หลานซินไม่ได้เป็แค่คนที่ตู้ฮ่าวตามจีบ แต่ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ต่อกันในแง่ของผลประโยชน์ทางธุรกิจด้วย ไม่ว่าจะเป็เื่งานหรือว่าเื่ส่วนตัว ตู้ฮ่าวก็ไม่คิดที่จะฉีกความความสัมพันธ์ของการร่วมมือกันที่อุตส่าห์ได้มาด้วยความยากลำบากนี้ไป แต่ว่าในตอนนี้ เขายอมแลกทุกอย่างเพื่อที่จะได้แก้แค้นเซียวเจิ้ง เช่นเดียวกันกับหลานซินที่พยายามขัดขวางตู้ฮ่าวเพื่อปกป้องเซียวเจิ้ง นี่ไม่ใช่าของเซียวเจิ้งเพียงคนเดียวแล้ว แต่เป็าของคนสามคน และยิ่งไปกว่านั้น.........
“ผู้จัดการ”
หลานซินกวักมือเรียกผู้จัดการล็อบบี้ที่ตัวสั่นเทา หลบซ่อนตัวอยู่อีกด้าน เธอกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ที่ฉันมาเรือเพิร์ลก็เพื่อมาทานมื้อค่ำ ไม่ใช่มาฟังคำพูดไร้สาระ คุณควรจะเชิญคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปจากที่นี่”
ผู้จัดการล็อบบี้กระวนกระวายใจ ราวกับมดที่ไต่อยู่บนหม้อร้อน ๆ ในขณะที่เขาอยากจะเชื่อฟังแขกผู้ทรงเกียรติอย่างหลานซิน เขาก็แอบเหลือบมองตู้ฮ่าวที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหารด้วยแววตาหวั่นไหว ริมฝีปากกระตุกอย่างรุนแรง ไม่กล้าพูดอะไรออกมา
จะให้พูดยังไง?
คนหนึ่งคือแขกที่เป็เหมือนพระเ้า ส่วนอีกคนหนึ่งคือคุณชายตู้ ผู้ถือหุ้นของเรือเพิร์ล เขาจะกล้าช่วยใคร? และจะกล้าขัดแย้งกับใครได้?
ในขณะที่ผู้จัดการเหงื่อแตกพลั่กด้วยความลังเล ทางด้านตู้ฮ่าวผู้ถูกขับไล่ก็จุดบุหรี่มาสูบอย่างสบายใจเฉิบ และกล่าวด้วยความใจเย็น
“คุณหลาน พวกเราเป็ทั้งเพื่อนและคู่ค้าทางธุรกิจ ทำไมคุณถึงต้องทำให้ทุกคนลำบากใจเพราะเซียวเจิ้งด้วย? มันคุ้มกันแล้วเหรอ?”
เมื่อพูดจบ เขาก็ไม่รอให้หลานซินเอ่ยตอบ แต่หันหน้าไปมองเซียวเจิ้งที่ยังคงมีท่าทีสบายใจ แล้วพูดขึ้นมาว่า
“ถ้าฉันเดาไม่ผิด หลานซินคงจะซื้อตั๋วขึ้นเรือให้นายใช่ไหม?”
หลานซินหน้าซีด แล้วกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ตู้ฮ่าว คุณกำลังพูดเื่ไร้สาระอะไร!”
“ดูจากปฏิกิริยาของคุณหลาน ฉันเดาไม่ผิดสินะ”
ตู้ฮ่าวคลี่ยิ้มเล็กน้อย ในแววตามีความเหยียดหยามอยู่ลึก ๆ ทันใดนั้นเขาก็ชี้ไปยังรถยนต์ที่จอดเรียงกันอยู่ที่ริมแม่น้ำ เพื่อให้เซียวเจิ้งมองตามไป ภายใต้แสงไฟมีรถสปอร์ตที่มีสีสันฉูดฉาด รูปทรงดุดันกระแทกหัวใจผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาอย่างไร้ความปรานี
