ตอนที่ 16 ขาดหาย เศษเสี้ยวความกลัวในความทรงจำ
มีรถม้าตามนางมาตลอด แล้วตอนนี้ยังคิดจะแซงหน้าไปอีกงั้นหรือ
เว่ยเย่ว์อู่พึมพำ ออกคำสั่งเสียงเบา “หยุดรถ ให้พวกเขาผ่านไปก่อน”
นางถอยให้ย่อมเป็เพราะอยากดูว่ารถม้าคันนั้นเป็อย่างไรกันแน่ นางไม่คิดว่านอกจากจวนหฺวาหยางโหวกับจวนจิ้งหย่วนโหวแล้ว จะยังมีใครให้ความสนใจนางอีก
รถม้าหยุดลง จินหลิงช่วยนางเลิกม่านขึ้น
เว่ยเย่ว์อู่เห็นรถม้าที่กำลังผ่านไปอย่างเชื่องช้า นั่นเป็รถม้าที่ดูธรรมดามากคันหนึ่ง แม้จะกว้างขวางกว่ารถม้าปกติเล็กน้อย แต่กลับไม่มีอะไรโดดเด่น
ทว่าเว่ยเย่ว์อู่ยังคงมองความไม่ธรรมดาของรถม้าคันนี้ออกได้อย่างชาญฉลาด ม่านผืนนั้นที่แขวนอยู่เหนือประตูรถเป็สีฟ้านภาที่ไม่โดดเด่น แต่ยามได้สำรวจอย่างละเอียด กลับเห็นได้ว่าทั้งสี่มุมล้วนปักดิ้นทอง อีกทั้งวัสดุนั้น หากมองไม่ผิดคงจะเป็ของบรรณาการจากแถบเจียงหนาน นำของบรรณาการเช่นนี้มาใช้เป็ม่านมุ้งได้ ย่อมไม่ใช่สิ่งของที่คนธรรมดาจะนำมาใช้ฟุ่มเฟือยได้
และย่อมหมายความว่าฐานะของผู้ที่อยู่ในรถไม่ธรรมดาเป็อย่างมาก อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์ไม่ตื้นเขินกับในวัง
สองรถปาดแทรกกัน ม่านหน้าต่างของรถม้าฝั่งตรงข้ามพลันเลิกขึ้น จากมุมมองของเว่ยเย่ว์อู่สามารถมองเห็นปลายคางอันแหลมคมแข็งแกร่ง การตอบสนองต่อคนที่อยู่ในรถม้าคันนั้นของเว่ยเย่ว์อู่ ยามสายตาเฉียบคมตกลงบนใบหน้าตน มือที่วางอยู่บนเข่ากำแน่นอย่างห้ามไม่ได้
นี่เป็การตอบสนองตามสัญชาตญาณต่อสิ่งอันตรายอย่างหนึ่ง
กายเอนพิงไปด้านหลัง หลบหลีกสายตาที่เพ่งเล็ง คิ้วใบหลิวเลิกขึ้นเล็กน้อย สายตาของนางที่กวาดผ่านอย่างรวดเร็วเมื่อครู่นี้ หางตายังเหลือบเห็นสีเหลืองอ่อนๆ สีเหลือง สีที่ศักดิ์สูงที่สุด
“คุณหนู…” เห็นสีหน้าตึงเครียดของเว่ยเย่ว์อู่ มือของจินหลิงคลายออก ปล่อยผืนม่านลง
“ไม่เป็ไร” หลังจากผืนม่านที่ถูกปิดลง ครั้นรู้สึกได้ว่าสายตาของคนผู้นั้นเลือนหายไป เว่ยเย่ว์อู่ถึงค่อยโล่งใจ
สายตาอันเฉียบคม ปลายคางอันแข็งแกร่ง อีกทั้งสีเหลืองอ่อนๆ แวมวับนั่น ล้วนพิสูจน์ให้เห็นว่าคนในรถย่อมเป็ผู้ที่ยึดตำแหน่งสูงมานาน สถานะสูงศักดิ์ คนเช่นนี้เป็ไปไม่ได้ที่จวนหฺวาหยางโหวหรือโม่หฺวาถิงจะเชิญมาได้
นี่หมายความว่าคนผู้นี้ไม่ได้มาเพื่อตนโดยเฉพาะ แต่ไม่ว่าคนในรถคือผู้ใด ล้วนไม่ใช่คนที่นางอยากยั่วยุ
