ขึ้นยกสอง ทั้งคู่ก็เดินหน้าเข้าหากัน แบบว่าไม่มีใครยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว ถึงแม้ว่า จางชงจะมีหมัดหนักขึ้น แล้วก็ยังเร็วขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่ประสบการณ์ก็ยังคงน้อยกว่า ซุนจ้าน ก็ยังคงถูกซุนจ้านหลอกล่อ แล้วระดมหมัดอัดใส่เข้าไปอีกหลายหมัด แต่ยังดีที่ครั้งนี้ ซุนจ้านต่อยมาห้าหมัด จางชงก็ต่อยสวนกลับไปโดนหน้าของ ซุนจ้าน ถึงสองหมัด แต่ถึงกระนั้นหน้าตาของจางชงเวลานี้ ตาบวมปิดไปข้างแล้ว หน้าผากมีรอยบวมเป็ลูก ๆ ปากบวมเจ่อเป็เป็ดไปแล้ว เดินโซซัดโซเซ แต่ยังไม่ล้ม
ส่วน ซุนจ้านก็ถูกหมัดของจางชงอัดไปไม่น้อยเช่นกัน หน้าตาเริ่มมีรอยบวมช้ำ ตาปิดข้างหนึ่งเหมือนกัน แต่ก็ไม่มากเท่ากับ จางชง แก๊ง ! ระฆังหมดยกที่สอง
จางชงถึงกับมึนงง กลับมุมตัวเองไม่ถูก เสี่ยวเทียนกับ ต้าเกินรีบขึ้นไปพาจางชงกลับเข้ามุมทันที
“ เปิดชีพจรเขาไปอีก 100 จุดอย่างเร็วเลย” อาจารย์ลู่เอินออกคำสั่ง เสี่ยวเทียนก็ทำการเปิดจุดชีพจร ตามที่อาจารย์ลู่เอิน บอกทันที โดยที่อาจารย์ลู่เอินก็ปล่อยพลังเทพบริสุทธิ์รักษาเข้าไปให้ในร่างกาย ของจางชง ทำให้อาการบอบช้ำหายดี เริ่มแข็งแรง แต่ภายนอกไม่รักษาให้ เกรงว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัว
“ มันสู้พี่ไม่ได้แล้ว คราวนี้ข้าเปิดจุดชีพจรให้พี่อีก 100 จุด พี่จะไวกว่า แข็งแรงกว่ามัน อีกนิดเดียวมันต้องเสร็จพี่จางชงแน่ๆ” เสี่ยวเทียนให้กำลังใจ
“ ขอบใจมากนะพี่น้อง ข้าจะอัดมันให้ลืมญาติไปเลย” จางชงเอ่ยเสียงคำรามออกมา เสี่ยวเทียนคลายมือออกจากจางชงแล้วก็ะโลงมา มีเสียงดังมาโต๊ะพนัน ว่า
“ เพิ่มอัตราต่อรอง เป็หนึ่งต่อ ห้า หากจางชงชนะ เอาไปเลย ห้าเท่า” เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปวาง ห้าแสนเหรียญสุดท้ายที่มีทันที
ยกที่สามเริ่มขึ้น คราวนี้ จางชงเคลื่อนไหวพริ้วขึ้น เริ่มชกใส่ซุนจ้านที่เริ่มเหนื่อยล้า
แต่ว่าก็ยังถูกหมัดของซุนจ้านต่อยอยู่ดี แต่คราวนี้ เป็การต่อยแลกกันแบบหมัดต่อหมัด จนทำให้ตาของ จางชงปิดทั้งสองข้างทำให้มองไม่ห็นแล้ว
“ แย่แล้ว พี่จางชงมองไม่เห็นแล้ว ทำไงดีอาจารย์”
