แฮ่ก แฮ่ก
บนเนินเขาแห่งหนึ่งของสำนักเขากระบี่ตอนนี้ปรากฏร่างชายหนุ่มสวมชุดคลุมฟ้าตัดดำกำลังวิ่งหน้าตาตื่นเนินเขาแห่งนี้คือส่วนในของสำนักเขากระบี่เป็สถานที่มงคลบำเพ็ญเพียรของผู้าุโชั้นสูงในสำนักหากไม่มีเื่ร้ายแรงเกิดขึ้นผู้าุโเหล่านี้ล้วนแทบไม่ก้าวเท้าออกจากถ้ำเซียนแดนมงคลแม้แต่ก้าวเดียวอย่างไรก็ตามวันนี้การปรากฏตัวของชายหนุ่มที่ดูร้อนรนนั้นทำให้สายตาของผู้าุโจำนวนไม่น้อยที่ปิดด่านบำเพ็ญเพียรอยู่ที่นี่ต้องให้ความสนใจ
“หลินเจา เ้าไม่รู้หรือไงว่าที่นี่คือเขตต้องห้ามของศิษย์แม้ว่าเ้าจะเป็ศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักก็ยังไม่รับอนุญาติให้เข้ามาโดยพลการ”
เสียงเนิบนาบของชายชราคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านในของหุบเขาแม้คำพูดจะตำหนิหลินเจาแต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและภูมิใจ เ้าของเสียงชราท่านนี้ก็คือหนานอี้เ้าสำนักคนปัจจุบันของสำนักเขากระบี่และยังเป็อาจารย์ของหลินเจาอีกด้วย
“ท่านอาจารย์! ที่สำนักตอนนี้เกิดเื่แล้วขอรับ สามวันก่อนมีคนกลุ่มหนึ่งบุกขึ้นเขามากล่าวว่า้าเปรียบเทียบฝีมือกับศิษย์รุ่นนี้ของสำนักเราเดิมทีแม้ว่าฝ่ายเราจะพ่ายแพ้ไปไม่น้อยแต่คนที่ออกไปสู้ก็ไม่ใช่ศิษย์สืบทอดของเขากระบี่ข้าเห็นว่านี่เป็โอกาศดีที่จะให้พวกศิษย์น้องได้แลกเปลี่ยนฝีมือกับอีกฝ่ายแต่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเื่ขึ้น...เมื่อศิษย์น้องซิวพ่ายแพ้แต่ไม่ยอมรับจึงเกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้นแล้วสุดท้ายพออีกฝ่ายลงมือหนักเกินไปผู้าุโซิวจึงออกหน้าแต่ทว่า...”
กล่าวมาถึงตอนนี้หลินเจาพลันชะงักไปเล็กน้อยสีหน้าเต็มไปด้วยความอดสูไม่ยินยอมเ้าสำนักหนานอี้เห็นเช่นนี้ในใจก็เกิดลางสังหรณ์ไม่ดีแล้วจึงรีบเอ่ยถาม
“แต่อะไร?”
“แต่ว่าผู้าุโซิวก็ยังไม่ไหวขอรับ! หลังจากนั้นเพราะไปกระตุ้นโทสะของอีกฝ่ายเข้าสุดท้ายทั้งยอดเขากระบี่เมฆาจึงถูกยึดครองไปแล้วขอรับมีผู้าุโสิบสองคนและศิษย์น้องเกือบครึ่งสำนักถูกกักตัวเอาไว้ข้าถูกปล่อยตัวมาที่นี่ก็เพื่อมาแจ้งข่าวให้กับท่านอาจารย์คนพวกนั้นบอกว่าสำนักเขากระบี่ของเราทำผิดพวกเขา้าคำอธิบายจากท่านอาจารย์ขอรับ!”
“บังอาจนัก! สำนักเขากระบี่ของข้ายอมให้คนมารังแกถึงที่ั้แ่เมื่อไหร่กัน!”
