TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 187 แม่ตื่นแล้ว

    ตอนที่ 187 แม่ตื่นแล้ว


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ***** 





    ดูเหมือนว่าเหล่าผู้อาวุโสของนิวโฮปจะประทับใจในตัวของเขามาก จึงดำเนินการให้รวดเร็วขนาดนี้


    นอกจากข่าวการปลุกแม่ของเขาแล้วยังมีข้อความการแจ้งกำหนดการการลงเทรดอบิสสีน้ำเงินในเดือนหน้าด้วย ซึ่งเรื่องนี้เฟิร์สเองก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก


    หลังจากที่ข้อความของนิวโฮปถูกส่งมาเฟิร์สก็รีบบอกพ่อของเขาในทันที


    คุณหมอสมคิดดีใจเป็นอย่างมาก เขาตื่นเต้นและต้องการที่จะเดินทางไปที่ศูนย์นิวโฮปภาคเหนือเดี๋ยวนี้


    แต่เฟิร์สได้เอ่ยห้ามเอาไว้


    “ใจเย็นๆ ครับพ่อ วันพรุ่งนี้พวกเราจะเดินทางไปที่นั่นด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องรีบขนาดนั้น ถึงไปตอนนี้แม่ก็ยังไม่ตื่นหรอกครับ” เฟิร์สเอ่ยอย่างยิ้มๆ 


    “เดินทางพรุ่งนี้ มันจะทันหรอเฟิร์ส?” คุณหมอสมคิดกล่าวอย่างสงสัย


    “พ่อคงตื่นเต้นจนลืมแล้วสินะครับว่าลูกชายคนนี้ของพ่อเป็นใคร” 


    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใช่แล้ว พ่อลืมไปจริงๆ” คุณหมอสมคิดระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างปลดปล่อย


    “ไม่ต้องห่วงวันพรุ่งนี้เช้าพวกเราจะเดินทางด้วยการเคลื่อนย้ายมวลสาร คืนนี้พ่อต้องพักผ่อนให้มากนะครับไม่อย่างนั้นพอไปถึงที่นั่นพ่ออาจจะอ๊วกออกมาอีก” เฟิร์สเอ่ยแซว


    เมื่อเจ็ดปีก่อนเฟิร์สเคยพาพ่อของเขาใช้วงแหวนอักขระค่ายกลเคลื่อนย้าย หลังจากที่ใช้งานมันพ่อของเขาก็อ๊วกออกมาเพราะไม่เคยชินกับการเดินทางแบบนี้


    แม้แต่เหล่าเวเนเตอร์แรงค์ SS เมื่อใช้งานครั้งแรกพวกเขายังรู้สึกอึมครึมทรงตัวไม่ค่อยอยู่ พ่อของเขาบ่มเพาะเพียงเท่านี้การได้รับผลกระทบจึงไม่ใช่เรื่องแปลก


    “เจ้าลูกชาย คิดว่าเป็นเวเนเตอร์แรงค์ SSS แล้วจะล้อพ่อได้หรอ? นี่แน่ะๆ ๆ ต้องสั่งสอนซะหน่อย” 


    คุณหมอสมคิดใช้มือวางบนศีรษะของเฟิร์สแล้วขยี้หัวไปมา


    เฟิร์สไม่ได้ต่อต้าน ทุกครั้งที่อยู่กับครอบครัว เขามักจะทำตัวเป็นเด็กน้อยของพ่อแม่เสมอ


    ช่วงเวลาแห่งความสุขทำให้เขารู้สึกอิ่มเอมในใจ


    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในวันรุ่งขึ้นพ่อของเขาก็สารภาพออกมาว่าตนเองนอนไม่หลับทั้งคืน


    เฟิร์สได้ใช้วงแหวนอักขระฟื้นฟูกับพ่อของเขา เพื่อให้กระปี้กระเป่ามากยิ่งขึ้น


    “พ่อนี่น้า ทำเป็นตื่นเต้นเป็นเด็กๆ ไปได้” 


    “เดี๋ยวเถอะๆ เจ้าลูกชาย แล้วนี่พวกเราจะไปกันได้รึยัง?”


    “วัยรุ่นใจร้อน” เฟิร์สเอ่ยอย่างยิ้มๆ


    คุณหมอสมคิดหน้าแดงขึ้นมาทันที


    ทว่าเวลาต่อมา


    “โอ้ยพ่อ ผมเจ็บนะพ่อ พอแล้วๆ” 


    คุณหมอสมคิดดึงหูลูกชายอย่างเอาคืน เขารู้ดีว่าตัวตนอย่างเฟิร์สทำแค่นี้ไม่เจ็บจริงๆ หรอก ทั้งหมดเป็นแค่การแสดงเท่านั้น


    ปกติแล้วพ่อลูกคู่นี้ไม่ได้หยอกล้อกันแบบนี้บ่อยมากนัก แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันดี พวกเขาจึงร่าเริงยิ่งกว่าทุกวัน


    หลังจากที่หยอกล้อกันอย่างหอมปากหอมคอ เฟิร์สก็ได้สร้างวงแหวนอักขระค่ายกลเคลื่อนย้ายขึ้นมา


    แน่นอนว่าเขาเคยไปที่นิวโฮปศูนย์ภาคเหนือมาแล้ว จึงวางพิกัดได้อย่างแม่นยำ


    วังวนมิติปรากฏขึ้นมาในทันที


    “ไปกันเถอะครับพ่อ”


    คุณหมอสมคิดเดินไปจับมือของเฟิร์สเพราะรู้สึกกลัวเล็กน้อยที่จะใช้การเดินทางแบบนี้


    เฟิร์สยิ้มอย่างเอ็นดูก่อนจะจูงมือพ่อของเขาเข้าไปในวังวน


    วูบ!


    หลังจากที่เดินผ่านเข้าไปในวังวนแล้ว วังวนนั้นก็หายไปในทันที


    คนทั้งสองปรากฏตัวยังอีกฟากหนึ่งซึ่งเป็นด้านหลังของตึกศูนย์อำนวยการภาคเหนือของนิวโฮป


    พรึบ! พรึบ!


    ทันทีที่คนทั้งสองโผล่ออกมา วังวนด้านหลังก็หายไป


    “ที่นี่ที่ไหนกัน? ทำไมเรามาโผล่ที่นี่?” คุณหมอสมคิดเอ่ยถาม


    “ที่นี่คือด้านหลังของศูนย์ภาคเหนือน่ะครับ พอดีผมไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าผมได้กลับมาแล้ว ผมชอบที่จะใช้ชีวิตเงียบๆ แบบที่ผ่านมามากกว่า” เฟิร์สกล่าวอธิบาย


    อย่างไรก็ตามฐานะของเขาในตอนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสิบพิเศษของนิวโฮป ในอดีตก็เคยเป็นคนดัง มีคนรู้จักที่นี่ไม่น้อย 


    หากเขาจู่ๆ โผล่ไปที่ด้านหน้า ที่นี่ต้องเกิดความวุ่นวายอย่างแน่นอน


    เขาจึงได้ตกลงกับนิวโฮปและนัดแนะทุกอย่างให้เป็นความลับ


    “นั่นไงเขามาแล้ว เขาตรงเวลามาก” เฟิร์สยิ้มและหันไปมองชายคนหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามา


    แน่นอนว่าคนคนนี้เป็นคนที่เค้าเคยคุ้นเคย


    ก่อนหน้านี้เฟิร์สได้พบกับเขาตอนที่เป็นชายวัยกลางคนอายุสี่สิบกว่าๆ แต่ในตอนนี้เขาได้เข้าสู่วัยชราอายุห้าสิบกว่าแล้ว


