- เพียงขอให้คุณและให้ผม...ได้ดำเนิน่เวลานี้ต่อไปตลอดกาล-
.
“คุณซีเอาดอกไม้ไปทำอะไรเหรอครับ?...อา ผมถามได้รึเปล่า?”
‘ถามได้ค่ะ ฉันเอาไปทำสีน้ำธรรมชาติ’คำตอบถูกส่งกลับมาผ่านหน้าจอโทรศัพท์ ขณะเราทั้งคู่อยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ของโฮมสเตย์ก่อนประโยคสั้นๆจะกลายเป็กรรมวิธีทำสีน้ำให้ดูสดๆมือเรียวที่คัดสรรกลีบดอกของต้นเบอร์รี่มาจำนวนนึงนำลงใส่ครกบดจนละเอียดตามด้วยการผสมน้ำในขวดแก้วลงไปปริมาณพอเหมาะใช้แท่งไม้จากกระเป๋าเครื่องมือที่เขาอาสาเป็คนถือมาค้นเบาๆให้ทุกอย่างเข้าที่และสิ้นสุดด้วยปลายพู่กันจุ่มสีม่วงธรรมชาติระบายบนกระดาษให้เขาดูเป็ตัวอย่างซึ่งพอได้เห็นมันก็ชวนให้ตาโตได้ไม่ยาก
“โห~ สุดยอดเลยผมเพิ่งเคยเห็นวัตถุดิบหรือสีทำมือจะๆตาแบบนี้ น่าสนใจมาก”
‘ ‘เสกสีสัน’แบรนด์ของฉันค่ะ ’
“ผมเคยได้ยิน!ไม่นึกว่าจะได้เจอเ้าของแบรนด์ เจอคนดังซะแล้วสิ”ความกว้างของดวงตายิ่งมากขึ้นตามป้ายแบรนด์ที่หญิงสาวชี้ให้ดูตัวอักษรเขียนมือผสานกราฟิกลวดลายธรรมชาติที่เคยเห็นตามร้านขายของ กลับได้มาเจอคุณเ้าของที่ส่ายหน้าเบาๆกับคำชมและเริ่มบทสนทนาต่อถึงตัวเขาแทน
‘ไม่ขนาดนั้น แล้วคุณแซนมาทำอะไรที่เกาะ? ช่วยงานพี่เณอเหรอคะ?’
“หลักๆผมมาหาไอเดียทำวิดีโอประกวดครับชื่อโครงการ ‘เสียงเพียงหนึ่ง’ ผมคิดว่าได้มาฟังเสียงธรรมชาติแทนเสียงเมืองคงได้แนวทางแปลกใหม่...ถึงตอนนี้จะยังคิดไม่ออกก็เถอะ”
“แต่ก็หวังว่าจะทำได้มันเป็ความฝันของผมเลย...”โทนเสียงแ่เบาไปพร้อมห้วงความคิดที่เหม่อลอยเมื่อนึกถึงจุดประสงค์ของการเดินไกลนับร้อยโลฝ่ามือที่ประคองตะกร้าดอกไม้ค่อยๆเกร็งแน่นขึ้นกับแรงกดดันตนเองที่เริ่มกลับมาให้กังวลแม้จะยังมีเวลาอีกสองเดือนกว่าๆแต่ก็แสนกลัวว่าหากมันไม่สำเร็จ–...
‘ฉันขอดูรูปที่คุณถ่ายได้ไหมคะ?’…แรงสะกิดกับหน้าจอเครื่องสื่อสารปลุกให้ตื่นจากภวังค์ก่อนเขาที่เพิ่งได้สติจะพยักเลิ่กลั่กอยู่สักพักพลางวางตะกร้าแสนสำคัญลงเพื่อสะดวกต่อการถอดตัวกล้องบนคอให้อีกคนตามคำขอ
“ได้ครับๆ กดแบบนี้ไล่ดูรูปครับ”
‘………”…ั์คมสวยจดจ้องและนิ่งเงียบไปชั่วครู่ไล่สายตาไปอย่างตั้งใจท่ามกลางการเฝ้ามองของตัวเขาและในที่สุดหญิงสาวก็ยื่นคืนมาพร้อมรอยยิ้มปลายนิ้วขยับไปมาบนหน้าจอเหมือนทุกครั้งแต่ทันที่รูปประโยคถูกส่งมาให้ได้อ่าน...ดวงใจใต้ก็พลันระรัวจนนึกกลัวว่าอีกฝ่ายอาจได้
‘ถ่ายออกมาได้สวยมากเลยฉันััได้ถึงความตั้งใจ...ความตั้งใจจะไม่ทรยศความฝันหรอกค่ะ’
‘คุณทำได้ เชื่อมั่นในตัวเองนะ’…ถ้อยคำไร้เสียง ทว่ากลับทรงพลังจนไฟแห่งการเซาะหาความฝันลุกโชนอีกครั้งไม่ต่างจากสิ่งใต้อกนี้ที่ร่ำร้องออกไปเมื่อการเก็บวัตถุดิบวันนี้สิ้นสุดว่า...
