วิถีเทวะ : กำเนิดคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์

    บทที่ 48 : ลานประลองนครเกล็ดเหมันต์ อัจฉริยะหญิงซูซวง และการลอบสังหารเจ้าเมือง!

    บทที่ 48 : ลานประลองนครเกล็ดเหมันต์ อัจฉริยะหญิงซูซวง และการลอบสังหารเจ้าเมือง!


    สายลมหนาวพัดโหมกระหน่ำนำพาเกล็ดหิมะปลิวว่อนไปทั่วทั้ง 'นครเกล็ดเหมันต์' ทว่าความหนาวเหน็บของอากาศกลับไม่อาจดับความเร่าร้อนและคึกคักที่กำลังก่อตัวขึ้น ณ ใจกลางเมืองได้เลยแม้แต่น้อย

    ลานประลองน้ำแข็งบรรพกาล ซึ่งเป็นลานศิลาขนาดยักษ์ที่ถูกสลักเสลาขึ้นจากผลึกน้ำแข็งหมื่นปี ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางวงล้อมของอัฒจันทร์ที่เนืองแน่นไปด้วยผู้ฝึกยุทธ์สตรีนับแสนชีวิต วันนี้คือวันสำคัญยิ่งในรอบห้าปี มันคือ 'งานประลองคัดเลือกศิษย์สืบทอด' เพื่อเฟ้นหาอัจฉริยะหญิงที่มีความโดดเด่นที่สุด ส่งตัวเข้าไปบ่มเพาะในเขตหวงห้ามชั้นในของวังวังวนเหมันต์!

    สำหรับสตรีในมหาทวีปอุดรเหมันต์ การได้ก้าวเข้าสู่วังวังวนเหมันต์ส่วนใน ย่อมหมายถึงการได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอำนาจและวาสนา

    บนอัฒจันทร์ที่นั่งระดับสูงซึ่งปูด้วยขนจิ้งจอกหิมะ ปรากฏร่างของสตรีวัยกลางคนผู้มีใบหน้างดงามทว่าเย่อหยิ่งและดุดัน นางสวมชุดคลุมสีน้ำเงินเข้มปักลวดลายนกกระเรียนเหมันต์ กลิ่นอายพลังปราณที่แผ่ออกมาอย่างไม่ปิดบังนั้น หนักหน่วงและทรงอำนาจจนทำให้พื้นที่รอบกายเกิดเป็นละอองน้ำแข็งร่วงหล่นตลอดเวลา

    นางคือ 'หานเสวี่ยเจียว' เจ้าเมืองนครเกล็ดเหมันต์ ยอดฝีมือขอบเขต 'บรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้น' (ขอบเขตที่ 6 ขั้นต้น)!

    หานเสวี่ยเจียวทอดสายตามองลงไปยังลานประลองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย การประลองดำเนินมาตั้งแต่ยามเช้า ทว่าเหล่าศิษย์ที่ขึ้นประลองล้วนมีพลังอยู่เพียงขอบเขตสร้างรากฐาน หรืออย่างมากก็แก่นแท้ทองคำขั้นต้น ซึ่งถือว่าดาดดื่นและหาได้ทั่วไปในมหาทวีปแห่งนี้

    "ท่านเจ้าเมือง ปีนี้ดูเหมือนว่านครเกล็ดเหมันต์ของเราจะไร้ซึ่งต้นกล้าที่โดดเด่น หากส่งพวกนางเข้าไปยังวังส่วนใน เกรงว่าท่านประมุขไป๋คงจะไม่พอใจนักเจ้าค่ะ" หญิงรับใช้คนสนิทที่ยืนอยู่เบื้องหลังเอ่ยกระซิบ

    "ข้าเองก็หนักใจยิ่งนัก" หานเสวี่ยเจียวถอนหายใจ "ท่านประมุขเพิ่งจะกลับมาจากการล่าตัวผู้บุกรุก อารมณ์ของท่านกำลังคุกรุ่น หากข้าไม่มีอัจฉริยะที่ทำให้ท่านเบิกบานใจไปถวาย ตำแหน่งเจ้าเมืองของข้าคงต้องสั่นคลอนเป็นแน่"

    ทว่า ในขณะที่เจ้าเมืองกำลังกลัดกลุ้มอยู่นั้นเอง...

    เสียงฮือฮาที่ดังกระหึ่มขึ้นจากฝูงชนรอบลานประลอง ก็ดึงดูดความสนใจของหานเสวี่ยเจียวให้ต้องก้มลงไปมอง

    ณ ใจกลางลานประลองน้ำแข็ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งก้าวเดินขึ้นมาอย่างเชื่องช้าทว่าสง่างาม นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ที่พลิ้วไหวไปตามสายลม ใบหน้าครึ่งล่างถูกปกปิดไว้ด้วยผ้าคลุมหน้าสีเงินบางเบา เผยให้เห็นเพียงนัยน์ตาที่ลึกล้ำ เย็นชา และงดงามจนแทบจะสะกดวิญญาณของผู้ที่เผลอสบตา

    กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างของนางมิใช่การระเบิดพลังอันเกรี้ยวกราด ทว่ามันคือ 'ความหนาวเหน็บอันเป็นนิรันดร์' ที่บริสุทธิ์และลึกล้ำยิ่งกว่าผลึกน้ำแข็งบรรพกาลใดๆ ในลานประลอง!

    "สตรีผู้นั้นเป็นใครกัน? เหตุใดปราณหยินในร่างของนางจึงบริสุทธิ์ถึงเพียงนี้!"

    "นางลงทะเบียนในนามว่า 'ซูซวง' เป็นผู้พเนจรที่เพิ่งเดินทางเข้ามาในเมืองเมื่อสองวันก่อน!"

    เสียงซุบซิบนินทาดังเซ็งแซ่ หลิงอวี้ซีในคราบของ 'หลิงปิง' นั่งปะปนอยู่ในฝูงชน นางลอบมอง 'น้องสาวกำมะลอ' ของตนเองด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ซูหลงอวิ๋นในร่างของสตรีนั้น ช่างงดงามและแสดงบทบาทได้แนบเนียนจนน่าหมั่นไส้ยิ่งนัก

    บนลานประลอง คู่ต่อสู้ของซูซวง (ซูหลงอวิ๋น) คือศิษย์หญิงชุดฟ้าผู้มีระดับพลัง 'วิญญาณก่อกำเนิดขั้นต้น' (ขอบเขตที่ 4 ขั้นต้น) นามว่าแม่นางหลี่ ซึ่งถือเป็นตัวเต็งอันดับต้นๆ ของการประลองครั้งนี้

    แม่นางหลี่มองซูซวงด้วยสายตาอิจฉาริษยาในความงดงาม "สตรีพเนจรไร้หัวนอนปลายเท้า คิดจะมาแย่งชิงตำแหน่งในนครเกล็ดเหมันต์งั้นรึ! เตรียมตัวคุกเข่าอ้อนวอนข้าเสียเถิด!"

    ฟุ่บ!

    แม่นางหลี่ไม่รอช้า นางตวัดกระบี่คู่ใจ ปลดปล่อยปราณเหมันต์ขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิด พุ่งทะยานเข้าสับสังหารซูซวงด้วยความรวดเร็ว! รังสีกระบี่น้ำแข็งนับสิบสายแปรสภาพเป็นพายุหมุน หมายจะฉีกกระชากชุดคลุมและใบหน้าอันงดงามนั้นให้เสียโฉม!

    ซูหลงอวิ๋นภายใต้ผ้าคลุมหน้า เพียงแค่แค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยันในลำคอ

    วิชากระบี่หยาบกระด้าง ปราณเหมันต์ก็เต็มไปด้วยสิ่งเจือปน... ช่างอ่อนหัดสิ้นดี

    เขามิได้ขยับหลบหลีก และมิได้ชักอาวุธใดๆ ออกมา เมื่อรังสีกระบี่น้ำแข็งของศัตรูพุ่งเข้ามาห่างจากใบหน้าเพียงหนึ่งฉื่อ ซูหลงอวิ๋นก็เพียงแค่ยกมือขวาที่ขาวเนียนประดุจหยกขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางรวบชิดกัน

    "แตกซะ"

    ริมฝีปากบางขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำแผ่วเบา พร้อมกับการตวัดปลายนิ้วออกไปข้างหน้า!

    เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก ที่ถูกกดข่มและแสร้งทำเป็น 'ปราณเหมันต์ขั้นสุดยอด' ถูกปลดปล่อยออกมาเพียงเสี้ยวเดียว!

    เพล้งงงงงง!

    ในเสี้ยววินาทีที่รังสีกระบี่ของแม่นางหลี่สัมผัสกับลมปราณจากปลายนิ้วของซูซวง รังสีกระบี่นับสิบสายก็พลันหยุดชะงัก แข็งค้างกลางอากาศ ก่อนจะปริแตกและระเบิดออกเป็นเศษน้ำแข็งชิ้นเล็กชิ้นน้อยในพริบตา!

    มิใช่แค่นั้น! ไอเย็นมฤตยูจากนิ้วของซูซวง พุ่งทะลวงสวนกลับไปตามทิศทางของรังสีกระบี่ เข้าปะทะกับร่างของแม่นางหลี่อย่างจัง!

    "อ๊ากกก!"

    แม่นางหลี่กรีดร้องเสียงหลง กระบี่ในมือของนางถูกน้ำแข็งสีขาวทมิฬเกาะกุมจนลามไปถึงท่อนแขน ปราณวิญญาณก่อกำเนิดในจุดตันเถียนถูกแช่แข็งจนหยุดการไหลเวียน ร่างของนางลอยละลิ่วปลิวตกลงไปจากลานประลอง กระแทกพื้นจนสลบเหมือดในกระบวนท่าเดียว!

    เงียบ...

    ทั้งลานประลองตกอยู่ในความเงียบงันประดุจป่าช้า! ทุกสายตาเบิกกว้างจ้องมองสตรีชุดขาวที่ยืนเอามือไพล่หลังอยู่อย่างสง่างาม ไร้ซึ่งรอยขีดข่วน ไร้ซึ่งการหอบหายใจ ราวกับว่าเมื่อครู่นางเพียงแค่ปัดปุยฝ้ายทิ้งเท่านั้น!

    "วิญญาณก่อกำเนิดขั้นต้น... ถูกจัดการด้วยการตวัดนิ้วเพียงครั้งเดียว! พลังของนางอยู่ในระดับใดกัน!"

    "ปราณหยินของนาง... ข้าสัมผัสได้ว่ามันลึกล้ำยิ่งกว่าผู้อาวุโสบางท่านเสียอีก!"

    เสียงฮือฮาระเบิดขึ้นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและเลื่อมใส!

    บนอัฒจันทร์ระดับสูง หานเสวี่ยเจียว เจ้าเมืองเกล็ดเหมันต์ ผุดลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ขนนก นัยน์ตาสีน้ำเงินของนางสาดประกายความตื่นเต้นและโลภโมโทสันอย่างปิดไม่มิด!

    "รากฐานเหมันต์อันบริสุทธิ์ไร้ที่ติ! พลังปราณที่หนาแน่นและลึกล้ำจนสามารถสยบผู้ที่อยู่ในขอบเขตเดียวกันได้อย่างง่ายดาย! สวรรค์ประทานพรให้ข้าแล้ว! หากข้านำตัวนางไปถวายแก่ท่านประมุขไป๋ นางย่อมต้องถูกรับเลือกให้เป็นศิษย์สายตรงอย่างแน่นอน และข้าก็จะได้รับความดีความชอบมหาศาล!"

    หานเสวี่ยเจียวไม่รอให้การประลองดำเนินต่อไป นางสะบัดแขนเสื้อ ปลดปล่อยแรงกดดันของขอบเขต 'บรรพชนศักดิ์สิทธิ์' ออกมาสะกดทั่วทั้งลานประลองจนทุกคนต้องคุกเข่าลง!

    "การประลองยุติเพียงเท่านี้! ข้าได้ค้นพบผู้ที่เหมาะสมที่สุดแล้ว!"

    เสียงประกาศิตของเจ้าเมืองดังกังวาน หานเสวี่ยเจียวลอยตัวลงมาจากอัฒจันทร์ มาหยุดอยู่เบื้องหน้าซูหลงอวิ๋น นางพยายามปรับสีหน้าให้ดูเมตตาอารีที่สุด

    "เด็กน้อย เจ้ามีนามว่าซูซวงใช่หรือไม่? พรสวรรค์และกายาเหมันต์ของเจ้า ช่างหาตัวจับยากในรอบพันปี... นครเกล็ดเหมันต์แห่งนี้ เล็กเกินไปสำหรับบึงมังกรเยี่ยงเจ้า ข้า หานเสวี่ยเจียว จะรับเจ้าเป็นศิษย์ชั่วคราว และจะส่งตัวเจ้าเข้าไปในวังวังวนเหมันต์ส่วนในด้วยตัวข้าเอง... ตามข้ามายังจวนเจ้าเมืองเถิด ข้าต้องการตรวจสอบรากฐานของเจ้าอย่างละเอียด"

    หานเสวี่ยเจียวยื่นมือออกไป หวังจะจูงมือของอัจฉริยะหญิงเบื้องหน้า

    ซูหลงอวิ๋น (ซูซวง) หรี่ตาลงภายใต้ผ้าคลุมหน้า ริมฝีปากของเขายกยิ้มเยือกเย็นที่ไม่มีผู้ใดมองเห็น เขาก้าวถอยหลังเล็กน้อยอย่างแนบเนียน ก่อนจะค้อมศีรษะประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมประดุจศิษย์ผู้รู้ความ

    "เป็นพระคุณของท่านเจ้าเมืองอย่างยิ่งเจ้าค่ะ ซูซวงยินดีทำตามคำสั่ง"

    ซูหลงอวิ๋นปรายตามองขึ้นไปยังอัฒจันทร์ สบตากับหลิงอวี้ซีเพียงเสี้ยววินาที เป็นสัญญาณลับว่า 'ปลาติดเบ็ดแล้ว' ก่อนที่เขาจะก้าวเดินตามหานเสวี่ยเจียวออกจากลานประลอง ท่ามกลางสายตาอิจฉาของสตรีนับแสน!

    ...

    จวนเจ้าเมืองเกล็ดเหมันต์

    สถานที่แห่งนี้ถูกคุ้มกันอย่างแน่นหนาด้วยทหารยามระดับแก่นแท้ทองคำและวิญญาณก่อกำเนิดนับร้อยนาย ค่ายกลพิทักษ์ซ้อนทับกันถึงเจ็ดชั้น ทว่าด้วยสถานะ 'ศิษย์โปรดคนใหม่' ของเจ้าเมือง ซูหลงอวิ๋นจึงถูกนำทางผ่านด่านทั้งหมดเข้าไปยังส่วนลึกที่สุดของจวนได้อย่างง่ายดาย ไร้ซึ่งการตรวจค้นใดๆ

    หานเสวี่ยเจียวนำซูซวงมาจนถึง 'ห้องลับสกัดเหมันต์' ซึ่งเป็นห้องหินผลึกส่วนตัวของนาง ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อกักเก็บปราณหยินและปิดกั้นการรับรู้จากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์ ผนังทุกด้านสลักลวดลายค่ายกลสีฟ้าครามส่องสว่าง

    "ออกไปให้หมด ห้ามผู้ใดเข้ามาใกล้ห้องลับนี้ในระยะร้อยจั้ง หากไม่มีคำสั่งจากข้า"

    หานเสวี่ยเจียวตวาดสั่งนางกำนัลและทหารยามที่ตามมา เมื่อทุกคนล่าถอยออกไปจนหมดสิ้น บานประตูศิลาหนานับวาจึงค่อยๆ ปิดลงและลงสลักค่ายกลอย่างแน่นหนา

    บัดนี้ ภายในห้องลับสกัดเหมันต์ เหลือเพียงซูหลงอวิ๋นในคราบสตรี และเจ้าเมืองขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ เพียงสองต่อสอง!

    หานเสวี่ยเจียวหันกลับมามองซูซวงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง นางเดินไปนั่งบนเตียงหยกเหมันต์กลางห้อง ก่อนจะตบที่ว่างข้างๆ

    "มานั่งข้างข้าสิ ซูซวง... ข้าต้องตรวจสอบเส้นชีพจรและรากฐานกระดูกของเจ้าอย่างละเอียด เพื่อจัดเตรียมโอสถที่เหมาะสมที่สุดให้เจ้าก่อนเดินทางสู่วังส่วนใน"

    ซูหลงอวิ๋นก้าวเดินเข้าไปอย่างว่าง่าย ท่วงท่าการเดินของเขายังคงชดช้อยและอ่อนช้อยประดุจสตรีที่ถูกอบรมมาอย่างดี เขานั่งลงเคียงข้างเจ้าเมืองขอบเขตที่หก นัยน์ตาสีดำภายใต้ผ้าคลุมหน้าสาดประกายความเยือกเย็นอย่างถึงที่สุด

    บรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้น... หากปะทะกันซึ่งหน้า ข้าย่อมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และต้องหลบหนี ทว่า... การปล่อยให้ศัตรูที่ทรงพลังตายใจ และเปิดเปลือกหอยที่ไร้การป้องกันออกมา นั่นคือจุดจบของพวกมัน ซูหลงอวิ๋นคำนวณในใจอย่างเฉียบขาด

    "ยื่นข้อมือของเจ้ามา" หานเสวี่ยเจียวกล่าวด้วยรอยยิ้มใจดี

    ซูหลงอวิ๋นค่อยๆ ยื่นข้อมือขวาที่ขาวเนียนออกไป

    วินาทีที่ปลายนิ้วของหานเสวี่ยเจียวสัมผัสลงบนชีพจรของเขา!

    จิตสัมผัสระดับบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ของนางพุ่งทะลวงเข้าสู่ร่างกายของ 'ซูซวง' เพื่อตรวจสอบรากฐาน ทว่า สิ่งที่นางคาดหวังจะได้พบคือรากฐานเหมันต์อันบริสุทธิ์ กลับกลายเป็นความน่าสะพรึงกลัวที่ทำให้นางต้องเบิกตากว้างจนแทบฉีกขาด!

    ภายในจุดตันเถียนของสตรีเบื้องหน้า... นางไม่ได้พบทะเลปราณธรรมดา ทว่านางกลับมองเห็น 'ทารกวิญญาณเทวะ' ที่ลุกโชนไปด้วยเพลิงสุริยันอันร้อนแรงและเพลิงอสนีบาตที่บ้าคลั่ง! ความเป็นบุรุษเพศและอำนาจการทำลายล้างที่ถูกซ่อนเร้นไว้ ถูกเปิดเผยออกมาในระยะเผาขน!

    "เจ้า! เจ้าเป็นบุรุษ! นี่มันวิชาแปลงลักษณ์อันใดกั..."

    หานเสวี่ยเจียวอ้าปากหมายจะกรีดร้องและปลดปล่อยพลังบรรพชนศักดิ์สิทธิ์เพื่อทำลายล้างผู้บุกรุก!

    ทว่า... สายไปเสียแล้ว!

    ระยะประชิดเพียงคืบ ซ้ำยังอยู่ในสภาพที่ไร้ซึ่งการระวังตัวอย่างสิ้นเชิง! นี่คือ 'จุดบอด' ที่มัจจุราชได้ขุดล่อเอาไว้!

    "รู้ตัวตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว ตาแก่จิ้งเหลน"

    เสียงหวานใสของซูซวง พลันแปรเปลี่ยนเป็นเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของบุรุษเพศ!

    ตูมมมมมมม!

    ซูหลงอวิ๋นพลิกฝ่ามือขวาที่ถูกจับอยู่ พุ่งทะยานเข้าคว้าลำคอของหานเสวี่ยเจียวด้วยความเร็วที่เหนือล้ำกว่าอสนีบาต!

    "วิถีแห่งเทวะ... ระเบิดวิญญาณเทวะ ผสานค่ายกลปิดผนึกเจ็ดทวาร!"

    นี่คือไม้ตายที่เตรียมไว้เพื่อการลอบสังหารโดยเฉพาะ! ซูหลงอวิ๋นมิได้ปลดปล่อยพลังออกมาภายนอกให้เกิดเสียงดัง ทว่าเขาได้สลัก 'ค่ายกลปิดผนึกเจ็ดทวาร' เอาไว้บนฝ่ามือของตนเองล่วงหน้า!

    เมื่อฝ่ามือของเขาสัมผัสกับคอหอยของเจ้าเมือง ทารกวิญญาณในจุดตันเถียนก็ปลดปล่อยพลัง 'เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก' อัดฉีดผ่านค่ายกล พุ่งทะลวงเข้าสู่เส้นชีพจรทั้งเก้าสิบเก้าสายของหานเสวี่ยเจียวโดยตรง!

    "อั้ก... อึก!"

    หานเสวี่ยเจียวตาเหลือกค้าง! พลังของเพลิงสวรรค์ที่ถูกฉีดเข้าสู่ร่างกายในระยะเผาขน ทำการแช่แข็งจุดตันเถียนและทารกวิญญาณของนางอย่างฉับพลัน! เลือดในกายของนางกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ปราณบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังจะระเบิดออก ถูกปิดผนึกให้อัดอั้นอยู่ภายในร่างจนไม่อาจเล็ดลอดออกมาได้แม้แต่เสี้ยวเดียว!

    นางพยายามดิ้นรน ยกมือขึ้นหมายจะฟาดฟันศีรษะของเด็กหนุ่ม ทว่าพละกำลังของ 'กายามังกรเทวะ' ของซูหลงอวิ๋นก็มหาศาลเกินกว่าที่สตรีซึ่งถูกสกัดจุดจะต้านทานได้ เขากดร่างของนางลงกระแทกกับเตียงหยกเหมันต์อย่างรุนแรง ทว่าไร้ซึ่งเสียงดังเล็ดลอดออกไปนอกห้อง!

    "เจ้า... ไอ้ปีศาจร้าย... กล้าลอบกัดข้า..." หานเสวี่ยเจียวเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความเคียดแค้นและหวาดผวา นางไม่เคยคิดฝันว่าตนเองที่เป็นถึงบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ จะถูกเด็กหนุ่มวิญญาณก่อกำเนิดลอบสังหารได้อย่างง่ายดายปานนี้!

    "ในโลกแห่งการแย่งชิงสัจธรรม ผู้ชนะคือความถูกต้อง... ความประมาทและหิวกระหายผลงานของเจ้า คืออาวุธที่ข้าใช้สังหารเจ้าต่างหาก"

    ซูหลงอวิ๋นก้มหน้าลงมาใกล้ นัยน์ตาสีดำสาดประกายมัจจุราช "จงหลับไปเสียเถิด เจ้าเมืองเกล็ดเหมันต์... ข้าขอรับสมบัติของเมืองนี้ไปดูแลแทนก็แล้วกัน"

    ฉัวะ!

    นิ้วชี้มือซ้ายของซูหลงอวิ๋นที่แฝงไปด้วยเจตจำนงกระบี่บรรพกาล พุ่งทะลวงแทงทะลุจุดกึ่งกลางหว่างคิ้วของหานเสวี่ยเจียวอย่างแม่นยำ! ทะเลวิญญาณของยอดฝีมือขอบเขตที่หก ถูกทำลายล้างและบดขยี้ในเสี้ยววินาที!

    ร่างของเจ้าเมืองกระตุกเฮือกเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ดวงตาสีน้ำเงินจะหม่นแสงและเบิกโพลงค้าง สิ้นลมหายใจไปอย่างน่าอนาถบนเตียงหยกของตนเอง!

    บรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้น... ถูกสังหารด้วยการลอบโจมตีระยะประชิดและการวางแผนที่ไร้ที่ติ!

    ซูหลงอวิ๋นปล่อยมือจากลำคอของศพ เขาหอบหายใจเล็กน้อย การรีดเร้นพลังทารกวิญญาณเพื่อสกัดกั้นยอดฝีมือที่อยู่สูงกว่าสองขอบเขตใหญ่นั้น ผลาญพลังปราณของเขาไปไม่น้อย ทว่าผลลัพธ์ก็คุ้มค่าอย่างยิ่ง

    เขาสะบัดมือ รูปลักษณ์ของสตรีค่อยๆ สลายไป กลับคืนสู่ร่างของบุรุษหนุ่มชุดขาวผู้สง่างามตามเดิม

    ซูหลงอวิ๋นก้มลงค้นตัวศพของหานเสวี่ยเจียว ไม่นานนัก เขาก็พบ 'แหวนมิติสีฟ้าคราม' ที่สลักลวดลายมังกรหิมะ ซึ่งเป็นแหวนประจำตำแหน่งเจ้าเมือง!

    เขากระแทกปราณหยินหยางเข้าไปทำลายลบตราประทับวิญญาณของเจ้าของเดิมทิ้ง ก่อนจะกวาดจิตสัมผัสเข้าไปตรวจสอบภายใน

    และแล้ว รอยยิ้มที่บ้าคลั่งและพึงพอใจอย่างที่สุดก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจักรพรรดิเทพยุทธ์!

    "หินปราณระดับสูงนับสิบล้านก้อน... ศาสตราวุธระดับปฐพีนับร้อยชิ้น... และ..."

    ซูหลงอวิ๋นพลิกฝ่ามือ เรียกเอาสมุนไพรวิญญาณต้นหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ

    มันคือดอกบัวสีน้ำเงินเข้มที่แผ่กลิ่นอายปราณเหมันต์บรรพกาลออกมาอย่างเข้มข้น กลีบดอกทั้งเก้าส่องประกายระยิบระยับประดุจดวงดาว

    "บัวเหมันต์เก้ากลีบ! สมุนไพรระดับเจ็ดขั้นสูงสุด!"

    มังกรหนุ่มกำสมบัติล้ำค่าไว้ในมือ นัยน์ตาสาดประกายแห่งชัยชนะ "บัดนี้ ทรัพยากรสำหรับฟื้นฟูรากฐานให้แก่อวี้ซี ก็ตกอยู่ในมือข้าแล้ว... แผนการปล้นจวนเจ้าเมือง สำเร็จลุล่วงอย่างงดงาม!"

    ซูหลงอวิ๋นสะบัดแขนเสื้อ เก็บศพของหานเสวี่ยเจียวเข้าเตาหลอมเก้ามังกรเพื่อย่อยสลายทำลายหลักฐานจนหมดสิ้น เขาจัดการทำความสะอาดร่องรอยในห้องลับ ก่อนจะแปรสภาพตนเองกลับเป็น 'ซูซวง' สตรีผู้เลอโฉมอีกครั้ง

    เขาเปิดประตูห้องศิลาลับ ก้าวเดินออกไปเผชิญหน้ากับเหล่าทหารยามที่รออยู่ด้านนอกด้วยท่วงท่าที่สง่างามและเยือกเย็นประดุจไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

    "ท่านเจ้าเมืองกำลังปิดด่านหลอมโอสถอยู่ภายใน... นางสั่งให้ข้าออกไปพักผ่อนก่อน ห้ามผู้ใดเข้าไปรบกวนเด็ดขาดจนกว่านางจะออกมาเอง"

    ซูหลงอวิ๋นเอ่ยด้วยน้ำเสียงสตรีที่เย็นชาและสูงศักดิ์ เหล่าทหารยามที่คิดว่านางคือศิษย์โปรดคนใหม่ ย่อมไม่กล้าขัดคำสั่ง พวกมันก้มหน้ารับคำและปล่อยให้ 'สตรีโฉมงาม' ก้าวเดินออกจากจวนเจ้าเมืองไปอย่างง่ายดาย

    การโจรกรรมอันแยบยลที่สะเทือนขวัญผู้คนทั้งมหาทวีปอุดรเหมันต์ ได้เปิดฉากขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ! เมื่อความจริงถูกเปิดเผย นครเกล็ดเหมันต์ย่อมต้องลุกเป็นไฟอย่างแน่นอน!


    (จบบทที่ 48)

    คล้ายกับเรื่องวิถีเทวะ : กำเนิดคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน