เฟยหรงเมื่อเก็บแหวนมิติของพวกมันมาทั้งหมดแล้วเขารีบถ่ายของในแหวนออกมาทั้งหมดในทันที ก่อนจะทำลายแหวนมิติเหล่านั้นทิ้งทั้งหมดและเดินทางกลับมาหากลุ่มของเขาและรีบเดินทางกันต่อในทันที แน่นอนระหว่างทางเฟยหรงได้เจอกับกลุ่มของนิกายหิมะสวรรค์ด้วยแต่ยังไม่ทันได้พูดคุยกันพวกเขาก็เดินทางมาถึงจุดรวมพลพอดี
ในเวลานี้ผู้นำของนิกายหิมะสวรรคือย่างปิงเหยาและผู้นำหอกระบี่ดาวตกอย่างเย่เฉินยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ผิดกับผู้นำอีกสองนิกายที่ใบหน้าเขียวคล้ำมืดมน แน่นอนทั้งเฟยหรงและเสี่ยวเซียนพากันนำเอาซากสัตว์อสูรที่ได้มาให้กับผู้ตรวจการดูในทันที ผลที่ได้คือหอกระบี่ดาวตกได้อันดับหนึ่ง นิกายหิมะสวรรค์ได้อันดับที่สอง หุบเขาเทพสุริยันได้อันดับที่สาม และสำนักสวรรค์คลั่งรั้งท้าย
"ฮ่าๆๆปีนี้สำนักของข้าดูเหมือนจะโชคดีมากเลยทีเดียว เช่นนั้นของเดิมพันอย่างทรัพยากรณ์สามส่วนของทุกสำนักข้าขอเลยก็แล้วกัน เย่เฉินกล่าวอย่างอารมณ์ดีหยิบเเหวนมิติสี่วงด้านหน้าพร้อมกับเก็บมันเป็นอย่างดีในทันที เวลานั้นเองประมุขหุบเขาเทพสุริยันหงหยวน ประมุขสำนักสวรรค์คลั่งฟ่านหยาคุน รวมทั้งเหล่าผู้อาวุโสของทั้งสองสำนัก รวมไปถึงเหล่าผู้อาวุโสของสำนักเปลวเพลิงไม่สิ้นสุดก็ปรากฏตัวห้อมล้อมไปทั่วทั้งบริเวณ
"ลงมือแล้วสินะ"เฟยหรงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม แน่นอนแม้จะประหลาดใจที่พวกมันลงมือตอนนี้แต่ก็ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด แต่เฟยหรงก็ยังคงเมินเฉยประดุจไม่เห็นพวกมันอยู่ในสายตา
"ผู้นำตระกุลใหญ่ทั้งสี่เห้นแก่พวกท่านที่เป็นตระกูลเก่าแก่ของทวีปนี้อย่าได้แทรกแซงโดยเด็ดขาดไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าพวกไร้ปราณี"หงหยวนประกาสก้องไปทั่วทั้งบริเวณ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวเห็นได้ชัดเลยว่าต้องการจะลบหอกระบี่ดาวตกออกไปจากทวีประดับสูงอย่างแน่นอน
"เป็นไงบ้างแย่เฉิน ถึงกับพูดไม่ออกเลยหรือ ข้าเคยบอกไปแล้วพวกงูที่คิดจะสู้กับมังกรน่ะสมควรต้องดับสลาย!! แต่เห็นแก่ที่เคยเป็นสหายกันมาหากเจ้าให้เจ้าเด็กคนนั้นรับมารับความตายจากข้า ข้าอาจจะใจดีปล่อยเจ้าไปก็ได้นะ"หงหยวนกล่าวพร้อมชี้มือไปทางเฟยหรงแน่นอนในสายตาของมันเฟยหรงมีพรสวรรค์มากเกินไป แถมยังเคยขัดขวางแผนการของมันดังนั้นแล้วมันจะยอมให้เด็กคนนี้มีชีวิตอยู่ได้อย่างไร