“พรุ่งนี้...”
‘.......?’
“พรุ่งนี้ที่คุณต้องไปเก็บเปลือกหอยที่ชายทะเล...ผ-ผมขอไปช่วยเก็บได้ไหม?”เสียงทุ้มเอ่ยตระกุกตระกักถามร่างระหงส์ที่กำลังจะก้าวกลับไปด้านนอกโฮมสเตย์โครงหน้าคมคายผสานเรือนคิ้วเลิ่กขึ้นสื่อความว่าอยากได้รับเหตุผลกับแพลนเก็บวัตถุดิบของวันพรุ่งนี้ที่และเขาก็ตอบกลับด้วยความจริงใจที่เป็
“ผมรู้สึกว่าเสียงรอบตัวคุณทำให้รู้สึกสงบใจอย่างที่ไม่เคยเจอทั้งเสียงบดดอกไม้ ต้มน้ำ ทดลองสีกับกระดาษ ขั้นตอนทำสีน้ำก็น่าสนใจมากๆเลยด้วยผมอยากเรียนรู้มากกว่านี้...”
“จะได้ไหมครับ?”
‘9:00 ชายหาดเดิม’…คำตอบของคำถามถูกส่งมาเป็ตัวเลขชวนให้ฉงนแต่ไม่นานคำอธิบายก็ตามมาเรียกให้ความรู้สึกลิงโลด
‘เก็บวัตถุดิบเหนื่อยนะถ้าคุณอยากเหนื่อยก็ไม่ห้ามหรอก’
“ผมจะพยายามครับ!”ขานรับอย่างแข็งขันกับงานหนักในวันรุ่งและจากลากันด้วยรอยยิ้มเล็กทว่าบรรยากาศรอบข้างกลับยังคงเจือจางด้วยตัวตนอันเงียบชวนคิดถึง...แต่ไม่นานนักเสียงหยอกล้อที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลังที่คนหนึ่งผิวปากและอีกคนยิ้มกว้างสมนิสัย
“โห~ผมจะพยายามครับ~ แข็งขันน่าดูเลยน้า”
“ม-ไม่เอาน่าพี่เดี๋ยวคุณซีได้ยิน...ผมก็แค่อยากเรียนรู้เอง”
“เรียนรู้วิธีทำสีน้ำหรือ~ เรียนรู้ใคร เอาดีๆ? ลูกผู้ชายพูดกันตรงๆ”ญาติผู้พี่ยักคิ้วหลิ่วตาใส่พลางเร่งระดับเสียงให้ดังขึ้นคล้ายจะแกล้งให้บุคคลที่กล่าวถึงจะได้ยินท่าทางสนุกสนานเสียเต็มประดาไม่มีท่าทีจะหยุด เขาจึงต้องรีบสลายตัวหาทางออกทันที
“ก็...ก็ทั้งสองแหละครับ พอแล้วๆ!ผมไปช่วยลุงชัยยกลังผักก่อนนะ เดี๋ยวแกปวดหลังจะแย่เอา!”
“ฮ่า~ ขี้เขินจริง ยอมรับตรงๆก็ดีออก ใจแลกใจน่ะ!”...ไม่วายส่งเสียงไล่หลังคุณพี่ต้องใจเย็นๆนะครับ
...ขายาวก้าวรัวเร็วมาทางห้องครัวที่พอจะหลบคนพี่ได้ให้อาการลกไม่แสดงออกไปมากกว่านี้แว่วเสียงหัวเราะจางๆแต่ก็ทำเพียงหูทวนลมให้สองสาวแกล้งเขาซะให้พอใจ...