พร้อมกับเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธร่างของชายชราคนหนึ่งก็พุ่งทะยานออกมาจากด้านในหุบเขาชายชราคนนี้สวมชุดคลุมสีขาวแม้ใบหน้าจะชราแล้วแต่แววตากลับยังคงสุกสกาวเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตเมื่อเขามองสภาพของหลินเจาที่เป็ศิษย์อันภาคภูมิใจของเขาก็ยิ่งทำให้เขาโกรธมากกว่าเดิม
“หมายความว่าเ้าเองก็แพ้แล้ว? ศัตรูมีกันกี่คน? แม้ว่าผู้าุโระดับสูงส่วนใหญ่จะปิดด่านบำเพ็ญเพียรอยู่ที่นี่แต่ก็ยังมีผู้าุโหลายคนควยดูแลสำนักสุนัขเฒ่าคนไหนกันที่กล้ามาอาละวาดในสำนักเขากระบี่ของข้า!”
ฟังดูเหมือนเขากับลังถามหลินเจาอยู่แต่ความจริงแล้วกลับไม่ได้รอฟังคำตอบจากหลินเจาเลยพริบตาเดียวเ้าสำนักเขากระบี่ก็สะบัดแขนเสื้อทำให้บังเกิดสายลมพัดหอบเอาร่างของเขาและหลินเจาทะยานออกจากหุบเขามุ่งหน้าสู่ยอดเขากระบี่เมฆา
ในดินแดนโบราณเบญจภพนั้นประกอบไปด้วยทวีปใหญ่ห้าทวีปคือทุ่งเพลิงผลาญทางเหนือ หุบเขาหมื่นชั้นทางใต้ ป่าพฤกษามายาทางตะวันตกทะเลโกลาหลทางตะวันออก และสุดท้ายคือดินแดนต้นกำเนิดที่อยู่ใจกลางในตำนานของยุคแรกเริ่มนั้นกล่าวว่าเดิมทีแผ่นดินทั้งผืนของดินแดนโบราณเบญจภพนั้นคือผืนดินกว่างใหญ่ที่เชื่อมต่อถึงกันทว่าในยุคแรกเริ่มนั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทำให้แผ่นดินผืนนี้แยกออกจากกันและแก่นกำเนิดก็เสียความสมดุลแตกออกเป็แก่นกำเนิดธาตุทั้งห้ากระจายอยู่ตามทวีปต่างๆจนมาถึงในยุคนี้นอกจากแก่นกำเนิดธาตุทั้งห้าแล้วแต่ละทวีปยังถูกกั้นขวางไว้ด้วยกำแพงอุปสรรคที่อันตรายอย่างยิ่งด้วย
สำนักเขากระบี่นั้นตั้งอยู่บนหมู่เกาะแห่งหนึ่งของเขตทะเลเหนือในสิบเขตทะเลแห่งทะเลโกลาหลอีกทั้งสำนักเขากระบี่แห่งนี้ยังเป็หนึ่งในขุมอำนาจชั้นนำของเขตทะเลเหนืออีกด้วยยังไม่ต้องพูดถึงสัตว์ประหลาดเฒ่าบรรพชนของสำนักที่ซ่อนตัวอยู่เลยลำพังแค่หนานอี้เ้าสำนักคนปัจจุบันก็มีวรยุทธ์ในระดับปรมาจารย์ขั้นที่สี่ขั้นรู้แจ้ง่ต้น!
