หลังจากเสร็จกิจเื่บนเตียงภาวินีก็นอนกอดทรงภพแฟนเก่าของหล่อน ทรงภพบอกหล่อนว่า เขาติดหนี้เสี่ยบุญส่งหนึ่งแสนบาท เขาออดอ้อนหล่อนให้ช่วยหาเงินมาใช้หนี้เสี่ยเนื่องจากเสียเงินจากการพนัน การออดอ้อนทั้งยกยอป้อนคำหวานสารพัดด้วยความที่หล่อนรักทรงภพมาก จึงยอมทำตาม
ทรงภพเริ่มหว่านล้อมและ วางแผน บอก ภาวินีเื่ที่จะหลอกเงินผู้ชายเริ่มจากการเลือกผู้ชายที่โปรไฟล์ดูดีในเฟซบุ๊ก...จากนั้นทรงภพสมัครบัญชีเฟซบุ๊กให้หล่อน...และเข้าไปทักคุยเป็เพื่อนกับผู้ชายที่ถูกเลือกไว้…
การพูดคุยระหว่างภูษิตกับหล่อนทรงภพรู้เห็นมาตลอด จนกระทั่ง ออกนัดเจอ เพื่อดูตัวกัน กินข้าว ดูหนังฟังเพลงในที่สุดก็มาถึงวันที่ต้องเอ่ยปากเื่เงิน
‘สองล้าน ภาว่ามันมากไปนะคะ ไม่มั่นใจว่าภูษิตเขาจะหาเงินได้ไหม?’
‘ลองขอดูก่อนสิ ถ้าเขารักคุณจริง เขาก็หาทางยืมมาให้ได้’
ภาวินีหว่านล้อมออดอ้อนหลายครั้ง ทั้งเื่ที่หล่อนพยายามถามถึงฐานะทางบ้านของภูษิตทว่าภูษิตไม่เคยบอกเล่าฐานะทางบ้านให้หล่อนฟัง
ภูษิตไม่เคยเปิดเผยฐานะที่แท้จริงเพราะคุณนายอมรเคยกำชับไว้นั่นเอง...หลายครั้งที่คุณนายอมรห้ามไม่ให้เขาเปิดเผยฐานะตัวตนที่แท้จริง เพราะหล่อนกลัว พวกผู้หญิงมาปลอกลอกลูกชายตัวเอง...ภูษิตยอมทำตามที่แม่บอกถึงแม้ไม่เปิดเผยตัวตน การเจอกันบ่อยครั้ง ภาวินี แต่งตัวสวย ป้อนคำหวาน เอาใจ และยั่วยวน เร้าอารมณ์ จนเขาหลงในที่สุด...
ภาวินีไม่คิดว่าภูษิตจะมีเงินทองมากมาย หรือ มีคนในครอบครัวคอยช่วย...หล่อนลองเสี่ยงถาม ค่าสินสอดจากเขาจำนวนเงินสองล้านบาทและบีบน้ำตาให้น่าสงสาร ว่าเอาไปให้ย่า ด้วยความรักที่มีต่อทรงภพหล่อนจึงหลอกล่ออย่างสุดกำลัง! ...ในที่สุดก็ได้สองล้านบาทมาสมใจ
ทรงภพกอดหล่อนแน่นเงินสองล้านบาทยังคงอยู่ในถุงสีน้ำตาลหัวเตียงมีผ้าคลุมไว้สองร่างกอดกันกลมกำลังมีความสุขวาดฝันถึงอนาคตข้างหน้า…
“ผมจะเอาไปใช้หนี้เสี่ยบุญส่งหนึ่งแสน จากนั้นเราจะไปต่างจังหวัดหาทางลงทุนค้าขายกัน”
“ภาเห็นด้วยกับคุณ”
“แต่ตอนนี้คุณต้องระวังตัว เพราะภูษิตโพสต์รูปคุณลงในโซเชียลเผื่อมีคนเห็นคุณเข้า เขาแจ้งเบาะแสคุณให้เขารู้”
“เื่นี้ภาจะระวังเอง นพไม่ต้องเป็ห่วง”
“เื่ที่ คุณคุยกับพี่สาวคุณล่ะ”
“พี่พลอยใจดี ยังไงพี่พลอยก็ต้องใช้หนี้ให้ภาอยู่แล้วพี่พลอยได้ทุกอย่างไปจากพ่อ กับ แม่ของภา”
