บทที่ 21 นี่คือเด็กสาวอัจฉริยะหรือ? ช่างแข็งแกร่งนัก
จี้จื่อจั๋วยกมือขึ้น ปล่อยวิหคเมฆาเพลิงออกจากกรงิญญา และโยนมันไปยังทางของศิษย์สำนักเจ็ดดารา
วิหคเมฆาเพลิงที่ดิ้นรนอยู่กรงิญญาของจี้จื่อจั๋วมานาน ทั้งบ้าคลั่งและเคียดแค้น ครั้นได้อิสระ มันก็ระบายความโกรธทั้งหมดออกมาใส่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าทันที
เสียงฟู่ดังขึ้น เปลวไฟร้อนระอุและพลังปีศาจอันทรงพลังพุ่งใส่ศิษย์สำนักเจ็ดดารา
"หลบเร็ว!"
ไม่รู้ใคระโขึ้น ศิษย์สำนักเจ็ดดาราใวิ่งกระเจิดกระเจิง แต่ไม่ว่าพวกเขาจะวิ่งเร็วแค่ไหน ก็ไม่ทันเปลวไฟปีศาจ
ในชั่วพริบตานั้น ผู้คนจำนวนมากได้รับาเ็จากวิหคเมฆาเพลิง บางคนถูกเหวี่ยงกระเด็น บ้างล้มลงกับพื้น บ้างถูกไฟคลอก ท้องฟ้าเปลี่ยนสีสู่แดงฉาน
ภาพเช่นนี้ ทำให้เยี่ยหรงเยว่ร้อนใจจนดิ้นเร่า
"หยุดเดี๋ยวนี้! พวกเ้าจะทำร้ายผู้อื่นเช่นนี้ได้อย่างไร? หากพวกเขาเป็อะไรไป..."
"ต่อให้พวกเขาตายกันหมด ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกข้าทั้งนั้น!"
เยี่ยหลิงหลงไม่เคยเอาใจเยี่ยหรงเยว่ นางพูดขัดขึ้นมาทันที
"ใครก็ตามที่ไม่ได้ตาบอดหูหนวก ต่างก็ได้ยินพวกเขาพูดอวดโอ่อย่างไร้ยางอายว่าจับวิหคเมฆาเพลิงได้ ไม่ว่าจะโกหกหรือไม่ก็ตาม พวกข้ายินดีคืนวิหคเมฆาเพลิงให้พวกเขา ส่วนจะมีความสามารถพอที่จะจับมันไว้ได้หรือไม่ นั่นไม่ใช่เื่ที่พวกข้าต้องสนใจ"
คำพูดของเยี่ยหลิงหลงมีเหตุผลชัดเจน คนอื่น ๆ จึงได้แต่อ้าปากพะงาบ ๆ พูดสิ่งใดไม่ออก
เยี่ยหรงเยว่มีสีหน้าไม่น่าดู เกลียดที่คนเหล่านี้ช่างโง่เขลา ไร้ความสามารถแท้ ๆ แต่ยังจะโกหกหลอกลวง ถูกจับได้มีหลักฐานแ่าแล้วยังดื้อด้านไม่รู้สำนึก ต้องอยู่สำนักเดียวกับคนพวกนี้ นางรู้สึกอับอายนัก
แต่ถึงอย่างนั้น นางก็ไม่อาจปล่อยให้คนเหล่านี้ตายได้ ไม่เช่นนั้นเมื่อกลับไปนางคงไม่มีหน้าไปรายงานผู้าุโแน่
นางเป็คนที่โดดเด่นมาั้แ่เกิด ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ได้รับความอิจฉาและชื่นชมจากผู้คน นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่นางต้องก้มหัว ก้มหัวให้กับคนไร้ค่าเช่นเยี่ยหลิงหลง