ในดินแดนเบญจภพนั้นมีการแบ่งแยกระดับวรยุทธ์ออกเป็สี่ขั้นใหญ่ตามบันทึกโบราณที่สืบทอดมาั้แ่ยุครกร้างอย่างไรก็ตามสำหรับสองขั้นหลังนั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะลำพังขั้นที่สามอย่างระดับเซียนก็เทพมีเพียงไม่กี่คนทั่วทั้งแดนเบญจภพที่สามารถเหยียบย่างเข้าสู่ระดับนี้คำเรียกขานว่าเซียนนั้นเทพจะเป็ปลายทางของจอมยุทธ์ทั้งแดนเบญจภพแล้วมีแค่สัตว์ประหลาดเฒ่าของขุมอำนาจที่ปกครองดินแดนเบญจภพเท่านั้นที่ฝึกฝนถึงระดับนี้
ดังนั้นในระดับสี่ขั้นใหญ่ของวรยุทธ์อันได้แก่ขั้นหลอมกลั่น ขั้นปรมาจารย์ ขั้นเซียน์และขั้นสุดท้ายเทพิญญานั้นก็มีเพียงแค่ระดับสองขั้นแรกเท่านั้นที่ปรากฏออกมาในดินแดนเบญจภพยุคนี้ขั้นหลอมกลั่นสิบระดับ ปรมาจารย์สิบระดับหากจอมยุทธ์คนหนึ่งฝึกฝนจนถึงขั้นปรมาจารย์ก็สามารถก่อตั้งสำนักเล็กๆ แห่งหนึ่งได้แล้ว
เ้าสำนักเขากระบี่หนานอี้ฝึกฝนบรรลุระดับปรมาจารย์ขั้นที่สี่ก็นับเป็ยอดคนในยุคนนี้นับเป็จอมยุทธ์ระดับสูงคนหนึ่งของแดนเบญจภพ!ส่วนคนที่สามารถกลายมาเป็ผู้าุโของสำนักเขากระบี่ได้ก็ล้วนบรรลุระดับปรมาจารย์แล้วทั้งสิ้นดังนั้นการที่ยอดเขากระบี่เมฆาถูกศัตรูยึดไปเขาจึงคิดว่าศัตรูเป็สุนัขเฒ่าสักคนที่ไม่กลัวตายเป็าุโของกลุ่มคนที่หลินเจาบอกมา
ตลอดทางหลินเจาเหมือนจะอยากพูดอะไรอยู่หลายครั้งแค่เขากลับอดกลั้นไว้ด้วยสีหน้าหมองคล้ำความจริงนั้นไม่ได้เป็อย่างที่เ้าสำนำหนานอี้คิดแต่ว่ามันน่าอับอายเกินกว่าที่เขาจะพูดออกมาได้
อย่างไรก็ตามเมื่อมาถึงยอดเขากระบี่เมฆาภาพตรงหน้าก็ทำให้เ้าสำนักหนานอี้สีหน้าบิดเบี้ยวไปทันทีศิษย์ของสำนักเขากระบี่ที่อยู่ที่นี่มีนับร้อยคนแต่ละคนล้วนมีตำแหน่งฐานะเป็ศิษย์สายในที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิยิ่งไปกว่านั้นยอดเขากระบี่เมฆาแห่งนี้จะเป้นที่ตั้งของตำหนักกิจการของสำนักเขากระบี่เมฆาด้วยเื่ราวภายในสำนักล้วนปรึกษาหาลือกันที่โถงใหญ่ของยอดเขาแห่งนี้
ทว่าเมื่อมาถึงภาพที่เห็นกลับทำให้เ้าสำนักหนานอี้ลมแทบจับความวุ่นวายที่ควรจะเกิดขึ้นนั้นกลับไม่มีให้เห็น เมื่อมองไปยังทางเขาโถงใหญ่พลันปรากฏภาพศิษย์ชายหลายสิบคนยืนหลังตรงอยู่สองข้างทางเดินราวกับทหารองครักษ์ในหวังหลวงอีกทั้งเมื่อมองผ่านเข้าไปในโถงใหญ่แล้วเ้าสำนักหนานอีกยังเห็นศิษย์หญิงกลุ่มหนึ่งกำลังร่ายรำอยู่ด้วย!
นี่มันเื่บ้าอะไรกัน!
ความสับสนกลายมาเป็โกรธเกรี้ยวและสุดท้ายก็จบลงด้วยโทสะที่ควบคุมไว้ไม่อยู่ของเ้าสำนักหนานอี้สุดสายตาของเขามองผ่านศิษย์ชายหญิงที่สำตัวเป็ข้ารับใช้ในวังไปยังเก้าอี้ใหญ่ด้านในสุดของห้องโถงซึ่งนั่นก็คือที่นั่งของเ้าสำนักเขากระบี่เป็ที่นั่งของเขานั่นเอง ทว่าในตอนนี้เขากลับมองเห็นชายหนุ่มอายุน้อยคนหนึ่งใบหน้าคมคายสวมชุดคลุสีนวลดุจพระจันทร์กำลังนั่งชันเข่าด้วยสีหน้ายิ้มแย้มด้านข้างทั้งสองฝั่งของเขามีสตรีอ่อนวัยใบหน้างดงามจนชวนตะลึงสองคนยืนอยู่ทางหนึ่งคอยหยิบผลไม้ป้อนเข้าปากชายหนุ่มส่วนอีกทางหนึ่งรินชาส่งให้เขาดื่ม!
