เวลาไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้าประหนึ่งน้ำหยดลงก้นตุ่มรั่วแสงแดดยามเช้าที่เคยสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างผุพัง ค่อยๆเปลี่ยนทิศทางและทอประกายแรงกล้าขึ้นบ่งบอกว่ากาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายชั่วยามแล้ว
กระทั่งแสงตะวันเริ่มสาดส่องทะลุรอยโหว่ของหลังคามุงแฝกทรวงอกแบนราบที่เคยหอบสะท้านก็เริ่มปรับจังหวะการสูดอากาศเข้าออกได้สม่ำเสมอขึ้นลมหายใจรวยรินที่คล้ายจะขาดห้วงกลับมาประสานกันเป็ปกติ
หยาดเหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นตามหน้าผากมนขับไล่ไอความร้อนระอุบนร่างผอมแห้งให้ค่อยๆ มลายหายไปราวกับปาฏิหาริย์
ั์ตากลมสีดำขลับบนใบหน้าแบบห่านๆ เบิกกว้างขึ้นจ้องเขม็งไปยังดวงหน้าจืดชืดที่เริ่มมีเืฝาดซับสีระเรื่อขึ้นมาบ้างแล้ว
แพขนตาบางเบาของคนป่วยขยับสั่นระริกก่อนที่เปลือกตาอันหนักอึ้งจะค่อยๆ ปรือเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้าเด็กหญิงตัวน้อยสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ
ั์ตาที่ยังคงพร่ามัวกะพริบปริบๆ เพื่อปรับแสงภาพแรกที่สะท้อนเข้ามาในคลองจักษุ หาใช่เพดานมุงแฝกแต่กลับเป็ก้อนไขมันสีขาวฟูฟ่องที่มีจะงอยปากแบนกว้างสีส้มกำลังชะโงกหน้าเข้ามาจ้องมองเธอตาแป๋ว
ร่างที่เพิ่งฟื้นไข้จ้องมองห่านขาวเบื้องหน้าภายในหัวเล็กๆ เต็มไปด้วยความสับสนมึนงงว่าเกิดเื่ประหลาดอันใดขึ้นกับร่างกายที่เคยปวดร้าวทรมานจนแทบสิ้นใจของตนเองกันแน่
ทว่าเรี่ยวแรงของเด็กน้อยในยามนี้แม้สติสัมปชัญญะจะฟื้นคืนกลับมาได้ แต่ร่างกายกลับหนักอึ้งราวกับถูกทับด้วยหินโม่แป้งริมฝีปากแห้งผากขยับพะงาบๆ ทว่ากลับไร้ซึ่งสุ้มเสียงใดเล็ดลอดออกมา
แขนขาเล็กจิ๋วสั่นระริกไร้กำลังแม้แต่จะยันตัวลุกขึ้นนั่ง ั์ตาเว้าลึกได้แต่นอนกลอกกลิ้งไปมาพยายามกวาดสายตามองหาเงาร่างของผู้เป็มารดาไปทั่วทั้งเรือนซอมซ่อ
ทว่าสิ่งที่พบเจอมีเพียงความว่างเปล่าและเศษฝุ่นที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศไร้ซึ่งวี่แววของสตรีผู้ให้กำเนิดแม้แต่เงาเดียว
หยาดน้ำตาใสๆ ค่อยๆ เอ่อล้นขึ้นมาในเบ้าตาก่อนจะกลิ้งหล่นลงมาอาบสองแก้มที่ซูบตอบร่างผอมแห้งประหนึ่งกิ่งไม้ตายนอนร้องไห้เงียบๆ อย่างน่าเวทนา
เจียงลี่หยูทอดตากลมบล็อกมองภาพความโศกเศร้านั้นด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยวความรู้สึกปวดหนึบแล่นปราดไปทั่วอกที่เต็มไปด้วยขนสีขาว
'โธ่เอ๊ย... ยัยหนูเอ๊ยแม่ของเธอเข้าไปนอนดองเป็ไอคอนศพอยู่ในหน้าต่างโฮโลแกรมของฉันเรียบร้อยแล้ว'
แม้จะรับรู้ได้ว่ายาแก้ปวดลดไข้ขนานเอกได้ช่วยต่อลมหายใจให้เด็กน้อยแล้วทว่าบัดนี้อดีตพนักงานออฟฟิศกลับไม่รู้เลยว่าจะต้องทำสิ่งใดต่อไปหัวกะโหลกขาวโพลนประหนึ่งกระดาษที่ยังไม่ถูกขีดเขียน
'ไข้ลดแล้วมันยังไงต่อล่ะ...ข้าวสารสักเม็ดในบ้านก็ไม่มี สภาพฉันก็เป็แค่ห่านอ้วนๆ ที่มีค่า SP เหลือศูนย์ถ้วน ขืนปล่อยให้นอนพะงาบๆ เป็ผักต้มเปื่อยอยู่แบบนี้ต่อไปสุดท้ายเด็กนี่ก็ต้องขาดสารอาหารตายคาเตียงอยู่ดีไม่ใช่หรือไง!'
ทว่าในขณะที่สมองกำลังตีบตันจนแทบจะเอาจะงอยปากโขกเสาเรือนประกายความคิดบ้าๆบางอย่างก็แล่นปราดเข้ามาชนกะโหลกศีรษะขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียวอย่างจัง
'เดี๋ยวนะ... ถ้าฉันกวาดเอาเด็กนี่ยัดเข้าไปดองในสกิลช่องเก็บของล่ะ มันจะเป็ยังไงวะ'
จะงอยปากแบนกว้างสีส้มรีบขยับยื่นออกไปปัดป่ายบนหน้าต่างโฮโลแกรมโปร่งแสงสีฟ้า ที่มีเพียงดวงตาของเธอคนเดียวเท่านั้นที่มองเห็น
ก้อนขนสีขาวยืนขาเดียวเพ่งมองตัวอักษรเรืองแสงอย่างเอาเป็เอาตายเพื่อควานหาคู่มือการใช้งานที่ซ่อนอยู่ตรงมุมหน้าจอ
กระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับบรรทัดอธิบายสรรพคุณที่เขียนระบุเอาไว้ว่า...สิ่งของ วัตถุ หรือสรรพสิ่งใดก็ตาม หากถูกเก็บเข้าไปในช่องเก็บของแล้วสถานะและกาลเวลาของสิ่งนั้นจะถูกหยุดนิ่งเอาไว้อย่างสมบูรณ์และเวลาจะกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง ก็ต่อเมื่อถูกเรียกเอาออกมาภายนอก
'หยุดเวลา! โอ้โห...ตู้เย็นถนอมอาหารรุ่นลิมิเต็ดอิดิชันชัดๆ!'
สตรีในร่างนกน้ำปีกสั่นระริกทว่าความลังเลก็ผุดขึ้นมาขัดจังหวะความตื่นเต้น
'แต่เด็กนี่ไม่ใช่ก้อนหินหรือศพตายซากนะนางยังมีลมหายใจอยู่ระบบหน้าเืนี่มันจะยอมให้เก็บสิ่งมีชีวิตเข้าไปดองไว้หรือเปล่าวะ'
ั์ตากลมสีดำขลับเร่งกวาดสายตาอ่านเงื่อนไขยิบย่อยบรรทัดถัดไปอย่างรวดเร็ว
ตัวอักษรสีแดงขนาดจิ๋วเขียนระบุเอาไว้ว่า...
[เงื่อนไข:สิ่งมีชีวิตที่จะสามารถจัดเก็บเข้าสู่ช่องเก็บของได้ จำเป็ต้องมีค่าพลังชีวิต (HP)ต่ำกว่าค่าพลังชีวิตของผู้ใช้งาน]
อดีตพนักงานออฟฟิศกลอกตาไปมา สมองจิ๋วพยายามประมวลผลตัวเลขทางคณิตศาสตร์อย่างรวดเร็ว
'ตอนนี้ค่า HP ของฉันมีอยู่10 หน่วยถ้วน... ส่วนยัยหนูโครงกระดูกนี่สภาพร่อแร่ประหนึ่งผักกาดตากแห้งดูทรงแล้วค่าพลังชีวิตคงต่ำเตี้ยเรี่ยดินยิ่งกว่าฉันแน่ๆ น่าจะพอยัดลงไปได้ล่ะมั้ง'
เมื่อคำนวณความเสี่ยงเสร็จสรรพ ตีนผังผืดสีส้มก็สับก้าวเข้าไปประชิดขอบเตียงกระดานแข็งๆ
เจียงลี่หยูจ้องมองร่างเล็กจิ๋วที่กำลังนอนน้ำตาไหลก่อนจะออกคำสั่งใช้งานระบบในใจอย่างเด็ดขาด
'เก็บ!'
วาบ...
แสงสีฟ้าสว่างจ้าขึ้นชั่วพริบตา ร่างผอมบางของเด็กน้อยที่เคยกินพื้นที่บนเตียงไม้อันตรธานหายวับไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย
หน้าต่างโฮโลแกรมปรากฏรูปไอคอนเด็กหญิงตัวเล็กๆเข้าไปนอนขดตัวอยู่ในสล็อตช่องว่างช่องที่สองเคียงข้างกับช่องแรกที่เป็ไอคอนศพของผู้เป็มารดา
'ดีเลย...ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันสองแม่ลูกในตารางสี่เหลี่ยมประหยัดพื้นที่ฝังศพและค่าเช่าเรือนไปได้เยอะ'
ทันทีที่เด็กน้อยถูกดูดเข้าไปอยู่ในระบบข้อมูลรายละเอียดบางอย่างก็เด้งพรวดขึ้นมาบนหน้าจออย่างเป็ระเบียบทำเอาเจียงลี่หยูต้องเบิกตากลมบล็อกกว้าง
มันคือข้อมูลส่วนตัวและค่าสถานะทั้งหมดของสิ่งที่ถูกจัดเก็บ!
[ชื่อ: หลิน หว่านเอ๋อ]
[อายุ: 7 ปี]
[HP 3]
[SP 1]
[STR 1]
[AGI 1]
[INT 7]
'ให้ตายเถอะ อายุแค่เจ็ดขวบแต่ค่าความฉลาดตั้ง 7 หน่วย...สูงกว่าห่านสมองกลวงอย่างฉันที่มีแค่ 1 หน่วยตั้งเจ็ดเท่านี่มันหยามกันชัดๆ! ตกลงไอ้ค่า INT มันใช้วัดความฉลาดจริงๆหรือเปล่าวะ'
ก้อนขนสีขาวพ่นลมหายใจออกทางรูจมูกบนจะงอยปากก่อนจะเลื่อนสายตาไปจิ้มดูไอคอนรูปศพในช่องแรกเพื่อตรวจสอบบ้าง
[ชื่อ: หลิน อวี้เหอ]
[อายุ: 29 ปี]
'อืม...อายุมากกว่าฉันในชาติก่อนแค่สองปี แต่กลับต้องมาด่วนจากไปทิ้งลูกทิ้งเต้าชีวิตคนยุคโบราณนี่มันบัดซบยิ่งกว่าวงจรชีวิตพนักงานออฟฟิศเสียอีก'
เจียงลี่หยูทอดถอนใจยาว สะบัดหัวกลมๆไปมาเพื่อไล่ความตึงเครียดและเื่ราวชวนปวดหัวทั้งหมดออกไปจากสมอง
'เอาล่ะ เลิกคิดฟุ้งซ่านได้แล้วขืนใช้สมองมากไปกว่านี้ขนบนกบาลได้ร่วงหมดหัวแน่หน้าที่ตอนนี้คือต้องนอนหลับเอาแรง เพื่อชาร์จค่า SP ที่เหลือศูนย์ให้กลับมาเต็มหลอดต่างหาก'
ตีนผังผืดสีส้มย่ำเตาะแตะไปที่มุมเรือนสตรีในร่างนกน้ำทิ้งบั้นท้ายอวบอ้วนลงบนพื้นกระดานซุกจะงอยปากแบนกว้างเข้าไปใต้ปีกสีขาวฟูฟ่องอย่างเกียจคร้าน
เปลือกตาอันหนักอึ้งค่อยๆ ปิดลงทว่าในจังหวะที่สติสัมปชัญญะกำลังจะดับวูบดิ่งลงสู่นิทรา...
ติ๊ง!
หน้าต่างโฮโลแกรมที่ควรจะดับไปแล้วกลับกะพริบแสงสีทองวาบขึ้นมาบดบังความมืด
เจียงลี่หยูปรือตากลมสีดำขลับขึ้นมองอย่างงัวเงียก่อนที่ดวงตาคู่เดิมจะเบิกโพลงจนแทบจะถลนออกจากเบ้า
ตัวเลขบนหน้าปัดค่าสถานะส่วนตัวของเธอที่มุมซ้ายบนกำลังวิ่งสลับสับเปลี่ยนตัวเลขอย่างรวดเร็วก่อนจะหยุดนิ่งลงที่ค่าตัวเลขชุดใหม่เอี่ยมอ่อง
[HP 15]
[SP 32]
[STR 10]
[AGI 10]
[INT 20]
'เฮ้ย!...'
อดีตพนักงานออฟฟิศอ้าจะงอยปากค้างเติ่งทอดมองแผงหน้าจอเบื้องหน้าด้วยความงุนงงที่พุ่งทะลุปรอท