“ดีแล้วอย่างน้อย ทางครอบครัวภูษิตก็จะได้ ไปตามเงินจากพี่สาวคุณเราก็มีเวลาหนีอีกไปสักพัก”
ทรงภพพูดจบกอดภาวินีแฟนสาวไว้ในอ้อนกอดภาวินียิ้มมีความสุข ก่อนหลับลงในอ้อมกอดของชายที่หล่อนรักทรงภพมองภาวินีกอดตอบเขาแน่น เขาขยับแขนอีกข้างออกห่างแล้วค่อยๆย้ายถุงสีน้ำตาลไปไว้ด้านข้าง...จากนั้นก็นอนหลับไปพร้อมกับหล่อน
ภาวินีคบหากับทรงภพั้แ่เรียนมัธยมปลายปีสุดท้ายมัธยมศึกษาปีที่หก หล่อนสอบไม่ติดมหาวิทยาลัย ย่าปราณีขอร้องให้เรียนมหาวิทยาลัยเปิด หรือ มหาวิทยาลัยเอกชน...ย่าสัญญาจะให้เงินไปเรียนหล่อนรับปากว่าจะเรียนให้จบ หล่อนขอเงินจากย่าเป็ค่าเทอม ด้วยความรักที่มีต่อหลานจึงให้ภาวินีห้าหมื่นบาท หล่อนไปสมัครเรียนจากนั้นก็ไปบ้างไม่บ้างไม่นานก็ย้ายไปอยู่กับทรงภพ...
ต่อมาอานันท์และดอกไม้ เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางเรือ...หล่อนเริ่มห่างเหินจากย่าปราณีมาใช้ชีวิตอยู่กับทรงภพเต็มตัว...ไม่นานก็พากันหนีไปทำงานโรงงาน
ส่วนนพพี่ชายของหล่อนเรียนมหาวิทยาลัยปีสามแต่แล้วจู่ๆก็หายตัวไป การหายตัวไปของนพ สร้างความกังวลให้กับย่าปราณีไม่น้อยมาระยะหลังภาวินีก็ไม่ติดต่อกลับมาบ้าน นานๆโทรหาย่าที ส่วนมากโทรคุยเื่เงิน...หล่อนสร้างความปวดหัวให้กับย่าแทบทุกครั้ง แต่เพราะรักหลานเมื่อย่าปราณีวางสายเสร็จ ก็จำใจโอนเงินให้เช่นเคย...นานเข้าป้าสายใจสงสารย่าปราณีเมื่อ ภาวินีโทรมาอีก ป้าสายใจ เป็คนรับสาย แล้วอบรมสั่งสอนหลายครั้งที่อดทนไม่ไหว ตวาดใส่ จนภาวินีเริ่มถอยห่าง...
ครั้งสุดท้ายหล่อนยืมเงินป้าสายใจห้าหมื่นบาท ด้วยความสงสารย่า ที่ย่าปราณีมีบุญคุณเลี้ยงดูหล่อนมายาวนานถึงแม้หล่อนไม่ได้เป็ญาติฝ่ายไหนของย่า แต่ป้าสายใจก็ได้พึ่งพาอาศัยย่าปราณีมานานส่วนหลานสาวอย่างภัคธีมาก็พึ่งใบบุญของอานันท์กับดอกไม้ มานานจนได้ร่ำเรียนจบ...
ป้าสายใจตัดสินใจให้เงินภาวินีห้าหมื่นบาทภาวินีเงียบไปหลายเดือน ล่าสุดก็มาก่อเหตุเื่หลอกเงินผู้ชายไปสองล้านบาท...
วันรุ่งขึ้นภาวินีค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาหล่อนหันมามองข้างกาย กลับไร้ร่องรอยของทรงภพ...จากนั้นหล่อนยกมือควานหาถุงเงินสีน้ำตาลที่อยู่ใต้หมอน หล่อนยกหมอนออกเปิดผ้าปูเปิดฟูกที่นอนออก ไม่พบ! เงินหายไปแล้ว! หายไปพร้อมกับ ทรงภพ ผู้ชายที่พร่ำบอกหล่อนว่ารักนัก รักหนา...