ที่นี่คือสำนักเขากระบี่! ที่นี่คือยอดเขากระบี่เมฆา! นี่มันรังแกกันเกินไปแล้ว!
“สารเลว! เ้าเป็ใครถึงกล้ามาก่อเื่ที่สำนักเขากระบี่ของข้า!”
เสียงคำรามอันกึกก้องราวสายฟ้าของเ้าสำนักหนานอี้ดังขึ้นทำให้ทุกการเคลื่อนไหวบนยอดเขากระบี่เมฆาหยุดลงทันทีหลังจากนั้นเหล่าศิษย์ของสำนักเขากระบี่เมฆาต่างหันมามองหนานอี้ด้วยสีหน้าแตกต่างกันบ้างก็อับอาย บ้างก็ฮึกเหิม
“ท่านเ้าสำนัก!”
“ท่านเ้าสำนักช่วยพวกเราด้วย! เ้าโจรชั่วนี่ข่มเหงกันเกินไปแล้ว!”
“เลี้ยงเสียข้าวสุก! พวกเ้ายังคิดว่าตัวเองเป็ศิษย์สายในสำนักเขากระบี่เมฆาอยู่หรือเปล่า! ไสหัวไปให้หมด! อย่ามาสร้างความอับอายให้กับข้า!”
ท่ามกลางเสียงร้องมากมายของเหล่าศิษย์นั้นในที่สุดเ้าสำนักหนานอี้ก็ทนต่อไปไม่ไหวแล้วหลังจากตวาดออกมาคำหนึ่งก็สะบัดชายแขนเสื้อทำให้เกิดคลื่นลมพัดเอาร่างของศิษย์ชายหญิงจำนวนมากที่อยู่ด้านนอกโถงใหญ่ปลิวกระเด็นกลับไปด้านหลังของเขาส่งเสียงร้องโอดโอยกันเป็แถบ
อย่ามองว่านี่เป็การกระทำที่ดูเหมือนขาดสติแต่ความจริงแล้วผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดีเขาทำเช่นนี้ข้อแรกก็คือนำตัวศิษย์เหล่านี้ออกไปป้องกันไม่ให้เกิดเื่ไม่คาดฝันอย่างน้อยในระยะนี้เขาก็สามารถปกป้องทุกคนด้วยส่วนข้อสองก็เพื่อหยั่งเชิงศัตรูในโถงใหญ่เมื่อครู่นี้เป้าหมายของเขาไม่เพียงแค่ศิษย์ที่อยู่ด้านนอกแต่ยังรวมไปถึงศิษย์หญิงกลุ่มที่กำลังเต้นรำอยู่ด้วยแต่น่าเสียดายนักที่พลังของเขากลับไม่อาจผ่านเข้าไปในโถงใหญ่ได้เพราะถูกยับยั้งเอาไว้!
‘เป็ยอดฝีมือขั้นปรมาจารย์ตามคาดเพียงแต่ไม่รู้ว่าเป็ปรมาจารย์ขั้นไหน’
เ้าสำนักหนานอี้คิดในใจพลางขมวดคิ้วก่อนจะสั่งให้หลินเจาตามเขาเข้าไปในโถงใหญ่ส่วนคนอื่นให้รออยู่ด้านนอกแม้ว่าท่วงท่าของจะดูสงบแต่ความจริงแล้วกลับระมัดระวังและตื่นตัวอย่างยิ่งยังมีความเป้นไปได้ที่ศัตรูคราวนี้จะเหนือกว่าเขาเพราะอีกฝ่ายถึงกลับกล้าบุกขึ้นมาบนยอดเขาเมฆาทว่าเ้าสำนักหนานอี้กลับไม่มีความเกรงกลัว อย่างลืมว่าที่นี่คือสำนักเขากระบี่ที่นี่คือถิ่นของเขา!