หลายวันมานี้ เว่ยเย่ว์อู่เรียบเรียงความทรงจำทั้งหมดของตัวเอง แต่กลับพบว่าความทรงจำในวัยเยาว์ขาดหายไป่หนึ่ง และ่ที่ขาดหายไปนั้น พอนึกขึ้นมาจนถึงตอนนี้ยังทำให้เว่ยเย่ว์อู่รู้สึกเป็อันตราย จนถึงขั้นน่าขนลุกราวกับว่าเื่ราวเมื่อตอนนั้นน่าหวั่นระแวงเป็อย่างยิ่ง
ในความไม่ชัดเจนนั้น ตัวนางถูกขังอยู่ในห้องที่กว้างใหญ่และโอ่อ่าแห่งหนึ่ง ไม่ ไม่สมควรบอกว่าเป็ห้อง พอเว่ยเย่ว์อู่ขบคิดดูเวลานี้ ที่นั่นเป็ตำหนักใหญ่แห่งหนึ่ง
ทั่วสารทิศเงียบกริบ ไม่มีเสียงสักแอะ แต่นางกลับคลานอยู่หน้าประตูอย่างตื่นตระหนก ใช้แรงเคาะประตูที่ปิดแน่นสนิท บนมือเนียนนุ่มเคาะจนมีโลหิตซึมออกมา ร่ำไห้อย่างตื่นตระหนก ลำคอแหบพร่าไปนานแล้ว
แต่กลับไม่มีผู้ใดใส่ใจเลย
ความทรงจำถึงเพียงเท่านี้ก็ไม่ชัดเจนแล้วราวกับมีผ้ากั้นไว้ชั้นหนึ่ง นึกขึ้นมาได้อีกทีก็เป็เื่ราวเมื่อตอนอยู่บ้านท่านยายแล้ว ความทรงจำ่นั้นขาดหายไปแล้ว…
หลังจากรถม้าสองคันปาดผ่านหน้าไป รถนั่นยังคงเดินหน้าต่อไป ราวกับว่าที่ตามท้ายรถม้าของเว่ยเย่ว์อู่ก่อนหน้านี้ล้วนเป็เื่บังเอิญ
“องค์ชาย นี่คือคุณหนูหกสกุลเว่ยแห่งจวนหฺวาหยางโหวที่ทั้งไร้ความสามารถและความงามผู้นั้นจริงหรือ” เห็นสายตาของนายตนยังคงตกอยู่ที่นอกหน้าต่าง บ่าวรับใช้กดเสียงเบา ปริปากเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดๆ ขัดๆ อย่างระมัดระวัง
“ไป ตรวจสอบคุณหนูหกสกุลเว่ยผู้นั้นหน่อย” ผู้ที่ถูกขานเรียกว่าองค์ชายผู้นั้น นึกถึงท่าทีตื่นตระหนกเมื่อครู่ของเว่ยเย่ว์อู่ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มนี้ ลบล้างกับใบหน้าเฉียบแหลมของเขาไปชั่วขณะ ขับให้เขาดูอ่อนโยนขึ้นหลายส่วน
“พ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย แล้วทางซื่อจื่อแห่งเยี่ยนกั๋วกง…” รับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่ดีของผู้เป็นาย บ่าวรับใช้ในห้องโดยสารเอ่ยถามขึ้นอย่างตะขิดตะขวง เดิมที่เป้าหมายของการเดินทางในครั้งนี้ของนายท่านคือไปจวนเยี่ยนกั๋วกง แต่เวลานี้คาดเดาความหมายของนายท่านไม่ถูก จำต้องถามออกไป เส้นทางนี้เป็คนละทิศทางกับจวนเยี่ยนกั๋วกงโดยสิ้นเชิง
ก่อนหน้านี้ขณะที่รถม้าของนายท่านเคลื่อนตัวถึงทางแยกที่เกิดเื่ขึ้น หลังดูความเป็มาของเื่ราวจนจบ
สิ่งที่ทำให้บ่าวรับใช้ไม่เข้าใจคือ นายท่านกลับสั่งให้เปลี่ยนเส้นทาง เดินทางตามคุณหนูหกเว่ยของจวนหฺวาหยางโหวมาตลอดทาง
“ยังไม่ต้องไปจวนเยี่ยนกั๋วกง เขาย่อมเข้าวังไปเอง” รอยยิ้มบนใบหน้าขององค์ชายหุบลงเล็กน้อย ั์ตามีแววขุ่นมัวพาดผ่าน “ในสำนักชีก็ไม่ต้องจับจ้องเกินไป รอก่อน!”
ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ของสตรีนางนั้น เขาเห็นอย่างชัดเจน สัญลักษณ์ของจวนหฺวาหยางโหว เป็สาวใช้ข้างกายของนางติดขึ้นไปเองชัดๆ เด็กสาวที่ทั้งเฉลียวฉลาดและสุขุมเช่นนี้ เขายังไม่เคยพบเจอมาก่อน นึกถึงความนิ่งสงบของนาง แล้วลองนึกถึงสภาพตนยามได้ยินว่าเยี่ยนไหฺวจิงเข้าเมืองหลวง ปฏิกิริยาช่างเกินจำเป็นัก
กระทั่งตัวเขายังสู้คุณหนูหกเว่ยผู้นี้ไม่ได้เลย
อย่างไรตอนนี้เยี่ยนไหฺวจิงก็เข้าเมืองหลวงมาแล้ว ยังกลัวว่าเขาจะหนีไปหรือ…
“พ่ะย่ะค่ะ บ่าวเข้าใจแล้ว” บ่าวรับใช้ย่อมไม่คิดว่าองค์ชายของตนนายบ้านตนจะนึกโยงตนเองเพราะเว่ยเย่ว์อู่ เลิกผ้าม่านขึ้น เอ่ยขึ้นกับคนขับรถม้าว่า “กลับวัง!”
คนขับรถพยักหน้า นึกถึงคนขับรถม้าที่หนีไปเมื่อครู่ ปลายหางตาฉายแววลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร ตวัดแส้บังคับม้า
รถม้าค่อยๆ หายไปท่ามกลางกลุ่มคน ไม่มีผู้คาดคิด การพบเจอที่ปากทางถนนในครั้งนี้ ล้วนเป็ฟ้าลิขิต ชะตาชีวิตกำลังเดินทางอย่างช้าๆ…
สำหรับเว่ยเย่ว์อู่ เื่เมื่อครู่เป็เพียงการพบเจอโดยบังเอิญเท่านั้น และเวลานี้รถม้าของนางก็หยุดอยู่หน้าจวนหฺวาหยางโหว เว่ยเย่ว์อู่ก้าวลงจากรถม้าโดยมีจินหลิงรอปรนนิบัติอยู่ข้างๆ นานแล้ว เยี่ยนไหฺวจิงยกนางให้เว่ยเย่ว์อู่ ั้แ่นี้เป็ต้นไปถือว่าจินหลิงติดตามเว่ยเย่ว์อู่แล้ว
ความเฉลียวฉลาด ความรอบรู้ อีกทั้งฝีมือของจินหลิงไม่ธรรมดา เป็คนแบบที่นาง้ามากที่สุดในเวลานี้ ทำให้จินหลิงติดตามตนเองได้ นับเป็เื่ที่ดีมากเื่หนึ่ง
ั้แ่รถม้าหยุดลง บริเวณหน้าประตูจวนก็เงียบเหงา ประตูใหญ่ถูกปิดแน่นสนิท
เว่ยเย่ว์อู่กวาดมองรอบด้านอย่างเยียบเย็น ไม่เห็นเงาคนแม้แต่คนเดียว ในสายตาฉายแววหม่นหมองสายหนึ่ง นางไม่เชื่อว่าจะไม่มีผู้ใดรู้ว่าวันนี้นางเข้าจวน
ั้แ่ก่อนเข้าเมือง เยี่ยนไหฺวจิงก็ส่งคนแจ้งข่าวให้จวนหฺวาหยางโหวแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นยังสาวใช้ที่รีบร้อนไปแจ้งข่าวแก่เว่ยเยี่ยนอีก
จินหลิงเดินเข้าไปเคาะห่วงจับประตู เป็เวลาว่านานกว่าจะเห็นประตูข้างเปิดแง้ม มีบ่าวรับใช้คนหนึ่งออกมา เหลือบสายตามองจินหลิงพร้อมถลึงตาเอ่ยว่า “เ้าเป็นางหนูบ้านใด เคาะประตูจวนหฺวาหยางโหวตามใจ ยังไม่รีบไสหัวไปอีก”