“ไอ้ทรงภพมึงหลอกกู กูจะฆ่ามึง!”
ภาวินีกำมือแน่นด้วยความเ็ปและ แค้นใจ ที่โดนคนที่หล่อนรักหักหลัง!
...
เมื่อมาถึงบริษัทหญิงสาวแวะกินข้าวเช้าข้างบริษัทก่อนเข้ามาเริ่มงาน หลังจากกินข้าวเสร็จ หล่อนก็เดินเข้ามาใน บริษัท คอสเมติก จำกัด หล่อนเมียงมองหาเนยา เพื่อนร่วมงานทว่าก็ยังไม่เห็นโผล่หน้ามา หญิงสาวจึงเปิดคอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะเขียนบทความโฆษณาประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท
หล่อนเป็พนักงานประชาสัมพันธ์ของบริษัทหน้าที่หลักๆ วันๆหนึ่งใช้เวลาเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ ทำPRผ่านช่องทางออนไลน์ทำคลิปวีดีโอ รับสายลูกค้า ประสานงานกับสื่อมวลชน
แม้กระทั่งประสานงานกับฝ่ายการตลาด เพื่อจัดการแถลงการณ์หากมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ๆขณะที่หญิงสาวกำลังเขียนบทความ เกี่ยวเครื่องสำอางตัวใหม่ เนยาเพื่อนร่วมงานก็ทักขึ้น
“แหมขยันมาทำงานแต่เช้าเลยนะจ้ะ แม่สาวPR คนเก่ง”
“ขอบใจจ้า” หล่อนเงยหน้ายิ้มให้กับเพื่อนร่วมงาน เนยา ทักทายหล่อนสั้นๆก่อนเดินไปทำงานของตัวเอง สักพัก อรอนงค์ หัวหน้าของหล่อนก็เรียกเข้าพบ
“เมื่อวานพี่แจ้งแล้วใช่ไหมว่า วันนี้่บ่ายเราจะมีงานเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ เชิญดาราดังมาถ่ายรูปกับสินค้าของเรา”
“ค่ะ”หญิงสาวตอบรับ
พี่อยากให้พลอยช่วยสรุปข่าวลงในเพจของบริษัท และ ช่วยติดต่อนักข่าวมาทำข่าวด้วยนะ”
“ได้ค่ะ”
“พี่จะให้ฝ่ายการตลาด เตรียมข้อมูลเื่โปรโมชั่นสินค้าตัวใหม่ ให้MCในงาน พลอยกับเนยาช่วยดูความเรียบร้อยของเวทีด้วยนะ”
หลังจากที่ออกจากห้องหัวหน้ามาเนยาก็บ่นทันทีพร้อมชี้หน้าตัวเอง
“ชั้นเป็ฝ่ายบุคคลนะ ให้ช่วยเตรียมเวที หัวหน้าจะช่วยบริษัทประหยัดไปถึงไหนกันจ้างออแกไนซ์มาจัดก็สิ้นเื่”
“เถอะน่า อย่าบ่นเนยาก็รู้นี่ว่า ปีนี้บริษัททำกำไรได้น้อยลงใช้พนักงานที่มีอยู่ก็พอแล้ว ”
“กำไรน้อย แต่จ้าง พราวดาวมาเป็พรีเซ็นเตอร์เนี่ยนะ ค่าตัวนางไม่ใช่ถูกๆ”
“ก็แค่ถ่ายรูปกับสินค้าเอง..." หญิงสาวมองโลกในแง่ดี พลางพูดต่อ
"่นี้ฝ่ายบุคคลยังมีงานไม่มาก อีกอย่างเพิ่งต้นเดือนเงินเดือนพนักงานก็ยังไม่ต้องทำ เหอะน่า ถือซะว่าช่วยๆกัน”
“จ้างร้อยทำล้านจริงๆ” เนยาบ่นพอได้ยินกันสองคน หญิงสาวได้แต่ยิ้มเพราะหล่อนก็เข้าใจดีว่า บริษัทแค่จ้างพนักงานให้มีตำแหน่งสังกัดเท่านั้น...แต่พอเวลางานจริงก็ต้องทำสารพัด แม้แต่หล่อนก็ยังมีหน้าที่เป็แอดมินเพจคอยตอบคำถามสารพัดอย่างให้ลูกค้า
“แต่ยังดีที่พี่อรอนงค์ จ้างMCมาสัมภาษณ์ดารา หรือว่าเนยาจะเป็ MC”
“โนว จ้ะ โนว เนยาขอช่วย ดูเวทีก็ได้จ้า”
่บ่ายวันนี้ดาราสาวเดินทางมาถึง ช่างกล้องได้ถ่ายรูปดาราสาวคู่กับผลิตภัณฑ์สินค้าจากนั้นพราวดาว ก็ถูกเชิญมานั่งบนเวทีพร้อมพิธีกร ท่ามกลางการรอคอยของนักข่าวพิธีกรเริ่มสัมภาษณ์ ดาราคนดังกล่าวด้วยบรรยากาศเป็กันเอง ...