“ เ้าส่งจิตไปควบคุมร่างของจางชงเลย” พอได้ยินเช่นนั้นเสี่ยวเทียนส่งจิตไปควบคุม ร่างของจางชงทันที คราวนี้ จางชง ยืนแข็งทื่อ เกร็งหมัดขวาไว้หมัดเดียว ปล่อยให้ซุนจ้านต่อยเข้ามาไม่ยั้ง แต่ว่าถึงหน้าตาจะแตกยับเยินยังไง เสี่ยวเทียนก็ไม่เจ็บ เพราะคนที่เจ็บคือ จางชง แต่เสี่ยวเทียนของเพียงจังหวะเดียวที่จะออกหมัดเท่านั้น พอซุนจ้านต่อยจนเหนื่อยแรง แขนซ้ายที่คอยป้องกันไว้เริ่มตกลงไม่รัดกุม เสี่ยวเทียนเห็นแล้วก็ปล่อยหมัดฮุคขวาเสย เข้าปลายคางของ ซุนจ้าน เปรี้ยง !! หมัดเดียว ร่างของซุนจ้านลอยตกเวทีสลบไปเลย จางชงเป็ฝ่ายชนะ พวกของจางชง รวมทั้งเสียวเทียนกับต้าเกิน ะโขึ้นไปบนเวที เพื่อแสดงความยินดี แล้วรีบไปพยุง เพราะเสี่ยวเทียนรู้ว่า หากดึงจิตกลับมา ร่างของ จางชงร่วงลงมากองกับพื้นแน่ ๆ
จึงะโขึ้นไปประคองกอด แล้วดึงจิตที่ควบคุมไว้ออกมา ร่างของจางชงร่วงผล็อยลงทันที แต่ว่าทุกคน กลับยกร่างของ จางชงลอยขึ้นบนหัวแสดงความดีใจ
ทั้งที่จางชงนั้นหมดสติไปแล้ว จนพาจางชง ลงมาจากเวทีนอนนวดให้สติกลับคืนมา ในที่สุดก็หมอก็ช่วยปฐมพยาบาลจางชง จนรู้สึกตัว
“ โอ๊ะ ปวดหัวจังเลย หมัดของมันช่างหนักแท้ ข้าสู้มันไม่ได้จริงๆ” จางชงเอ่ยกับทุก ๆ คนที่มาคอยให้กำลังใจ
“ แหม ลูกพี่ อัดซุนจ้านลอยตกเวที ชนะไปแล้ว ยังถ่อมตนอีกนะ”
“ หา ! นี่เ้าว่าอะไรนะ… ข้าชกชนะแล้วหรือนี่”
“ ใช่ ลูกพี่ถูกอัดเสียจนน่วม แต่สุดท้ายลูกพี่มีลูดฮึด อัดเสยปลายคางมันหมัดเดียวร่วงลงเวทีสลบไปเลย”
“ จริงดิ ทำไมข้าไม่รู้ตัวเลยวะเนี่ย”
“ โธ่ลูกพี่ โดนอัดขนาดนั้น ใครจะไปจำได้ ที่ลูกพี่ต่อยออกไปนั่นเขาเรียกว่าต่อยไปตามสัญชาตญาณ” ลูกน้องอธิบายให้ฟัง
“ อืม ถ้าจะจริง ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุดข้าก็ชนะ แต่ทำไมวันนี้มันมืดเร็วนักวะ” เปลือกตาที่ถูกต่อยบวมทั้งสองข้างกลับมาปิดอีกครั้ง หมอก็ทำการกรีดเืคั่งออกจากเปลือกตาออกมาเพื่อให้มองเห็นได้อย่างปกติ ส่วนเสี่ยวเทียนกับ ต้าเกินก็รับทรัพย์ร่ำรวยทันตาเห็น
เทียนได้มาสองรอบ รวมแล้ว ห้าล้านห้า รวมกับของเก่าเป็ เจ็ดล้านเหรียญเงิน
เสี่ยวเทียนดีใจนักที่ตนเองนั้น ร่ำรวยแล้ว เลยชวนกันไปนั่งกินร้านอาหารหาของกินอร่อยๆ กัน ทั้งสองเข้ามาในร้านอาหารอันดับ 1 ของฉางอัน เถ้าแก่รีบมาต้อนรับทั้งสองคนทันที เสี่ยวเทียนให้ต้าเกินสั่งอาหารมากินได้เลย ทันใดนั้นเองก็มีเสียงเด็กตัวน้อยๆ ร้องเรียกพี่ใหญ่ดังลั่น แล้ววิ่งเข้ามากอดเสี่ยวเทียนทางด้านหลัง
