[จบ] เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90

    บทที่ 48 กู้ย่าฮุยเดินไปทางไหนก็มีแต่คนมอง

    บทที่ 48 กู้ย่าฮุยเดินไปทางไหนก็มีแต่คนมอง


    และแล้วก็มีผู้หญิงคนหนึ่งถือตะกร้าผักมาหยุดอยู่ตรงหน้า


    “สาวน้อย ขายอย่างไรจ๊ะ”


    “หนึ่งจินสามเหมาค่ะคุณน้า เพิ่งขุดใหม่ ๆ มาเลยค่ะ ตรงนี้ยังมีน้ำค้างเกาะอยู่เลย” เจียงหนานหยิบผูกงอิงขึ้นมาหนึ่งกำมือแล้วเขย่า


    น้ำค้างที่ว่าเป็นน้ำที่เธอฉีดเองล้วน ๆ


    คุณน้าผมลอนถือถือตะกร้าผัก ใช้สายตามองผูกงอิงในมือเธออย่างสนใจ “ทำไมมันหน้าตาแบบนี้ล่ะ จำได้ว่าเคยกินแล้วไม่อร่อยเลย”


    เจียงหนานแนะนำ “คุณน้าต้องเอาไปต้มในน้ำเดือด ราดด้วยน้ำมันฮวาเจียว*[1] ผูกงอิงเป็นของดี ดับร้อนขจัดพิษลดการอักเสบของบาดแผล ช่วยในเรื่องผิวพรรณ โดยเฉพาะช่วยผู้หญิงอย่างเรา ๆ อาจจะมีเนื้องอกที่เต้านมได้ กินอาหารเหล่านี้เป็นประจำจะมีส่วนช่วยลดการเกิดเนื้องอกด้วยค่ะ”


    ในฐานะแพทย์แผนจีน เจียงหนานเข้าใจถึงประสิทธิภาพของสมุนไพรเหล่านี้อย่างละเอียด ที่หยิบยกขึ้นมาอวดอ้างไม่ได้กล่าวเกินจริงเลย เธอเพียงแค่ดึงดูดใจลูกค้าก็เท่านั้น 


    ได้ยินเธอพูดถึงว่าสามารถสลายเนื้องอกได้ คุณน้าก็เหลือบมองหน้าอกของตัวเองแล้วถามด้วยความสงสัย “มันมีผลมากมายขนาดนั้นเชียวหรือ?”


    “คุณน้าคะ ของพวกนี้เป็นยาสมุนไพรจีน ไปถามร้านขายยาก็ได้ค่ะ ถ้ากินเป็นประจำดีต่อสุขภาพนะคะ”


    คุณน้าผมลอนบอก “งั้นเอามาห้าจิน”


    เจียงหนานชั่งน้ำหนักสมุนไพรบนตาชั่งอย่างรวดเร็ว


    คุณน้าหยิบเงินหนึ่งไคว่ห้าเหมาให้เธอ เจียงหนานเก็บลงในกระเป๋าตัวเอง กล่าวขอบคุณก่อนจะขายต่อไป 


    “ผูกงอิงสดใหม่จ้า ขจัดร้อนล้างพิษ ช่วยในเรื่องผิวพรรณ ทุกคนมาดูกันก่อนได้จ้า หนึ่งจินสามเหมาเท่านั้น ไม่มีหลอกลวงแน่นอนจ้า”


    คนทั่วไปมักมีความคิดว่าซื้อหนึ่งคนก็จะซื้อตามอีกหนึ่งคน เหล่าคุณน้าสาวเล็กสาวใหญ่หยุดมองเจียงหนานมาด้วยความสนใจ


    ผูกงอิงอันนี้สดใหม่ ราคานี้สำหรับพวกเขานับว่าไม่แพงเลย พอได้ยินสาวน้อยคนนี้ตะโกนก็ยอมซื้อติดมือกลับไปหลายจิน


    เหล่าคนเดินตลาดที่เดินผ่านไปมาได้ยินสรรพคุณกันถ้วนหน้า


    ในยุคข้าวยากหมากแพง ผูกงอิงยังสามารถกินดิบได้ด้วย เหตุใดเล่าจะไม่สนใจ


    คุณลุงคนหนึ่งหยิบผูกงอิงขึ้นมาดมที่จมูก “ฉันเอาสองจิน”