“ราคาเฉลี่ยของรถยนต์พวกนั้นอยู่ที่ 3 ล้านหยวน เท่าที่ฉันรู้ เงินเดือนของเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของซินอ้าวอยู่ใน่ 6,000 ถึง 8,000 หยวน ฉันตีให้นายสักปีละ 100,000 หยวน นายต้องไม่กินไม่ดื่มอะไรเลย 30 ปี ถึงจะสามารถเก็บเงินซื้อรถยนต์พวกนี้ได้ และรถเฟอร์รารี่ 458 ก็คือรถสปอร์ตที่ฉันเพิ่งซื้อมาเมื่อเดือนที่แล้ว ราคาของมันคือ 5 ล้านหยวน จากเงินเดือนของนายในตอนนี้ ถึงนายจะเก็บเงินอีก 50 ปีก็ยังซื้อรถไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่สำหรับฉัน มันก็เป็แค่ยานพาหนะของฉันในปีนี้เท่านั้น ปีหน้าถ้าฉันถูกใจรถคันอื่น รถคันนี้ก็จะต้องไปจอดอยู่ในโรงรถ อ้อ ลืมบอกไปเลยว่าในโรงรถของฉัน มีรถไม่ต่ำกว่า 10 คัน”
เซียวเจิ้งยังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้า แต่ในมุมมองของตู้ฮ่าว เขารู้สึกว่ารอยยิ้มนี้ช่างจอมปลอมและไร้พลัง แม้แต่หลานซินที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ยังมองเซียวเจิ้งด้วยความกังวล
เมื่อเข้ามาในสังคม หลานซินเชื่อว่าไม่มีผู้ชายคนไหนอยากดูด้อยไปกว่าคนอื่น และถูกคนที่เคยด้อยกว่าตัวเองเหยียบหัว นี่จะต้องเป็เื่ที่ร้ายแรงมากสำหรับผู้ชาย ในฐานะที่เป็ลูกผู้ดี คำพูดของคนสกุลตู้นั้นถือว่ารุนแรงเกินไปสำหรับเศรษฐีใหม่ มีเพียงผู้มีอิทธิพลที่ไร้รสนิยมเท่านั้น ที่จะแสดงความภาคภูมิใจและพูดถึงทรัพย์สมบัติของตัวเองตลอดเวลา เพื่อโอ้อวดความมั่งคั่ง แต่หลานซินรู้ว่าทำไมตู้ฮ่าวถึงทำแบบนั้น นั่นก็เพราะว่าถึงวิธีนี้จะดูโจ่งแจ้งที่สุด ไร้รสนิยมที่สุด แต่มันก็ทำให้คนอื่นรู้สึกยอมรับไม่ได้มากที่สุด และยังเป็การทำลายศักดิ์ศรีและความมั่นใจในตัวเองของคนคนหนึ่งได้ง่ายดายที่สุดเหมือนกัน
ลองนึกภาพดูว่า เมื่อศัตรูที่เคยด้อยกว่าคุณ กำลังเหยียบหัวของคุณ มองคุณด้วยสายตาดูถูก และโอ้อวดว่าใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยและร่ำรวยขนาดไหน ในฐานะผู้ชาย คุณจะรู้สึกสิ้นหวังและไร้เรี่ยวแรงแค่ไหนกัน?
คนสกุลตู้ไม่สนใจภาพลักษณ์ของตัวเองอีกต่อไปแล้ว เพื่อที่จะได้ทำลายศักดิ์ศรีและทรมานจิติญญาของเซียวเจิ้ง เขาพร้อมที่จะทำลายอีกฝ่ายจากภายในจนถึงภายนอก!
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้ฟังความบ้าคลั่งของตู้ฮ่าว เซียวเจิ้งก็ยังคงยิ้มอย่างสงบ และเอ่ยถามออกไปว่า
“ซื้อมาเมื่อเดือนที่แล้ว? งั้นก็ยังอยู่ใน่รันอินน่ะสิ? ความเร็วคงที่ที่นายขับอยู่ที่เท่าไหร่?”
สีหน้าและท่าทางของตู้ฮ่าวเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน แววตาของเขาดูสับสนงุนงง
ฉันพูดมากขนาดนี้ แต่นายดันจับใจความได้เท่านี้น่ะเหรอ? นี่คือสิ่งที่ฉันอยากบอกนายหรือไง?
“105”
ตู้ฮ่าวตอบกลับไป เขามั่นใจในฝีมือการขับรถที่ไม่ธรรมดาของตัวเอง
“ช้าชะมัดเลย” เซียวเจิ้งส่ายหน้า จากนั้นอธิบายอย่างเชี่ยวชาญ
“รถครอบครัวอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ หรือ BMW ถ้าวิ่งด้วยความเร็ว 105 ถือว่ามากเกินไป แต่นายเอาเฟอร์รารี่ 458 ที่อยู่ใน่รันอินมาวิ่ง 105 เนี่ยนะ? บอกตามตรงเลยว่าเสียของสุด ๆ ในเมื่อนายเลือก 458 แล้ว นายก็ควรที่จะมั่นใจ ส่วนที่มีเสน่ห์ที่สุดของรถสปอร์ตคันนี้ คือวิ่งได้แรงเหมือนกับสัตว์ป่า เต็มไปด้วยความดุดันและรุนแรง มันสามารถทำให้เืในกายร้อนระอุได้ในขณะที่วิ่ง แต่นายขับด้วยความเร็วแค่ 105 ใน่รันอิน เฮ้อ เสียของ เสียของจริง ๆ ดันเอาเสือไปใช้ให้กลายเป็แมวซะได้ ความสง่างามหายไปหมดแล้ว”
“คุณรู้เื่รถสปอร์ตมากขนาดนี้เลยเหรอคะ?” หลานซินเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“แน่นอนครับ” เซียวเจิ้งรินไวน์ครึ่งแก้ว แล้วคลี่ยิ้มออกมา
“ไว้กลับไปผมจะเล่ารายละเอียดให้คุณฟัง เริ่มจากภายในตัวรถก่อนเลย”
“ดีเลยค่ะ ่นี้ฉันตั้งใจว่าจะเปลี่ยนรถอยู่พอดี เมื่อถึงตอนนั้น คุณช่วยให้คำปรึกษา........ไม่สิ ช่วยสอนวิธีเลือกรถให้ฉันได้ไหมคะ?” หลานซินกล่าวขึ้นมาเบา ๆ
“ไม่มีปัญหาครับ” เซียวเจิ้งพยักหน้ารับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
เสียงกระซิบของคนทั้งคู่ได้บีบคั้นให้ตู้ฮ่าวหายใจไม่ออกโดยสมบูรณ์
และในขณะที่ตู้ฮ่าวกำลังจะปลดปล่อยการโจมตีรอบที่สองให้รุนแรงยิ่งขึ้น ถ้อยคำหยาบคายและไม่เหมาะสมก็ดังขึ้นมาจากโต๊ะอาหารที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก
มีคนกำลังพูดว่า ค่ำคืนแรกตอนอายุ 18 ของเขานั้นอุทิศให้กับอาจารย์สอนวิชาภาษาอังกฤษคนสวย แถมยังถูกรุกอีกด้วย จากนั้นอีกคนก็พูดขึ้นมาว่า ตัวเองไปซาวน่าเมื่อไม่กี่วันก่อน และเกือบจะถูกตำรวจจับผิดตัว แต่ที่แย่ที่สุดก็คือ มีพี่ชายคนหนึ่งกำลังะโใส่สหายที่อยู่ข้าง ๆ ด้วยความเมามาย ขาดสติว่า “เื่ของพวกเอ็งมันกระจอก บิดาเกือบจะได้ลวนลามเ้าสาวในงานแต่งงานอยู่แล้ว! ถ้าไม่มีคนเข้ามาห้าม เ้าบ่าวได้ฆ่าฉันตรงนั้นแน่!”
คนบนโต๊ะ 7 – 8 คนกำลังโอ้อวดวีรกรรมอันรุ่งโรจน์ของตัวเอง บางคนดื่มเข้าไปมากจนฟุบตัวลงบนพื้น ในระหว่างที่ฟุบก็อาเจียนออกมา พออาเจียนเสร็จก็กลับไปดื่มต่อ ภาพที่เห็นส่งผลต่อความอยากอาหารของแขกที่อยู่รอบ ๆ และยังทำให้ตู้ฮ่าวรู้สึกไม่พอใจ
“คนชั้นต่ำก็คือคนชั้นต่ำอยู่วันยังค่ำ ถึงจะมาทานอาหารในสถานที่หรู ๆ ก็ยังทำตัวให้คนอื่นเขาดูถูกอยู่ดี เวลาอารมณ์ดี ฉันจะดูพวกนั้นทำตัวน่าขายหน้าเหมือนกับดูละคร แต่ถ้าอารมณ์เสียขึ้นมา ไม่ว่าพวกนั้นจะมาทางไหนก็ต้องกลับไปทางนั้น”
จู่ ๆ ตู้ฮ่าวก็ลุกขึ้นยืน จากนั้นชายหนุ่มทั้ง 3 คนที่เป็ผู้ติดตามของเขาก็พากันลุกขึ้น และเดินตามหลังไป ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังโต๊ะตัวนั้นด้วยท่าทีคุกคาม
“เซียวเจิ้ง นายรู้ไหมว่าจุดจบของคนพวกนั้นจะเป็ยังไง?” ตู้ฮ่าวหันหน้ากลับมาถามด้วยแววตาเยือกเย็น
ตู้ฮ่าวเห็นว่าคนเมากลุ่มนั้นคือตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมมาก เื่คนชั้นต่ำ ทำตัวหยาบคายคือสิ่งที่เขาอยากบอกเซียวเจิ้งมากที่สุด และหลังจากนี้ ชะตากรรมของคนกลุ่มนั้นก็จะกลายเป็ผลลัพธ์สุดท้ายของเซียวเจิ้งด้วยเช่นกัน
ฝ่ายเซียวเจิ้งหรี่ตา ยิ้มออกมา ไม่ตอบอะไรกลับไป แต่เขาหันหน้าไปถามผู้จัดการล็อบบี้ที่กำลังหลบซ่อนตัวอยู่ในมุมด้วยความหวาดกลัวแทน
“ผมรออาหารมาครึ่งชั่วโมงแล้ว คุณจะมาเสิร์ฟได้หรือยัง?”