกกดดันตลอดเวลา ข้าต้องพิสูจน์ตัวเอง ข้าต้องทำให้บิดายอมรับในตัวข้า แต่ข้ากลับไม่สามารถเอาชนะเหว่ยหลิงได้”
ซ่งหลงเดินเข้ามาใกล้และพูดด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น “ข้าเข้าใจความรู้สึกของเ้า หยางจิ้น แต่การที่เ้าฝึกฝนอย่างหนักจนไม่ยอมพักและการใช้ความโกรธในการฝึกฝนจะไม่ช่วยให้เ้าพัฒนาได้”
หยางจิ้นหายใจหอบและพยายามสงบสติอารมณ์ “ข้าไม่รู้ว่าข้าควรทำอย่างไร ข้ารู้สึกว่าข้ากำลังพยายามทำทุกอย่าง แต่กลับไม่ได้ผลลัพธ์ที่ข้า้า”
ซ่งหลงยิ้มเบาๆ และวางมือลงบนไหล่ของหยางจิ้น “เ้าเป็เพื่อนข้า ข้าไม่อยากเห็นเ้าทำร้ายตัวเอง การฝึกฝนที่หนักหน่วงและการใช้ความโกรธจะทำให้เ้าเหนื่อยล้าและเสียพลัง เ้าต้องรู้จักพักผ่อนและมีความอดทนในการพัฒนาตนเอง”
หยางจิ้นฟังคำแนะนำของซ่งหลงและเริ่มรู้สึกถึงความเข้าใจมากขึ้น “ข้าจะพยายามปรับปรุงวิธีการฝึกฝน ข้าจะไม่ใช้ความโกรธเป็แรงขับเคลื่อน ข้าจะพยายามพัฒนาตนเองในทางที่ถูกต้อง”
ซ่งหลงพยักหน้าและพูดด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น “ข้ารู้ว่าเ้ามีความสามารถ หยางจิ้น ข้าเชื่อว่าเ้าสามารถทำได้ดี เพียงแค่เ้าต้องมีความอดทนและรู้จักวิธีการฝึกฝนที่เหมาะสม”
หยางจิ้นมองเพื่อนสนิทของเขาด้วยความรู้สึกขอบคุณ “ขอบใจเ้าซ่งหลง ข้าจะพยายามให้ดีที่สุด ข้าจะไม่ยอมแพ้”
การแสดงออกความโกรธของหยางจิ้นในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เขาได้ปลดปล่อยความรู้สึกที่สะสมอยู่ในใจ แต่ยังทำให้เขาได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของการฝึกฝนอย่างมีสติและการพักผ่อน การได้รับคำแนะนำจากเพื่อนสนิททำให้หยางจิ้นรู้สึกมีความหวังและความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองต่อไป
ยามค่ำคืนในคฤหาสน์ของตระกูลหยาง แสงจันทร์ส่องสว่างผ่านหน้าต่างกระจกใสเป็ลำแสงสีเงินที่กระทบกับพื้นหินขัดสะอาดสะอ้าน ภายในห้องทำงานของบิดา หยางจิ้นนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังสีเข้ม รอคอยบิดาของเขาที่กำลังตรวจสอบเอกสารที่โต๊ะทำงาน บรรยากาศเงียบสงบแต่เต็มไปด้วยความกดดัน
บิดาของหยางจิ้นเงยหน้าขึ้นจากเอกสารและมองตรงไปที่ลูกชาย สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม “เ้ามาหาข้ามีเื่อะไรหรือ หยางจิ้น?”