ใน่ปิดเทอมเป็่เวลาที่ฉันชอบที่สุดเพราะฉันจะสามารถเล่นเกมส์ที่ค้างคาได้อย่างเต็มที่ในตอนเช้าฉันตื่นขึ้นมาทำกิจวัตรตามปกติก่อนจะมามานั่งเล่นเกมส์ที่โต๊ะคอมฯอันที่จริงตามปกติแม่ฉันจะเป็คนทำงานบ้านแต่วันนี้พ่อกับแม่ไปทำธุระที่ต่างจังหวัดส่วนน้องสาวของฉันก็ไปเที่ยวกับเพื่อนกว่าจะกลับก็คงพรุ่งนี้
ในขณะที่ฉันกำลังเล่นเกมส์อยู่นั้นจู่ๆก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังแทรกเข้ามาฉันละสายตาจากหน้าจอคอมฯหันไปมองหน้าจอมือถือที่วางพบว่าคนที่โทรมาเป็เพื่อนสนิทชื่อซันที่เรียนอยู่ต่างมหาวิทยาลัยเรารู้จักกันผ่านเกมส์ั้แ่่ที่เรียนอยู่ม.6่นั้นเราเล่นเกมส์ด้วยกันบ่อยมากบางทีก็มีนัดกันไปงานเกมส์บ้างก็ตามประสาเด็กติดเกมส์นั่นแหละ
ฉันละมือจากเม้าส์คีย์บอร์ดก่อนจะจัดการถอดหูฟังหันไปหยิบมือถือขึ้นมารับพร้อมกับเอ่ยทักปลายสายเหมือนทุกครั้ง
“ว่าไงมึง”
[เรน มึงว่างป่ะ]
“ว่าง มีไรอ่ะ”
[ไปบ้านเพื่อนเป็เพื่อนกูหน่อยดิ]
“เพื่อนไหนวะ”ฉันถามซันออกไปด้วยความสงสัย
[เพื่อนสมัยมอต้นอ่ะมันชวนไปบ้าน]
พอได้ยินดังนั้นฉันถึงกับขมวดคิ้วทันทีปกติการที่เราจะบ้านเพื่อนเราจะต้องชวนเพื่อนคนอื่นไปด้วยหรออีกอย่างฉันก็ไม่รู้จักเพื่อนเก่าของเขาด้วย
“แล้วมีเพื่อนคนอื่นไปด้วยมั้ย”
ฉันถามคนปลายสายเผื่อว่าจะมีคนไปด้วยเพราะถ้าฉันไปคนเดียวน่าจะเกร็งแย่
[ไม่อ่ะสรุปมึงไปนะ]
ฉันคิ้วขมวดเล็กน้อยฟังจากน้ำเสียงของซันมันดูอยากจะให้ฉันไปด้วยจริงๆนั่นแหละสุดท้ายฉันก็ตอบตกลงไปฉันไม่ได้ซีเรียสอะไรหรอกนะอีกอย่างวันนี้ฉันก็ว่างด้วยคิดซะว่าออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างฉันจัดการปิดคอมพิวเตอร์ก่อนจะเปลี่ยนชุดให้เพื่อรอมันมารับ ใช้เวลาไม่นานก็มีเสียงรถมอเตอร์ไซค์มาหยุดที่หน้าบ้านฉันจำได้ว่ามันเป็เสียงของรถซันจัดการล็อคประตูบ้านให้เรียบร้อยโดยไม่ลืมที่จะเช็ค
เสร็จสรรพเดินตรงไปที่รถพร้อมกับรับหมวกกันน็อคเอามาใส่ก่อนจะก้าวขาขึ้นรถ
“เสร็จยัง”
ซันหันมาถามฉันเพื่อเช็คความเรียบร้อยฉันตอบกลับไปก่อนที่มันจะค่อยๆเคลื่อนรถออกไป
จากบ้านใช้กว่ายี่สิบนาทีในการเดินทางบ้านของเพื่อนซันตั้งอยู่ในชุมชนหนึ่งแถบชานเมืองไม่มียามรักษาความปลอดภัยแถมถนนในซอยก็ดูแคบทำให้รถยนต์สัญจรได้แค่ทางเดียวเท่านั้น
รถมอเตอร์ไซค์ของเรามาหยุดจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ท้ายซอยฉันลงจากรถพร้อมกับมองเข้าไปในบ้าน เราขออธิบายลักษณะของบ้านก่อนบ้านของเพื่อนซันนั้นเป็บ้านสองชั้นบริเวณหน้าบ้านมีพวกวัชพืชขึ้นและเศษใบไม้ร่วงเต็มไปหมดราวกับว่าที่นี่ไม่มีใครอยู่มานาน
ขณะที่ซันกำลังจะกดกริ่งนั้นฉันก็รีบเอื้อมมือไปจับแขนของมันทันทีก่อนจะหันไปถามเพื่อความแน่ใจ
“ไอ้ซันเพื่อนมึงอยู่ที่นี่แน่นะ”
ซันหันมามองหันพร้อมกับทำเลิกคิ้วราวกับสงสัยในคำถาม
“ใช่ดิ ทำไมวะ”
“แน่ใจนะสภาพบ้านเพื่อนมึงเหมือนไม่มีคนอยู่มานานเลย”
เพราะทันทีที่ที่ก้าวลงจากรถฉันก็ััได้ทันทีที่ว่าที่มันมีอะไรที่ไม่ดีอยู่แน่ๆไอ้ที่ไม่ดีที่ฉันหมายถึงถ้สพูดตรงๆก็ผีนั่นแหละแต่ก็ไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์สักเท่าไหร่จริงๆฉันเป็คนที่มีเซ้นส์ที่ค่อนข้างจะแรงั้แ่เด็กฉันเห็นอะไรพวกนี้บ่อยมากบางครั้งก็หนักถึงขั้นเจอทุกวันเลยก็มี
“แน่ใจดิก็ตอนก่อนที่กูจะออกมากูยังคุยกับมันอยู่เลย”
ซันว่าพร้อมกับยกมือถือที่มีหน้าต่างแชทที่เขาคุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่มีชื่อบอลให้ฉันดูเป็หลักฐาน
“ใช่หรอวะ”
ในขณะที่ฉันกับซันกำลังเถียงกันนั้นจู่ๆประตูบ้านก็เปิดออกพร้อมกับใครบางคนที่ค่อยๆยื่นหน้าออกมามันดูเหมือนจะปกติแต่ก็ไม่โดยปกติคนเราเวลาโผล่ออกมาดูคนแขกที่เราก็ต้องยื่นหน้าออกมาเต็มๆพร้อมกับลำตัวส่วนหนึ่งถูกมั้ยแต่นี่มันไม่ใช่น่ะสิ เพราะบอลยื่นหน้ามาแค่ครึ่งเดียวพร้อมกับทำตาโตจ้องมองมาทางเราแต่ไม่ใช่แค่นั้นเพราะคอของที่ยื่นออกมามันหักเป็ตัวแอลเลย
“มาแล้วหรอ”
น้ำเสียงยานและสีหน้าของเขามันสยองเอามากๆนี่มาหลอกตอนกลางวันแสกๆเลยงั้นรึ ฉันและซันต่างหันไปมองก่อนที่ซันจะเอ่ยทักบอลไป
ใน่ปิดเทอมเป็่เวลาที่ฉันชอบที่สุดเพราะฉันจะสามารถเล่นเกมส์ที่ค้างคาได้อย่างเต็มที่ในตอนเช้าฉันตื่นขึ้นมาทำกิจวัตรตามปกติก่อนจะมามานั่งเล่นเกมส์ที่โต๊ะคอมฯอันที่จริงตามปกติแม่ฉันจะเป็คนทำงานบ้านแต่วันนี้พ่อกับแม่ไปทำธุระที่ต่างจังหวัดส่วนน้องสาวของฉันก็ไปเที่ยวกับเพื่อนกว่าจะกลับก็คงพรุ่งนี้