นางไม่เต็มใจ แต่ก็ไม่มีทางเลือก
นางกำหมัดแน่นใต้แขนเสื้อ สูดหายใจเข้าลึก อดกลั้นความรู้สึกเ็ปในใจแล้วเอ่ยปาก
"หลิงหลง ได้โปรดช่วยพูดกับศิษย์พี่ของเ้า เก็บวิหคเมฆาเพลิงตัวนี้กลับไปด้วยเถิด ด้วยกำลังต่ำต้อยของพวกเขา ไม่มีทางจับวิหคเมฆาเพลิงได้ก่อนแน่นอน"
"โอ๊ะ เ้ายอมรับว่าพวกเขาโกหกงั้นหรือ"
"ใช่ พวกเขาโป้ปดหลอกลวง ใส่ร้ายศิษย์พี่เจ็ดของเ้า บัดนี้ที่ได้รับาเ็ก็สมควรแล้ว แต่โทษทัณฑ์นี้ไม่อาจถึงตาย ข้าหวังว่าเ้าจะไว้ชีวิตพวกเขา โปรดให้โอกาสพวกเขากลับตัวกลับใจด้วย"
คำพูดของเยี่ยหรงเยว่มีเหตุผลทุกประโยค ปวงชนรอบข้างก็ไม่อยากให้เื่บานปลายจนเกินไป
นางไม่กลัวจะทำให้สำนักเจ็ดดาราโกรธเคือง แต่สิ่งที่นางทำก็เพื่อรักษาชื่อเสียงของศิษย์พี่เจ็ด
"เ้าพูดเองนะ ทุกท่านคงได้ยินแล้ว ช่วยเป็พยานให้พวกข้าด้วย"
ปวงชนรอบข้างที่มามุงดูต่างพยักหน้ารับปาก พลางหันไปซุบซิบ สำนักใหญ่ที่สุดในยุทธภพอย่างสำนักเจ็ดดาราก็เพียงเท่านี้เอง ศิษย์ที่สอนออกมาช่างโง่เขลาและไร้ยางอายยิ่งนัก
นอกจากเยี่ยหรงเยว่แล้ว คนอื่น ๆ ในวันนี้ช่างน่าอับอายขายหน้าจริง ๆ
"ศิษย์พี่เจ็ด เก็บวิหคเมฆาเพลิงของพวกเรากลับมาเถอะ"
"ได้ ข้าฟังเ้า"
วิหคเมฆาเพลิงถูกเรียกกลับมา พวกศิษย์สำนักเจ็ดดาราถอนหายใจโล่งอก ทุกคนทรุดตัวนั่งกับพื้น สีหน้าไม่สู้ดีนัก พยายามฟื้นฟูตัวเอง บ้างาเ็ บ้างพิการ ไม่มีแรงโต้แย้งอะไรอีกแล้ว
มองดูสภาพอันย่ำแย่ของพวกเขา จี้จื่อจั๋วรู้สึกสะใจยิ่งนัก
หากศิษย์น้องหญิงเล็กมาไม่ทัน วันนี้เขาไม่เพียงต้องเสียวิหคเมฆาเพลิง แต่ยังถูกใส่ร้ายว่าทำร้ายศิษย์สำนักเจ็ดดาราอีก ต่อไปคงจะถูกทั้งยุทธภพเรียกว่าปีศาจน้อยแล้ว
แม้เขาจะไม่ใส่ใจความคิดเห็นผู้อื่น แต่ใครเล่าจะยอมให้ผู้คนใส่ร้าย
ถึงเขาจะชินกับการลงมือทำมากกว่าพูด แต่วันนี้ที่ศิษย์น้องหญิงเล็กทำให้คนเหล่านี้อับจนคำพูดจนต้องยอมรับว่าตนเองไร้ยางอาย ช่างเป็เื่ที่สาแก่ใจยิ่ง!