“ พี่ใหญ่กลับมาแล้ว พี่ใหญ่ยังไม่ตาย” เด็กน้อยกอดเสี่ยวเทียนแน่น ทำให้เสี่ยวเทียนไม่กล้าแกะมือ เด็กน้อยคนนี้ออก
“ คุณหนู คนนี้ไม่ใช่คุณชายใหญ่ คุณหนูหน้าเขาซิ เ้าคะ” คนรับใช้สองคนรีบวิ่งเข้ามา ทำท่าจะอุ้มคุณหนูของพวกเธอไป เสี่ยวเทียนเลยหันหน้ามาพบเห็นว่าเป็เด็กหญิงน้อยหน้าตาหน้ารัก วัยสามสี่ขวบ รุ่นเดียวกับ หลิงน้อยเลย สวมใส่ชุดขาวไว้ทุกข์อยู่
“ ต้องขออภัยด้วยนะเ้าคะ คุณหนูคิดถึงพี่ชายที่เพิ่งเสียไปเ้าค่ะ”
“ ท่านไม่ใช่พี่ใหญ่ของจิงจิง” เด็กน้อยพูดใส่หน้าเสี่ยวเทียนทันทีที่เห็นหน้า
เทียนได้แต่ยิ้มให้
“ เสร็จหรือยัง ขบวนศพจะไปแล้วนะ จิงจิง ทำอะไรอยู่” แม่คนสวยของ จิงจิงเดินเข้ามาแล้วก็อุ้ม จิงจิง ออกไป แล้วบอกเถ้าแก่ร้านว่า ค่าอาหารของเสี่ยวเทียนไม่ต้องเก็บ เทียนมองตามขบวนศพ ที่กำลังยกไปไว้ที่สุสาน
“ เสี่ยวเทียน ไปหยุดขบวนศพไว้ก่อน เด็กที่อยู่ในโลงยังไม่ตาย”
“ อาจารย์รู้ได้ไง”
“ ข้าได้กลิ่นเื ปกติคนตายไปแล้วร่างกายจะแข็งทื่อ จะไม่มีกลิ่นเืออกมาแต่ว่าเด็กคนนี้ ยังมีเืปกติเ้าไปหยุดเพื่อตรวจสอบก่อนทันทีเร็ว”
“ แล้วข้าจะบอกพวกเขาอย่างอย่างไรกันเล่า”
“ ไปหยุดพวกเขาก่อน แล้วข้าจะบอกเอง”
เสี่ยวเทียนพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว แล้วไปยืนขวางหน้าขบวนศพทันที
“ เ้าหนูน้อย มาขวางขบวนศพทำไม มันไม่เป็มงคงกับตัวเ้านะ” นักพรตที่นำหน้าอยู่เอ่ยเตือน ส่วนน้าสาวคนสวยผู้เป็แม่ของหนูน้อย ก็ขมวดคิ้วสงสัยเช่นกัน
“ ข้าชือ เฉินเสี่ยวเทียน ท่านแม่คือนายหญิงหกแห่งบ้านตระกูลจาง ข้าจะมาบอกว่า ลูกชายของท่านน้ายังไม่ตาย ให้ข้าช่วยรักษาเขาก่อนเถอะ”
“ นี่เ้าพูดอะไร หมอหลายคนบอกว่า คุณชายตายไปแล้ว เ้าจะมาหลอกอะไรนายหญิงของข้า” สาวใช้คนหนึ่งเดินออกมาพูดแทน นายหญิงของเขา
“ นี่ท่านอยากให้คุณชายของท่านตายมากเลยใช่ไหม ถึงได้พูดแบบนี้” เสี่ยวเทียนย้อนกลับไป
“ เอาล่ะ พอเถอะ เ้าอาจจะหวังดี แต่ท่านหมอหลายท่านลงความเห็นเหมือนกันหมดว่า บุตรของข้านั้นตายแล้ว เ้าจะมีอะไรมาพิสูจน์ว่า ลูกของข้ายังมีชีวิตอยู่กัน”