“พี่เณอก็ให้เวลาพี่แซนหน่อยสิค่ะใครจะเหมือนพี่ล่ะ จู่ๆก็พุ่งมาขอจีบฉันโต้งๆเลย”ยูมีร์หัวเราะเบาๆกับท่าทีของพี่ชายคนสนิทพลางเอ่ยถึงวันวานที่คนรักข้างกายสร้างวีรกรรมที่ไม่มีทางลืมไปชั่วชีวิตก่อนััอบอุ่นจะประทับบนหน้าผากเหมือนทุกครั้งที่ถ่ายโอนความรักแก่กัน
“ก็~ตัวเองน่ารักจนใจเราร้องไม่หยุดเลยนิ ถ้าไม่รีบไปหาก็พลาดโอกาสสิ...พี่ไม่ปล่อยให้คนที่ใจร้องหาต้องหลงกันไปหรอก รักเรานะคะ ยูมีร์”
“จุ๊บ...ขอบคุณที่วันนั้นเดินเข้ามาหาแล้วรั้งเราไว้นะรักเหมือนกันค่ะ พี่เณอ”ริมฝีปากนุ่มประทับบนกลมแก้มของคนสูงกว่าฟอดใหญ่เป็การแลกเปลี่ยนกล่าวขอบคุณทั้งคนแสนรักตรงหน้าและทุกสรรพสิ่งที่บันดาลให้เธอเลือกเชื่อฝ่ามือที่จับเรียวมือนี้ไว้ไม่ปล่อยเสมอมา...
และสรรพสิ่งอื่นที่ว่าก็ได้รับรู้แล้ว
[ซู้ด~ ยัยเณอกล้าพูดกล้าทำดีจริงๆ...แล้วดูไอ้หนูนี้สิ!]…เ้าขุนกลอกตามองคนในอารักษ์ด้วยความเหนื่อยหน่าย ก่อนจะเปลี่ยนเป็ยักไหล่เบาๆกับลางสังหรณ์สไตล์ภูตพรายที่ดังบอกว่า...
[แต่...อีกไม่นานฉันก็คงได้สลายไปพักแล้วล่ะมั้ง]
[ทะเล] กับ [ทราย]
-สองธรรมชาติอันไพรศาลช่างลงตัวอย่างไม่อาจปฏิเสธ -
..
.
ติ๊ดๆ–[8:30 AM.]
แต่ถ้าไม่มีตัวเชื่อมประสานก็ยากจะบรรจงกันถึงต้องมีแรงกระตุ้นหนักๆ
[สายแล้ววววว ตื่นนนนนนนัดเขาไว้อย่าไปสายเชียวว!!]
...เช้าวันใหม่ที่เฝ้ารอเริ่มต้นด้วยเสียงปลุกแสนหลอนตามด้วยอาการตาโตกับเลขเวลาที่ใกล้ตามคำนัดสวมใส่เสื้อผ้าที่แขวนเตรียมไว้ั้แ่เมื่อวานพร้อมรวบเก็บทรงผมให้ดูดีอย่างที่นอนคิดมาทั้งคืนใช้เวลาอีกสองสามนาทีเถียงเสียงแซวและเขมือบอาหารเช้าถัดมาที่รถมอเตอร์ไซค์คนเล็กถูกใช้เป็พาหนะไปยังชาดหาดที่ปรากฏร่างระหงส์ใต้ชุดขาวคล้ายเอกลักษณ์ชวนจดจำยืนรออยู่ก่อนโครงหน้าคมคายที่ตรึงตาจะหันมายกยิ้มทักทายกับตาใต้สุดคล้ำเหมือนบ่อน้ำของเขากระทั่งทุกอย่างที่เข้าที่เข้าทาง การเก็บวัตถุดิบจึงได้เริ่มขึ้นพร้อมบรรดาความรู้แปลกใหม่ไหลเข้ามาเรียกให้คำอุทานเดิมๆวนซ้ำไม่หยุด...
‘เสียงของลมเวลาพัดผ่านช่องเปลือกหอยจะทำให้รู้ว่าเปลือกหอยอันนี้มีอายุเท่าไรจริงๆมันไม่ได้มีทฤษฏีรับรอง แต่ฉันใช้วิธีนี้เลือกวัตถุดิบอายุมีผลต่อสีที่สกัดได้ เหมือนสารเคมีที่มีวันหมดอายุ’
“สุดยอดเลย...”...คนตรงหน้าสุดยอดไม่หยุดเลยจริงๆ
‘คุณใช้คำว่าสุดยอดเกินร้อยครั้งแล้วนะ’
“ฮ่า~ ก็มันน่าทึ่งนิครับ ในเมืองไม่มีวิธีแบบนี้ไม่นึกว่าคนเราจะสื่อสารกับธรรมชาติได้ถึงขนาดนี้แต่คนส่วนมากก็ยังเบนไปทางสารสังเคราะห์มากกว่า”
‘ฉันว่ามันอยู่ที่จุดประสงค์นะคะสีสังเคราะห์มีความสดแล้วก็รักษาง่าย คนส่วนมากถึงเลือกใช้ ไม่มีผิดถูกหรอกค่ะ’หน้าจอสื่อสารแสดงความคิดความอ่านที่ดึงข้อดีข้อเสียให้รู้ได้อย่างเห็นภาพและผลัดเปลี่ยนหัวข้อไปเรื่อยเขาบ้าง อีกฝ่ายบ้าง แม้จะมีเพียงเสียงเขาที่ดังอยู่ท่ามกลางความเงียบก็ตามจนกระทั่งเสร็จสิ้นภารกิจ...