เวลานี้ เยี่ยหรงเยว่รู้ตัวว่าสีหน้าตนเองไม่น่าดูนัก จึงไม่อยากอยู่ในท่ามกลางฝูงชนนานนัก นางจึงบอกกับศิษย์สำนักเจ็ดดาราที่ยืนอยู่ด้านหลังว่า "พวกเราไปกันเถอะ หาที่เงียบสงบพักรักษาาแสักครู่"
ศิษย์เ่าั้รู้ว่าวันนี้ตนทำสำนักเสียหน้าเป็อย่างมาก ในขณะที่ศิษย์พี่ใหญ่ได้รับาเ็ เมื่อครู่ก็เป็เยี่ยหรงเยว่ที่ช่วยพวกเขาเอาไว้ ดังนั้นพวกเขาจึงละทิ้งอคติในใจ ทำตามคำพูดของเยี่ยหรงเยว่ไปหาที่พักฟื้นแต่โดยดี
เยี่ยหรงเยว่เห็นพวกเขาเชื่อฟังคำพูดของนาง ความหยิ่งผยองที่เพิ่งถูกเยี่ยหลิงหลงทำลายก็ฟื้นคืนอีกครั้ง
ต้องรู้ว่านางเป็ศิษย์ใหม่ของสำนัก มีการฝึกฝนต่ำที่สุด แต่เพราะมีพร์เหนือผู้อื่นจึงได้รับความโปรดปรานจากอาจารย์ ทำให้ศิษย์ร่วมสำนักเจ็ดดาราหลายคนริษยานาง มักขัดขวางนางอยู่เสมอ
แต่ตอนที่เยี่ยหลิงหลงสร้างความยุ่งยากให้ขนาดนี้ พวกเขากลับยอมเชื่อฟังนางอย่างว่าง่าย นับว่าเป็โชคดีในโชคร้ายก็ว่าได้
ต่อจากนี้ไป บารมีของนางในสำนักเจ็ดดาราจะยิ่งแข็งแกร่ง และเส้นทางข้างหน้าก็จะราบรื่นยิ่งขึ้น
นางเงยหน้ามองเยี่ยหลิงหลงเล็กน้อย ส่วนหน้าที่เสียไปในวันนี้ นางจะรีบเอากลับคืนมาในไม่ช้า
นางมีพร์อยู่ในกำมือ คนที่ด้อยกว่านาง ต่อให้ตะเกียกตะกายวิ่งตามทั้งชีวิต ก็ไม่มีทางได้แตะชายเสื้อของนางแน่
เยี่ยหลิงหลง ผู้มีพื้นฐานอ่อนด้อยเพียงเท่านี้ นางไม่จำเป็ต้องใส่ใจเลยสักนิด เพราะในอนาคตระยะห่างระหว่างพวกเราจะยิ่งห่างไกลออกไปเรื่อย ๆ หรือบางทีอาจไม่ต้องรอถึงอนาคตก็ได้ เพราะระยะห่างในตอนนี้ก็ห่างไกลมากพออยู่แล้ว
"ทุกคนขึ้นกระบี่กันเถอะ พวกเราไปดูตรงนั้นกัน"
เยี่ยหรงเยว่พูดจบก็หยิบกระบี่ิญญาของตนออกมา เมื่อกระบี่ิญญาอยู่ใต้เท้า มันก็พานางทะยานออกไป
พวกศิษย์สำนักเจ็ดดาราที่อยู่ด้านหลังก็รีบทะยานตามไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นศิษย์สำนักเจ็ดดาราทั้งหมดขี่กระบี่จากไป พวกศิษย์จากสำนักอื่นก็ร้องอุทานออกมาตาม ๆ กัน
"ดูนั่น! เยี่ยหรงเยว่สามารถขี่กระบี่ได้ด้วย! นางเพิ่งอยู่แค่ขอบเขตก่อปราณเท่านั้นเอง!"
"นี่คือเด็กสาวอัจฉริยะอันดับหนึ่งในบรรดาศิษย์ใหม่รุ่นนี้หรือ? นางแข็งแกร่งนัก!"
"เพราะความสามารถที่นำหน้าผู้อื่นในทุก ๆ ด้านเช่นนี้ ในไม่ช้านางก็จะทิ้งห่างจากศิษย์รุ่นเดียวกันแล้ว ไม่แปลกใจเลยที่สำนักเจ็ดดาราโอ้อวดทุกวัน หากเป็สำนักของข้า คงโอ้อวดยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีก!"
ท่ามกลางเสียงอื้ออึงของทุกคน ความมั่นใจและความภาคภูมิของเยี่ยหรงเยว่ก็ฟื้นคืนมาทั้งหมด
นี่ต่างหากคือสิ่งที่นางควรได้ เมื่อครู่ต่อหน้าเยี่ยหลิงหลงนั้นล้วนเป็เื่ผิดปกติทั้งสิ้น
เยี่ยหรงเยว่ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มภาคภูมิ นำศิษย์สำนักเจ็ดดาราจากไปเพื่อสำรวจดินแดนลับหุบเขาประจิมต่อ
หากจำไม่ผิด กระจกพินิจกาลเคยบอกไว้ว่าในดินแดนลับหุบเขาประจิมมีแท่นหินที่มีปราณิญญาหนาแน่นอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้
ตอนนี้นางอยู่ในขอบเขตก่อปราณขั้นปลายแล้ว เหลือเพียงอึดใจเดียวก็จะสามารถบรรลุขอบเขตสร้างรากฐานได้ นางจำเป็ต้องหาแท่นหินนี้ให้เจอ!