บทที่ 16
ผู้จัดการเกียรติไกรเองก็ได้ยินประโยคที่ไอซ์กล่าวเช่นกัน แน่นอนว่าการต่อสู้ของผู้มีอำนาจหลายๆครั้งก็มักจะส่งผลต่อเศรษฐกิจทั้งใน และนอกประเทศเสมอ แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็ต้องเป็นกลาง และรอรับผลกระทบให้ดี“..ผมเข้าใจแล้วครับ ผมจะจัดการให้ตามที่คุณต้องการครับ..” เกียรติไกรกล่าวด้วยท่าทางเหนื่อยใจ“ขอบคุณมากนะครับคุณเกียรติไกร คุณช่วยผมเอาไว้มากจริงๆในครั้งนี้..” ไอซ์กล่าวกลับ หลังจากนั้นพวกเขาก็วางสายกันไป ตอนนี้ภายในห้องที่เงียบสงบ หัวสมองของเขากำลังแล่นคิดทำเรื่องต่างๆ ตอนนี้เขาเป็นคนที่มีเงินเยอะเฉยๆ แต่ด้วยเงินจำนวนแค่นี้ที่เขามีมันก็ไม่ได้ถึงครึ่งของตระกูลหลินเลยด้วยซ้ำ นอกจากนี้อำนาจอะไรก็ยังไม่มี การที่เขาจะต้องเข้าสู่สนามต่อสู้ในครั้งนี้ มันมีแต่แพ้กับแพ้เท่านั้น“อำนาจอย่างนั้นเหรอ... จริงสินะ ทำไมฉันถึงได้ลืมเรื่องนี้ไปได้กันล่ะ..” ไอซ์หัวเราะให้กับตัวเองที่คิดไม่ได้ถึงเรื่องนี้ มันยังมีสิ่งเขาสามารถประกาศให้โลกนั้นรู้ได้ เขาเป็นศัตรูกับตระกูลหลินนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เขารีบเดินลงมาหยิบกุญแจรถยนต์ของตัวเอง ก่อนจะออกจากบ้านไปยังสถานที่แห่งหนึ่งทันที พร้อมกับความทรงจำหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวของเขา “นี่เจ้าเด็กน้อยตรงนั้นน่ะ ร้องไห้ทำไมกันเหรอ.. พี่สาวมีไอติมด้วยนะ ลองกินสักหน่อยสิ” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมาในความทรงจำ แน่นอนว่าเธอคนนี้คือบิวตี้ในวัยเรียนมหาวิทยาลัย“ผมไม่เด็กแล้วนะครับพี่สาว ผมอายุตั้ง 15 ปีแล้ว..” เสียงเด็กน้อยที่ไม่เด็กแล้วตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น ด้วยวัยประมาณนี้ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วัยรุ่น และอยากจะรู้อยากจะลองไปเสียทุกอย่าง เรื่องของเรื่องก็คือ เด็กหนุ่มคนนี้เพิ่งจะอกหักมาจากรักครั้งแรก“อะไรกันก็เห็นร้องไห้ขี้มูกโป่งอย่างกับเด็กน้อย.. แถมยังมาแอบร้องไห้อยู่ตรงนี้อีก..” บิวตี้กล่าวกับไอซ์ที่กำลังร้องไห้อยู่ตรงระเบียงบ้าน แน่นอนว่าเธอทราบดีว่าน้องชายคนนี้คือน้องของเพื่อนเธอ บิวตี้กับครีมค่อนข้างสนิทกัน เพราะว่าก่อนที่จะเข้ามหาวิทยาลัยในเทอมแรกพวกเธอสองคนต้องเข้าเรียนเพื่อปรับพื้นฐานในช่วงซัมเมอร์ก่อน และด้วยสาขาที่พวกเธอเรียนมันมีผู้ชายมากกว่าจึงทำให้สนิทกันเร็ว วันนี้ครีมเลยชวนเธอมาทานข้าวที่บ้าน จนบิวตี้ได้พบกับเด็กน้อยที่กำลังนั่งร้องไห้อยู่“..ปล่อยผมไว้ตรงนี้แหละครับ.. ไม่มีใครสนใจผมเลย และผมต้องการอยู่คนเดียว..” ไอซ์ตอบกลับพร้อมกับหันหน้าไปอีกทางตามระเบียงบ้าน“อะไรกัน.. อกหักจากรักครั้งแรกอย่างนั้นสินะ.. เด็กน้อยจริงๆเลยนะ ฮ่าๆๆ” บิวตี้กล่าวพร้อมกับหัวเราะไปด้วย ไอซ์ที่ได้ยินก็หันมามองตาขวางทันทีโดยที่ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา“อะไร โกรธอย่างนั้นเหรอ.. หรือว่าแทงใจดำกันล่ะ คนที่นายควรจะโกรธมันคือตัวเองไม่ใช่หรือยังไง ที่ตัวเองไม่ดีพอ ที่ตัวเองไม่หล่อ เรียนไม่เก่งหรือเล่นกีฬาไม่เก่งอะไรอย่างนั้น.. นี่จะบอกให้นะ ถ้านายยังเป็นอย่างนี้อยู่ ลองนึกถึงหน้าผู้หญิงคนนั้นไว้ก็แล้วกันว่าเธอจะหัวเราะเยาะนายแค่ไหน น่าสมเพช ขี้แพ้.. นายต้องทำให้ตัวเองดีขึ้นสิ ทำตัวให้ดูดีที่สุด เพอร์เฟคที่สุด จนผู้หญิงคนนั้นเสียใจที่ทิ้งนายไป.. ฉันบอกนายได้เท่านี้แหละเจ้าเด็กน้อย ไปล่ะ แล้วก็อย่าลืมกินไอติมด้วยล่ะ” บิวตี้กล่าวก่อนจะเดินโบกมือออกไป ไอซ์ที่ยังเป็นเด็กน้อยในวันนั้นมองไปยังแผ่นหลังของเธอคนนี้ ด้วยความคิดที่หลากหลาย ความทรงจำตัดไปอีกหลายตอนที่พวกเขาทั้งสองเริ่มสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ บิวตี้กับครีมตัวติดกันยิ่งกว่าปลาหมึก ทำให้ทั้งสองมีโอกาสได้เจอกันค่อนข้างบ่อย ภาพของการเกี่ยวก้อยสัญญากัน ภาพที่พวกเขาเที่ยวเล่น และต้องแบกของกลับให้กับทั้งสอง ภาพที่เขาเผลอยิ้มอย่างมีความสุขกับกิริยาของพี่สาวทั้งสอง ความรักที่เขามีต่อบิวตี้มันไม่ใช่แบบชาย-หญิง แต่มันเหมือนกับเป็นพี่มากกว่า พี่น้องที่ห่วงหวงราวกับครอบครัวเดียวกัน ไอซ์ต้องยอมรับเลยว่าหลังจากที่พ่อแม่ของเขาเสียไป เมื่อตอนนั้นที่เขามีอายุเพียง 17 ปี เขาสนิทกับพี่บิวตี้มากกว่าพี่สาวตัวเองเสียอีก ตอนนั้นพี่ครีมลำบากมาก นอกจากเรียนมหาวิทยาลัยที่ว่าหนักแล้ว เธอยังต้องออกหางานทำตลอดเวลา เพื่อให้พอสำหรับค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน เรียกได้ว่าเวลานอนของพี่ครีมน้อยกว่า 6 ชั่วโมงในทุกๆวัน ตอนนั้นเขาก็ได้พี่บิวตี้นี่แหละที่ช่วยดูแลเขาในตอนที่พี่ครีมออกไปทำงาน กว่าที่เขาจะได้เจอหน้าของพี่ครีมก็เช้าของอีกวันแล้ว แถมบางวันพี่ครีมรับส่งหนังสือพิมพ์ตามบ้านต่างๆในตอนเช้าอีก เรียกได้ว่าเขาใช้เวลากับพี่บิวตี้มากกว่าพี่สาวของตัวเองเสียอีก ภาพเหตุการณ์ต่างๆมันลอยเข้ามาในหัว ขณะที่เขากำลังจอดรถยนต์อย่างสนิทหน้าสถานีดันเจี้ยนกลางเมืองเชียงใหม่พร้อมกับความแค้นที่มีใครบางคนกล้ามากที่มาทำกับคนในครอบครัวเขาอย่างนี้ “สวัสดีค่ะท่านฮันเตอร์ขออนุญาตตรวจบัตรของท่านด้วยค่ะ..” แน่นอนว่าก่อนที่จะเข้าดันเจี้ยนทุกแห่งได้ก็จะต้องผ่านพนักงานคัดกรองตรงหน้าสถานีก่อนเป็นปกติ เมื่อผ่านจากจุดนี้ไปแล้ว ก็จะมีให้ผู้ใช้งานอีกสามจุดข้างใน หนึ่งคือทางเข้าดันเจี้ยน สองคือช่องการค้า ในช่องที่สองนี้ผู้ใช้งานสามารถซื้อ-ขาย รวมถึงการเปิดประมูลเหมือนที่ไอซ์เคยทำได้ และส่วนที่สามเป็นส่วนที่มีคนน้อยที่สุด