“หนักขนาดนี้ให้ผมเดินไปส่งดีกว่าไหมครับ?”
‘…….’กระเป๋าสานใบโตที่บรรจุเปลือกหอยเรียกให้เขาเอ่ยข้อเสนอแต่ทว่าความเงียบที่ส่งกลับก็ทำให้รู้สึกว่ามันค่อนข้างก้าวก่ายความเป็ส่วนตัวมากเกินควร
“อ-อา!ผมไม่ได้จะรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของคุณซีนะ แต่มันหนักจริงๆ กลัวคุณจะล้มระหว่างทาง...เอ่อ...”
‘ฮี่~....’
หัวเราะด้วย...
...การตอบสนองต่างออกไปจากที่คาดเรือนกายเพรียวขยับสั่นเบาๆผสานเรียวมือยกขึ้นป้องปากคล้ายการหัวเราะท่าทีที่บ่งบอกว่าความสัมพันธ์อันดีไม่พังทลายไปชวนให้ถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนคนที่หายจากการขำค้างจะพิมพ์ตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้ม
‘ฉันไม่ได้จะห้ามหรือว่าค่ะแค่กำลังคิดว่าจะเอาไปไว้ที่ไหนก่อนดีแค่นั้นเอง’
“ผมไม่อยากให้คุณรู้สึกไม่ดีอีกน่ะครับแฮะๆ~”
‘ตอนแรกที่เจอกันฉันค่อนข้างรู้สึกแย่กับคุณทีเดียวแต่ตอนนี้...คุณตั้งใจเรียนรู้และอ่านข้อความอย่างจริงใจตลอดที่ฉันพิมพ์มันทำให้ฉันสบายใจนะคะ’คำยืนยันถูกส่งมอบมาให้เพื่อคลายความกังวลในใจเขาลงขณะเดียวกันจิตใจใต้อกก็แอบเต้นอย่างสุขสันต์ที่ตัวเขาไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายอึดอัดก่อนกระเป๋าใบโตจะถูกแบกขึ้นหลังเพื่อไปส่งยังที่หมาย ณ สตูดิโอกลางป่าของหญิงสาวที่เขาทำเพียงวางไว้ด้านหน้าประตูเพื่อไม่ให้เป็การก้าวก่ายสถานที่ส่วนตัวแต่ก่อนที่จะลากันในวันแสนเป็ใจนี้...
‘ให้คุณค่ะถือเป็ของตอบแทนสำหรับวันนี้’…เปลือก‘หอยปีกนางฟ้า’ถูกส่งมอบให้อย่างถนอม
“ข-ข-ขอบคุณครับ! ผมจะเก็บไว้อย่างดีเลย”
...ของขวัญอันจิ๋วถูกห่อใส่ผ้าเช็ดหน้าอย่างดีประคองสิ่งแสนเปราะบางนี้กลับมายังห้องส่วนตัวในโฮมสเตย์ เลือกวางไว้บนหัวเตียงที่ปลอดภัยจากการแตกหักและเหลือบสายตาไปมองเป็บางเวลา...
[ขี้เห่อจริง! เ้าจะนั่งจ้องทั้งวันเลยรึไง?]…ถึงเ้าจอมแสบจะคิดว่าเขามองตลอดเวลาก็เถอะ
“ขยันแซะจริงนะคุณภูต...ถ้าลองฟังจะได้ยินเสียงอะไรนะ”
วิ๊ว~แว่วเสียงสายลมพัดผ่านเป็ทำนองชวนแปลกหูทว่าช่างแสนมีเสน่ห์แม้ไม่รู้ทำนองใดก่อนความอ่อนล้าจากทั้งวันจะสั่งการให้เปลือกตาปิดลงโดยมีเสียงของเปลือกหอยขับกล่อม...ดูเหมือนเขาจะได้รับของขวัญชิ้นวิเศษเข้าให้แล้ว
เพราะงั้นก็ควรหาของตอบแทนให้คุณ‘ท้องทะเล’มีชีวิตที่แสนพิเศษเช่นกัน