"ฮ่าๆๆต้องการหัวของเขาหรือ เอาสิถ้าเจ้าเอาไปได้ละนะ แต่ข้าเกรงว่าพวกเจ้าคงจะไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเด็ดหัวเขาหรอก"เย่เฉินกล่าวอย่างขบขันประดุจนี่ไม่ใช่เหตุการณ์คับขันใดๆ
"บัดซบ!!ในเวลาเช่นนี้เจ้ายังมีหน้ามาหัวเราะ หากเป็นเช่นนั้นก็อย่ามาเสียใจก็แล้วกัน ส่วนเจ้า!!ปิงเหยา ส่งลูกศิษย์สองคนนั้นของเจ้าให้กับคุณชายเหยาหมิงจะดีกว่าไม่เช่นนั้นเจ้าก็ไม่อาจจะทนรับความพิโรธของนิกายเพลิงสวรรค์ไร้สิ้นสุดได้แน่นอน"
"ขอปฏิเสธ พวกนางคือคนของนิกายของข้า ดังนั้นหากข้าไม่อนุญาติพวกนางก็ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น"ปิงเหยากล่าวปฏิเสธอย่างทันควันหากให้นางขายลูกศิษย์เพื่อความอยู่รอด ในใจของนางคงจะต้องมีตราบาปไปตลอดชีวิตเป็นแน่
"ฮ่าๆๆเช่นนั้นก็ตายมันทั้งหมดนี่แหละ เจ้าหนูเจ้าเป็นคนแรก!!"ประมุขนิกายสวรรค์คลั่งยกยิ้มอย่างโหดเหี้ยมพลังปราณธาตุสายฟ้าปะทุขึ้นพร้อมกับง้างหมัดจะโจมตีเฟยหรง
"น่าเสียดาย"เฟยหรงกล่าวอย่างเย็นชาปราณธาตุสายฟ้าของฟ่านหยาคุนถูกดูดจากออกไปเหลือเพียงหมัดที่ความเร็วตกลึงจนเฟยหรงหลบมันได้อย่างง่ายดายพร้อมกับชักกระบี่ฟาดไปที่แขนนั้นอย่างไร้ปราณี
"ฉับ!"
"อ๊ากก! เจ้าเด็กปีศาจ!!"ฟ่านหยาคุนกู่ก้องคำรามอย่างเจ็บปวดในใจเต็มไปด้วยความโกรธและความแค้นใจ ทั้งยังอับอายขายหน้าเนื่องจากมันเสียแขนให้กับเด็กหนุ่มที่อยู่ระดับจักรพรรดิเท่านั้น นี่เท่ากับมันเสียศักดิ์ศรีเป็นอย่างมากเลยทีเดียว
แต่หากกล่าวตามจริง ที่มันเสียแขนให้เฟยหรงไปนั้นก็มาจากความประมาทของตัวมันเองที่ไม่ทันระวังหลังจากโจมตีชายหนุ่มและด้วยกระบี่วารีสวรรค์ที่เป็นหนึ่งในสมบัติของเทพสมุทรการจะตัดแขนระดับเทวะนั้นมันก็ช่างง่ายแสนง่ายหากมีฝ่ายไม่ได้ใช้ปราณคุ้มกายเช่นนี้
เฟยหรงยกยิ้มเย็นเขาดูดปราณสายฟ้าของฟ่านหยาคุนเมื่อครู่เขาก็เข้าสู่การทะลวงระดับในทันที ทั้งยังทะลวงระดับไปพร้อมหลบการจู่โจมของฟ่านหยาคุนไปด้วยอีกต่างหาก การกระทำเช่นนั้นเรียกได้ว่าบ้าบิ่นอย่างแท้จริง
"ตูม!!!"พลังปราณสีทองที่หนาแน่นระเบิดออกมาจากตัวของชายหนุ่มทำให้พวกมันถึงกับตื่นตระหนก เจ้าเด็กนั่นทะลวงระดับ! ทุกคนต่างมองไปที่ชายหนุ่มที่เวลานี้ยืนตระหง่านอยู่กลางท้องฟ้า เหล่าผุ้อาวุโสของนิกายเพลิงสวรรค์ไม่สิ้นสุดไม่สามารถอยู่เฉยได้อีกต่อไปพวกมันทะยานกลายเป็นแสงตรงไปหาเฟยหรงในทันทีทันใด พร้อมร่ายร่ายเวทย์อภินิหาริย์มากมายหมายสังหารเด็กหนุ่มที่เป็นดังก้างขวางคอชิ้นโตคนนี้
