พลัดมาตุภูมิ

    บทที่ 3 พี่ชาย

    ก่อนที่อู๋จงหยวนจะกระโดดลงมา เขามีแผนบางอย่างอยู่ในใจแล้ว หลังจากลงจากต้นไม้ เขาก็พุ่งไปที่ไอ้เสื้อลายดอกที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักทันทีเมื่อนักเลงทั้งกลุ่มเห็นอย่างนั้นจึงคิดว่าเด็กหนุ่มเจ้าของบ้านจะเข้าไปฆ่าลูกพี่ จึงโห่ร้องตะโกนสั่งให้เขาหยุดและพุ่งเข้ามาขวางคราวนี้อู๋จงหยวนใช้วิชาตัวเบา ทักษะวิชาตัวเบานี้ไม่ใช่เพียงแค่กระโดดขึ้นลงในที่สูงมากๆ ได้เท่านั้น แต่ยังช่วยให้สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างว่องไวบนพื้นด้วย เขาวิ่งไปพร้อมกับเบี่ยงตัวหลบหลีกกลุ่มนักเลงไปด้วย ซึ่งในขณะที่วิ่งอยู่นั้นตาของเขาก็เหลือบไปเห็นมีดสั้นที่เสียบไว้ข้างเอวของไอ้โง่คนหนึ่ง เขารีบฉวยคว้าไว้แล้วใช้ประโยชน์จากมันทันที เด็กหนุ่มชูมีดวิ่งตรงเข้าไปหาไอ้เสื้อลายดอก!พวกนักเลงมักจะใช้มีดข่มขวัญศัตรูให้หวาดกลัว  แต่เมื่อนักเลงพวกนี้เจอเข้ากับตัวเองบ้างก็กลัวไม่ต่างกัน เมื่อเห็นอู๋จงหยวนวิ่งเข้ามาพร้อมมีด ไอ้เสื้อลายดอกก็หน้าซีดเผือดด้วยความกลัวทันที ‘ฉิบหายแล้ว’ เขาโยนลูกประคำที่อยู่ในมือทิ้งแล้วรีบหันหลังวิ่งหนีอย่างรวดเร็วไอ้เสื้อลายดอกวิ่งหนีไปข้างหน้า อู๋จงหยวนวิ่งไล่ตาม เขาวิ่งไล่พร้อมกับตะโกนด่าไปด้วย เด็กหนุ่มมองดูหัวหน้ากลุ่มอันธพาลวิ่งหนีอย่างเป็นเอาตายเมื่อไอ้เสื้อลายดอกได้ยินเสียงตะโกนด่าไล่ตามหลังมาก็สติแตกกระเจิดกระเจิง มันรีบวิ่งหนีลงเขาไปแบบไม่คิดชีวิตจริงๆ แล้วเขาไม่ได้คิดจะวิ่งไล่แทง เป้าหมายที่แท้จริงของเขาคือการสร้างความวุ่นวาย เพื่อหลอกให้ไอ้เสื้อลายดอกออกไป หลังจากนั้นเขาก็จะวิ่งย้อนกลับไปหยุดการขุดหลังจากวิ่งมาหลายสิบเมตรแล้ว อู๋จงหยวนก็หยุดกะทันหัน ก่อนจะหันหลังวิ่งกลับไอ้เสื้อลายดอกยังคงวิ่งด้วยความตื่นตระหนกโดยที่ไม่รู้ว่าอู๋จงหยวนนั้นไม่ได้วิ่งไล่ตามมาแล้ว เมื่อเห็นว่าพี่ใหญ่วิ่งหนี พวกนักเลงก็ได้แต่วิ่งหนีตามกันไปเมื่ออู๋จงหยวนมาถึงใต้ต้นไม้ คนขับรถขุดก็เริ่มลงมือขุดไปแล้ว คนขับเคยเห็นฉากการต่อสู้แบบนี้จนชินตาเพราะตอนนี้เป็นฤดูร้อน ประตูรถขุดจึงถูกเปิดไว้เพื่อระบายอากาศ อู๋จงหยวนกระโดดขึ้นรถแล้วกวาดตาดูแผงควบคุมเพื่อค้นหากุญแจคนขับรถก็ใช่ว่าจะยอมง่ายๆ เมื่อเห็นอู๋จงหยวนกระโดดขึ้นมาก็ใช้ไหล่กระแทก เพื่อผลักเขาลงไปในระหว่างที่คนขับพยายามผลักให้เขาออกไปนั้น อู๋จงหยวนก็พบกุญแจที่ยื่นออกมา เขาเอื้อมไปดึงกุญแจออก แต่เป็นเพราะไม่รู้กลไกการทำงานของเครื่องยนต์จึงทำให้เครื่องยนต์ยังคงติดอยู่เมื่อเห็นเช่นนั้นเขาก็ตกใจ คนขับได้ทีผลักเขาออกอีกครั้ง เพราะอยู่ในอาการตื่นตระหนกอู๋จงหยวนจึงปล่อยหมัดออกไปอย่างไม่ทันคิดหมัดตรงเข้ากระแทกเบ้าตาข้างซ้ายของคนขับ จนเขาต้องยกมือขึ้นมากุมเบ้าตาพลางร้องด้วยความเจ็บปวดอู๋จงหยวนต้องการทำให้คนขับรถหวาดกลัวจึงชกเข้าที่ตาขวาอีกข้าง“ถ้าแกยังกล้าขุดอีก ฉันจะฆ่าแกให้ตาย” อู๋จงหยวนทำท่าทางโหดเหี้ยมและข่มขู่“ยอมแล้วๆ ฉันไม่ขุดแล้ว” คนขับส่ายหัวไปมาด้วยความกลัวคนขับรถหนีไปแล้ว กลุ่มนักเลงก็ยังไม่กลับมา ไม่ไกลนักมีชายท่าทางกระวนกระวายยืนอยู่ เขาก็คือคนที่ขับรถขุดคนแรก เมื่อเห็นว่ายังมีอีกคนที่สามารถขับรถขุดได้ อู๋จงหยวนก็รีบตรงเข้าไปหาทันที คนขับคนแรกเห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งหนีไปเช่นกันอู๋จงหยวนวิ่งไล่มาสักพักก็เห็นพวกนักเลงเริ่มกลับขึ้นเขากันมา เขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมไอ้พวกนั้นถึงได้กลับมาช้านัก เพราะตอนนี้นักเลงที่กำลังขึ้นมาในมือถือมีดตัดฝืน บางคนก็ถือท่อเหล็กในขณะที่นักเลงพวกนั้นกำลังวิ่งขึ้นเขา คนขับก็กำลังวิ่งลงเขา อู๋จงหยวนก็วิ่งไล่ตาม เมื่อวิ่งไล่มาได้ประมาณ 10 เมตร ก็กระโดดถีบคนขับไปหนึ่งที ก่อนจะรีบวิ่งหันหลังกลับทันทีคราวนี้อู๋จงหยวนเป็นฝ่ายวิ่งหนี พวกนักเลงเป็นฝ่ายวิ่งไล่ตามเขาแทน อู๋จงหยวนตั้งใจจะวิ่งกลับขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ ครั้งนี้เขาปีนขึ้นต้นไม้ด้วยความกระวนกระวาย อีกทั้งพวกนักเลงพวกนั้นก็หยิบก้อนหินปาใส่เขาอู๋จงหยวนปีนขึ้นต้นไม้ไม่ได้ ด้วยความสิ้นคิดเขาจึงวิ่งวนรอบต้นไม้กลุ่มนักเลงโซ่ทองวิ่งตะโกนและไล่ตามเขา ก่อนหน้านี้พี่ใหญ่เสื้อลายดอกถูกอู๋จงหยวนทำให้อับอาย ในฐานะลูกน้องเมื่อเห็นลูกพี่โดนทำร้ายจึงไล่ล่าอู๋จงหยวนเพื่อล้างแค้นให้หลังจากวิ่งไล่ตามอู๋จงหยวนได้สักพัก พวกนักเลงก็หยุดวิ่ง ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่อยากวิ่งไล่ต่อแต่เพราะอู๋จงหยวนว่องไวเกินไปทำให้วิ่งตามไม่ทันเมื่อไอ้เสื้อลายดอกเห็นว่าลูกน้องของเขาวิ่งไล่ตามเด็กหนุ่มนั่นไม่ทันและเขาก็วิ่งขึ้นต้นไม้ไปแล้ว จึงเรียกให้พวกนั้นกลับมา แล้วลงมือขุดหลุมต่อคนขับรถขุดถูกอู๋จงหยวนชกเข้าที่เบ้าตาทั้งสองข้าง ตอนนี้ตาทั้งสองข้างช้ำจนกลายเป็นหมีแพนด้าไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนหน้านี้เพิ่งถูกอู๋จงหยวนข่มขู่มา ไหนเลยจะกล้าขุดต่อ แถมดวงตาของเขาก็บวมจนแทบจะมองอะไรไม่เห็น บริเวณเปลือกตาแทบจะเปิดไม่ขึ้นด้วยซ้ำคนหนึ่งก็ขับต่อไม่ไหว ส่วนอีกคนหนึ่งก็กลัวหัวหดจนวิ่งหนีลงเขาไปแล้วในระหว่างที่อู๋จงหยวนกำลังคิดว่าพวกนักเลงคงขุดต่อไม่ได้แล้ว  ทันใดนั้นไอ้เสื้อลายดอกก็ตะโกนบอกคนที่อู๋จงหยวนขโมยมีดมาว่า “เฮ้ย มึงน่ะ เคยเรียนโรงเรียนเทคนิคมานี่ มึงขึ้นไปขับซิ”“ห๊ะ?” นักเลงคนนั้นยกมือขึ้นเกาหัวอย่างอายๆ “ผมขับไม่เป็น ผมเรียนทำอาหารมาครับ”“ไอ้ชิบหาย” ไอ้เสื้อลายดอกด่ากลับ“พี่ใหญ่ ผมขับเป็น” หนึ่งในกลุ่มนักเลงพูดขึ้น“งั้นมึงไปขับ” เมื่อไอ้เสื้อลายดอกพูดเสร็จ ก็หันไปตะโกนใส่คนที่เหลือ “ล้อมเอาไว้ ถ้าไอ้หนูนั่นมันกล้ากลับมาอีก ฆ่าแม่งให้ตาย”รถขุดเริ่มขุดอีกครั้ง กลุ่มนักเลงเดินมาล้อมรอบต้นไม้ใหญ่แล้วจับจ้องอู๋จงหยวนในระยะไกลแม้ว่าอาจารย์จะไม่ได้ฝังไว้ใต้ต้นไม้ต้นนั้น อู๋จงหยวนก็ยังรู้สึกร้อนรน ร่างของอาจารย์ถูกฝังไว้ใต้ต้นโอ๊กอีกต้นที่อยู่ทางทิศเหนือ แต่บริเวณนอกป่ามีต้นโอ๊กใหญ่อยู่เพียงสองต้นเท่านั้น ถ้าขุดต้นนั้นนี้แล้วไม่เจอ พวกนักเลงต้องไปขุดอีกต้นแน่!อู๋จงหยวนตกอยู่ในสถานการณ์บีบคั้นเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยและกระวนกระวายอย่างหนัก พวกนักเลงหันมามองเขาแล้วกวัดแกว่งมีดตัดฝืนโชว์เป็นการข่มขู่ มีดสั้นที่เขาเพิ่งขโมยมานั้นมีความยาวไม่มากนัก ส่วนมีดตัดฝืนที่นักเลงพวกนั้นถืออยู่มีความยาวถึงสองฟุต ความยาวของมันแตกต่างกันเกินไป ครั้งนี้นักเลงพวกนั้นฉลาดขึ้น พวกเขาไม่ได้พยายามจับตัวอู๋จงหยวน แต่ถอยกลับมายืนคุ้มกันต้นไม้ที่จะขุดแทนอีกฝ่ายมีคนเยอะเกินไปทำให้ไม่สามารถใช้วิชาตัวเบาได้ อู๋จงหยวนหมดหนทาง เขาทำได้แค่เพียงหยิบก้อนหินขึ้นมาปาใส่เท่านั้น แต่ครั้งนี้นักเลงที่ขึ้นขับรถขุดปิดประตูรถเอาไว้ แถมจุดที่เขาปาก็ไกลเกินไปจึงทำอะไรพวกนั้นไม่ได้รถขุดขุดลงไปเรื่อยๆ ใต้ต้นไม้ถูกขุดจนกลายเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ ถ้าขืนยังปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ในไม่ช้าพวกนั้นก็จะพบว่าไม่มีโลงศพอยู่และต้องเปลี่ยนที่ขุดแน่อู๋จงหยวนกระวนกระวายหนักขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่สามารถเข้าไปหยุดได้การขุดได้ ตอนนี้เหลือเพียงทางเดียวเท่านั้นที่เขาทำได้ ถึงมันจะอันตราย แต่ก็คงต้องบุกเข้าไปจับตัวไอ้เสื้อลายดอกที่เป็นหัวหน้าเพื่อบีบบังคับให้พวกมันหยุดสำหรับคนที่มีทักษะทางด้านกังฟูอย่างเขา การฆ่านั้นเป็นเรื่องง่าย สิ่งที่ยากที่สุดคือการต่อสู้โดยไม่ทำให้ใครบาดเจ็บ เขาไม่อยากจะทำร้ายใคร แต่ในเมื่อสถานการณ์มาถึงขนาดนี้ถ้าเขาไม่ลงมือก็คงไม่ได้แล้วเมื่อเห็นอู๋จงหยวนวิ่งเข้ามา เขาก็โบกมือสั่งให้ลูกน้องให้ไล่ล่าอู๋จงหยวนอีกครั้ง คราวนี้อู๋จงหยวนไม่ได้วิ่งหนีแต่กลับบุกเข้ามา เขาใช้ทักษะวิชาตัวเบาหลบหลีกฝ่ากลุ่มนักเลงเข้าไปไอ้เสื้อลายดอกคาดไม่ถึงว่าอู๋จงหยวนจะวิ่งตรงเข้ามา ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งตัว เด็กหนุ่มก็มาถึงตัวเขาและใช้มีดสั้นจี้ไปที่คอของเขาแล้วก่อนที่อู๋จงหยวนจะมีโอกาสได้ตะโกนบอกให้พวกนั้นหยุดขุด  นักเลงที่อยู่ใกล้ๆ ก็เอาไม้มาฟาดหัวของเขาจนมีเลือดไหลออกมาก่อนหน้านี้ไอ้เสื้อลายดอกถูกอู๋จงหยวนไล่ตามจนต้องพ่ายแพ้หนีไป เขาต้องอับอายต่อหน้าลูกน้องทำให้เขารู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก  คราวนี้เขาตกอยู่ในอันตรายอีกครั้ง แม้ว่าจะกลัวตายแต่เขาก็ยังทำใจกล้าตะโกนออกไป “ถุ้ย แน่จริงก็แทงเลยสิวะ!”แน่นอนว่าอู๋จงหยวนไม่กล้าลงมือจริงๆ การฆ่าคนต้องชดใช้ด้วยชีวิต นี่คือกฎหมาย ถึงแม้เขาจะเป็นเยาวชนซึ่งไม่โดนโทษประหารก็จริงแต่ก็คงต้องติดคุกนานหลายสิบปี เรื่องอะไรที่เขาจะต้องกลายเป็นนักโทษเพราะขยะสังคมพวกนี้ด้วย นั่นไม่คุ้มค่าสักนิดเมื่อเห็นอู๋จงหยวนลังเล ไอ้เสื้อลายดอกก็เริ่มได้ใจมากขึ้น เขาเอื้อมมือคว้ามีดที่จี้คออยู่ แล้วแสร้งทำหน้าโหดเหี้ยม  “ฉันซุนจิงหยางผ่านอะไรมาเยอะ เอ็งมันก็แค่ไอ้เด็กเมื่อวานซืน รีบหลีกไป อย่ามาขวางงานของพวกฉัน แล้วฉันจะจ่ายให้แกอย่างงาม”ตอนนี้หัวของอู๋จงหยวนมีเลือดไหลออกมามากขึ้นและเริ่มรู้สึกเวียนหัวแล้ว เขายกมือขึ้นเช็ดเลือดออกจากหน้าผาก ก่อนจะหันหลังเดินไปทางทิศเหนือ แล้วพูดขึ้น “กรรมจะตามสนองพวกแก”“ไอ้เด็กเวร ยังจะปากดีอยู่อีก” หนึ่งในกลุ่มนักเลงทำท่าเตะใส่อู๋จงหยวนไม่ได้หันหลังกลับไปมอง  เขาเดินไปทางเหนือและนั่งลงใต้ต้นไม้  หัวของเขามีเลือดออก น้ำตาคลอเบ้า เขาไม่อยากทำผิดกฎหมาย แล้วก็ไม่ได้อยากตาย เขาแค่ไม่อยากให้ใครมายุ่งกับศพอาจารย์ของเขา ในเวลาไม่นานนักเขาก็ได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์ดังมาจากด้านล่าง สักพักดวงตาที่พร่ามัวก็เห็นมอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง เขาไม่เคยเห็นมอเตอร์ไซค์คันนั้นมาก่อน แต่เขารู้จักคนขับดี ในที่สุดพี่ชายของเขาก็มาสักทีหลินชิงหมิงมีรูปร่างคล้ายกับอู๋จงหยวนแต่สูงกว่าเล็กน้อย ทั้งคู่มีรูปร่างผอมบาง หลินชิงหมิงอายุมากกว่าอู๋จงหยวนสามปีหลินชิงหมิงยังคงอยู่ในชุดของคนงานเหมือง  ในเวลานี้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยเปื้อนดำๆ อาจเป็นเพราะเมื่อเขาได้ยินข่าวก็รีบมาทันทีจึงไม่มีเวลาล้างหน้าหลินชิงหมิงพบว่าบ้านพังยับเยิน เมื่อขึ้นมาถึงบริเวณบ้านและมองเห็นสภาพโดยรอบก็คาดเดาสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทันที เขาลงจากมอเตอร์ไซค์แล้วก้าวเร็วๆ ตรงไปหาอู๋จงหยวนอู๋จงหยวนยืนขึ้น ในขณะที่หลินชิงหมิงเดินเข้ามาใกล้แล้วถามเสียงเย็น "เกิดอะไรขึ้น?”“พวกเขาทำลายบ้านเราและจะขุดหลุมฝังศพอาจารย์ " อู๋จงหยวนพูดพร้อมกับกลั้นน้ำตาเอาไว้“ฉันไม่ได้ตาบอด ที่ฉันหมายถึง คือทำไมนายไม่สู้พวกมัน?” หลินชิงหมิงถอดเสื้อนอกออก แต่ก็พบว่าเสื้อด้านในสกปรกเกินกว่าจะใช้ทำแผลได้ เขาจึงยื่นมือไปฉีกเสื้อของอู๋จงหยวนแล้วนำมาพันแผลบนศีรษะของน้องชายเอาไว้เกิดความเงียบขึ้น เมื่ออู๋จงหยวนไม่ตอบ หลินชิงหมิงจึงถามอีกครั้ง “ฉันถาม ทำไมนายไม่สู้พวกมันกลับไป? หรือนายสู้พวกมันไม่ได้?”“สู้ได้” อู๋จงหยวนตอบ“สู้ได้แล้วทำไมถึงไม่สู้?”หลินชิงหมิงถามอย่างเย็นชาอู๋จงหยวนรู้สึกผิดเมื่อถูกตำหนิ “มันยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องสู้”“มันทำลายบ้านเรา ขุดหลุมฝังศพของอาจารย์ นายยังบอกว่าไม่ถึงเวลาสู้อีกเหรอ ต้องรอให้มันไปนอนกับเมียนายก่อนใช่ไหม นายถึงจะสู้?”  หลินชิงหมิงพันแผลให้เสร็จเดินหันหลังไป“พี่ อย่าทำอย่างนั้น พี่กลับมาก็ดีแล้ว เรื่องนี้อาจจะยังมีทางแก้” อู๋จงหยวนดึงหลินชิงหมิงไว้“ปล่อย!” หลินชิงหมิงผลักอู๋จงหยวนออกไปแล้วย่างสามขุมเข้าไปหาพวกนักเลงทันที...