    “คุณน้าจะเอาด้วยไหมคะ ผูกงอิงช่วยเรื่องผิวพรรณ ผิวพรรณของคุณน้าดูดีมากต้องหมั่นบำรุงนะคะ”


    เจียงหนานปากหวาน ตะโกนเรียกลูกค้าอย่างขยันขันแข็ง อย่างไรเหล่าคุณป้าคุณน้าก็ชอบคนปากหวานอยู่แล้ว “สาวน้อย เอาห้าจินจ้ะ”


    ตอนเที่ยงแทบไม่มีคนมาตลาดสด แต่ผูกงอิงแปดสิบจินของเจียงหนานก็ขายหมดเกลี้ยง


    เธอเหนื่อยจนคอแห้ง ลำคอเต็มไปด้วยฝุ่นควัน จะหาเงินทั้งที มันช่างเหนื่อยเสียเหลือเกิน


    เธอหยิบตาชั่งเครื่องเล็กใส่ไว้ในถุง วางไว้ที่เบาะหลังจักรยานก่อนจะเข็นไปที่ร่ม เธอเพิ่งจะตระหนักร่างกายของตนเองปกคลุมไปด้วยฝุ่น


    บนร่างสวมชุดผ้าสีน้ำเงินทั้งหนาทั้งหนักไม่ระบายอากาศ ยิ่งเหงื่อออกบอกได้คำเดียวเลยว่า ร้อน


    เจียงหนานเสียเงินซื้อไอศกรีมมาหนึ่งแท่ง หยิบมานั่งกินโบกไปมาในที่ร่มให้อากาศเย็นขึ้น


    พอเงยหน้ามองขึ้นไป เจียงหนานก็เห็นห้างสรรพสินค้าอยู่ตรงข้ามตลาดสด เธอก้มลงมองตัวเองอีกครั้ง


    หลังจากผอมแล้วก็ต้องซื้อชุดใหม่สิ


    เพื่อจะไปซื้อเข็มเงินหลาย ๆ เล่มที่ร้านยาสมุนไพร เจียงหนานเลยนั่งนับเงิน เงินในกระเป๋าและเงินที่ได้มาจากผูกงอิงยี่สิบกว่าหยวน ตอนนี้จึงนับได้ว่าเธอรวยแล้ว 


    หลังจากกินไอศกรีมเสร็จ เธอก็ปัดสิ่งสกปรก ล็อกจักรยานไว้ที่ชั้นล่างในห้างสรรพสินค้า แล้วเดินเข้าไปพร้อมกับเงินในกระเป๋า


    ตอนนี้ตั๋วทุกประเภทถูกยกเลิกไปแล้ว ขอแค่มีเงินก็สามารถซื้อได้


    เจียงหนานมองไปรอบกาย


    ในยุคสมัยนี้ทุกคนมุ่งเน้นการตัดเย็บเป็นหลัก อาชีพช่างตัดเย็บจึงเป็นที่นิยม


    เสื้อผ้ายอดนิยมในห้างสรรพสินค้า เป็นที่นิยมมากที่สุดก็คือเสื้อลายดอกกับกางเกงรัดรูป


    กางเกงรัดรูปเธอใส่ไม่ได้อย่างแน่นอน


    กางเกงเลกกิ้งหน้าหนาวแบบชาติก่อนก็ด้วย กางเกงเลกกิ้งสามารถสวมใส่นอกบ้านได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา เธอต้องเข้าใจร่างกายตัวเองด้วย ใส่กางเกงรัดรูปขนาดนั้น ก้นพุงพลุ้ยออกมาสงสารคนมองแย่