ในขณะที่ฉันกำลังเล่นเกมส์อยู่นั้นจู่ๆก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังแทรกเข้ามาฉันละสายตาจากหน้าจอคอมฯหันไปมองหน้าจอมือถือที่วางพบว่าคนที่โทรมาเป็เพื่อนสนิทชื่อซันที่เรียนอยู่ต่างมหาวิทยาลัยเรารู้จักกันผ่านเกมส์ั้แ่่ที่เรียนอยู่ม.6่นั้นเราเล่นเกมส์ด้วยกันบ่อยมากบางทีก็มีนัดกันไปงานเกมส์บ้างก็ตามประสาเด็กติดเกมส์นั่นแหละ
ฉันละมือจากเม้าส์คีย์บอร์ดก่อนจะจัดการถอดหูฟังหันไปหยิบมือถือขึ้นมารับพร้อมกับเอ่ยทักปลายสายเหมือนทุกครั้ง
“ว่าไงมึง”
[เรน มึงว่างป่ะ]
“ว่าง มีไรอ่ะ”
[ไปบ้านเพื่อนเป็เพื่อนกูหน่อยดิ]
“เพื่อนไหนวะ”ฉันถามซันออกไปด้วยความสงสัย
[เพื่อนสมัยมอต้นอ่ะมันชวนไปบ้าน]
พอได้ยินดังนั้นฉันถึงกับขมวดคิ้วทันทีปกติการที่เราจะบ้านเพื่อนเราจะต้องชวนเพื่อนคนอื่นไปด้วยหรออีกอย่างฉันก็ไม่รู้จักเพื่อนเก่าของเขาด้วย
“แล้วมีเพื่อนคนอื่นไปด้วยมั้ย”
ฉันถามคนปลายสายเผื่อว่าจะมีคนไปด้วยเพราะถ้าฉันไปคนเดียวน่าจะเกร็งแย่
[ไม่อ่ะสรุปมึงไปนะ]
ฉันคิ้วขมวดเล็กน้อยฟังจากน้ำเสียงของซันมันดูอยากจะให้ฉันไปด้วยจริงๆนั่นแหละสุดท้ายฉันก็ตอบตกลงไปฉันไม่ได้ซีเรียสอะไรหรอกนะอีกอย่างวันนี้ฉันก็ว่างด้วยคิดซะว่าออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างฉันจัดการปิดคอมพิวเตอร์ก่อนจะเปลี่ยนชุดให้เพื่อรอมันมารับ ใช้เวลาไม่นานก็มีเสียงรถมอเตอร์ไซค์มาหยุดที่หน้าบ้านฉันจำได้ว่ามันเป็เสียงของรถซันจัดการล็อคประตูบ้านให้เรียบร้อยโดยไม่ลืมที่จะเช็ค
เสร็จสรรพเดินตรงไปที่รถพร้อมกับรับหมวกกันน็อคเอามาใส่ก่อนจะก้าวขาขึ้นรถ
“เสร็จยัง”
ซันหันมาถามฉันเพื่อเช็คความเรียบร้อยฉันตอบกลับไปก่อนที่มันจะค่อยๆเคลื่อนรถออกไป
จากบ้านใช้กว่ายี่สิบนาทีในการเดินทางบ้านของเพื่อนซันตั้งอยู่ในชุมชนหนึ่งแถบชานเมืองไม่มียามรักษาความปลอดภัยแถมถนนในซอยก็ดูแคบทำให้รถยนต์สัญจรได้แค่ทางเดียวเท่านั้น
รถมอเตอร์ไซค์ของเรามาหยุดจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ท้ายซอยฉันลงจากรถพร้อมกับมองเข้าไปในบ้าน เราขออธิบายลักษณะของบ้านก่อนบ้านของเพื่อนซันนั้นเป็บ้านสองชั้นบริเวณหน้าบ้านมีพวกวัชพืชขึ้นและเศษใบไม้ร่วงเต็มไปหมดราวกับว่าที่นี่ไม่มีใครอยู่มานาน
ขณะที่ซันกำลังจะกดกริ่งนั้นฉันก็รีบเอื้อมมือไปจับแขนของมันทันทีก่อนจะหันไปถามเพื่อความแน่ใจ
