ข้าลงทุนกับโชคชะตา และโลกก็ต้องตอบแทนแก่ข้า

    อาคม

    กัวหนิงจ้องกลุ่มละอองนั้นไม่กะพริบตา แววตาที่เคยสงบนิ่งเริ่มปรากฏความสั่นไหวเล็กน้อย

    คังห่าวถอนหายใจเบา ๆ ก่อนพูดต่อ

    “ใช่… และนี้มันไม่ใช่พิษธรรมดา”

    เขาสะบัดมือเบา ๆ ละอองพิษค่อย ๆ หยุดนิ่งกลางอากาศ ราวกับถูกตรึงด้วยพลังบางอย่าง

    “พิษนี้… แม้แต่นักบุญก็ไม่สามารถขับออกได้ด้วยตนเอง”

    คำพูดนั้นทำให้หลิวหลงขมวดคิ้วแน่นขึ้นทันที เฉินเหยาหรี่ตาลงเล็กน้อย สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความครุ่นคิด

    คังห่าวมองปฏิกิริยาของทุกคน ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงความหมายลึกซึ้ง

    “โอสถที่ข้าซื้อ… ไม่สามารถถอนพิษนี้ได้จริง มันทำหน้าที่แค่ระงับอาการต่างๆ เท่านั้นแต่ไม่ได้ขจัดพิษออกจากร่างกายแม้แต่น้อย”

    เขาหยุดเล็กน้อย สายตาของเขากวาดมองทุกคนในห้อง

    “พิษในสายฝน… และส่วนผสมบางอย่างในโอสถเม็ดนี้ เป็นสารชนิดเดียวกัน”

    ทันใดนั้นเอง หลิวหลงควักดาบออกจากแหวนมิติในพริบตา แสงคมของคมดาบสะท้อนประกายเย็นเยียบ ก่อนที่ปลายดาบจะพุ่งไปจ่ออยู่ที่ลำคอของหลิวชิงอย่างแม่นยำและรวดเร็ว

    “อยู่เฉย ๆ”

    เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา ราวกับลมหนาวที่พัดผ่านกระดูก

    “ห้ามขยับอะไรทั้งนั้น หากเจ้าขยับแม้แต่นิดเดียว ข้าจะฆ่าเจ้าทันที”

    บรรยากาศภายในห้องพลันตึงเครียดขึ้นไปอีกระดับ พลังจิตสังหารแผ่ซ่านออกมาจากตัวหลิวหลงจนแม้แต่โต๊ะไม้เนื้อดียังส่งเสียงแตกร้าวเบา ๆ

    หลิวชิงจ้องมองเขาอย่างนิ่งสงบ สายตาของนางไร้ความหวาดกลัวใด

    “เจ้าต่างหาก… ที่ต้องใจเย็น”

    ฉึก

    คมดาบแทงเข้าไปที่ลำคอของนางในทันที เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาตามคมเหล็ก กลิ่นเลือดคละคลุ้งในอากาศ

    แต่ในวินาทีนั้นเอง

    “หยุดซะ หลิวหลง”

    เสียงของกัวหนิงดังขึ้นอย่างรวดเร็ว

    ปลายดาบหยุดนิ่งในทันที หลิวหลงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนดาบกลับ แล้วเก็บมันเข้าแหวนมิติทันที

    “แต่คุณหนู…”

    กัวหนิงไม่ตอบในทันที นางจ้องมองหลิวชิงอย่างลึกซึ้ง ราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งจากดวงตาของอีกฝ่าย

    “หลิวชิง… ตอบข้ามาตรง ๆ”

    เสียงของนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยนแต่หนักแน่น

    “เจ้าตอนนี้… ยังเป็นคนของข้าอยู่หรือไม่”

    คำถามนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบลง แม้แต่คังห่าวยังหรี่ตามองด้วยความแปลกใจ

    หลิวชิงตอบแทบจะทันทีโดยไม่ลังเล

    “ชีวิตของข้า… มอบให้คุณหนูเพียงผู้เดียว”

    กัวหนิงหลับตาลงเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อช้า ๆ

    “ถ้าเช่นนั้น… เปิดเผยความทรงจำของเจ้าให้ข้าดูได้หรือไม่ โดยเฉพาะคืนที่ผ่านมา… ตอนที่เจ้าไปหอการค้าเมฆา”

    หลิวชิงเงียบไปครู่หนึ่ง

    จากนั้นนางก็แลบลิ้นออกมาเล็กน้อย เผยให้เห็นสัญลักษณ์อาคมสีดำคล้ำที่ฝังลึกอยู่ด้านใน มันเปล่งแสงวูบวาบราวกับสิ่งมีชีวิตที่กำลังดิ้นรน

    ดวงตาของเฉินเหยาหดแคบลงทันที

    หลิวชิงยิ้มบาง ๆ ก่อนพูดเสียงแผ่ว

    “ขอบคุณ… สำหรับทุกอย่าง… คุณหนู”

    ทันทีที่คำพูดนั้นจบลง

    พลังบางอย่างระเบิดออกจากร่างของนางในทันที อาคมแห่งชีวิตที่ฝังอยู่ในร่างเริ่มทำงาน เส้นแสงสีดำแดงพุ่งขึ้นมาจากผิวหนัง ราวกับกำลังบีบคั้นวิญญาณให้แตกสลายจากภายใน

    ร่างของหลิวชิงกระตุกอย่างรุนแรง เลือดไหลออกจากมุมปาก ดวงตาพร่าเลือน แต่พลังจิตของนางกลับถูกผลักดันออกมาอย่างฝืนธรรมชาติ

    ภาพความทรงจำเริ่มก่อตัวกลางอากาศ

    แต่ในวินาทีนั้นเอง

    ร่างของคังห่าวพุ่งเข้ามาดุจสายฟ้า ฝ่ามือของเขาตบลงบนอากาศตรงหน้า สร้างตราประทับพลังขนาดใหญ่ปิดผนึกอาคมที่กำลังกลืนกินชีวิตของหลิวชิงเอาไว้

    คลื่นพลังปะทะกันอย่างรุนแรงจนพื้นห้องสั่นสะเทือน

    กัวหนิงเบิกตากว้าง

    “เกิดอะไรขึ้นกัน”

    เฉินเหยาพูดขึ้นทันที น้ำเสียงเคร่งเครียดกว่าปกติ

    “นางน่าจะถูกควบคุมด้วยอาคมอะไรสักที่กำหนดเงื่อนไขอะไรไว้… และดูเหมือนว่าเงื่อนไขของมันคือ น่าจะเป็นหากเปิดเผยความลับบางอย่าง นางจะถูกทำลายทั้งร่างกายและวิญญาณ”

    นางจ้องไปที่หลิวชิง ก่อนจะพูดต่อเบา ๆ

    “เมื่อกี้นางน่าจะกำลังพยายามเปิดเผยความทรงจำ… พร้อมกับสละชีวิตตัวเอง เพื่อบอกความจริงกับเจ้านะ”

    บรรยากาศในห้องหนักอึ้งราวกับถูกกดทับด้วยภูเขา

    พลังของคังห่าวพุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง พลังของนักบุญไหลเวียนออกจากร่างกายของเขา เพื่อพยายามตรึงอาคมแห่งความตายที่กำลังกัดกินวิญญาณของหลิวชิงเอาไว้

    เส้นเลือดบนหน้าผากของเขาปูดโปนเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าแม้แต่เขา… ก็ต้องใช้พลังอย่างมหาศาล

    ทันใดนั้น ภาพความทรงจำก็ปรากฏขึ้นแต่ไม่ค่อยสมบูรณ์สักเท่าไหร่

    แสงภาพสั่นไหวกลางอากาศ เผยให้เห็นเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา

    ภายในห้องลับของหอการค้าเมฆา

    หลิวชิงยืนอยู่ตรงหน้า หวังเฉียง สีหน้าของชายผู้นั้นยังคงสุภาพ อบอุ่น และเปี่ยมด้วยมารยาทการค้าตามแบบฉบับผู้นำหอการค้า

    แต่ดวงตาของเขา… กลับเย็นชาไร้อารมณ์

    “เจ้าถูกส่งมาเพื่อทำลายชื่อเสียงของข้า… ใช่หรือไม่”

    เสียงของหวังเฉียงดังขึ้นอย่างเรียบเฉย

    หลิวชิงนิ่งเงียบ แต่เพียงเสี้ยววินาทีนั้นเอง

    เงาร่างสี่สายก็ปรากฏขึ้นด้านหลังนาง พลังระดับราชานักบุญกดทับลงมาจนพื้นที่โดยรอบบิดเบี้ยว

    หลิวชิงถูกตรึงเอาไว้ทันที ไม่สามารถขยับแม้แต่น้อย

    หวังเฉียงเดินเข้ามาใกล้ สีหน้ายังคงยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนราวกับกำลังพูดคุยเรื่องธุรกิจทั่วไป

    “น่าเสียดาย… ข้าชื่นชมความสามารถของเจ้าจริง ๆ”

    จากนั้นเขาก็หยิบขวดยาออกมา เปิดฝาอย่างช้า ๆ ก่อนจะยัดโอสถเม็ดหนึ่งเข้าปากของนางโดยไม่เปิดโอกาสให้ต่อต้าน

    ทันใดนั้น ภาพความทรงจำสั่นไหวรุนแรง

    หลิวชิงกระอักเลือด ร่างกายสั่นสะท้าน พลังอาคมสีดำค่อย ๆ ฝังลึกเข้าไปในเส้นลมปราณและวิญญาณของนาง

    ในภาพความทรงจำ เสียงของหวังเฉียงดังขึ้นอย่างชัดเจนราวกับกำลังกระซิบอยู่ข้างหูทุกคนในห้อง

    “ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป… ชีวิตของเจ้า จะขึ้นอยู่กับข้า ดังนั้นหลังจากตอนนี้ จงเอาโอสถนี้ไปให้กัวหนิงกินซะ”

    ภาพความทรงจำพลันแตกกระจาย

    เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของหลิวชิงดังขึ้นในห้องจริง ร่างของนางกระตุกอีกครั้ง ก่อนพลังอาคมจะพยายามปะทุอย่างรุนแรงกว่าเดิม

    คังห่าวกัดฟันแน่น พลังผนึกของเขาปะทะกับอาคมนั้นจนเกิดเสียงแตกสะเทือนในอากาศ

    ในวินาทีนั้นเอง หลิวหลงก็ก้าวเข้ามาโดยไม่ลังเล เขายกฝ่ามือขึ้น พลังดาบและกฎแห่งการตัดแยกพุ่งทะยานออกมาห่อหุ้มร่างของหลิวชิงทันที เส้นพลังของเขาแทรกเข้าไปประคองพลังผนึกของคังห่าวเอาไว้

    “ข้าจะช่วยตรึงมันเอาไว้!”

    เสียงของหลิวหลงตึงเครียดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

    คลื่นพลังสองสายประสานกันทันที พลังชีวิตและพลังตัดขาดไหลเวียนสวนทางกันพยายามแยกอาคมออกจากวิญญาณของหลิวชิงอย่างฝืนธรรมชาติ

    “อ๊าาาาาาา!”

    เสียงกรีดร้องของหลิวชิงดังลั่นห้อง มันไม่ใช่เสียงของความเจ็บปวดธรรมดา แต่มันคือเสียงของวิญญาณที่กำลังถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ

    ปึก!

    คังห่าวกระอักเลือดออกมาอย่างรุนแรง เลือดสีแดงสดไหลออกจากมุมปาก กระทบพื้นไม้เกิดเสียงหยดแผ่ว ๆ ร่างของเขาสั่นเล็กน้อย แต่ฝ่ามือยังคงกดตราประทับพลังเอาไว้อย่างไม่ยอมปล่อย

    เฉินเหยามองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเคร่งเครียด นางรู้ทันทีว่าสถานการณ์กำลังหลุดการควบคุม

    นางก้าวเข้าไปใกล้ร่างของหลิวชิงช้า ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นแตะลงบนหน้าผากของหลิวชิงอย่างแผ่วเบา

    วูมมม!

    ทันใดนั้น พลังสีขาวเงินปะทุออกมาจากร่างของเฉินเหยา คลื่นพลังนั้นบริสุทธิ์ ลึกซึ้ง และเก่าแก่จนบรรยากาศทั้งห้องหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ราวกับกาลเวลาถูกกดให้ชะลอลง

    แสงสีเงินไหลผ่านหน้าผากของหลิวชิง แทรกซึมเข้าไปในจิตวิญญาณโดยตรง พลังอาคมสีดำที่กำลังคลุ้มคลั่งพลันหยุดชะงัก เส้นสายพลังเริ่มแตกสลายราวกับถูกแรงกดดันจากสิ่งที่สูงกว่าทำลายโครงสร้างของมัน

    แต่ในขณะเดียวกัน

    เฉินเหยาก็กระอักเลือดออกมาอย่างรุนแรง เลือดสีแดงสดหยดลงบนปลายนิ้วของนาง กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ลอยฟุ้งในอากาศ

    สีหน้าของนางซีดลงเล็กน้อย แต่ดวงตายังคงมั่นคงไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย

    เพียงไม่กี่ลมหายใจต่อมา

    ร่างของหลิวชิงก็สงบนิ่งลงทันที เส้นอาคมที่เคยคลุ้มคลั่งเริ่มหดตัวและถูกผนึกไว้ชั่วคราว

    ความเงียบที่หนักอึ้งเข้าปกคลุมทั้งห้อง

    หลิวหลงจ้องมองเฉินเหยาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสน ความตกตะลึง และความระแวง เขาไม่สามารถอธิบายพลังเมื่อครู่ได้เลย

    มันไม่ใช่พลังที่ผู้ฝึกตนระดับนิพพานจะปลดปล่อยออกมาได้แม้แต่น้อย

    แต่สิ่งที่ทำให้เขาขนลุกยิ่งกว่า คือบรรยากาศรอบตัวของนางในวินาทีนั้น มันทำให้เขานึกถึงบุคคลหนึ่ง

    บิดาของกัวหนิง ผู้เป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่…

    มันไม่ใช่ในด้านความแข็งแกร่งทางพลังโดยตรง แต่เป็นแรงกดดันลึกล้ำที่ทำให้ทุกสิ่งรอบตัวต้องยอมสยบโดยสัญชาตญาณต่อหน้าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่

    หลิวหลงกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว สายตาของเขาเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อยขณะจ้องมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า

    ในขณะเดียวกัน

    คังห่าวที่ตอนนี้กำลังทำท่ารักษาร่างกายตัวเองอยู่ พลันหยุดนิ่งเล็กน้อย ก่อนที่พลังจิตของเขาจะไหลเข้าสู่แหวนมิติ

    เสียงของเขาดังขึ้นภายในเครือข่ายลับโดยไม่มีใครในห้องได้ยินแม้แต่คนเดียว

    “หลิวชิง… ยังไม่ตาย… เอาไงต่อ”

    คล้ายกับเรื่องข้าลงทุนกับโชคชะตา และโลกก็ต้องตอบแทนแก่ข้า ที่คุณอ่าน