นักข่าวต่างพากันเตรียมคำถามแม้อาจจะนอกเื่บ้างถามเื่ความรัก ถามเื่งานละครล่าสุด บางครั้งนอกเื่ไปไกลพิธีกรก็มีไหวพริบดีสามารถโยงคำถามของนักข่าวให้เข้ามาเื่ของสินค้าของบริษัทจนได้หญิงสาวพยายามจดบทสัมภาษณ์ของพิธีกร สรุปเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น และที่เกี่ยวข้องกับบริษัท เพื่อจะ เตรียมลงเฟซบุ๊กแฟนเพจ ไอจี ทวิตเตอร์ และหลากหลายช่องทางเท่าที่จะกระจายข่าวได้...
ส่วนรูปที่ดาราสาวถ่ายไว้กับสินค้า...ไม่ว่าจะเป็ชุดเครื่องแต่งหน้า ลิปสติก แป้งพับ น้ำหอม ต่างๆฝ่ายกราฟฟิกคงจะจัดการเอง...
งานจบลงด้วยการถ่ายรูปกับดาราสาวพราวดาว คู่กับ พิธีกรดัง และ หัวหน้าของหล่อน จากนั้นพนักงานบริษัทต่างก็เข้ามาขอถ่ายรูปกับพราวดาวก่อนกลับ
“ไม่เห็นต้องจ้างมาเลย เนยาว่านะ ให้พลอยมาถ่ายรูปกับสินค้าของบริษัทก็จบ”
“อย่าไปพูดให้หัวหน้าได้ยินเชียวนะ เนยา” หญิงสาวรีบห้ามเพื่อนร่วมงาน
“ก็เนยาพูดจริงนี่นา ยัยดารานั่น แค่ตอนนี้ละครเป็กระแสเท่านั้นพูดจาฉะฉาน ถ้าจับพลอยมาแต่งแล้วถ่ายกับเครื่องสำอางก็ใช้ได้เลยหนำซ้ำแกจะได้มีงานเสริม ได้เงินพิเศษ”
งานเสริมใช่สิหล่อนต้องหางานเสริมเพื่อจะได้มีเงินมาใช้หนี้ตาหมอนั่น หล่อนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำใจเจอหน้าเ้าหนี้ ที่หน้าตาไม่เป็มิตร เค็ม เขี้ยวลากดินคนนี้ได้นานแค่ไหนกัน...
“ไปหาอะไรกินกันก่อนแยกกันไหม”เนยาชวนหลังจากเห็นหล่อน นิ่งไปสักพัก
“ไปสิ” หล่อนตอบ
หลังจากเลิกงานแล้วขณะที่นั่งรถกลับภายในใจของหญิงสาวยังคิดถึงเื่ เงินที่หล่อนต้องหามาใช้หนี้ให้ได้ เมื่อเทียบกับเศรษฐีแล้ว สองล้านบาท คงเป็เศษเงินของเศรษฐีหรือ เศษเงินของเ้าหนี้อย่างเขา แต่สำหรับหล่อนก็คงต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะหาสองล้านบาทมาได้ ทว่าสุดท้ายหล่อนก็ปลอบใจตัวเองมันไม่ใช่สิบล้านบาทสักหน่อย คงไม่ยากเกิน...