“ ข้าได้กลิ่นเืของเขาในโลงศพนี้” เสี่ยวเทียนบอกไปตามจริง
“ กลิ่นเืรึ นี่เ้าเป็ปีศาจหรือไง จะไปไหนก็ไปเลยเ้าเด็กน้อย” สาวใช้รีบไล่เสี่ยวเทียนออกไป
“ เฮอะ นี่เ้ารู้ไหม ว่าไปรบกวนิญญาคนตายนั้น ตัวของเ้าอายุจะสั้นลงนะ” นักพรตขู่กลับเทียน
“ ท่านน้าบุตรของท่านมีความหวังที่จะรอดตาย ถึงแม้จะมีโอกาสเพียงน้อยนิด ท่านจะให้โอกาสบุตรของท่านน้าหรือไม่ ท่านตัดสินใจเอาเอง” เสี่ยวเทียนเอ่ยออกมาเป็ครั้งสุดท้าย ทำให้นายหญิงผู้นี้เริ่มวิตกกังวล แต่สุดท้ายก็พูดออกมาว่า
“ เปิดโลง” เหล่าคนรับใช้รีบทำตามคำสั่งทันที พอเปิดโลง ก็พบว่า ร่างกายของคุณชายใหญ่วัยเพียง 8 ขวบ ยังมีหน้าตาเหมือนคนนอนหลับ ไม่มีร่างกายเน่าเปื่อย แต่ผิวพรรณอาจซีดไปบ้าง
“ จี้จุดเหนือหัวใจ มีลิ่มเืไปอุดตัน ทำให้เืไหลเข้าหัวใจช้ามาก หัวใจจึงเต้นเบาเหมือนกับคนตาย เ้าใช้ฝ่ามือ ไปเตะเบาที่หัวใจด้วยเดี๋ยวอาจารย์จะกระตุ้นห้วใจเขาขึ้นมาเอง”
เสี่ยวเทียนทำตามทันที พอกระแสไฟฟ้ากระตุ้นปล่อยจากอาจารย์ลู่เอินเข้าไป คุณชายใหญ่ก็สะดุ้งเฮือกขึ้นมา สร้างความแตกตื่นตะลึงให้กับทุกคนยิ่งนัก
“ ร่างกายเขาขาดน้ำ หาน้ำให้เขาจิบทีละน้อย แล้วให้หมอจัดยาบำรุงเืกับหัวใจ แค่นี้เขาก็จะหายดีเอง” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็เดินกลับเข้าไปในร้านกินอาหารกับต้าเกินต่อไป ไม่สนว่า ปฏิกิริยา คนในย่านนั้นจะรู้สึกอย่างไร นายหญิงที่ช็อคไปสักพัก พอเห็นลูกลุกขึ้นมานั่งอย่างอ่อนแรงก็โผเข้ากอดลูกแน่น พร้อมกับเด็กหญิงน้อยที่โผกอดพี่ชายแน่นไม่ยอมปล่อยเช่นกัน
“ นี่เ้าไปทำอะไรมา อาหารเย็นหมดแล้ว” ต้าเกินเอ่ยในขณะที่กำลังฉีกไก่ต้มกินอย่างเอร็ดอร่อย
“ รีบกินกันเถอะ แล้วจะได้รีบกลับกันเดี๋ยวจะมืดค่ำ ท่านแม่ข้าจะเป็ห่วง” เสี่ยวเทียนไม่อยากให้ใครมาสอบถามมากเลยจะรีบกลับบ้าน ต้าเกินเลยต้องรีบกลับตาม
ณ พระราชวังเมืองฉางอัน
“ เสด็จพี่ หม่อมฉันเล่าเื่หยกัฟ้าให้เสด็จพี่ฟังแล้ว แต่ทำไมเสด็จพี่ถึงไม่รู้สึกอะไรเลยเพคะ” พระสนมลี่ฟางถามด้วยความสงสัย
“ หยกัฟ้า เป็หยกที่บรรจุพลังของ สามาายุคแรก ใช่ว่าใครพบแล้วจะนำมาดูดซับเป็พลังของตัวเองได้ง่ายๆ พลังที่ยิ่งใหญ่เช่นนั้น ขืนทำการดูดซับไปร่างกายมนุษย์ทั่วไป ต้องแตกสลายอย่างแน่นอน”จักรพรรดิฟงเลี่ย อธิบายให้ฟังอย่างไม่ได้คิดอะไรมาก