    เขาคนนี้ก็คือ “สารวัตรเอไอ” อดีตหัวหน้าของเฟิร์สนั่นเอง


    “สวัสดีครับผู้อำนวยการเฟิร์สวัน” ชายชราสวมแว่นตาในชุดสูทสีขาวกล่าวและโค้งศีรษะลงเล็กน้อย ในแววตาของเขาฉายแววตื่นเต้น เขาไม่คิดเลยว่าเด็กหนุ่มที่เขาเคยชักนำเข้าสู่นิวโฮปและหายตัวไป บัดนี้กลับมาปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา มิหนำซ้ำยังปรากฏตัวพร้อมกับข่าวที่ว่าเขาคือแรงค์ SSS คนต่อไป


    ตัวตนของเฟิร์สวันนั้นถูกเก็บเป็นความลับ และตั้งแต่นี้เป็นต้นไปข้อมูลของเขาจะไม่ถูกเปิดเผย นิวโฮปจะเก็บเขาเป็นความลับเป็นอย่างดี แม้ว่าข่าวการปรากฏตัวของเขาจะแพร่ออกไป แต่ก็จะไม่มีใครสืบเรื่องราวของเขาได้


    “ไม่เจอกันนานเลยนะครับ สารวัตรเอไอ ... ไม่สิผมต้องเรียกคุณว่าผู้กำกับเอไอแล้ว” เฟิร์สเอ่ยอย่างหยอกล้อ


    ตอนนี้การบ่มเพาะของเอไอได้เข้าสู่ดาราแดงเก้าแฉกแล้วและเขาถูกเลื่อนขั้นไปอีกหนึ่งขั้นตามความสามารถของเขา


    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ผมก็ดีใจเช่นกันที่ได้เจอคุณอีกครั้ง เชิญทางนี้ครับ พวกเรากำลังจะดำเนินการปลุกคุณแม่ของคุณให้ตื่นขึ้นแล้ว” 


    “ขอบคุณครับ”


    ผู้กำกับเอไอพาเฟิร์สกับพ่อไปยังสถานที่ที่พวกเขาคุ้นเคย นั่นคือห้องปลุกนิทรา


    ซึ่งทั้งเฟิร์สและพ่อของเขาก็เคยอยู่ในห้องนี้มาแล้ว


    แคปซูลที่บรรจุผู้นิทรามากมายตั้งเรียงราย พวกมันถูกนิวโฮปดูแลเป็นอย่างดี


    ไม่นานพวกเขาก็มาถึงแคปซูลที่บรรจุร่างแม่ของเฟิร์ส ด้านล่างสลักชื่อ “นพนภา ชนะกุล” ซึ่งเป็นชื่อแม่ของเขา


    “ภา​ ...” คุณหมอสมคิดที่ได้เห็นร่างภรรยาของเขาก็อดที่จะร้องไห้ออกมาไม่ได้


    เฟิร์สแม้ไม่ได้กล่าวคำพูดใดออกมา แต่เมื่อเห็นหน้าแม่ของเขาอีกครั้ง ความคิดถึงก็ทำให้อารมณ์ของเขาสั่นไหว


    “พร้อมที่จะปลุกคุณนพนภาแล้วใช่ไหมคะ” หญิงสาวในชุดสูทสีขาวถือกล่องกระเป๋าที่ดูไฮเทคไว้แนบกาย


    ผู้กำกับเอไอพยักหน้า แล้วเธอคนนั้นก็นำกระเป๋าใบนั้นมาวางไว้บนแท่น 


    เมื่อกระเป๋าถูกเปิดออก แสงสีน้ำเงินก็ถูกสาดส่องออกมา อุณหภูมิโดยรอบพลันเพิ่มสูงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ มันคือเม็ดยาที่เอาไว้ใช้ปลุกผู้นิทราเป็นเวลานาน 


    แม้ว่ามันจะถูกเรียกว่าเม็ดยาแต่รูปลักษณ์ของมันกลับดูไม่ใช่เม็ดยา มันคือผลึกสีน้ำเงินรูปดาวที่แผ่รังสีสีน้ำเงินออกมา


    ตอนนั้นเองเฟิร์สก็พลันก้าวออกมาข้างหน้า


    “ให้ผมดูมันหน่อยได้ไหม?”


    หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้านี้เป็นใคร แน่นอนว่าเธอไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะถึงยังไงเด็กหนุ่มคนนี้ก็เป็นเจ้าของสิ่งล้ำค่านี้แล้ว


    “เชิญค่ะ”


    เฟิร์สเดินเข้าไปดูมันใกล้ๆ แต่ทันทีที่เขากำลังเอื้อมมือเข้าไปจับ หญิงสาวก็ร้องเตือนขึ้นในทันที


    “ระวังนะคะ รังสีของมันอาจมีอันตรายกับมนุษย์”


    เฟิร์สชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหันมายิ้มให้กับหญิงสาว


    “ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เพราะผมในตอนนี้ก็ไม่แน่ใจว่าตนเองยังเป็นมนุษย์อยู่อีกหรือไม่?”


    หญิงสาวอึ้งไป เมื่อคิดถึงสถานะของเด็กหนุ่มแล้วเธอจึงเอ่ยออกมา “ค่ะ”


    ยังไงก็ตามคนที่รู้เรื่องนี้ก็มีไม่มากนัก นอกจากคนที่อยู่ที่นี่แล้วภายในตึกนี้ก็มีน้อยนักที่จะรู้ว่าเด็กหนุ่มอยู่ที่นี่


    เฟิร์สหยิบผลึกสีน้ำเงินนั้นขึ้นมาดู เขาใช้จิตสัมผัสกวาดเข้าไปในผลึกนั้น แปลงสภาพของมันให้กลายเป็นอักขระและจำลองมันลงในโลกเพลิงสีเงิน


    ‘หลังจากนี้ฉันอาจเข้าใจโครงสร้างของมันและสามารถใช้มันปลุกผู้นิทราคนอื่นๆ ได้’ เฟิร์สคิดในใจ


    เขาหยิบมันขึ้นมาดูครู่หนึ่งเท่านั้นก่อนจะวางมันลงไป


    “ขอบคุณครับ” เฟิร์สพยักหน้าและยิ้ม


    “ถ้าอย่างนั้นฉันจะทำการปลุกคุณนพนภาให้ตื่นขึ้นมาแล้วนะคะ”


    “เชิญครับ”


    ทันทีที่ได้รับอนุญาต หญิงสาวก็ปิดกระเป๋าใบนั้นแล้วกดปุ่มใต้ฐานแคปซูลแล้วใส่มันลงไป


    ตอนนั้นเองแคปซูลก็ได้รันกลไก กระเป๋าถูกเปิดออกด้วยมือหุ่นยนต์และนำผลึกออกมาบรรจุใส่ในแคปซูล


    วินาทีที่ผลึกก้อนนั้นสัมผัสเข้ากับผลึกนิทราของนพนภา ผลึกสีน้ำเงินก้อนนั้นก็กลายเป็นคลื่นพลังงานและกัดกร่อนผลึกนิทราจนสลายหายไปอย่างช้าๆ


    กระบวนการนี้กินเวลาไปไม่นาน ในที่สุดผลึกนิทราทั้งหมดก็หายไปรวมทั้งคลื่นพลังงานนั้นด้วย ราวกับว่ามันคือศัตรูทางธรรมชาติที่หายไปพร้อมกัน


    เวลานั้นเองเปลือกตาของหญิงสาวในแคปซูลก็ค่อยๆ กระพริบ นิ้วมือกำลังกระดิก สัญญาณชีพจรกลับมาเต้นอีกครั้ง


    “ภา ...”


    “แม่ ...”


    สองพ่อลูกมองภาพนี้อย่างดีใจ น้ำตาของลูกผู้ชายพลันเอ่อล้นออกมาอีกครั้ง

    คล้ายกับเรื่องTheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์ ที่คุณอ่าน