บทที่8
“ทำไมฉันจะต้องลงไปทางบันไดกับคุณพัดด้วยคะในเมื่อฉันไม่จำเป็จะต้องหลบหน้านักข่าวสักหน่อยเดี๋ยวเราสองคนไปเจอกันที่ข้างล่างก็ได้นี่คะ”
นายแบบหนุ่มซึ่งก้าวนำไปสามขั้นบันไดจึงแหงนหน้าขึ้นมามองหล่อนพร้อมกับคลี่ยิ้มบางๆให้ “คุณวาคิดว่าจะหาตัวเจอกันง่ายๆ รู้หรือครับว่าผมจะชวนคุณไปที่ไหนแล้วอีกอย่างหนึ่ง ผมตั้งใจว่าจะอาศัยรถของคุณวาออกไป พวกนักข่าวจะได้ไม่ทันสังเกต”
“แล้วรถของคุณล่ะคะ”
หล่อนยังคงคาใจต่อไปเพราะเขาไม่ตอบคำถาม แถมยังก้าวเดินนำลงไปโดยไม่รีรอ ทำให้หล่อนต้องตัดสินใจก้าวตามเขาไปติดๆกระทั่งมาจนถึงประตูทางออกชั้นล่างสุด หล่อนจึงยืนหอบเพราะความเหนื่อยย่อตัวบีบแข้งขาของตัวเอง หวังจะให้เขารู้สำนึกผิดว่าพาหล่อนมาลำบาก
“เมื่อยหรือเปล่าครับ”
“ถามได้...เดินลงมาตั้งเป็สิบชั้นนะคะคุณ” หล่อนค้อนลมค้อนแล้งไปตามเื่
“ถ้าอย่างนั้นจะให้ผมอุ้มออกไปหรือคุณจะขี่หลังผมดีล่ะครับ”
คำพูดเย้าแหย่ของเขาทำให้ผิวแก้มของหล่อนแดงปลั่งจนต้องรีบกลบเกลื่อนด้วยการยืดตัวตรง เม้มปากเล็กน้อยก่อนจะเชิดหน้าขึ้นอย่างไว้ตัว
“ฉันเดินเองได้ไม่ใช่พวกง่อยเปลี้ยเสียขาซะหน่อย...แล้วถ้าขืนฉันทำอย่างที่คุณพัดพูดมีหวังได้ตกเป็ขี้ปากคนชอบสอดรู้สอดเห็นเื่ของชาวบ้านที่ชอบอ่านหนังสือกอสซิปแน่ๆขอบคุณในความหวังดีนะคะ”
เมื่อพูดจบหล่อนก็รู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด อาจเป็เพราะความอึดอัดในสถานที่ตรงนี้ก็เป็ได้เพราะหล่อนต้องอยู่กับเขาในพื้นที่จำกัดทั้งแคบและอับแต่แล้วเมื่อเขาเปิดประตูเหล็กบานเล็กออก หล่อนก็เห็นแผ่นหลังของเขาชะงักกึกในฉับพลัน
หล่อนจึงคาดเดาออกไปว่า“มีนักข่าวดักอยู่ข้างนอกหรือคะ”
ภูพัดไม่ได้ตอบในทันทีทำให้หล่อนอดสงสัยไม่ได้ จึงก้าวตามไปยืนในระยะประชิดหลัง ชะโงกมองข้ามไหล่กว้างของเขาออกไปยังเบื้องนอกจึงพบว่าสาเหตุที่ทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าไม่ขยับตัวไปไหนเป็เพราะชายหนุ่มอีกผู้หนึ่งออกมายืนขวางกลางเอาไว้
“ผมนึกอยู่แล้วว่านายต้องออกมาทางด้านหลังของโรงแรมผมก็เลยมาดักคอย...ตั้งใจว่าจะมาชวนไปทานข้าวเย็นด้วยกัน วันนี้นายไม่มีคิวงานแล้วนี่ครับ”
เสียงของสารทูลติดจะทอดอ่อนต่างจากตอนที่พบกันเมื่อครู่...แต่น้ำเสียงนั้นก็หายไปอย่างรวดเร็วเมื่อหล่อนก้าวเบียดร่างสูงของภูพัดออกไปยืนด้านนอกเพราะรู้สึกถึงความอุดอู้ในสถานที่
“ผมไม่ว่างนะ ขอโทษด้วยครับ”
ภูพัดตอบอย่างรักษามิตรภาพแต่สารทูลนั้นกลับมองมาทางหล่อนตาขวาง แสดงความไม่ชอบขี้หน้าอย่างชัดเจนพร้อมกระชากเสียงห้วนขึ้น
“นายไม่ว่าง...เพราะมีนัดกับผู้หญิงคนนี้เหรอครับแปลกดีนะ ขนาดต้องแอบพากันออกมาทางด้านประตูหลัง”
“หมายความว่ายังไงครับ” ภูพัดถามกลับเสียงขุ่น
“ไม่มีอะไร...ผมก็แค่หยอกเล่นถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
สารทูลไม่รอให้ภูพัดตอบคำถามใดอีกเขาหมุนตัวกลับแล้วเดินตัวปลิวโดยที่วาตีได้แต่มองตามแผ่นหลังอันสูงโปร่งของนายแบบพิธีกรผู้นั้นไม่ทันเห็นว่าสีหน้าของเขาผู้นั้นบึ้งตึง ย่นหัวคิ้วเข้าหากันพร้อมกับเม้มปากแน่นอย่างไร...