“ เป็เช่นนี้นี่เอง แต่ถ้าผู้นั้นมีพลังเทพอยู่แล้ว ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นหรือไม่เพคะ”
“ คนที่ทำเช่นนั้นได้ ต้องรู้จักเคล็ดวิชาในคัมภีร์นิรันดร์ จึงสามารถดึงพลังฟ้าดิน และพลังจากหยกัฟ้ามาใช้ได้ ซึ่งคนที่ฝึกได้มีแต่เฉพาะ ทายาท ของจักรพรรดิทั้งเก้าเท่านั้น คนอื่นไม่ได้ฝึกไม่มีทางทำได้”
“ แต่ว่าถ้าตระกูลจางได้หยกัฟ้ามาจริง พวกเขาก็ควรนำมาถวยฝ่าานะเพคะ ไม่ใช่เก็บเอาไว้ ว่ากันว่า เวลานี้ ในเมืองหลวงเริ่มลือกันไปทั่ว ว่าเด็กน้อยเฉินเสี่ยวเทียน บุตรชายของ เฉินคุน ได้รับการถ่ายทอดพลังจากหยกัฟ้า สามารถหยั่งรู้ฟ้าดิน สามารถรักษาคนตายให้ฟื้น ปราบเทวรูปปีศาจ กฏธรรมชาติไม่อาจยับยั้งพลังในตัวของเขาได้ ขนาดกระบี่อาญาสิทธิ์อัสนี์ ยังทำอะไรเขาไม่ได้เลย นี่เขายังเป็แค่เด็ก 6 ขวบเท่านั้น เสด็จพี่หากว่าเขาโตขึ้น ใครเล่าจะกำราบเด็กคนนี้ได้ เกรงว่า รัชทายาทอาจต้องเจอกับเื่หนักพระทัยแน่ๆ เลย”
พระสนมลี่ฟางแสดงความหนักใจแทนรัชทายาทในอนาคต องค์จักรพรรดิฟงเลี่ยวัย สี่ร้อยกว่าปีแล้ว ยังดูหนุ่มแน่น มีพลังระดับเซียน์ ในดินแดนพิภพที่1 นี้ ไม่มีใครต้านทานพลังของพระองค์ได้ เพราะว่าพระองค์ได้ รับสิทธิที่ปกครองดินแดนพิภพที่ 1 จึงได้รับการยกเว้นจากกฏธรรมชาติ แต่พระองค์พอได้ฟังเื่ราวของ เฉินเสี่ยวเทียนก็สงสัยมาก เพราะปกติ ถึงแม้หยกัฟ้าจะมีพลังของปฐมเทพาาทั้งสาม แต่ก็เพียงเป็ หยกที่สามารถเพิ่งพลังฝึกตนแต่เพียงเท่านั้น ไม่ได้ให้พลังในการรักษาคน หรือหยั่งรู้ฟ้าดิน ยิ่งชุบชีวิตคนตายนั้นเป็ไปไม่ได้อย่างยิ่ง
“ ฟังเ้าพูดแบบนี้ ข้าชักอยากเจอเด็กคนนี้เสียแล้วซิ”
พอได้ยินจักรพรรดิเอ่ยเช่นนี้ พระสนมลี่ฟางก็แอบยิ้มออกมา
“ ให้หม่อมฉันส่งคนไปพามาเข้าเฝ้าพระองค์เลยดีไหมเพคะ”
“ เ้าไม่ต้องลำบากหรอก เตี้ยนจื่อเข้ามา พรุ่งนี้เช้า ไปตามเฉินเสี่ยวเทียน หลานชายของจางซื่อเป่า มาพบข้า ” ขันทีชราเตี้ยนจื่อรับคำแล้วเดินออกไปเตรียมจัดการทันที พระสนมลี่ฟางแอบยิ้มในคราวเคราะห์ครั้งนี้ของเสี่ยวเทียนไม่ได้
ส่วนเสี่ยวเทียนคืนนี้ กำลังนั่งสมาธิอยู่คนเดียว อยู่ดีๆ ก็เกิดจามขึ้นมาเสียอย่างนั้น
พอลืมตาขึ้นมาก็พบว่า เสี่ยวหลิงถือแมวเข้ามาหาในห้อง