มันเป็นช่องที่เรียกว่าธุรการดันเจี้ยน ช่องนี้มันเป็นช่องที่จะเอาไว้สร้างกิลด์ กลุ่ม ปาร์ตี้ สำหรับการลงดันเจี้ยนเป็นกลุ่ม นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการติดประกาศ และธุรการอื่นๆ ไอซ์เลือกเดินไปทางช่องสามในทันที“สวัสดีค่ะ ท่านฮันเตอร์เทียนหลง ไม่ทราบว่าติดต่อเรื่องอะไรคะ..” พนักงานของสถานีที่หน้าตาเหมือนกันทุกคนเอ่ยถามกับไอซ์“ผมต้องการติดประกาศในดันเจี้ยนทั่วทวีปเอเชีย ผมจะต้องจ่ายค่าดำเนินการเท่าไร และทำยังไงครับ” ไอซ์ไม่รอช้า พูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการในทันที สำหรับเขาแล้วตระกูลหลินเป็นตระกูลที่ร่ำรวย และยังเป็นเจ้าพ่อในด้านธุรกิจมานานหลายปีในโซนเอเซีย การประกาศเอาเป็นแค่ในโซนนี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว เขาไม่ต้องการที่จะสูญเสียโดยใช่เหตุเกินไป“ดันเจี้ยนในโซนเอเชียมีทั้งหมด 3,481 แห่ง การติดประกาศแบบแผ่นป้ายจะนับแผ่นละ 1 เหรียญทอง/วัน รวมเป็นเงิน 3,481 เหรียญทองค่ะ และทางเรามีบริการอ่านคำจากแผ่นป้ายเป็นเวลา 10 นาทีแบบฟรีๆ สำหรับการติดแผ่นป้ายจำนวนมากเช่นนี้” พนักงานดันเจี้ยนเอ่ยกล่าวเงื่อนไขให้กับไอซ์ฟัง ‘เรามีเหรียญทองเหลือบ้างไหมเนี่ย ลืมไปเลยว่าการทำธุรการที่ดันเจี้ยนมันจะต้องใช้เหรียญทองเท่านั้น..’ ไอซ์ที่ได้ยินก็คิดอยู่ภายในหัว ก่อนที่มัวเอไอสาวที่อยู่กับตัวเขาจะกล่าวขึ้นมา “ผู้ใช้งานมีจำนวนเหรียญทองเหลือทั้งหมด 23,210 เหรียญเจ้าค่ะ..” เสียงของมัวที่ไม่ได้ยินมานานหลายชั่วโมงมันสร้างความตกใจให้กับไอซ์เล็กน้อย ก่อนที่เขาจะยิ้มออกมา“ขอบใจมากนะมัว มาได้ทันเวลาพอดี.. เริ่มติดประกาศได้เลยครับ..” ไอซ์กล่าวกับทั้งสอง“ทางเราจะรีบดำเนินการให้ค่ะท่านฮันเตอร์ ในการบริการครั้งหน้าท่านสามารถใช้ตัวผู้ช่วยในการติดประกาศได้ด้วยที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาเองค่ะ..” พนักงานก้มศีรษะให้เขานิดหน่อยเพื่อเป็นการเคารพ และเมื่อไอซ์ได้ฟังก็อยากจะตบหน้าตัวเองสักครั้งหนึ่ง ทั้งๆที่มีมัวอยู่แต่กลับไม่ได้ใช้งาน เขาน่าจะโกรธผสมกับความรีบร้อนจนลืมคิดไปเลย พนักงานดันเจี้ยนที่จดๆเขียนๆอะไรสักอย่าง ก่อนที่ยื่นมาให้กับไอซ์ เพื่อเขียนข้อความลงไปในกระดาษนั้น ไม่นานทุกอย่างก็เสร็จสิ้น เขายื่นกลับไปที่พนักงาน หลังจากนั้นเวทมนตร์บนกระดาษก็ทำงานของมันอย่างสวยงามก่อนที่มันจะไปปรากฏอยู่ตรงบนป้ายประกาศสถานีอย่างสวยงาม“ระบบได้หักเหรียญทอง จำนวน 3,481 เหรียญเป็นที่เรียบร้อยค่ะ แผ่นประกาศทั้งหมดได้ถูกติดตั้งบนบอร์ดของดันเจี้ยนทุกแห่งแล้วค่ะ ส่วนข้อความคำประกาศนั้น ท่านฮันเตอร์ต้องการให้พนักงานของเราเอ่ยประกาศด้วยเสียงเวลาใดคะ..”“ตอนนี้ทันที.. ประกาศมันในตอนนี้เลย” ไอซ์กล่าวด้วยรอยยิ้ม