ทันเห็นแค่มือข้างหนึ่งที่ไกวอยู่ข้างตัวขณะเดินกำหมัดแน่น!
“รีบไปกันดีกว่าว่าแต่รถของคุณวาจอดอยู่ชั้นไหนครับ”
“คุณเดินตามฉันมาเลยค่ะ”
วาตีกำลังจะก้าวนำหน้าเขาแต่เท้าก็ต้องชะงักอีกรอบ เมื่อจู่ๆนายแบบหนุ่มขยับตัวเข้ามาประกบด้านข้างพร้อมกับถือวิสาสะโอบไหล่หล่อนเอาไว้โดยที่มือข้างที่ว่างจับปีกหมวกแก๊ปให้ขยับลงพร้อมกับก้มหน้าแล้วใช้แรงบังคับกลายๆให้เท้าของหล่อนก้าวเดินออกไป
“ขอยืมคุณวาควงเป็กำบังเดินไปจนกว่าจะถึงรถหน่อยนะครับ”
เหตุผลของเขามีแค่นี้จริงๆน่ะหรือ? หล่อนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองถามออกมาแต่ก็เดินเคียงกันไปโดยดุษณี จนกระทั่งเกือบจะถึงรถประตูกระจกบานกว้างทางด้านหลังของโรงแรมก็เลื่อนออกจากกันพร้อมกับเหล่านักข่าวต่างกรูออกมา ในมือคนพวกนั้นมีทั้งไมค์ทั้งเทปสัมภาษณ์พร้อมจะทำหน้าที่อยู่เสมอ
“พวกนักข่าวนี่คะรู้ได้ยังไงกันว่าคุณแอบออกมาทางนี้”
วาตีได้ยินเสียงจึ้กจั้กจากปากของเขาก่อนจะพูด“รถคุณวาจอดอยู่ตรงไหนครับ”
ห่างไปไม่กี่่ตัวก็เกือบถึงรถวาตีนึกเห็นใจเขาอยู่ครามครัน จึงตัดสินใจฉุดแขนเขาให้ก้าวตามไปเร็วๆเมื่อกดปุ่มคลายล็อกได้ หล่อนก็ขึ้นไปนั่งด้านหลังพวงมาลัยบังคับรถส่วนภูพัดเปิดประตูด้านหลังได้ แทบกระโจนเข้าไปเปลี่ยนจากนั่งเป็นอนราบแล้วก้มหน้าหลุบตามองพื้น
วาตีเห็นสภาพเขาตอนนี้นึกแล้วก็อดขำไม่ได้...เป็คนดังต้องทำตัวหลบซ่อนขนาดนี้เลยหรือ?
กระทั่งรถยนต์ของวาตีเคลื่อนตัวออกจากที่จอดรถโผล่ขึ้นมาแล่นบนถนนที่มุ่งออกจากพื้นที่เขตโรงแรมมุ่งสู่ถนนด้านนอกหล่อนจึงได้ถามขึ้นว่า
“คุณต้องหลบนักข่าวขนาดนี้เลยหรือคะเป็ดาราแล้วมันลำบากอย่างนี้นี่เอง”
ชายหนุ่มค่อยๆยันกายลุกขึ้นอยู่ในท่านั่งปกติสายตาตวัดมองยังสถานที่เพิ่งจากมา พลางถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
“ถ้าไม่มีข่าวบ้าๆเื่ที่ผมเป็เกย์ก็คงไม่ต้องหลบหน้านักข่าวขนาดนี้หรอกครับ ทีนี้รู้แล้วใช่ไหมครับว่าทำไมผมถึงต้องอาศัยรถของคุณออกมา”
“แล้วคุณพัดไม่กลัวหรือคะว่านักข่าวพวกนั้นจะเอาคุณไปเขียนในทำนองว่าดังแล้วหยิ่ง เล่นตัวหรือให้ร้ายคุณทางตัวหนังสือในนิตยสาร ตอนนั้นคุณจะไม่เสียหายมากขึ้นหรือคะ”
วาตีทำหน้าที่นักเขียนเก็บข้อมูลกลายๆ...
“พวกนั้นจะเขียนยังไงก็คงห้ามไม่ได้หรอกครับ แต่คุณวาคงจะไม่เขียนอะไรที่เป็เื่ไม่จริงหรอกใช่ไหมครับ”
หล่อนเหลือบมองเขาทางกระจกหน้ารถนิดหนึ่ง ยิ้มที่มุมปากก่อนตอบ“ฉันเขียนนิยายนะคะคุณพัดว่าในนิยายมันคือเื่จริงหรือเื่ที่แต่งขึ้นล่ะคะ”
นั่นสินะ...หล่อนกำลังเก็บข้อมูลเขาจากชีวิตจริงเพื่อไปใส่ในนิยายแล้วหล่อนก็มองเห็นภาพบางฉากขึ้นมาหนึ่งในฉากนั้นคงต้องมีตอนที่เขาวิ่งหนีหลบหน้านักข่าวเป็พัลวัน
นึกแล้วก็สนุกเหมือนกันนะ...
//////////////////////////////////////////////////