“ พี่ใหญ่ เ้าเหมียวเหมียว มันป่วย มันไม่กินข้าวมาสองวันแล้ว พี่ใหญ่ช่วยรักษาเหมียวเหมียวให้หน่อยซิ”
“ หลิงน้อย พี่ใหญ่ไม่ใช่หมอแมวนะ จะรักษามันได้อย่างไร”
“ พี่ใหญ่ยังรักษาลุงห้าหายได้เลย ทำไมถึง ไม่ช่วยเ้าเหมียวเหมียว มันแค่ป่วยไม่ได้ขาขาดสักหน่อย” หลิงน้อยทำท่าจะร้องไห้ เสี่ยวเทียนได้แต่ส่ายหัว
“ เอาล่ะ เ้าเหมียวเหมียว เ้าเป็อะไร ไม่ยอมกินข้าว หือ บอกมาซิ” เสี่ยวเทียนใช้จิตคุยกับมัน
“ ข้าก้างติดคอ เลยไม่อยากกินอะไร”
“ อะไรนะ !! แมวอย่างเ้าเนี่ยนะ ก้างปลาติดคอ” เสี่ยวเทียนอยากหัวเราะแต่ก็หัวเราะไม่ออก เลยจับมันอ้าปาก เพื่อดูว่าในคอของมันมีก้างติดอยู่หรือเปล่า
แล้วในที่สุด ก็พบว่า มีก้างชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่งติดอยู่จริงๆ ด้วน จึงใช้ฝ่ามือดูดก้างนั้นออกมาอย่างง่ายดาย
“ เอาหายแล้ว ก้างมันติดคอ นี่ไงเห็นไหม” เสี่ยวเทียนยื่นก้างปลาให้หลิงน้อยดู
“ หลิงน้อยว่าแล้ว พี่ใหญ่ต้องรักษาเ้าเหมียวเหมียวได้ คราวนี้ก็กินข้าวได้แล้วซิ
ไปกันเถอะ ข้าจะพาเ้าไปกินข้าว” หลิงน้อยอุ้มเ้าเหมียวเหมียวออกจากห้องไปไม่หันมามองเสี่ยวเทียนอีกเลย
รุ่งเช้า ที่บ้านตระกูลจางมีแขกคนสำคัญมาจากวังหลวง คือขันทีชรา เตี้ยนจื่อ
เขามาพร้อมกับทหารองครักษ์อีก สิบคน พร้อมรถม้า เพื่อมาพาเสี่ยวเทียนเข้าเฝ้า
คราวนี้ทั้งตระกูลจางต่างใยิ่งนัก เพราะไม่รู้ว่ เสี่ยวเทียนทำผิดอะไรกันแน่ กว่าที่ขันทีชราเตี้ยนจื่ออธิบาย เื่ราวให้ฟัง ทุกคนก็สบายใจไประดับหนึ่ง
เสี่ยวเทียนเดินออกมาพอดี
“ เ้าคือ เฉินเสี่ยวเทียนใช่หรือไม่” เตี้ยนจื่อเอ่ยกับเสี่ยวเทียน
“ ขอรับ”
“ ดีพวกเราเข้าวังไปหาฝ่าากันเลย อย่าให้พระองค์รอนาน”
ท่านแม่จะขอไปด้วยแต่ ขันทีเตี้ยนจื่อบอกว่า ฝ่าา้าพบเสี่ยวเทียนแค่คนเดียว คนอื่นก็เข้าวังไม่ได้
“ ไม่ต้องห่วง ลูกเอาตัวรอดได้” เสี่ยวเทียนเข้าดึงแม่ก้มลงมาแล้วกระซิบเบาๆ ที่ข้างหู
ถึงแม้ว่าเสี่ยวเทียนจะบอกแบบนี้ แต่แม่กับทุกคนก็อดเป็ห่วงไม่ได้ เพราะคนระดับจักรพรรดิผู้ฝึกตนเหนือโลกพิภพแห่งนี้ แล้วบรรลุเซียน์แล้ว เซียนทั่วไปไม่อาจปิดบังตัวตน ต่อพระองค์ได้อย่างแน่นอน แม่และทุกคนได้แต่ภาวนาขอให้เสี่ยวเทียนกลับมา อย่างปลอดภัยเท่านั้น.....