“ไอ้ซันเพื่อนมึงอยู่ที่นี่แน่นะ”
ซันหันมามองหันพร้อมกับทำเลิกคิ้วราวกับสงสัยในคำถาม
“ใช่ดิ ทำไมวะ”
“แน่ใจนะสภาพบ้านเพื่อนมึงเหมือนไม่มีคนอยู่มานานเลย”
เพราะทันทีที่ที่ก้าวลงจากรถฉันก็ััได้ทันทีที่ว่าที่มันมีอะไรที่ไม่ดีอยู่แน่ๆไอ้ที่ไม่ดีที่ฉันหมายถึงถ้สพูดตรงๆก็ผีนั่นแหละแต่ก็ไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์สักเท่าไหร่จริงๆฉันเป็คนที่มีเซ้นส์ที่ค่อนข้างจะแรงั้แ่เด็กฉันเห็นอะไรพวกนี้บ่อยมากบางครั้งก็หนักถึงขั้นเจอทุกวันเลยก็มี
“แน่ใจดิก็ตอนก่อนที่กูจะออกมากูยังคุยกับมันอยู่เลย”
ซันว่าพร้อมกับยกมือถือที่มีหน้าต่างแชทที่เขาคุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่มีชื่อบอลให้ฉันดูเป็หลักฐาน
“ใช่หรอวะ”
ในขณะที่ฉันกับซันกำลังเถียงกันนั้นจู่ๆประตูบ้านก็เปิดออกพร้อมกับใครบางคนที่ค่อยๆยื่นหน้าออกมามันดูเหมือนจะปกติแต่ก็ไม่โดยปกติคนเราเวลาโผล่ออกมาดูคนแขกที่เราก็ต้องยื่นหน้าออกมาเต็มๆพร้อมกับลำตัวส่วนหนึ่งถูกมั้ยแต่นี่มันไม่ใช่น่ะสิ เพราะบอลยื่นหน้ามาแค่ครึ่งเดียวพร้อมกับทำตาโตจ้องมองมาทางเราแต่ไม่ใช่แค่นั้นเพราะคอของที่ยื่นออกมามันหักเป็ตัวแอลเลย
“มาแล้วหรอ”
น้ำเสียงยานและสีหน้าของเขามันสยองเอามากๆนี่มาหลอกตอนกลางวันแสกๆเลยงั้นรึ ฉันและซันต่างหันไปมองก่อนที่ซันจะเอ่ยทักบอลไป
ต้นเหตุจริงๆที่พวกเขาสันนิษฐานก็น่าจะเกิดจากของเขมรที่แม่บอลเป็คนเอาเข้ามาเพราะอยากที่จะให้มันทำเงินให้แต่สุดท้ายแม่ของบอลก็ไม่ได้ดูแลมันจึงส่งผลให้ทั้งแม่และบอลต้องมาโดนิญญาร้ายเอาชีวิตไปนั่นเอง
หลังจากที่พวกเราได้ฟังพวกเราสงสารบอลมากเพราะทั้งที่ตัวเองกำลังมีชีวิตที่ดีในรั้วมหาวิทยาลัยได้ทำตามความฝันที่กำลังจะเป็หมอในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าแล้วแท้ๆแต่ต้องมาจบชีวิตเพราะความโลภที่อยากได้เงินจากไสยศาสตร์ของคนเป็แม่ฉันว่าในใจของเขาคงผิดหวังและเสียใจไม่น้อย
จบเหตุการณ์นั้นซันและฉันก็ได้ไปงานศพของบอลและแม่ของบอลด้วย่นั้นซันจิตตกมากจนน่าเป็ห่วงเลยล่ะทั้งฉันและคนอื่นๆพยายามคอยอยู่ดูแลเขาเพื่อไม่ให้อาการหนักพอผ่านไปประมาณอาทิตย์นึงเขาก็เริ่มกลับมาดีขึ้นจนหายเป็ปกติ