    ยุคสมัยไม่เหมือนกัน ความงามย่อมแตกต่างกัน


    เจียงหนานมองไปทั่ว ในที่สุดก็พบกางเกงตัวหนึ่งที่ทำให้เธอพอใจ


    มันเป็นกางเกงยีนขาบานสีน้ำเงิน จะว่าสวยก็สวย จะว่าแพงก็แพงจริง


    เธอจะเสียเงินไปยี่สิบหยวนเลยถ้าจะซื้อกางเกงตัวนี้


    เรียกได้ว่าเป็นเงินจำนวนมหาศาลเลยทีเดียว


    ในยุคสมัยนี้ ราคาสินค้าไม่สมดุลกันอย่างมาก เนื้อ ผัก ธัญพืช หนึ่งจินราคาไม่ถึงสองหยวน พริก มะเขือยาว ราคาแค่สามเหมา สิบหยวนซื้ออาหารได้มากมาย แต่ราคากางเกงยีนกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์นั้นสูงลิบลิ่ว


    ผู้ที่สามารถสวมใส่กางเกงยีน นับได้ว่าเป็นผู้นำวงการแฟชั่นในยุคนี้


    วันนี้เป็นเพราะเจียงหนานไหลตามกระแสนิยม เธอจึงแทบจะหลั่งเลือด


    หลังจากจ่ายเงินแล้ว เธอก็สวมกางเกงยีนขากว้างเอวสูงบนร่าง แถมยังซื้อเสื้อเชิ้ตสีขาวอีกตัวอีกต่างหาก


    เธอเดินไปห้องน้ำสาธารณะในห้างสรรพสินค้า เปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างหน้าล้างคราบมันเยิ้มออกจากหน้าแล้วจัดทรงผมให้เรียบร้อย


    มุมเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกผูกเป็นปม ร่างกายเจียงหนานเลยดูผอมเพรียวขึ้น เธอหยิบชุดผ้าสีน้ำเงินทั้งหนา ๆ ขึ้นแล้วเดินออกจากห้างสรรพสินค้า


    เธอใส่เสื้อไว้ในถุงเบาะหลังของจักรยาน


    ผู้หญิงทุกคนล้วนรักสวยรักงาม เสื้อผ้าใหม่บนร่างของเจียงหนานรู้สึกช่วยคลายร้อนขึ้นมาทันที


    ได้เสื้อผ้าใหม่แล้วเจียงหนานก็ปั่นจักรยานไปที่ร้านขายสมุนไพร


    ………


    สถานีรถไฟอำเภอเมืองหล่งซาน


    ลู่ฮ่าวสวมหมวกแก็ปลิ้นเป็ดปกปิดผ้าก๊อซที่พันอยู่รอบใบหน้าแล้วยืนอยู่ตรงทางออกเพื่อรอรับคน


    รถไฟขาเข้ารอบสิบเอ็ดโมงครึ่งมาไวมาก ไม่นานผู้โดยสารก็หลั่งไหลออกมาจากทางออกกันคลาคล่ำ


    ลู่ฮ่าวยืนอยู่ทางด้านขวาของทางออก รอกู้ย่าฮุยออกมา 


    ท่ามกลางผู้โดยสารที่เดินผ่านไปผ่านมาก็มีร่างสวมชุดสีแดงเข้มเดินออกมาจากสถานีอย่างสบายใจเฉิบ  


    ชายหนุ่มรูปหล่อคนนี้ทำผมทรงกัวฟู่เฉิง*[1] สวมเสื้อเชิ้ตสีแดงเข้มกับกางเกงยีนสีน้ำเงิน มีแว่นตากันแดดอยู่ตรงสันจมูก สวมรองเท้าหัวแหลม และมีคล้องสายกล้องถ่ายรูปไว้ที่คอ


    ในมือเขามีกระเป๋าเดินทางใบหนึ่ง


    เครื่องแต่งกายหรูหราทันสมัย ทำเอาผู้คนในชนบทที่ไม่ค่อยได้เห็นโลกภายนอกมากนักเป็นอันต้องเหลือบมองอยู่หลายครั้งหลายครา


    แม้แต่พนักงานบริการก็ยังเหลือบมองเขาถึงสองครั้ง


    กู้ย่าฮุยทำให้รอบ ๆ ดูวุ่นวายเล็กน้อย


    ลู่ฮ่าวลูบหน้าผากก่อนจะโบกไม้โบกมือให้กับร่างสีแดงที่กำลังเป็นจุดสนใจไม่ว่าจะเดินไปที่ไหน “ทางนี้”


    กู้ย่าฮุยมองรอบ ๆ หาร่างของลู่ฮ่าว ใช้เวลานานกว่าจะหาคนเจอ


    ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยของลู่ฮ่าวแล้ว กู้ย่าฮุยก็เดินตามเสียงไปพลางมองหาไป


    จากนั้นเขาก็เห็นลู่ฮ่าวสวมชุดสีดำสนิทกับหมวกแก๊ปสีดำ ท่าทางราวกับกำลังดักปล้นจี้คนไม่มีผิด


    เดินเข้าไปใกล้อีกสองก้าว กู้ย่าฮุยก็เลื่อนแว่นกันแดดลงมาที่ปลายจมูก พินิจพิจารณาใบหน้าของลู่ฮ่าว… คล้ายกับว่าลู่ฮ่าวกำลังมีบางสิ่งติดอยู่…


    กู้ย่าฮุยรีบเดินเข้ามา ถอดหมวกบนหัวลู่ฮ่าวออก กล่าวอย่างรังเกียจว่า “อากาศร้อนขนาดนี้ แกยังสวมมันไว้อีกนะ…”


    ก่อนที่จะพูดจบ เขาก็เห็นผ้าก๊อซบนใบหน้าลู่ฮ่าว ใบหน้าอันหล่อเหลาของกู้ย่าฮุย พลันแข็งค้างในทันใด “เหล่าลู่ นี่มันอะไร?”


    ใบหน้าได้รับบาดเจ็บถึงเพียงนี้เลยหรือ?


    ลู่ฮ่าวหยิบหมวกออกจากมือของกู้ย่าฮุยก่อนจะสวมกลับให้ตัวเองอีกครั้ง ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเบาอย่างเย็นชาว่า “ได้รับบาดเจ็บนิดหน่อย ไม่เป็นไรแล้ว”


    “ได้เจอกันแป๊บเดียว แกถึงกับทำให้ตัวเองตกอยู่ในสภาพแบบนี้เลยเรอะ?”


    กู้ย่าฮุยหันศีรษะไปสำรวจรอบกายลู่ฮ่าวแล้วมองใบหน้าเพื่อนสนิทอีกครั้ง “นี่ไม่ใช่บาดเจ็บเล็กน้อยแล้ว”


    “เอาน่า ว่าแต่คุณชายมัวแต่เสแสร้งอะไรอยู่”


    ลู่ฮ่าวใช้มือซ้ายคว้ากระเป๋าเดินทางของกู้ย่าฮุยมา “รีบตามมา”


    นี่เป็นครั้งแรกกู้ย่าฮุยมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ เขามองไปรอบกายอย่างประหลาดใจ “บ้านนายอยู่ไหน? ฉันอยู่บ้านนายก็แล้วกัน ว่าแล้วก็คิดถึงคุณปู่ลู่นิดหน่อยแฮะ”


    ลู่ฮ่าวนึกถึงหญิงสาวที่อยู่ในบ้านก่อนจะตัดรอนออกมา “บ้านฉันอยู่ไกล แกพักโรงแรมเอาแล้วกัน”


    “มันไกลนะ ต้องนั่งรถอีก”


    ลู่ฮ่าวก้าวไปข้างหน้า ยืนยันคำเดิม "พักในโรงแรมซะ"



    *[1] น้ำมันฮวาเจียว คือ น้ำมันที่สกัดจากพริกฮวาเจียวสีแดง ช่วยเพิ่มรสชาติความเผ็ดชาเผ็ดร้อนให้กับอาหาร นิยมปรุงใส่ในหม้อไฟหมาล่า ใช้หมักหรือทาปิ้งย่างหมาล่า

    *[2] ผมทรงกัวฟู่เฉิง กัวฟู่เฉิงเป็นนักร้องและนักแสดงชาวจีน หนึ่งในสี่ราชาเพลงป็อปของเกาะฮ่องกงแห่งคริสต์ทศวรรษ 1990 เจ้าของฉายา ราชานักเต้นแห่งเอเชีย (Dancing King of Asia) ทรงผมที่กล่าวถึงคือทรงผมแสกกลาง 


    คล้ายกับเรื่อง[จบ] เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 ที่คุณอ่าน