ด้าบบนท้องฟ้าเฟยเทียนที่ดูสถานการณ์อยู่เตรียมที่จะลงมือในทันทีแต่กลับโดนเสวียเหม่ยห้ามเอาไว้ สายตาของนางจับจ้องไปที่เฟยหรงแสดงให้เห้นถึงความตื่นเต้นและประหลาดใจ ก่อนที่จะกล่าว "น้องชายดูต่ออีกหน่อยเห็นหรือไม่ลูกชายของเจ้ายังไม่มีท่าทีร้อนรนแม้แต่น้อย"
เฟยเทียนที่กำลังจะลงมือก็หยุดมือในทันทีสายตาจับจ้องไปที่ลูกชายด้วยความเป็นห่วงแต่เขาก็อยากรู้เช่นกันว่าลูกชายของเขาจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร
"หืม พลังที่คุ้นเคยที่มัน!!....................เป็นไปม่ได้!!"จักรพรรดิมังกรทองกล่าวอย่างตื่นตะลึง
"หืม อะไรหรือท่านหลงเสียวหยา"เฟยเทียนกล่าวถาม
"รอดูได้เลย ลูกชายเจ้ากำลังจะสำแดงมันออกมาแล้ว"หลงเสียวหยากล่าวด้วยความตื่นเต้น
ตัดกลับมาทางด้านเฟยหรงเมื่อสัมผัสได้ถึงเวทย์อภินิหาริย์มากมายที่หอตัวเป็นหวิหคเพลิงนับสิบพุ่งตรงมาหาเขา ชายหนุ่มก้ยกยิ้มขึ้นในทันใดและไม่ได้หลบมัน
"ตูม!!!"
"สามี!!!"เสียวเซียน จ้าวหลาน เซียนปิงเอ๋อ ฮั่วหลิงหลิง และหมิงเย่ตะโกนออกมาพร้อมกัน ในใจของนางเมื่อเห็นภาพนี้รู้สึกเจ็บปวดอย่างสุดซึ้ง สายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นมองไปที่ด้านของฝ่ายตรงข้ามราวกับจะฆ่าให้ตาย หากไม่ใช่เพราะพวกนางอยู่ในม่านคุ้มกันของเจ้านิกายนางได้พุ่งออกไปเป้นแน่แท้
แต่หากพวกนางสังเกตุดีๆในเวลานี้เจ้านิกายของพวกนางกำลังกำหมัดแน่นจนเลือดเต็มมือ ในใจต่างรู้สึกเจ็บปวดไม่ต่างจากพวกนางเลยแม้แต่น้อย
"ฮ่าๆๆตายแล้ว เจ้าเด็กปีศาจมันตายแล้ว"เมื่อเห็นว่าเฟยหรงโดนระเบิดจากเวทย์อภินิหาริย์ของเหล่าราชันเทวะ พวกมันต่างยกยิ้มหัวเราะร่าเต็มไปด้วยความสะใจ พร้อมกับเตรียมตัวเปลี่ยนเป้าหมายไปที่นิกายทั้งสองที่ต่อต้านพวกมันแต่ทันใดนั้นเองเสียงที่ทำให้พวกมันตื่นตระหนาก็พลันดังขึ้นมาจนทำให้พวกมันต้องหันกลับไปมอง
"ก็บอกแล้วว่าน่าเสียดาย น่าเสียดายที่พวกเจ้าล้วนแต่ใช้เปลวเพลิง"เมื่อม่านควันจากแรงระเบิดหายไปสิ่งที่เห้นกลับทำให้ทุกคนทั่วทั้งบริเวณอดที่จะตกใจไม่ได้ นั่นคือร่างของชายหนุ่มที่พวกมันมั่นใจว่าตายไปแล้วกำลังลอยเด่นอยุ่ที่เดิมพร้อมกับอาภรณ์ด้านบนที่โดนเผ่าไปจนหมดทำให้ทุกคนมองเห็นร่างกายส่วนบนของชายหนุ่มที่ในเวลานี้มีเกล็ดมังกรสีเงินปกคลุมประดุจดังชุดเกราะสีเงินที่งดงามตราตรึงจิตใจของทุกคนที่เห็น
"เกราะมังกรเงินไร้พ่าย"เฟยหรงเปิดเผยไพ่ตายหนึ่งของตนเองออกมาป้องกันการโจมตี แน่นอนไฟไม่มีผลกับเขาแต่แรงระเบิดก็ยังมหาศาลจนทำให้กายมังกรเงินมีรอยร้าวเล็กน้อยเรียกได้ว่าสมกับเป็นกายศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง