เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ดังไปตามทางเดินของคฤหาสน์อัลเดรเซียเด็กสาวตัวเล็กคนหนึ่งกำลังวิ่งไปตามทางเดินผมยาวของเธอสะบัดไปมา ดวงตายังคงเต็มไปด้วยความสดใสของเด็กที่ยังไม่เข้าใจว่าโลกใบนี้โหดร้ายแค่ไหนในมือของเธอถือตำราเวทย์ระดับกลางเอาไว้ในมือ เธอหยุดอยู่หน้าประตูห้องหนึ่งก่อนจะค่อย ๆ เปิดเข้าไป
“ท่านพี่...”
ภายในห้อง เด็กชายคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่
เรน ในวัย10ขวบ เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอสีหน้าของเขาไม่ได้มีความอ่อนโยนเหมือนที่ควรจะเป็จ้องมองไปที่เด็กสาวตัวเล็กราวกับไร้ความรู้สึกไปแล้ว
“ออกไป”
เสียงนั้นเบาและนิ่งเงียบแต่เ็า เด็กสาวชะงัก
“แต่ว่า...วันนี้พี่เรน….”
“ฉันบอกให้ออกไป”
เด็กสาวก้มหน้าลงเหมือนยอมจำนน เธอกำลังจะเดินออกไปแต่ทันใดนั้น มือของเด็กชายคว้าข้อมือเธอเอาไว้
“ต่อจากนี้จงอยู่ห่างจากชั้นซะ”
เด็กสาวตัวสั่นเรนมองเธอด้วยสายตาที่เด็กสาวไม่เข้าใจ
“เกิดอะไรขึ้นหรอพี่…”
แต่สายตาของเด็กชายที่มองเธอนั้นกลับไร้ความรู้สึกและเ็าต่างจากวันวานที่เธอเคยเห็นเด็กสาวพยักหน้าอย่างหวาดกลัว
อีกวันหนึ่งเด็กสาวกำลังนั่งอยู่บนพื้น แก้มของเธอมีรอยแดงแขนของเธอมีรอยฟกช้ำเธอกำชายเสื้อของตัวเองแน่น พยายามกลั้นน้ำตา
ตรงหน้าเรนยืนอยู่
“ร้องไห้ทำไม?”
“...หนูเจ็บพวกนั้นแกล้งหนูอีกแล้ว”
ทุกคนที่เธอโดนเพื่อนๆของเธอแกล้งทำร้ายเธอมักจะให้เรนปลอบเธออยู่เสมอแต่ครั้งนี้มันต่างออกไป
“ถ้าแค่นี้ยังทนไม่ได้ ต่อไปเธอจะปกป้องตัวเองยังไง?”
เด็กชายพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เด็กสาวเงยหน้าขึ้น
“หนูไม่อยากแข็งแกร่ง...”
“แต่ฉันอยากให้เธอแข็งแกร่ง”
ก่อนที่เรนจะเดินออกไปจากห้องนั้นไปโดยทิ้งเธอไว้และก็หลังจากตอนนั้นที่เขาเปลี่ยนไปมากขึ้นไปอีกเขาทำร้ายคนรอบๆ นิสัยก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคนและบางครั้งก็ยังทำร้ายเธอด้วยเป็บางครั้ง
เด็กสาวกำลังยืนอยู่หน้าประตูคฤหาสน์ พ่อของเธอยืนอยู่ข้าง ๆ สีหน้าของชายวัยกลางคนเต็มไปด้วยความกังวล
“พ่อจะส่งลูกไปเรียนที่ลูเมเรีย”
เด็กสาวเงยหน้าขึ้น
“ทำไมคะ?”
“เพราะที่นั่น...ลูกจะมีอนาคตที่ดีกว่า”
“แล้วท่านพี่ล่ะ ท่านควรจะได้ไปก่อนหนูมันเป็เื่ปกตินิค่ะ?”
คำถามนั้นทำให้ผู้เป็พ่อเงียบไปก่อนจะตอบอย่างหนักแน่น
“ลูกไม่ต้องอยู่ใกล้เขาอีก”
เด็กสาวก้มหน้าลงเธอไม่ได้เข้าใจเหตุผลทั้งหมดแต่เธอรู้เพียงว่า... ใบหน้าของคุณพ่อนั้นรู้สึกมีอารมที่เศร้าอยู่บนนั้นด้วย
เคร้ง!
เสียงดาบกระทบกับพื้นดังสนั่นเรนยกดาบฝึกขึ้นรับการโจมตีของชายอีกคน รอยยิ้มของเรนที่ดูเหมือนกำลังสนุกอยู่บนใบหน้าของเขา
“”เขาทำหน้าแบบนั้นอีกครั้งแล้วงั้นหรอ""
เสียงพึมพำเบาๆจากอัฒจันทร์ เด็กสาวตัวเล็กตัวเรนเล็กน้อยที่สวมชุดของสภาบันคลาสพิเศษมองดูเขาอยู่
“ชั้นจะจัดการแกซะ เรน อัลเดรเซีย ”
ผมเบี่ยงตัวหลบอย่างง่ายดาย
“นายรู้จักผมเหรอ?”
คำถามนั้นทำให้ชายหนุ่มชะงักไปเสี้ยววินาที
“แล้วทำไมถึงโกรธผมขนาดนั้น?”
ดวงตาของเขาสั่นไหว ก่อนความโกรธจะยิ่งทวีขึ้น
“เพราะแกมันคือเศษเดนมนุษย์ยังไงล่ะ!”
(อ๋อ...อีเวนต์เกี่ยวกับความแค้นสินะ)
แต่ผมยังไม่ทันได้ถามต่อ ชายหนุ่มก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง ดาบฟาดผ่านอากาศ ผมก้าวถอยหลังเพียงครึ่งก้าวคมดาบเฉียดปลายเสื้อคลุมไปอย่างหวุดหวิด เสียงเชียร์รอบสนามดังขึ้น
“สมกับเป็นักเรียนปีสุดท้าย!”
“ยอมไปเลยยยยจัดการเลยค๊าาาา”
ผมมองดาบตรงหน้าแล้วมองคู่ต่อสู้ก่อนจะยิ้มออกมาคงต้องใช้ท่านั้นแล้วสินะอยากลองมาใช้ในที่คนเยอะๆมานานแล้วกว่าจะทำท่านี้ได้ก็ซ้อมอยู่หน้ากระจกนานมาก
“เรน อัลเดรเซีย แต่ต้องจบลงที่นี้ชั้นไม่มีทางให้แกได้เข้าเรียนที่นี้แน่”
(เอ๋ บทพูดแบบนั้นหมอนั้นกำลังจะไอนั้นสินะ)
สายตาของผมจับจ้องไปยังชายตรงหน้าอย่างจริงจังขึ้นเล็กน้อยเขากำลังลดจุดศูนย์ถ่วงของตัวเองลง มือทั้งสองข้างจับดาบแน่น ท่าทางทั้งหมดดูเหมือนกำลังเตรียมใช้การโจมตีที่รุนแรงที่สุดของตัวเอง
(หมอนั่นกำลังจะปล่อยท่าไม้ตายสินะ)
รอยยิ้มเริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผม
(แบบนี้มันไอ้นั่นไม่ใช่เหรอ ไอ้ระบบในเกมเทิร์นเบสที่ตัวร้ายต้องยืนชาร์จท่าไม้ตายอยู่ตั้งสามเทิร์น แล้วปล่อยให้ตัวเอกยืนดูเฉย ๆ น่ะ)
ผมเหลือบมองรอบสนามผู้ชมกำลังลุ้นกันอย่างสนุกสนาน บางคนถึงกับลุกขึ้นจากที่นั่ง
“กำลังจะใช้ท่าอะไรน่ะ?!”
“ดูท่าทางนั่นสิ!”
“นั่นต้องเป็ท่าประจำตัวของเขาแน่!”
ผมหันกลับไปมองอัลเบโด้ เขายังตั้งท่าอยู่
(ให้หมอนั่นได้มีฉากเท่ ๆ คนเดียวไม่ได้หรอก)
ผมถอนหายใจเบา ๆ
“ถ้าอย่างนั้น...”
มือของผมค่อย ๆ เลื่อนไปจับด้ามดาบไม้
“ผมเองก็ขอเล่นด้วยแล้วกัน”
อัลเบโด้ขมวดคิ้ว ผมค่อย ๆ ยกดาบขึ้น จากนั้นจึงทำท่าที่ซ้อมหน้ากระจกมานับครั้งไม่ถ้วน ปลายดาบถูกยกขึ้นเล็กน้อย ร่างกายเอียง สายตาก้มต่ำ
ฉึก
ไม่ได้มีเสียงอะไรแบบนั้นหรอกผมแค่ส่งเสียงขึ้นเองผมทำท่าเก็บดาบกลับเข้าปลอกที่เอว ทั้งที่...ตรงเอวของผมไม่มีปลอกดาบอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว
“...”
(นี่แหละที่ผมซ้อมหน้ากระจกมาตลอด)
ผมสูดลมหายใจเข้า จากนั้นก้าวเท้าออกไปข้างหน้าเพียงก้าวเดียว
ฟึ่บ— ใช่นั้นไม่ใช่เสียงของตัวดาบแต่เป็เสียวของผมเอง ไม่มีแสง ไม่มีวงเวท ไม่มีประกายอลังการใด ๆ มีเพียง
แรงลม ที่ะเิออกจากปลายดาบไม้ในจังหวะที่ผมเหวี่ยงมันออกไป พื้นสนามสั่นะเื แรงลมมหาศาลพุ่งตรงไปข้างหน้า
“อะไร—?!”
อัลเบโด้เบิกตากว้างเขายังตั้งท่าของตัวเองไม่เสร็จด้วยซ้ำ
ตู้มมมมม!!
ร่างของเขาถูกแรงกระแทกซัดเข้าเต็ม ๆ เท้าทั้งสองข้างลอยขึ้นจากพื้นทันที ก่อนที่ร่างจะถูกส่งพุ่งถอยหลังไปหลายเมตร
โครมมม!!
ร่างของอัลเบโด้กระแทกเข้ากับกำแพงสนามอย่างแรง เศษฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เสียงเชียร์ที่เคยดังสนั่น เงียบลงในทันที
ผมยืนอยู่ที่เดิมมือข้างหนึ่งยังคงถือดาบไม้เอาไว้ก่อนสบัดมันเหมือนมันกำลังอาบเือยู่โดยที่ชายเสื้อคลุมของผมปลิวไปตามแรงลมที่ยังหลงเหลืออยู่ ผมค่อย ๆ จัดเสื้อของตัวเองให้เข้าที่
(สมบูรณ์แบบ)
(ท่านี้เท่มาก)
ผมหันไปมองกำแพง อัลเบโด้ยังคงนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น ผมเอียงคอเล็กน้อย
“ขอโทษที่ชั้นเองก็อยากเป็ตัวเอกเหมือนกัน”
ทุกคนกำลังมองผมด้วยสีหน้าเดียวกัน ตกตะลึง ผมยิ้มออกมา
(นี่สินะ...)
(สายตาของผู้คน)
(เช้าวันนี้สมบูรณ์แบบจริง ๆ)
แต่ผมไม่รู้เลยว่า บนแท่นผู้คุมสอบด้านข้างสนาม อาจารย์หลายคนกำลังมองผลการโจมตีเมื่อครู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เมื่อกี้...เขาไม่ได้ใช้เวทมนตร์ใช่ไหม?”
“ผมไม่เห็นวงเวทเลย”
“แล้วแรงกระแทกนั่นเกิดขึ้นได้ยังไง?”
อีกคนก้มลงมองเอกสารในมือ ชื่อที่อยู่บนกระดาษทำให้เขานิ่งไปครู่หนึ่ง เรน อัลเดรเซีย อาจารย์คนนั้นเงยหน้ากลับไปมองชายหนุ่มกลางสนาม
“...เด็กคนนี้”
ส่วนผมในสนามกลับกำลังคิดเื่ที่สำคัญกว่านั้นมาก
(แต่เดี๋ยวนะ...)
(ผมยังไม่ได้รู้เลยว่าหมอนี่เป็ใคร)
(แล้วทำไมเขาถึงเกลียดผมขนาดนั้นกันนะ?)
ผมเกาหัวเบา ๆ
“ช่างมันก่อนก็แล้วกัน”
(ไว้ค่อยถามทีหลัง ยังไงหมอนี้ก็คงเป็ตัวที่จะมาสร้างอีเว้นต์ระดับเทพให้ผมได้แน่ๆ)
✩
ผลสอบทั้งหมดจะประกาศอีกทีในอีกสองวัน ซึ่งหมายความว่า...
ผมมีเวลาว่างสองวันเต็ม ๆ ผมเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“ลิเลีย”
“คะ?”
“ฉันมีความคิดที่ยิ่งใหญ่”
ลิเลียเงียบไปครู่หนึ่ง
“ดิฉันเริ่มกลัวแล้วค่ะ”
“ฉันอยากสร้างสังกัด”
“...”
“แบบที่มีฐานลับเป็ของตัวเอง มีห้องประชุมลับ มีทางเดินใต้ดิน แล้วก็มีห้องที่เปิดออกมาแล้วทุกคนต้องพูดว่า ที่แท้ฐานของพวกเขาอยู่ที่นี่เองสินะ”
ผมยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น
“แล้วชั้นก็ตั้งชื่อแล้ววด้วยยย"
“แล้วทำไมถึงคิดเื่ตั้งองค์กรแล้วคะ?”
“เพราะเราได้จะมีชื่อสังกัดติดยังไงล่ะ แล้วที่สำคัญที่สุด มันเท่!”
“เป็เหตุผลที่ดิฉันไม่เคยคิดว่าจะได้ยินเลยค่ะ”
ลิเลียถอนหายใจแต่ผมยังไม่หยุดคิดตอนนี้ผมรู้จักนักฆ่าที่วางมือแล้วหนึ่งคน รู้จักองค์หญิงที่กำลังหลบหนีการแต่งงานอีกหนึ่งคนมีเมดส่วนตัวที่ดูเหมือนจะเก่งกว่าคนทั่วไปหลายเท่าอีกหนึ่งคนระดับแรงกายนั้นสามารถฆ่าคนธรรมดาได้เลย
ถ้าจะตั้งองค์กรตอนนี้ ก็เหมือนมีสมาชิกระดับสำคัญอยู่แล้วสามคนไม่ใช่หรือ?
(ขาดแค่ฐาน)
“สร้างฐาน?”
“อืม บ้านก็ได้ คฤหาสน์ก็ได้ อาคารเก่า ๆ ก็ได้ หรือถ้ามีถ้ำขนาดใหญ่ก็ดี”
“ถ้ำ?”
“ใช่”
“ท่านจะสร้างองค์กรหรือสร้างรังจอมมารกันแน่คะ?”
“องค์กรสิ”
“ดิฉันว่าไม่ต่างกันเท่าไรค่ะ”
ผมทำเป็ไม่ได้ยิน ลิเลียคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ถ้าเป็เื่การก่อสร้าง...ดิฉันรู้จักคนอยู่คนหนึ่งค่ะ”
“จริงเหรอ?!”
ผมหันกลับไปทันที
“พาไปเลย!”
“แต่ดิฉันขอเตือนไว้ก่อนนะคะ”
“อะไร?”
“เขาเป็คนแปลกค่ะ”
“ยอดเยี่ยม”
“ดิฉันยังพูดไม่จบเลยค่ะ”
“ยิ่งแปลกยิ่งดี”
เราเดินออกจากย่านสถาบันเข้าสู่ถนนอีกสายหนึ่งยิ่งเดินออกจากใจกลางเมือง อาคารก็ยิ่งเก่าและเล็กลง ร้านค้าหรูหราหายไป กลายเป็ร้านช่างฝีมือและโรงงานขนาดเล็กแทนผมเดินตามลิเลียไปอย่างอารมณ์ดีระหว่างทางผมก็พยายามชวนเธอคุยไม่หยุด
“ถ้าฉันตั้งองค์กรจริง ๆ เธออยากได้ตำแหน่งอะไร?”
“เมดค่ะ”
“มันธรรมดาเกินไป”
“ผู้หญิงลึกลับที่ยืนอยู่ด้านหลังผมตอนเปิดตัวองค์กร?”
“ไม่ค่ะ”
“เธอนี่ไม่ให้ความร่วมมือกับความเท่ของฉันเลยนะ”
เดินไปได้อีกพักใหญ่ ลิเลียก็หยุดอยู่หน้าร้านแห่งหนึ่ง มันเป็อาคารชั้นเดียวที่ดูเหมือนโรงงานผสมกับร้านค้า หน้าร้านเต็มไปด้วยไม้ เหล็ก และชิ้นส่วนก่อสร้างสารพัดชนิดมีทั้งค้อนขนาดใหญ่ ท่อโลหะ แผ่นหิน และอุปกรณ์เวทมนตร์สำหรับงานช่างเหนือประตูมีป้ายไม้เขียนเอาไว้ว่า
“อ่านไม่ออก”
“ร้านก่อสร้างและงานช่าง เบอร์เก้ค่ะ”
“ที่นี่เหรอ?”
ลิเลียเปิดประตู
กริ๊ง~
เสียงกระดิ่งดังขึ้น
“ยินดีต้อนรับจ้าาาา!”
เสียงทุ้มกังวานดังออกมาจากด้านใน ผมชะงัก จากนั้นสาวร่างใหญ่คนหนึ่งก็เดินออกมาจากหลังร้านร่างกายของเขาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ แขนใหญ่กว่าขาของคนทั่วไปเสียอีก เขาสวมชุดนอนสีชมพูงที่เผยให้เห็นแขนทั้งสองข้าง ใบหน้าของเขาถูกแต่งแต้มอย่างประณีต ริมฝีปากมีธรรมชาติสุดๆ ใบหน้าเรียกได้ว่าน่ารัก?!มั้ง ผมถูกมัดไว้ข้างหลังอย่างพิถีพิถันและที่สำคัญเขากำลังถือค้อนขนาดมหึมาอยู่ในมือ
“อ้าวววว!”
เขาเห็นลิเลียก็ยิ้มกว้าง
“ลิเลียจัง!”
“สวัสดีค่ะ เบอร์เก้”
“ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะจ๊ะ!”
ชายร่างั์เดินเข้ามากอดลิเลียอย่างสนิทสนมจนเธอต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว จากนั้นเขาก็หันมามองผม
“แล้วนี่ใครเอ่ย?”
ผมยืนตัวตรงทันทีผมยกมือขึ้นอย่างสง่างาม
“ผมชื่อเรน อัลเดรเซีย ครับพี่ชาย”
ชายร่างั์กะพริบตา
“อัลเดรเซีย?”
“อ๋อออออ!”
เขาลากเสียงยาว
“คุณหนูคนที่ลิเลียจังดูแลอยู่นี่เอง!”
“แต่ห้ามเรียกว่าพี่ชายนะจ๋ะ พี่สาวจ๋ะ”
“อย่างนี้นี่เอง”
“ว่าแต่มีเื่อะไรจ๊ะ?”
“ผมอยากสร้างฐานองค์กรลับพอจะช่วยได้ไหม เอาแบบมีใต้ดินทางเดินเท่ๆ และใต้ดินต้องกว้างๆแบบที่จุดรวมตัวเท่ๆและมีห้องประชุมลับที่เป็โต๊ะยาวอะไรแบบนั้น”
เบรโก้เงียบลิเลียเงียบ แม้แต่บรรยากาศในร้านก็เหมือนจะเงียบตามไปด้วย เบอร์เก้ค่อย ๆ วางค้อนลง
ตึง!
พื้นสั่นเล็กน้อย
“โอ้โฮ...”
“เด็กคนนี้น่าสนใจนี่นาาา”
“คุณเองก็น่าสนใจเช่นกัน”
ผมและเบอร์เก้หัวเราะพร้อมกันก่อนจะจับมือกันราวกับตกลงกันแล้วโดยไม่ต้องพูดอะไรเลย
“แต่ปัญหาคือผมยังไม่มีที่เลยนี่สิ”
“ที่งั้นสินะ ชั้นก็พอมีคนที่ช่วยเื่นั้นได้อยู่นะจ๋ะ”
“จัดมาเลย”