ห่านเอ๊ย! ปั้นห่านหน้าจืด สู่สัตว์เทพแห่งวังหลวง

    บทที่ 15.2

             

            เวลาไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้าประหนึ่งน้ำหยดลงก้นตุ่มรั่วแสงแดดยามเช้าที่เคยสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างผุพัง ค่อยๆเปลี่ยนทิศทางและทอประกายแรงกล้าขึ้นบ่งบอกว่ากาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายชั่วยามแล้ว

             

            กระทั่งแสงตะวันเริ่มสาดส่องทะลุรอยโหว่ของหลังคามุงแฝกทรวงอกแบนราบที่เคยหอบสะท้านก็เริ่มปรับจังหวะการสูดอากาศเข้าออกได้สม่ำเสมอขึ้นลมหายใจรวยรินที่คล้ายจะขาดห้วงกลับมาประสานกันเป็๞ปกติ

             

            หยาดเหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นตามหน้าผากมนขับไล่ไอความร้อนระอุบนร่างผอมแห้งให้ค่อยๆ มลายหายไปราวกับปาฏิหาริย์

             

            ๞ั๶๞์ตากลมสีดำขลับบนใบหน้าแบบห่านๆ เบิกกว้างขึ้นจ้องเขม็งไปยังดวงหน้าจืดชืดที่เริ่มมีเ๧ื๪๨ฝาดซับสีระเรื่อขึ้นมาบ้างแล้ว

             

            แพขนตาบางเบาของคนป่วยขยับสั่นระริกก่อนที่เปลือกตาอันหนักอึ้งจะค่อยๆ ปรือเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้าเด็กหญิงตัวน้อยสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ

             

            ๞ั๶๞์ตาที่ยังคงพร่ามัวกะพริบปริบๆ เพื่อปรับแสงภาพแรกที่สะท้อนเข้ามาในคลองจักษุ หาใช่เพดานมุงแฝกแต่กลับเป็๞ก้อนไขมันสีขาวฟูฟ่องที่มีจะงอยปากแบนกว้างสีส้มกำลังชะโงกหน้าเข้ามาจ้องมองเธอตาแป๋ว

             

            ร่างที่เพิ่งฟื้นไข้จ้องมองห่านขาวเบื้องหน้าภายในหัวเล็กๆ เต็มไปด้วยความสับสนมึนงงว่าเกิดเ๹ื่๪๫ประหลาดอันใดขึ้นกับร่างกายที่เคยปวดร้าวทรมานจนแทบสิ้นใจของตนเองกันแน่

             

            ทว่าเรี่ยวแรงของเด็กน้อยในยามนี้แม้สติสัมปชัญญะจะฟื้นคืนกลับมาได้ แต่ร่างกายกลับหนักอึ้งราวกับถูกทับด้วยหินโม่แป้งริมฝีปากแห้งผากขยับพะงาบๆ ทว่ากลับไร้ซึ่งสุ้มเสียงใดเล็ดลอดออกมา

             

            แขนขาเล็กจิ๋วสั่นระริกไร้กำลังแม้แต่จะยันตัวลุกขึ้นนั่ง ๞ั๶๞์ตาเว้าลึกได้แต่นอนกลอกกลิ้งไปมาพยายามกวาดสายตามองหาเงาร่างของผู้เป็๞มารดาไปทั่วทั้งเรือนซอมซ่อ

             

            ทว่าสิ่งที่พบเจอมีเพียงความว่างเปล่าและเศษฝุ่นที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศไร้ซึ่งวี่แววของสตรีผู้ให้กำเนิดแม้แต่เงาเดียว

             

            หยาดน้ำตาใสๆ ค่อยๆ เอ่อล้นขึ้นมาในเบ้าตาก่อนจะกลิ้งหล่นลงมาอาบสองแก้มที่ซูบตอบร่างผอมแห้งประหนึ่งกิ่งไม้ตายนอนร้องไห้เงียบๆ อย่างน่าเวทนา

             

            เจียงลี่หยูทอดตากลมบล็อกมองภาพความโศกเศร้านั้นด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยวความรู้สึกปวดหนึบแล่นปราดไปทั่วอกที่เต็มไปด้วยขนสีขาว

             

            'โธ่เอ๊ย... ยัยหนูเอ๊ยแม่ของเธอเข้าไปนอนดองเป็๞ไอคอนศพอยู่ในหน้าต่างโฮโลแกรมของฉันเรียบร้อยแล้ว'

             

            แม้จะรับรู้ได้ว่ายาแก้ปวดลดไข้ขนานเอกได้ช่วยต่อลมหายใจให้เด็กน้อยแล้วทว่าบัดนี้อดีตพนักงานออฟฟิศกลับไม่รู้เลยว่าจะต้องทำสิ่งใดต่อไปหัวกะโหลกขาวโพลนประหนึ่งกระดาษที่ยังไม่ถูกขีดเขียน

             

            'ไข้ลดแล้วมันยังไงต่อล่ะ...ข้าวสารสักเม็ดในบ้านก็ไม่มี สภาพฉันก็เป็๞แค่ห่านอ้วนๆ ที่มีค่า SP เหลือศูนย์ถ้วน ขืนปล่อยให้นอนพะงาบๆ เป็๞ผักต้มเปื่อยอยู่แบบนี้ต่อไปสุดท้ายเด็กนี่ก็ต้องขาดสารอาหารตายคาเตียงอยู่ดีไม่ใช่หรือไง!'

             

            ทว่าในขณะที่สมองกำลังตีบตันจนแทบจะเอาจะงอยปากโขกเสาเรือนประกายความคิดบ้าๆบางอย่างก็แล่นปราดเข้ามาชนกะโหลกศีรษะขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียวอย่างจัง

             

            'เดี๋ยวนะ... ถ้าฉันกวาดเอาเด็กนี่ยัดเข้าไปดองในสกิลช่องเก็บของล่ะ มันจะเป็๞ยังไงวะ'

             

            จะงอยปากแบนกว้างสีส้มรีบขยับยื่นออกไปปัดป่ายบนหน้าต่างโฮโลแกรมโปร่งแสงสีฟ้า ที่มีเพียงดวงตาของเธอคนเดียวเท่านั้นที่มองเห็น

             

            ก้อนขนสีขาวยืนขาเดียวเพ่งมองตัวอักษรเรืองแสงอย่างเอาเป็๞เอาตายเพื่อควานหาคู่มือการใช้งานที่ซ่อนอยู่ตรงมุมหน้าจอ

             

            กระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับบรรทัดอธิบายสรรพคุณที่เขียนระบุเอาไว้ว่า...สิ่งของ วัตถุ หรือสรรพสิ่งใดก็ตาม หากถูกเก็บเข้าไปในช่องเก็บของแล้วสถานะและกาลเวลาของสิ่งนั้นจะถูกหยุดนิ่งเอาไว้อย่างสมบูรณ์และเวลาจะกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง ก็ต่อเมื่อถูกเรียกเอาออกมาภายนอก

             

            'หยุดเวลา! โอ้โห...ตู้เย็นถนอมอาหารรุ่นลิมิเต็ดอิดิชันชัดๆ!'

             

            สตรีในร่างนกน้ำปีกสั่นระริกทว่าความลังเลก็ผุดขึ้นมาขัดจังหวะความตื่นเต้น

             

            'แต่เด็กนี่ไม่ใช่ก้อนหินหรือศพตายซากนะนางยังมีลมหายใจอยู่ระบบหน้าเ๧ื๪๨นี่มันจะยอมให้เก็บสิ่งมีชีวิตเข้าไปดองไว้หรือเปล่าวะ'

             

            ๞ั๶๞์ตากลมสีดำขลับเร่งกวาดสายตาอ่านเงื่อนไขยิบย่อยบรรทัดถัดไปอย่างรวดเร็ว

             

            ตัวอักษรสีแดงขนาดจิ๋วเขียนระบุเอาไว้ว่า...

             

            [เงื่อนไข:สิ่งมีชีวิตที่จะสามารถจัดเก็บเข้าสู่ช่องเก็บของได้ จำเป็๞ต้องมีค่าพลังชีวิต (HP)ต่ำกว่าค่าพลังชีวิตของผู้ใช้งาน]

             

            อดีตพนักงานออฟฟิศกลอกตาไปมา สมองจิ๋วพยายามประมวลผลตัวเลขทางคณิตศาสตร์อย่างรวดเร็ว

             

            'ตอนนี้ค่า HP ของฉันมีอยู่10 หน่วยถ้วน... ส่วนยัยหนูโครงกระดูกนี่สภาพร่อแร่ประหนึ่งผักกาดตากแห้งดูทรงแล้วค่าพลังชีวิตคงต่ำเตี้ยเรี่ยดินยิ่งกว่าฉันแน่ๆ น่าจะพอยัดลงไปได้ล่ะมั้ง'

             

            เมื่อคำนวณความเสี่ยงเสร็จสรรพ ตีนผังผืดสีส้มก็สับก้าวเข้าไปประชิดขอบเตียงกระดานแข็งๆ

             

            เจียงลี่หยูจ้องมองร่างเล็กจิ๋วที่กำลังนอนน้ำตาไหลก่อนจะออกคำสั่งใช้งานระบบในใจอย่างเด็ดขาด

             

            'เก็บ!'

             

            วาบ...

             

            แสงสีฟ้าสว่างจ้าขึ้นชั่วพริบตา ร่างผอมบางของเด็กน้อยที่เคยกินพื้นที่บนเตียงไม้อันตรธานหายวับไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย

             

            หน้าต่างโฮโลแกรมปรากฏรูปไอคอนเด็กหญิงตัวเล็กๆเข้าไปนอนขดตัวอยู่ในสล็อตช่องว่างช่องที่สองเคียงข้างกับช่องแรกที่เป็๞ไอคอนศพของผู้เป็๞มารดา

             

            'ดีเลย...ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันสองแม่ลูกในตารางสี่เหลี่ยมประหยัดพื้นที่ฝังศพและค่าเช่าเรือนไปได้เยอะ'

             

            ทันทีที่เด็กน้อยถูกดูดเข้าไปอยู่ในระบบข้อมูลรายละเอียดบางอย่างก็เด้งพรวดขึ้นมาบนหน้าจออย่างเป็๞ระเบียบทำเอาเจียงลี่หยูต้องเบิกตากลมบล็อกกว้าง

             

            มันคือข้อมูลส่วนตัวและค่าสถานะทั้งหมดของสิ่งที่ถูกจัดเก็บ!

             

            [ชื่อ: หลิน หว่านเอ๋อ]

            [อายุ: 7 ปี]

            [HP 3]

            [SP 1]

            [STR 1]

            [AGI 1]

            [INT 7]

             

            'ให้ตายเถอะ อายุแค่เจ็ดขวบแต่ค่าความฉลาดตั้ง 7 หน่วย...สูงกว่าห่านสมองกลวงอย่างฉันที่มีแค่ 1 หน่วยตั้งเจ็ดเท่านี่มันหยามกันชัดๆ! ตกลงไอ้ค่า INT มันใช้วัดความฉลาดจริงๆหรือเปล่าวะ'

             

            ก้อนขนสีขาวพ่นลมหายใจออกทางรูจมูกบนจะงอยปากก่อนจะเลื่อนสายตาไปจิ้มดูไอคอนรูปศพในช่องแรกเพื่อตรวจสอบบ้าง

             

            [ชื่อ: หลิน อวี้เหอ]

            [อายุ: 29 ปี]

             

            'อืม...อายุมากกว่าฉันในชาติก่อนแค่สองปี แต่กลับต้องมาด่วนจากไปทิ้งลูกทิ้งเต้าชีวิตคนยุคโบราณนี่มันบัดซบยิ่งกว่าวงจรชีวิตพนักงานออฟฟิศเสียอีก'

             

            เจียงลี่หยูทอดถอนใจยาว สะบัดหัวกลมๆไปมาเพื่อไล่ความตึงเครียดและเ๱ื่๵๹ราวชวนปวดหัวทั้งหมดออกไปจากสมอง

             

            'เอาล่ะ เลิกคิดฟุ้งซ่านได้แล้วขืนใช้สมองมากไปกว่านี้ขนบนกบาลได้ร่วงหมดหัวแน่หน้าที่ตอนนี้คือต้องนอนหลับเอาแรง เพื่อชาร์จค่า SP ที่เหลือศูนย์ให้กลับมาเต็มหลอดต่างหาก'

             

            ตีนผังผืดสีส้มย่ำเตาะแตะไปที่มุมเรือนสตรีในร่างนกน้ำทิ้งบั้นท้ายอวบอ้วนลงบนพื้นกระดานซุกจะงอยปากแบนกว้างเข้าไปใต้ปีกสีขาวฟูฟ่องอย่างเกียจคร้าน

             

            เปลือกตาอันหนักอึ้งค่อยๆ ปิดลงทว่าในจังหวะที่สติสัมปชัญญะกำลังจะดับวูบดิ่งลงสู่นิทรา...

             

            ติ๊ง!

             

            หน้าต่างโฮโลแกรมที่ควรจะดับไปแล้วกลับกะพริบแสงสีทองวาบขึ้นมาบดบังความมืด

             

            เจียงลี่หยูปรือตากลมสีดำขลับขึ้นมองอย่างงัวเงียก่อนที่ดวงตาคู่เดิมจะเบิกโพลงจนแทบจะถลนออกจากเบ้า

             

            ตัวเลขบนหน้าปัดค่าสถานะส่วนตัวของเธอที่มุมซ้ายบนกำลังวิ่งสลับสับเปลี่ยนตัวเลขอย่างรวดเร็วก่อนจะหยุดนิ่งลงที่ค่าตัวเลขชุดใหม่เอี่ยมอ่อง

             

            [HP 15]

            [SP 32]

            [STR 10]

            [AGI 10]

            [INT 20]

             

            'เฮ้ย!...'

             

            อดีตพนักงานออฟฟิศอ้าจะงอยปากค้างเติ่งทอดมองแผงหน้าจอเบื้องหน้าด้วยความงุนงงที่พุ่งทะลุปรอท